“พี่กู๊ดว่างไหมเจอกันหน่อย” ก้านพลูกดเบอร์โทรหาคนรักเก่าทันทีเมื่อพี่กราฟเดินออกไปจากห้องได้สักพัก
“ว่างเสมอสำหรับพลู งั้นเจอกันที่เดิมนะครับ พี่ว่า…”
“ตึ๊ด”
ก้านพลูกดปิดสายโดยไม่รอฟังประโยคต่อมาของเขาถ้าไม่คิดว่าพี่กู๊ดจะเป็กุญแจนำไปสู่บางอย่างเธอคงไม่อยากคุยกับเขาแม้แต่เสียงยังรำคาญหู นัดเจอกันที่เดิมที่เก่า ที่เคยเป็ความหลังของทั้งคู่ถ้าเป็เมื่อก่อนก้านพลูคงไม่เฉียดไปใกล้ให้เ็ปแต่นี่ความทรงจำเ่าั้มันไม่หลงเหลือให้เจ็บ มีเพียงแค่ความรู้สึกใหม่ที่ค่อยๆกัดกินหัวใจเธอไปทีละนิดๆอย่างช้าๆมันทั้งทรมานและปวดแสบปวดร้อนกว่าของเดิมเป็หลายเท่า
“รอนานไหมครับ พลู”
ร้านกาแฟที่เคยมาบ่อยๆด้วยกันตอนนี้มีก้านพลูนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอพี่กู๊ดมาถึงเขาก็รีบถามด้วยความห่วงเขามาช้านิดหนึ่ง กว่าจะหลอกล่อบิวตี้ได้หืดขึ้นคอ ไม่รู้เป็ห่าอะไรนักหนาตามเขาอยู่ได้เขานึกเปรียบเทียบก้านพลูกับบิวตี้ ก้านพลูไม่เคยจิกกัดเขาเลยสักครั้งเธอห่วงใยเอาใจใส่เขาอย่างสม่ำเสมอแม้แต่สิ่งเล็กๆน้อยเธอก็เห็นความสำคัญของเขา กว่าจะรู้ว่าเธอมีค่าสำหรับเขามากแค่ไหนเธอก็ไปไกลแล้ว
“พี่ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ มันไม่สำคัญพอที่พี่ต้องมาคิดให้เสียเวลา” ก้านพลูไม่สนใจใยดีที่จะฟังเขาแก้ตัว เธอไม่ได้ใส่ใจมากนักกับเขาเธอสนแค่สิ่งที่เธออยากรู้
“โอเคครับพลู พี่จะไม่พูดอะไรให้เรารำคาญใจอีก นัดพี่มาวันนี้พลูคงมีเื่อยากถามพี่ใช่ไหม” เขาเริ่มเข้าประเด็นถึงแม้จะหน่วงไม่น้อยกับสีหน้าเรียบเฉยของเธอที่มองเขาเป็คนอื่น ไร้ค่าไร้ความหมายยามที่นั่งต่อหน้าเธอพยายามอดทนต่อสิ่งที่เธอทำเพราะรู้ว่าเขาผิดที่ทิ้งเธอไป
“พี่บอกว่าน้องสาวพี่กราฟชื่ออีฟ พลูอยากเห็นหน้า พี่มีรูปไหม”
“พลูคงจะรู้อะไรบางอย่างมาแล้วใช่ไหม บอกแล้วว่าพี่พูดความจริงถึงพี่จะเลวยังไง แต่กับพูลพี่พูดความจริง”
“พี่ไม่ต้องย้ำมากก็ได้ แค่ให้ในสิ่งที่พลูขอก็พอ”
คำพูดเรียบเฉยทำให้ชายหนุ่มสะอึกไปได้เหมือนกันคนเดิมที่เคยน่ารักอ่อนหวานหายไปไหน ก้านพลูไม่เคยพูดแบบนี้สักครั้งถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เชี้ยนั่น เธอคงไม่เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้
กู๊ดมองคนตรงหน้าอย่างตัดพ้อนั่นทำให้เธอถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย จะอะไรนักหนา เลิกแล้วก็จบกันจะมารู้สึกอาลัยอาวรณ์ให้เธอรำคาญทำไมวะ
“โอเค พลู”ชายหนุ่มยอมล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อเอามือถือมากดอะไรบางอย่าง แล้วส่งให้หญิงสาวดู
“คนนี้แหละ อีฟ” เขาส่งภาพคู่เกือบสิบรูปที่ถ่ายกับอีฟให้เธอดูวันนั้นเหมือนจะไปเที่ยวทะเลด้วยกันสองคน และเป็วันที่มีอะไรกันครั้งแรก ทุกภาพจึงแสดงถึงความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว
ก้านพลูรับมาดูมือสั่นเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆกว่าสิบภาพ สาวน้อยตรงหน้าใช่คนเดียวกับที่ถ่ายกับพี่กราฟและกาฟิวผู้หญิงคนนี้ใช่คนเดียวกับกรอบรูป เธอเพ่งมองเนิ่นนาน
“ตอนนี้ เธออยู่ที่ไหน”
“พี่ไม่รู้” คำตอบของเขาทำให้ก้านพลูมองเขาอย่างไม่เชื่อสักเท่าไหร่
“พออีฟมาบอกว่าท้อง พี่ก็ตบะแตก มันจะบ้าให้ได้ไม่ใช่ไม่ยอมรับแต่มันไม่พร้อม เราต่างคนต่างเรียนหนังสืออยู่จะเอาอะไรไปรับผิดชอบกัน พี่จึงบอกให้เธอทำแท้ง แต่อีฟดันไปกินยาฆ่าตัวตาย” พี่กู๊ดพูดเสียงแ่ น้ำเสียงสั่นอย่างะเืใจ
“แล้วเกิดอะไรขึ้น”
ก้านพลูรับรู้ความเ็ปเช่นกันสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเจอมันหนักหนาสาหัสนักขนาดเธอโดนพี่กู๊ดทิ้งทั้งๆที่ยังไม่ได้นอนด้วยกัน กว่าจะผ่านมาได้ก็หนักหนาสาหัส ผู้หญิงคนนี้ท้องไส้ด้วยเธอจะโดดเดี่ยวอ้างว้างแค่ไหนกัน แถมโดนปัดความรับผิดชอบอย่างหน้าด้าน
“อีฟรอด แต่เด็กในท้องตาย”
เขาพูดด้วยความสลดใจนึกถึงภาพที่เขาไปหาเธอที่โรงพยาบาล อีฟร้องไห้คร่ำครวญเหมือนคนบ้าและเอาแต่ทำร้ายตัวเองเสียงกรี๊ดร้องของเธอยังฝังหัวเขามาจนทุกวันนี้ ทุกคืนเขาต้องอยู่กับฝันร้ายๆซ้ำๆภาพของอีฟและเด็กผู้ชายมันคอยให้นึกถึงเรื่อยมาทั้งหลับและตื่น
“แล้วตอนนี้อีฟเขาอยู่ไหน”
“พี่ไม่รู้ ไอ้กราฟมันห้ามไม่ให้พี่เจออีฟอีกมันบอกพี่ว่าจะเอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่พี่ทำกับน้องสาวของมัน แล้วพี่ก็ไม่เคยเจออีฟอีกเลย”
“พี่กู๊ดทำลายชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งเพราะความมักง่ายหวังว่าพี่จะจำมันเป็บทเรียนจนตาย ต่อไปคบกับใครก็ดูแลเขาให้ดี อย่าให้เขาต้องเสียใจเหมือนเธอคนนั้นอีกพลูคงได้แค่เตือนพี่เท่านี้”ก้านพลูอดที่จะพูดในสิ่งที่อยู่ในใจไม่ได้
“พลู พี่ยังรักพลูอยู่ เรากับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหมลืมทุกอย่างแล้วเรามาเริ่มใหม่”
“แล้วบิวตี้ละ พี่เอาเธอไว้ไหนถึงได้พูดแบบนี้กับพลูลืมแล้วหรือว่าเราสองคนเป็พี่น้องกัน”
“พี่ไม่ได้รักบิวตี้ มันเป็แค่ความหลง เขาพยายามทำให้พี่เป็ของเขาตอนนี้พี่รู้แล้วว่าใครมีค่ากับพี่”
“จะกี่ครั้งพี่กู๊ดก็ยังคงเห็นแก่ตัว บอกไว้เลยตรงนี้ พลูไม่มีทางจะกลับมาหาพี่เพราะพลูไม่ได้รักพี่ เข้าใจไหม ต่อไปอย่ามาให้พลูเจอหน้าพี่อีก ลาก่อน”
ก้านพลูมองผู้ชายตรงหน้าที่ก้มหน้าซบลงกับฝ่ามือตัวเองเธอได้เห็นความะเืใจของเขา สิ่งที่เขาทำมันเืเย็นมากก็สมควรแล้วที่เขาจะต้องเ็ป
ก้านพลูเดินออกมาจากร้านด้วยความเลื่อนลอยเธอพาตัวเองมานั่งบนรถเมล์ กว่าจะรู้ตัวเท้าก็พาเธอมาอยู่หน้าบ้านของเธอ
“อ้าวพลู วันนี้ไม่เรียนเหรอลูก” แม่ของหญิงสาวทักด้วยความยินดีที่เห็นเธอปรากฏตัว แต่พอเห็นใบหน้าที่ไม่ค่อยสดชื่นของลูกสาวเธอจึงละงานที่ทำอยู่ เดินมานั่งข้างๆ
“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะน้าวรรณ” ก้านพลูทักแม่และน้าครอบครัวเธออาศัยอยู่ด้วยกันสามคน น้าวรรณเป็น้องสาวคนเดียวของแม่ หอบหิ้วมาอยู่ด้วยกันั้แ่ก้านพลูยังไม่เกิดน้าวรรณเลี่ยงไปเอาอุปกรณ์หลังบ้าน จึงทิ้งให้เธออยู่กับแม่สองคน
“เป็อะไรลูก ดูเหมือนไม่ค่อยสบายใจ”
“หน้าตาพลูมันบอกแบบนั้นเหรอคะ”
“แม่เลี้ยงพลูมากี่ปีทำไมจะดูไม่ออก พลูมีเื่กลุ้มใจอะไรบอกแม่ได้ไหม”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พลูเหนื่อยกับการเรียน อาจารย์มอบงานให้เยอะจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดี”
“ค่อยๆคิดลูก ทุกอย่างมีคำตอบในตัว ปัญหาทุกอย่างเราต้องมองอย่างมีสติถ้าใช้อารมณ์ความรู้สึกมาตัดสิน เราจะไม่ได้คำตอบที่แท้จริง”
“แม่เคยให้อภัยใครไหมคะ”
“ถามแม่แบบนี้คงไม่ใช่เื่เรียนใช่ไหม พูดกับแม่ได้ทุกเื่นะลูกเรามีกันแค่นี้ พลูก็รู้”
“เพื่อนคนหนึ่งของพลูเขาโกหกเื่บางอย่าง ตอนนี้พลูรู้ความจริงหมดแล้วกับสิ่งที่เขาทำแต่เค้ายังไม่รู้ว่าพลูรู้ หนูต้องทำยังไงต่อไป จะหลบหน้าหนีหายไปจากเขาหรือว่าถามเขาตรงๆ”
“ต้องคุยกันให้มันจบสิลูก ลองถามเขาดูว่าเขาทำแบบนั้นทำไมถ้าไม่ใช่เื่ร้ายแรงนัก พอที่จะให้อภัยเขาได้พลูก็ให้อภัยไปเถอะนะลูก”
“แม่คิดว่าแบบนั้นมันดีจริงเหรอคะเราจะสามารถให้อภัยคนที่ทำลายความไว้ใจของเราได้จริงๆเหรอ”
“เราให้อภัยได้นะลูก แต่เราจะลืมสิ่งที่คนๆนั้นทำไม่ได้ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา ว่าแต่เื่ที่เพื่อนโกหก เป็เื่อะไรเหรอลูกใหญ่มากใช่ไหม ถึงทำให้ก้านพลูของแม่หงอยได้”
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ เพียงแต่หนูหวังกับเค้าไว้เยอะพอมันไม่ใช่อย่างที่คิดมันก็ผิดหวัง”
“ไม่เป็ไรจ๊ะ ผิดหวังบ้าง มีความสุขบ้าง ชีวิตจะไม่ได้ราบเรียบเกินไปไม่ว่าหนูจะสุขจะทุกข์แม่อยู่ข้างหนูตลอด ถ้ามันหนักหนาเกินที่แบกรับได้หนูต้องให้แม่ช่วยนะจ๊ะ อย่าเก็บไว้คนเดียว”
“ค่ะแม่ หนูไม่เป็ไร” เธอกอดเอวแม่น้ำตาซึมความรักใดๆในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่เท่ากับที่แม่ให้นึกโทษตัวเองที่ไม่ได้กลับบ้านนานเกือบเดือน จนละเลยแม่ตัวเองทั้งๆที่แม่ก็ไม่มีใครเหมือนกัน
“หิวหรือยัง แม่ทำแกงโปรดลูกไว้ในครัว ไปตักกินซะนะส่วนแม่จะเร่งทำขนมอีกนิดหน่อย เพราะนัดลูกค้าไว้ห้าโมง ”
“ค่ะแม่ หนูขอไปกินข้าวก่อนแล้วจะมาช่วยแม่กับน้า”
“ไม่เป็ไรจ๊ะ แม่ทำกับน้าสองคนใกล้จะเสร็จแล้วกินข้าวเสร็จหนูไปพักผ่อนเถอะ ดูหนูเหนื่อยๆ”
“ค่ะ” ก้านพลูไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของแม่ ทุกวันแม่มีออเดอร์ขนมจากโรงแรมเขาจะส่งคนมารับเย็นๆบางวันก็ออเดอร์เยอะมาก จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนักแต่เป็แบบนี้ก็ดีแล้ว มีอะไรให้ทำบ้างจะได้ไม่เหงา ทุกวันนี้แม่กับบ้านใหญ่ต่างคนต่างอยู่นานๆครั้งคุณย่าจะเรียกใช้แม่ให้ไปทำหา ส่วนพ่อไม่เคยเห็นมาหานานมากแล้วและเธอก็ไม่อยากเจอด้วย ต่างคนต่างอยู่มันก็ดีเท่าไหร่แล้ว
“ตึ๊ด” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากกินข้าวเสร็จเธอก็ขึ้นห้องนอน เผลอหลับไปหลายชั่วโมง สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังต่อเนื่อง
หน้าจอปรากฏชื่อพี่กราฟ เธอลังเลที่จะรับสายปล่อยให้มันดังอยู่นานจนสายมันหลุดไป แล้วมันก็ดังขึ้นเรื่อยๆอีกหลายครั้ง จึงตัดสินใจรับสาย
“ค่ะพี่กราฟ /พลูทำไมไม่ยอมรับสายพี่ เป็อะไรไหม ตอนนี้อยู่ไหน” ก้านพลูยังไม่ได้ทันได้พูดพี่กราฟก็ถามประโยครัวเร็ว
“อยู่บ้านแม่ค่ะ”
“จะไปหาแม่ทำไมไม่บอกพี่ ”
“คิดถึงแม่นี่คะ มันห้ามกันได้ไหม ”
“่เถอะไม่เป็ไร บอกพิกัดมาเดี๋ยวพี่ไปรับกลับบ้าน”
“พลูจะนอนค้างที่นี่ พี่กราฟไม่ต้องมารับหรอก”
“พี่อยากไปสวัสดีแม่พลู บอกพี่มาดิว่าบ้านอยู่ไหน”
“ไม่สะดวกให้พี่มาหา”
“ทำไมละ กลัวอะไร”เสียงของชายหนุ่มเริ่มจะแข็งขึ้นรวมถึงอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นจากการที่โทรหาเธอหลายครั้งแต่ไม่ยอมรับสายก้านพลูไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน
“ช่างเถอะ อย่าลำบากเลย มาเจอก็แค่นั้นในเมื่อเื่ของเรามันเป็ไปไม่ได้”ก้านพลูเองก็ไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของเขาสักเท่าไหร่อารมณ์มันต่อเนื่องกับสิ่งที่เจอมา กับความจริงที่รู้ถ้าเป็ก่อนหน้าเธอก็คงไม่พูดกับเขาเหวี่ยงแบบนี้เหมือนกันความกดดันที่เธอได้รับมันมากพอที่จะทำให้เธอเป็อีกคน
“อะไรคือเป็ไปไม่ได้พลู พูดมาดิ”เขาเต็มไปด้วยอารมณ์คำพูดของก้านพลูดูไม่ค่อยเข้าหูเท่าไหร่
“พี่ก็รู้แก่ใจดี จะมาถามพลูเพื่ออะไร”
“อยู่ไหน บอกมาจะได้คุยกัน ”
“อย่าคุยกันตอนนี้เลย พลูจะค้างบ้านแม่หลายวัน แล้วค่อยเจอกัน แค่นี้ก่อนนะคะ”ก้านพลูเลือกที่จะตัดสายก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ลงกว่านี้
“เดี๋ยว อย่าเพิ่งวาง”
“ตึ๊ด” ก้านพลูตัดสายทิ้งทันทีและกดปิดโทรศัพท์ มันเจ็บนะที่ต้องพยายามห่างกันความรักที่เธอคาดหวังมันแค่เื่หลอกลวง ยิ่งคิดยิ่งเจ็บ น้ำตาไหลเป็ทาง