ย้อนยุคมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยสาวชาวสวน กับ ระบบวิเศษ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52 สารภาพรักต่อหน้าทุกคน

            จิ่นเซวียนรู้สึกหึงหวงซ่งจื่อเฉินเล็กน้อย เมื่อนางเห็นเจ้าของเสียงนั้น โจวซู่ซิน เหตุในนางถึงมาที่นี่อีกเล่า เฮ้อ สตรีนางนี้คิดมิซื่อ นางตั้งใจมองซ่งจื่อเฉินอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ จ้องสามีของผู้อื่นเช่นนี้ มิมียางอายบ้างหรือ?

            “จื่อเฉินเอ๋ย ภรรยาของเจ้าเก่งกาจยิ่งนัก จากนี้เจ้าก็ทำทุกสิ่งที่เจ้าอยากทำได้เหมือนคนทั่วไปแล้ว” โจวหลี่เจิ้งชื่นชมจิ่นเซวียนพอเป็นมารยาท ความจริงแล้วเขาเสียใจเล็กน้อย หากซ่งจื่อเฉินมิได้ขาหัก เขาคงมิปฏิเสธการแต่งงาน แม้บ้านซ่งจะมิได้ส่งคนมาสู่ขอ แต่ทุกคนต่างก็รู้กันทั้งสิ้นว่าซ่งจื่อเฉินชอบโจวซู่ซิน

            โจวหลี่เจิ้งอยากให้โจวซู่ซินแต่งกับผู้ที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความสามารถ เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่พวกเขาบ้านโจว

            คุณชายหวังนั้นดี แต่เขามิได้ถูกใจนัก บัณฑิตปัญญาชน กสิกร กรรมกรและพ่อค้าวาณิชย์[1] ในสี่อาชีพนี้ พ่อค้าเป็นชนชั้นล่างสุด หากอยากเข้าสังคมชนชั้นสูงย่อมต้องเป็นขุนนางเท่านั้น

            ชีวิตของโจวหลี่เจิ้งนั้นมีลูกชายเพียงคนเดียวคือโจวเจียโย่ว เป็นลูกชายคนโต โจวเจียโย่วแต่งงานกับหานซื่อ มีลูกชายสองคน ลูกสาวสองคน ในหมู่หลานชายหลานสาว ผู้ที่โดดเด่นที่สุดคือหลานชายคนโต นามว่าโจวซั่ว และหลานสาวคนโตโจวซู่ซิน ส่วนลูกชายคนเล็กของโจวหลี่เจิ้งนั้นมิใช่ลูกแท้ๆ เขามีนามว่าโจวเจียอิ้ง แม้โจวเจียอิ้งจะมิใช้ลูกแท้ๆ แต่โจวหลี่เจิ้งก็หาภรรยาให้เขา ลูกสะใภ้เล็ก นามว่าหยวนซื่อคลอดลูกชายลูกสาวอย่างละคน หลานชายหลานสาวเหล่านี้มีคุณสมบัติปานกลาง โจวหลี่เจิ้งจึงมิค่อยชื่นชอบนัก

            พูดกันตามตรงแล้วเขาหวังให้โจวซู่ซินใช้ความสัมพันธ์สมัยเด็กของพวกเขาแย่งซ่งจื่อเฉินมาจากจิ่นเซวียน ซ่งจื่อเฉินผู้นี้เป็นเด็กอัจฉริยะ เขาสอบติดถงเซิงตั้งแต่แปดขวบ หากมิใช่เพราะล้มขาหัก มิแน่ซ่งจื่อเฉินอาจจะเป็นขุนนางใหญ่ไปแล้ว

            “สามี ชายชราผู้นี้จ้องท่านด้วยสายตามีเลศนัยยิ่งนัก เขายังอยากได้ท่านไปเป็นหลานเขยอยู่หรือไม่” จิ่นเซวียนมิชอบโจวหลี่เจิ้ง มอบแวบเดียวนางก็รู้ว่าเขาคือจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์

            “ภรรยา ข้ากับหลานสาวของเขามิใช่อย่างที่เจ้าคิด ข้ามิเคยชอบนาง ทุกคนคิดไปเองทั้งสิ้น” ซ่งจื่อเฉินกลุ้มใจ เขามิเคยชอบโจวซู่ซิน แต่คนในหมู่บ้านกลับบอกว่าเขาชอบนาง

            “นางงดงามถึงเพียงนั้น ท่านมิหวั่นไหวเลยหรือ?” จิ่นเซวียนมิเชื่อว่าซ่งจื่อเฉินมิเคยชอบโจวซู่ซิน หากเขามิชอบ แล้วผู้คนในละแวกนี้จะรู้เรื่องของเขาและโจวซู่ซินได้อย่างไร

            ซ่งจื่อเฉินเปลี่ยนไป แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเย็นชาเพียงใด เขาก็ยังเหลือบมองนางบ้าง แต่เวลานี้ แม้กระทั่งสายตา เขายังมิส่งมาให้ พลาดไปแล้วก็มิมีโอกาสอีกเลยหรือ?

            “พี่สะใภ้เล็กกับพี่จื่อเฉินรักกันมากจนทำให้ผู้อื่นอิจฉาเลยเจ้าค่ะ” โจวซู่อิงยืนอยู่ข้างโจวซู่ซิน นางใช้ชีวิตร่วมกับโจวซู่ซินมาหลายปี นางย่อมรู้ดีว่าโจวซู่ซินเป็นคนเช่นไร ความจริงมิได้เหมือนอย่างที่ทุกคนคิด ก่อนหน้านี้ญาติผู้พี่ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ของนางกับซ่งเป่าจูไปเล่นที่บ้านซ่งบ่อยๆ เพื่อสร้างภาพหลอกลวงทุกคน

            ซ่งจื่อเฉินจับมือจิ่นเซวียนอย่างเอาใจและสารภาพรักกับนาง “อิงจื่อ บางทีนี่อาจจะเป็นโชคชะตา วินาทีแรกที่ข้าพบกับพี่สะใภ้เล็กของเจ้า ข้าก็เหมือนเจอรักแรกพบ ตลอดสิบเก้าปีมานี้ นี่เป็นหนแรกที่ข้าหวั่นไหวกับสตรี”

            หนแรกที่หวั่นไหวกับสตรีหรือ พี่จื่อเฉิน ท่านเอาข้าไปไว้ที่ใดกัน

            โจวซู่ซินชอกช้ำใจ นางมิคิดว่าซ่งจื่อเฉินจะชอบจิ่นเซวียนเข้าจริงๆ

            “การแต่งงานของเฉินเอ๋อร์กับเซวียนเซวียนเป็นสวรรค์ที่ลิขิตมาแล้ว ผู้ที่มีชะตาต้องกัน มิว่าเมื่อใดก็จะได้อยู่เคียงคู่กัน” ซ่งผิงรู้ความจริงแล้วว่าลูกชายของเขามิเคยชอบโจวซู่ซิน ทั้งหมดคือสิ่งที่นางสร้างขึ้นมาเอง

            “ใช่แล้ว โชคชะตาฟ้าลิขิต มิแน่ว่าเมื่อพันปีก่อนท่านผู้เฒ่าจันทรา[2] อาจจะผูกด้ายแดงให้จิ่นเซวียนกับจื่อเฉินไว้แล้ว” โจวซู่ซินเจ็บปวดกับคำพูดของแม่สื่อโจวยิ่งนัก ซ่งจื่อเฉินกล่าวออกมาเช่นนี้ ทุกคนย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่านับจากนี้ภาพที่พวกเขามีต่อโจวซู่ซินจะเปลี่ยนไป

            “พี่สะใภ้เล็กกับพี่จื่อเฉิน ข้าขอให้พวกท่าน ผู้มีรักแท้ได้ครองคู่กันตลอดไป ข้าดีใจกับพวกท่านจริงๆเจ้าค่ะ” โจวซู่ซินรู้ว่าทุกคนมองนางอย่างไร นางจึงฝืนยิ้มอวยพรซ่งจื่อเฉินกับจิ่นเซวียน เพื่อปกปิดเรื่องที่เคยกระทำ

            “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของเจ้า เจ้างดงามถึงเพียงนี้ สามีในอนาคตของเจ้าต้องโดดเด่นมากแน่นอน”

            จิ่นเซวียนนับถือทักษะการแสดงของโจวซู่ซินจริงๆ สัญชาตญาณเตือนนางว่าโจวซู่ซินมิใช่ผู้ที่จะรับมือได้ง่ายๆ

            นางต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้แล้วยังยิ้มแย้มพูดคุยได้อย่างปกติ สมกับที่เป็นนางชาเขียวมากประสบการณ์

            “ท่านพ่อ เมล็ดทานตะวันกับถั่วลิสงของพวกเราอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ ข้าจะไปหยิบมาให้ทุกคนทานรออาหารเย็น พวกเราขอเชิญทุกคนให้มานั่งทานอาหารด้วยกันนะเจ้าคะ” จิ่นเซวียนเห็นทุกคนยืนกันนานแล้ว คงจะเมื่อย นางจึงเรียกให้ทุกคนมานั่ง จากนั้นก็เดินไปหยิบเมล็ดทานตะวันกับถั่วลิสงมามอบให้กับทุกคน เพื่อกินระหว่างรออาหารทำเสร็จ

            “พี่สะใภ้เล็ก ท่านเป็นเจ้าสาว ควรไปอยู่เป็นเพื่อนพี่จื่อเฉิน เรื่องอาหารให้พวกเราทำเถิดเจ้าค่ะ” คนที่ตนเองชอบแต่งงาน นางมิเพียงเข้าร่วมงานแต่ง ยังวิ่งรอกช่วยงาน โจวซู่ซินจิตใจเข้มแข็งยิ่งนัก

            “ข้าทำงานที่บ้านอยู่บ่อยๆ ข้าจะไปช่วยทุกคนด้วย”

            “ภรรยา เจ้าเพิ่งเปลี่ยนชุดมา หากทำเปื้อนอีก ข้ากลัวว่ามันจะซักมิออก เจ้าไปคุยเล่นกับทุกคนก่อนดีกว่า เดี๋ยวข้าทำงานให้เอง” ซ่งจื่อเฉินเห็นว่าจิ่นเซวียนผูกผ้ากันเปื้อนเตรียมจะทำงาน เขาจึงรีบห้ามมิให้นางทำ

            ยิ่งเขาแสดงออกว่าชอบจิ่นเซวียนมากเท่าใด โจวซู่ซินก็ยิ่งเสียใจมากเท่านั้น

            “จื่อเฉินเป็นบุรุษที่ดีจริงๆ เขารักภรรยามากยิ่งนัก” สตรีออกเรือนแล้วที่อยู่รอบๆ ชื่นชมซ่งจื่อเฉินยิ่งนัก แม้ซ่งจื่อเฉินจะค่อนข้างเย็นชา แต่เขาก็ใจดี มิเคยวางอำนาจ ขอเพียงคนในหมู่บ้านป่วยและมาหาเขา เขาก็จะวินิจฉัยและออกใบสั่งยาให้

            ทั้งยังมิยอมคิดเงินตั้งหลายหน จนพวกเขารู้สึกมิดีที่ให้ซ่งจื่อเฉินเสียแรงโดยมิให้ค่าตอบแทน พวกเขาจึงต้องยัดเงินใส่มือของซ่งจื่อเฉิน เขาถึงยอมรับมา

            “สามี ท่านเพิ่งฟื้นตัว มิควรออกแรงมาก ข้าทำเองดีกว่า” จิ่นเซวียนยืนกรานว่าจะทำงาน ซ่งจื่อเฉินจึงช่วยผูกผ้ากันเปื้อนให้จิ่นเซวียนและปล่อยให้นางไปเป็นลูกมือของพวกเฉินซื่อที่อยู่ในครัว

            “จื่อเฉิน เจ้าวางใจเถิด ภรรยาของเจ้าเลือกแต่งงานกับเจ้าแล้ว นางมิหนีไปหรอก” พวกผู้ชายที่อยู่ในลานบ้านเห็นซ่งจื่อเฉินรักจิ่นเซวียนเช่นนั้น พวกเขาเลยอดที่จะหยอกซ่งจื่อเฉินมิได้

            “จื่อเฉิน การสอบคัดเลือกช่วงวสันต์ในปีหน้าเป็นการสอบใหญ่ เจ้าจะกลับเข้าสำนักศึกษาเมื่อใดหรือ?” โจวหลี่เจิ้งถามซ่งจื่อเฉินว่าเขาจะไปกลับเรียนหนังสือเมื่อใด

            “หลายปีมานี้ แม้ข้าจะขยับได้มิค่อยสะดวกนัก แต่วิชาความรู้มิได้หล่นหายไปที่ใด ข้าคิดว่าจะมิกลับไปที่สำนักศึกษาแล้วขอรับ ปีหน้าข้าต้องเข้าไปสอบในเมืองหลวง จึงอยากช่วยทุกคนทำงานเก็บเงินค่าเดินทางขอรับ”

            ซ่งจื่อเฉินคิดว่าปัญญาชนในสำนักศึกษาพวกนั้นมิได้มีระดับสูงเท่าเขา การไปเรียนที่นั่นมีแต่เสียเวลาเปล่า อีกอย่างเขาเพิ่งจะแต่งงาน เขามิอยากแยกจากภรรยาตัวน้อย

            “จื่อเฉินเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เล็ก เขาเรียนเองก็ประสบความสำเร็จได้ หลายปีมานี้เขารักษาคนในหมู่บ้านไปไม่น้อย วิชาแพทย์ของเขาใช้ได้ตลอดชีวิตเลย” แม่สื่อโจวดีใจนักที่ซ่งจื่อเฉินฟื้นตัวแล้ว นางคิดหลังจากนี้นางจะจัดงานแต่งให้ดีมิให้แพ้แม่สื่อของทางการเลย

            “ท่านอาเฉียว หากที่ใดมีแม่นางหรือเด็กหนุ่มดีๆ ท่านช่วยดูให้พวกเราด้วยนะเจ้าคะ” ผู้ที่คุยกับแม่สื่อโจวคือสตรีออกเรือนแล้วในหมู่บ้านเดียวกันนามว่าจางชุ่ยหง สามีของนางอยู่รุ่นเดียวกับลูกชายของแม่สื่อโจว นางมีลูกสามคน ลูกชายคนโตนามว่าโจวต้าไห่ เขามีอายุสิบแปดปีแล้ว แต่ยังมิได้แต่งงาน ส่วนลูกสาวคนสุดท้องนามว่าโจวหลานหลาน นางเองก็มีอายุสิบห้าปีแล้ว ครอบครัวของนางยากจนจึงหาสะใภ้ลำบาก นางกลุ้มใจจนจะตายเสียแล้ว

            “แม่นางในหมู่บ้านสกุลซย่าเป็นสตรีนำโชค พวกเราไปหาจากหมู่บ้านสกุลซย่าเถิด” มีคนตะโกนขึ้นมา

            “เจ้าคิดว่าผู้อื่นจะโชคดีเหมือนจื่อเฉินหรือ?หมู่บ้านสกุลซย่านั้นก็มีแม่นางหน้ามิอายอยู่ อย่างเช่นน้องสาวของภรรยาจื่อเฉินอย่างไรเล่า ข้าได้ยินว่านางรังแกภรรยาของจื่อเฉินบ่อยๆ”

            ซ่งจื่อเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย น้องสาวภรรยาของเขามีชื่อเสียงเสียจริง เรื่องที่นางรังแกภรรยาตัวน้อยทุกคนต่างก็รู้กันทั่ว สามวันจากนี้พวกเขาต้องกลับไปคารวะพ่อแม่ของภรรยา มิรู้ว่าคนบ้านซย่าจะแปลกใจหรือไม่ที่พบเขา



    เชิงอรรถ  

    [1] บัณฑิตปัญญาชน กสิกร กรรมกร พ่อค้าวาณิชย์ หมายถึง การแบ่งชนชั้นตามอาชีพออกเป็น 4 กลุ่มในสังคมจีนยุคศักดินา 

    [2] ผู้เฒ่าจันทรา หมายถึง เทพเจ้าแห่งความรัก เป็นผู้เฒ่าที่มีด้ายแดง นามว่าเทพเจ้าจันทรา หรือผู้เฒ่าจันทรา ซึ่งเป็นเทพผู้ควบคุมและกำหนดด้ายแดงแห่งโชคชะตา และการแต่งงานตาม ตามความเชื่อของชาวฮั่น ผู้เฒ่าจันทราจะผูกค้ายแดงไว้ที่นิ้วของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน เมื่อผูกด้ายแดงกันแล้ว หากถึงเวลาจะได้แต่งงานกัน มิว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามมากมายเพียงใดก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยสาวชาวสวน กับ ระบบวิเศษ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808