นพกรพาธัญรดามาดูหนังด้วยกันระหว่างที่ดูนั้นหญิงสาวต้องทนอึดอัดใจเมื่อชายหนุ่มคอยแต่จะลวนลามเธออยู่ตลอดเวลาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างเนียนๆทว่าธัญรดาก็รู้ทันจึงคอยเลี่ยงอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็การขยับมือหนีหรือไม่ก็ขยับตัวไปมาอย่างเนียนๆเช่นกัน อีกทั้งเธอยังแก้เผ็ดเขาด้วยการทำป๊อปคอร์นหกใส่กางเกงเขา และแสร้งทำเป็ยกมือปัดผมตัวเองแรงๆอย่างจงใจให้ไปโดนหน้าของนพกรที่ยื่นเข้ามาใกล้แก้มของเธอ จนเขาร้องออกมาเบาๆแล้วถอยห่างไปคลำหน้าตัวเองด้วยความเจ็บ
หญิงสาวข่มใจทนอยู่ดูหนังจนจบเมื่อจบแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปเลยโดยยกมือขึ้นกอดอกอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มคว้ามือเธอไปจับได้ผู้ชายเ้าชู้แบบนี้เธอเจอมาเยอะแล้วจึงมีวิธีจัดการได้อย่างเนียนๆแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น พอออกมาจากโรงหนังนพกรก็พาธัญรดาไปทานอาหารเย็นต่อที่ร้านอาหารภายในห้างสรรพสินค้า
“หนังเื่นี้สนุกดีนะครับ” เขาชวนคุยขณะที่รออาหารมาเสิร์ฟ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาดูหนังแทบจะไม่รู้เื่เลยเพราะคอยแต่จะหาโอกาสลวนลามสาวข้างกายอยู่ตลอดเวลา
“ค่ะ ว่าแต่คุณนพชอบตัวละครไหนในเื่นี้เป็พิเศษเหรอคะ”
“เอ่อ...ก็ต้องพระเอกสิครับเก่งดี” ชายหนุ่มนึกไม่ออกว่าในหนังที่ดูมีตัวละครอะไรบ้าง จึงตอบตัวหลักๆเอาไว้ก่อนเพื่อความชัวร์
“เหรอคะแต่รดาชอบเพื่อนพระเอกมากกว่าค่ะ รดาว่าเขาเก่งและฉลาดกว่าพระเอกเสียอีกแถมบุคลิกก็เท่มากเลย ถ้ารดาเป็นางเอกรดาจะเลือกเพื่อนพระเอกแทนค่ะ” หญิงสาวบอกจากใจ เธอชอบผู้ชายที่บุคลิกดูเคร่งขรึมแต่ภายในเป็คนอบอุ่นอ่อนโยนฉลาดและดูเป็ผู้นำที่ดีที่สามารถปกป้องคนรักได้
“แหม...ดีนะครับที่คุณรดาไม่ใช่นางเอกไม่อย่างนั้นผมคงอิจฉาเพื่อนพระเอกแย่เลย”นพกรเอ่ยด้วยั์ตาหวานฉ่ำ ธัญรดาหัวเราะขำคำพูดของเขาก่อนจะแกล้งถามออกไป ทั้งที่แปลความหมายของคำพูดเขาได้ดีว่าเขา้าสื่ออะไร
“ทำไมล่ะคะ”
“เพราะผมคงต้องอกหักน่ะสิครับ”
เธอสบตากับคนพูดนิ่งอย่างไม่รู้สึกหวั่นไหวในคำพูดของเขาเลยสักนิดก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยติดตลกออกมา
“แหม...คุณนพคงไม่ต้องอกหักหรอกค่ะเพราะยังไงรดาก็ไม่ใช่นางเอกอยู่แล้ว”
“แต่คุณก็สวยกว่านางเอกมากนะครับผมฟันธงได้เลยว่าถ้าผู้กำกับหนังเื่นี้มาเห็นคุณรดาก่อนละก็ เขาคงเลือกคุณไปเล่นแทนนางเอกคนนั้นแล้วล่ะ”
“คุณนพนี่ปากหวานจังนะคะ”
“ผมพูดจากใจจริงนะครับคุณสวยผมก็บอกว่าสวย ผมรักก็บอกว่ารัก” ประโยคท้ายเขาพูดเสียงหนักแน่นด้วยดวงตาจริงจังหากเป็หญิงอื่นคงยิ้มเอียงอายหลบสายตาเขาไปแล้ว แต่หญิงสาวกลับยิ้มสู้ตาเขาอย่างไม่เคอะเขินสักนิดก่อนจะเก็บมือของตนเองที่วางอยู่บนโต๊ะลงด้านล่าง เมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าจะเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้
นพกรกัดฟันยิ้มแล้วหดมือกลับมาวางที่เดิมอย่างเจ็บใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เขารู้ซึ้งแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้เคี้ยวได้ง่ายๆเหมือนคนอื่นที่ผ่านมา ทว่าแทนที่จะทำให้เขาถอดใจกลับทำให้เขารู้สึกสนุกและหลงใหลในตัวเธอมากยิ่งขึ้นจนปฏิญาณกับตัวเองว่าจะเอาชนะใจเธอให้ได้
ก่อนที่หนุ่มสาวจะได้คุยอะไรกันต่อบริกรก็นำอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟให้ ทั้งสองจึงลงมือรับประทานกันซึ่งชายหนุ่มก็คอยบริการหยิบโน่นหยิบนี่ให้อย่างเอาอกเอาใจจนได้รับรอยยิ้มหวานจากเธอเป็การตอบแทน ธัญรดาทานอาหารและฟังนพกรคุยไปด้วยอย่างเพลิดเพลินแม้ในใจจะนึกตงิดๆ กับเื่เล่าที่ดูเหมือนจะเกินจริงไปบ้างของเขาอยู่สักหน่อยก็ตาม
หญิงสาวกวาดตามองไปรอบๆร้านด้วยความชอบใจในบรรยากาศการตกแต่งร้านของที่นี่ ซึ่งดูเรียบหรูแต่มีสไตล์โดดเด่นอย่างบอกไม่ถูกเธอมองโน่นมองนี่ไปเรื่อยจนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านและกำลังเดินตามบริกรหนุ่มไปนั่งยังโต๊ะที่ว่างอยู่ซึ่งมีป้ายจองตั้งเอาไว้ ธัญรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเพราะเสี้ยวหน้าของผู้ชายหนึ่งในสองคนนั้นช่างดูคุ้นตาเธอเหลือเกินแล้วหญิงสาวก็ต้องตาโตอย่างตื่นเต้นดีใจเมื่อผู้ชายที่เธอจ้องมองอยู่หันหน้ามามองทางเธอ
ผู้ชายคนนั้นนี่น่า...
ธัญรดามองหน้าอีกฝ่ายนิ่งซึ่งชายหนุ่มก็มองตอบกลับมาเช่นกันต่างคนต่างมองกันจนคนข้างกายของทั้งคู่เริ่มผิดสังเกต นพกรที่นั่งทานอาหารอยู่เห็นหญิงสาวเงียบไปก็เหลือบตาขึ้นดูก่อนจะหันหน้าไปมองตามทิศทางที่เธอมองอยู่ด้วยความสงสัย แล้วพึมพำออกมาอย่างเซ็งๆ ทว่าธัญรดาก็ได้ยินชัดเจน
“ซวยจริงๆทำไมต้องมากินร้านเดียวกันด้วยนะ”
“คุณพูดเหมือนคุณรู้จักผู้ชายสองคนที่โต๊ะโน้นอย่างนั้นแหละค่ะ”
“รู้จักสิครับ” ชายหนุ่มหันหน้ากลับมาตอบเธอแล้วแค่นยิ้มนิดๆ “รู้จักดีด้วยเพราะเขาเป็พี่ชายของผมเอง”
“ทั้งสองคนเลยหรือคะ”
“ไม่ใช่ครับเอ่อ...คุณรดาจะว่าอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าผมจะขอตัวไปทักทายพี่ชายผมสักครู่หนึ่งก่อน”
“เชิญเลยค่ะ”
นพกรยิ้มให้แล้วเดินไปที่โต๊ะของญาติผู้พี่ทันทีโดยมีสายตาของธัญรดามองตามไปด้วยความสนใจ หญิงสาวเพ่งตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายที่ช่วยเธอไว้นิ่งในใจนั้นหวังให้เขาหันมามองทางเธอบ้างแต่ก็ไม่มีเลยสักวินาทีเดียว แล้วจู่ๆ ก็มีผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินเข้าไปที่โต๊ะของสามหนุ่มและนั่งลงด้วยท่าทางที่ค่อนข้างเป็กันเองซึ่งสร้างความสงสัยให้แก่ธัญรดาเป็อย่างมากว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใครกัน
แล้วหญิงสาวก็ต้องใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อชายที่เธอเฝ้ามองจู่ๆ ก็หันหน้ามามองทางเธอเธอจึงส่งรอยยิ้มหวานให้และยกมือขึ้นทักทายเขาทว่ารอยยิ้มของเธอจำต้องหุบลงเมื่อเขาไม่ยิ้มตอบแถมยังเบือนหน้าหนีทำเหมือนคนไม่รู้จักกันอีกด้วยแต่เธอแน่ใจว่าเขาต้องจำเธอได้แน่ๆ แล้วทำไมเขาถึงทำเมินเฉยกับเธอแบบนี้ล่ะ ถึงจะไม่รู้จักชื่อกันแต่ก็เคยพูดคุยเคยช่วยเหลือกันมาก่อนก็น่าจะทักตอบเธอสักนิดก็ยังดีนี่น่า
ธัญรดาลดมือลงอย่างเสียใจก่อนสองมือจะกำแน่นด้วยความโกรธและรู้สึกผิดหวังเป็ที่สุดเธอจึงสะบัดหน้าหันไปมองทางอื่นบ้างและนั่งคอยนพกรอยู่ที่โต๊ะเงียบๆไม่คิดเหลือบแลสายตาไปมองหน้าใครบางคนอีกเลย
“ขอโทษนะครับที่ไปเสียนานเลยพอดีพี่ปวัตน์แนะนำลูกค้าของบริษัทให้ผมได้รู้จักไว้น่ะครับเพราะต่อไปผมต้องเป็คนติดต่อประสานงานเอง” นพกรเอ่ยขอโทษเสียงอ่อนหลังจากกลับมาที่โต๊ะแล้วเห็นใบหน้างามซึ้งของธัญรดาบึ้งตึง
“ไม่เป็ไรค่ะ”หญิงสาวหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้แต่แววตากับน้ำเสียงยังดูกรุ่นโกรธอยู่จนชายหนุ่มต้องถามออกมา
“คุณรดาโกรธผมเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ”
“แต่คุณทำหน้า...”
“รดาบอกว่าเปล่าก็เปล่าสิคะ”เธอทำเสียงแข็งใส่อย่างเหลืออด เขาจึงเลิกเซ้าซี้และยิ้มประจบเอาใจ
“ครับๆผมจะไม่ถามอีกแล้ว”
“รดาว่าเราทานอาหารกันต่อเถอะค่ะจะได้กลับบ้านเสียที รดาอยากกลับบ้านแล้ว”
นพกรยิ้มรับและยอมตามใจทั้งที่ใจจริงเขาอยากจะชวนเธอไปท่องราตรีด้วยกันต่อทว่าสีหน้าที่แสดงอารมณ์ไม่พอใจของเธอทำให้เขาไม่กล้าพูดชวนออกไป เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วทั้งสองคนก็ลุกจากโต๊ะเตรียมจะกลับซึ่งระหว่างเดินออกจากร้านนั้นต้องผ่านโต๊ะนั่งของญาติผู้พี่ของนพกรเสียก่อนชายหนุ่มเข้าไปกล่าวลาทุกคนที่โต๊ะ ส่วนธัญรดานั้นยืนรออยู่ไม่ไกลจากโต๊ะมากนักดวงหน้างามเริ่มบูดบึ้งขึ้นมาอีกเมื่อเธอยังเห็นกิริยาเฉยเมยของชายคนเดิม
ผิดกับชายหนุ่มหน้าหวานที่นั่งอยู่ข้างกายคนหน้าเฉยลิบลับเพราะอีกฝ่ายกำลังมองมาที่เธอด้วยั์ตาที่จดจำเธอได้ บ้าที่สุด! ขนาดคนที่ไม่ได้ช่วยเธอไว้ยังจำเธอได้เลยแล้วเขาซึ่งเป็คนรับร่างเธอกับมือแท้ๆ ทำไมจะจำเธอไม่ได้กันล่ะ แบบนี้เขาจงใจจำเธอไม่ได้ชัดๆเลย หญิงสาวคิดอย่างเจ็บใจก่อนจะเดินลิ่วๆ ออกจากร้านไปโดยไม่รอใคร นพกรเห็นเข้าก็รีบเดินตามออกไปบ้างซึ่งพอนั่งอยู่ในรถด้วยกันแล้ว ชายหนุ่มก็ถามขึ้นอย่างสงสัยว่าเธอเป็อะไรกันแน่ทำไมถึงยังดูอารมณ์เสียอยู่
“คุณเป็อะไรไปเหรอครับรดาทำไมคุณยังดูอารมณ์เสียอยู่เลยล่ะ ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจอย่างนั้นเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ”ธัญรดาตอบเสียงขุ่น ดวงหน้างามยังหันหน้าไปทางหน้าต่างรถตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอารมณ์ไม่ดีจึงไม่อยากจะเสวนากับใคร
“ผมไม่เชื่อคุณต้องโกรธผมแน่ๆ บอกผมมาสิครับว่าผมทำอะไรผิด” เขาถามอย่างร้อนใจเพราะไม่อยากทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใน่นี้ ด้วยกลัวแผนการจะไม่สำเร็จ
หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆอย่างพยายามอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ะเิออกมาโดยการพยายามเตือนสติตัวเองว่านพกรไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเขาไม่จำเป็ต้องมารองรับอารมณ์โกรธของเธอที่เกิดจากผู้อื่น
“รดาไม่ได้โกรธคุณจริงๆค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ไม่จริงคุณโกรธผมอยู่แน่ๆ”
เอ๊ะ...บอกว่าไม่โกรธก็ไม่โกรธสิเซ้าซี้มากอยู่ได้ น่ารำคาญจริงๆ เลย อยากให้โกรธมากนักใช่ไหมได้เลย...ฉันจะหาเื่โกรธให้เอง ธัญรดาบ่นอยู่ในใจก่อนจะเอ่ยถามเสียงห้วนออกมา
“ก็ได้รดาโกรธคุณก็ได้ รดาโกรธที่คุณไม่ยอมแนะนำให้รดาได้รู้จักกับพี่ชายของคุณ คุณทำแบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติรดาเลยนะคะ”
“ผมขอโทษคือ...ผมลืมไปน่ะ อย่าโกรธผมเลยนะครับ” นพกรพูดปดคำโตทั้งที่ความจริงแล้วเขาตั้งใจไม่แนะนำเองเพราะไม่อยากให้ทั้งสองได้รู้จักกัน เนื่องจากเขากลัวว่าธัญรดาจะไปหลงเสน่ห์ญาติผู้พี่ของเขาแทนเพราะมันเคยเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นมาหลายครั้งแล้วเขาจึงไม่อยากเสี่ยงอีก
หญิงสาวหันหน้ามามองคนพูดอย่างไม่เชื่อแต่ก็ไม่ต่อว่าอะไรและยอมรับคำขอโทษจากเขาง่ายๆ
“รดายกโทษให้คุณก็ได้ค่ะว่าแต่รดาขอถามอะไรคุณอย่างสิคะ” เธอร้องขอเพราะมีเื่สงสัยแวบขึ้นมาในหัวพอดี
“อะไรครับ” เขาละสายตาจากท้องถนนมามองเธอแป๊บหนึ่ง
“พี่ชายคุณน่ะค่ะทำไมถึงหน้าตาไม่เห็นเหมือนคุณเลย ตอนแรกรดาเข้าใจผิดคิดว่าผู้ชายอีกคนเป็พี่ชายของคุณซะอีก”
“อ๋อ...พี่ปวัตน์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของผมหรอกครับ เราเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน พ่อของเขาเป็พี่ชายของพ่อผมส่วนที่พี่ปวัตน์ดูหน้าตาออกเป็ฝรั่งแบบนั้นก็เพราะแม่เขาเป็คนอเมริกันครับ”
“อ๋อ...” ธัญรดาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ ด้วยความพอใจที่ได้รู้ชื่อคนที่ช่วยเธอไว้จนได้ปวัตน์...เขาชื่อปวัตน์ เธอทวนชื่ออยู่ในใจซ้ำไปซ้ำมา
“คุณถามถึงพี่ชายผมทำไมเหรอครับ”ชายหนุ่มถามอย่างระแวง
“ก็แค่อยากรู้น่ะค่ะไม่มีอะไรหรอก” เธอตอบเสียงเรียบแล้วนั่งเงียบไปตลอดทางจนกระทั่งนพกรขับรถมาหยุดจอดที่หน้ารั้วบ้านของเธอในเขตหมู่บ้านทาวน์เลิฟซึ่งก่อนที่หญิงสาวจะเปิดประตูรถลงไปนั้น ชายหนุ่มก็เอ่ยขอนัดเธอในวันพรุ่งนี้อีก
“พรุ่งนี้ให้ผมมารับคุณออกไปเที่ยวอีกนะครับ”
“คงไม่ได้หรอกค่ะเพราะฉันมีนัดแล้ว” เธอตอบปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิด
“คุณมีนัดกับใครผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย” เขาถามอย่างไม่พอใจธัญรดาจึงชักสีหน้าใส่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงดุจเดียวกันกลับไป
“รดาคิดว่ารดาไม่จำเป็ต้องตอบคุณนะคะคุณนพกร”
เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวแล้วอารมณ์เดือดของนพกรก็ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแสร้งพูดเสียงเศร้าๆ ออกมา
“ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่งเื่ส่วนตัวของคุณแต่เป็เพราะผม...ชอบคุณมากเหลือเกิน ผมเลยอดหวงคุณไม่ได้”
“ขอบคุณนะคะที่มาส่งขับรถกลับบ้านดีๆ นะคะ” ธัญรดาไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มรับและกล่าวขอบคุณเขาที่มาส่งจากนั้นก็เปิดประตูลงจากรถไป
“บ้าเอ๊ย...คอยดูนะผมจะเอาชนะใจคุณให้ได้ธัญรดา” นพกรมองตามร่างบางที่เดินผ่านรั้วบ้านเข้าไปด้วยสายตามาดหมายก่อนจะทุบพวงมาลัยรถอย่างหัวเสียแล้วขับรถออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วซึ่งจุดหมายที่เขาจะไปคือสถานบันเทิงที่เขากับเพื่อนนัดกันไว้ เพราะคืนนี้เขาตั้งใจจะพาธัญรดาไปโชว์ตัวให้เพื่อนๆได้อิจฉาเล่น ทว่ากลับผิดแผนอย่างน่าโมโหนัก
แม้เวลาจะดึกดื่นมากแล้วแต่ปวัตน์กลับยังคงนั่งมองท้องฟ้าอันมืดมิดที่มีเพียงแสงดาวส่องประกายวาววับเพียงบางตาอากาศในค่ำคืนนี้ร้อนอบอ้าวพอสมควรเพราะเข้าสู่หน้าร้อนแล้ว ทว่ายังดีที่มีสายลมเย็นๆพัดมาให้คลายร้อนเป็ระยะๆ
“เฮ้อ...” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด และชักเริ่มโมโหตัวเองที่ไม่ยอมลืมภาพใบหน้างามซึ้งกับดวงตากลมโตคู่สวยของผู้หญิงที่เขาเคยช่วยเหลือเอาไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนวันนั้นปวัตน์ไปหาเพื่อนที่ทำงานอยู่ในบริษัทใกล้ๆ กับแถวนั้นพอดีเขากับเพื่อนกำลังจะไปทานอาหารจีนที่ร้านหยกเทียนเหลาซึ่งตั้งอยู่ตรงบริเวณแถวนั้น
ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปในร้านกันก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นพอรู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นปวัตน์กับคนของเขาและเพื่อนก็พากันเข้าไปช่วยชายหนุ่มจำได้ดีถึงวินาทีที่เข้าไปรับร่างบางที่กำลังจะล้มหัวฟาดพื้นได้ทันเวลาแวบแรกที่ได้เห็นหน้าคนในอ้อมแขนฉับพลันหัวใจที่สงบนิ่งมานานของเขาก็กระตุกก่อนจะเต้นรัวขึ้นเมื่อได้สบตากับดวงตาคู่งามที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจเขาอย่างประหลาด
วันนั้นตอนที่จากมาเขานึกเสียดายใจแทบขาดที่ลืมถามชื่อเธอไปเสียสนิทตอนนั้นเขารีบมากเมื่อพิทยาบอกว่ามีเื่เกิดขึ้นที่บริษัทเขาจึงไม่ได้ล่ำลาเธอและไม่ได้อยู่ทานอาหารเที่ยงกับเพื่อนอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรกทว่าพอถัดมาอีกวันเขาก็แวะไปแถวนั้นอีกเพราะหวังว่าจะเจอเธออีกจนรู้ว่าเธอทำงานที่ร้านทองตั้งสกลรัตน์เขาก็ไปแอบดูแต่ก็ไม่เห็นเธอเลย เขากลับมาด้วยความผิดหวังและนับจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้ไปแถวนั้นอีกเลยเนื่องจากติดงาน
ปวัตน์ถอนใจออกมาอีกอย่างหงุดหงิดใจเพราะทำอย่างไรก็ไม่อาจสลัดภาพหญิงสาวออกไปจากหัวได้ และด้วยเหตุนี้เขาถึงต้องมานั่งรับลมที่ระเบียงเล่นแทนการทำงานอยู่ในห้องเนื่องจากไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ความจริงวันนี้ชายหนุ่มควรดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้งแต่เขาก็ดีใจไม่ออกเมื่อได้รู้ว่าเธอเป็ผู้หญิงของน้องชาย
ทำไมนะทำไมเธอต้องเป็ผู้หญิงของน้องชายเขาด้วย ทำไมเขาถึงไม่เจอกับเธอก่อนมันเหมือนพรหมลิขิตกลั่นแกล้งไม่มีผิด เธอมาปรากฏตัวทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว แล้วกลับมาบีบหัวใจเขาให้เจ็บกับความเป็จริงที่ได้รู้ปวัตน์ยอมรับว่ารู้สึกชอบหญิงสาวั้แ่แรกเห็นและคิดว่าหากมีโอกาสได้เจอกันอีกก็จะลองทำความรู้จักกันดูแต่ก็ต้องเสียดายที่เขากับเธอพบกันช้าไป และคงไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกันอีกแล้วเนื่องจากชายหนุ่มถือคติที่ว่าไม่คิดแย่งผู้หญิงของน้องชาย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปฏิบัติได้ดีมาโดยตลอด
มีผู้หญิงหลายคนที่เคยควงกับนพกรแล้วหันมาชอบเขาแทนแต่เขาก็ปฏิเสธทันทีเพราะไม่อยากมีปัญหากับญาติผู้น้องด้วยรู้จักนิสัยของอีกฝ่ายดีว่าขี้หวงและพาลมากแค่ไหนของอะไรก็ตามที่นพกรได้มาและเบื่อแล้ว ถึงแม้ตัวเองจะทิ้งขว้างไม่สนใจไยดีอีก ทว่าพอมีใครมายุ่งด้วยก็จะไม่พอใจขึ้นมาทันที
“เฮ้อ...” ปวัตน์ถอนใจออกมาอีกเป็ครั้งที่สาม ชายหนุ่มพยายามสลัดภาพดวงหน้างามออกจากความคิดก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปข้างในห้องอย่างตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าเขาจะไม่คิดถึงเธออีกต่อไป