ด่านแรกผ่านไปด่านที่สองตามมา สถานที่ทดสอบต่อไปคือโถงโล่ง เหล่าขันทีมายืนรอรับเหล่าผู้สมัครที่สอบผ่านจากการทดสอบแรก เหล่าผู้สมัครยืนรอที่ด้านล่างไม่นานหนึ่งในขันทีก็เดินออกมาที่ด้านหน้า
“การทดสอบต่อไป เป็การทดสอบชงเหล้า ซึ่งการทดสอบนี้ พวกเ้าจะต้องทำการชงเหล้าให้ถูกต้องตามขั้นตอน เมื่อชงเสร็จสิ้นหลังการตรวจสอบหากเหล้าของผู้ใดมีรสชาติที่แปรเปลี่ยนจะถูกคัดออกทันที”
เมื่อขันทีกล่าวจบเสียงจ้อกแจ้กจอแจของเหล่าผู้สมัครก็ดังขึ้น นี่เป็อีกด่านที่ฮุ่ยิไม่ถนัดหรือง่ายๆก็คือเขาชงเหล้าไม่เป็น่ะสิ! ฮุ่ยิเกิดอาการประหม่าใบหน้าของเริ่มคิ้วขมวด
“เริ่มการทดสอบได้”
ฮุ่ยิยืนมองเหล่าคนกลุ่มแรกเพื่อจะพยายามมองดูวิธีการชงเหล้า เหล่าผู้สมัครเริ่มทยอยลงมือชง ฮุ่ยิพยายามชะเง้อมองดูเพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด ไม่นานก็สิ้นสุดการทดสอบของคนกลุ่มแรกเหล่าขันทีทยอยเฉดชิมก่อนจะจดบันทึก
“กลุ่มต่อไป”
ขันทีเรียกอีกกลุ่มขึ้นไปทดสอบยังไม่ถึงคิวของฮุ่ยิ เขาเห็นว่าอ้ายฉิงเข้าร่วมกลุ่มสองด้วย ฮุ่ยิพยามชะเง้อหน้ามองว่าอ้ายฉิงนั้นทำการชงเหล้าอย่างไร แต่ด้วยความสูงของเขาและผู้สมัครคนอื่นต่างพยายามที่จะเบียดเสียดมุงดูดูจนเขาไม่สามารถเข้าไปได้ ฮุ่ยิขยับซ้ายขยับขวาแต่เหมือนว่าจะไม่มีทางจะเข้าไปได้เลย แล้วอย่างนี้เขาจะดูวิธีการชงเหล้าได้อย่างไรเล่า!!!!!
“ดูเ้าจะเจอปัญหาเสียแล้ว”
เสียงอันคุ้นเคยทำให้เขาละสายหันไปมอง ซิงเยียนคนเดิมยืนพิงต้นไม้มองเขาด้วยสีหน้าที่ดูสนุก
“เ้า…”
กำลังจะเอ่ยทักแต่นึกขึ้นได้ว่าซิงเยียนเป็ถึงคนสนิทของฮ่องเต้เชียวนะ! ฮุ่ยิกระแอมเสียงก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพต่างกับเมื่อวาน
“อะแฮ่ม! ท่านซิงเยียนยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง ข้าไม่อยากเชื่อว่าท่านจะมาดูการทดสอบเสียด้วย”
น้ำเสียงและท่าทางของฮุ่ยิทำให้ซิงเยียนหัวเราะออกมา ไม่อยากจะเชื่อว่าผ่านไปเพียงแค่วันเดียวปฏิกิริยาช่างต่างจากเมื่อวานเสียนัก
“วันนี้เ้าดูเรียบร้อยกว่าเมื่อวานนะ”
“แน่นอน ข้าจะพูดจาไม่สุภาพกับท่านผู้สูงส่งได้อย่างไร”
“หึ”
“กลุ่มต่อไป”
เสียงของขันทีให้ฮุ่ยิละจากการสนทนากับซิงเยียน แย่แล้วอีกไม่นานก็จะถึงคิวของเขาแล้ว แต่ตอนนี้ฮุ่ยิยังไม่รู้วิธีชงเหล้าเลย ขณะฮุ่ยิพยายามยื่นคอชะเง้อมองจู่ๆซิงเยียนเข้าเข้าประชิดจากด้านหลังก่อนจะก้มลงมากระซิบอีกคน
“ข้าช่วยเ้าได้”
ประโยคนั่นทำให้ฮุ่ยิหันมองด้วยใบหน้าที่คิ้วขมวด ซิงเยียนน่ะหรือจะสามารถช่วยเขาได้ ฮุ่ยิครุ่นคิด
“แต่เ้าต้องเล่นทายคำถามกับข้าก่อน ถ้าเ้าตอบถูกข้าจะช่วยเ้า”
“เวลาแบบนี้น่ะรึ”
ฮุ่ยิถึงกับสบถออกมาเล็กน้อย เวลานี้ควรจะจดจ้องไปที่การทดสอบมิใช่เวลาที่จะต้องมาเล่นทายปัญหากัน แต่เหมือนซิงเยียนจะอ่านสีหน้าของอีกฝ่ายออกเขาจัดการอธิบายไม่มีรีรอให้ฮุ่ยิได้พูดต่อ
“กฏของข้ามันง่ายๆ ไม่เสียเวลาเ้า เพียงแค่ทายว่าข้าคือใคร ยศศักดิ์ใด แค่นั้นเอง”
แค่นั้นอะไรกัน ฮุ่ยิพึ่งจะรู้จักเขาเพียงสองวันเอง อีกอจ่างนอกจาชื่อและรู้ว่าเป็คนสนิทเขาก็ไม่รู้แล้ว ฮุ่ยิหันมองบรรยากาศการสอบก่อนจะหันมามองซิงเยียนที่เลิกคิ้วเป็เชิงถาม
เอาวะ เป็ไงเป็กัน
“ข้าตกลง”
“งั้นก็เริ่มเลย”
ฮุ่ยิเริ่มใช้สมอง ซิงเยียนเป็คนสนิทคนฮ่องเต้แบละคาดว่าน่าจะเป็เพื่อนสนิท ซึ่งหมายความว่ายศฐานบรรดาศักดิ์ของเขาจะต้องใหญ่พอๆกันเป็แน่ แต่สิ่งที่มั่นใจได้แน่ๆคือเขาคืออัลฟ่า
“คืออัลฟ่า”
“ถูกต้อง”
ถูกไปหนึ่งอย่าง ต่อมาคือยศศักดิ์ แต่สิ่งแรกที่เขาจะต้องรู้คือต้นตระกูลของเขา นึกแล้วนึกอีกพยายามขุดค้นความทรงจำเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนแต่ก็มิรู้ได้
“เ้าจะยอมก็ได้นะ”
“ไม่ ข้าไม่ยอมเด็ดขาด”
หากเขาตกลงที่จะเล่นเกมนี้แล้วเขาจะไม่ถอยเด็ดขาด หากเขาเลือกถอยหรือยอมแพ้เหมือนจะเป็การเสียเกียรติเชียวนะ ฮุ่ยิเขยิบตัวเข้าใกล้อีกคนก่อนจะสำรวจใบหน้าเพียงนั้นก็ได้ยินเสียงแว่วบางอย่าง
‘จะว่าไปท่านหงซิงเยียนก็ดีเหมือนกันนะ’
หง หงซิงเยียน นามสกุลหงจากตระกูลใหญ่แห่งต้าหัว ตระกูลที่ขึ้นว่าเป็ผู้ดูแลท่าเรือ เ้าของโรงน้ำชาและผู้ที่คอยส่งออกสินค้าให้กับชาวต่างชาติ หงซิงเยียนนายน้อยแห่งตระกูลหง!!!!
“เ้าคือนายน้อยแห่งตระกูลหง หงซิงเยียน”
ซิงเยียนยกยิ้มด้วยความพอใจ ใช่แล้วเขาคือนายน้อยแห่งตระกูลหง มหาเศรษฐีแห่งต้าหัว
“เ้าตอบถูก”
นี่เป็คำที่เขารอคอยมากที่สุด เมื่อคำตอบถูกแล้วต่อไปก็วิธีชงเหล้าทเขาต้องได้รู้วิธีชงเหล้าจากซิงเยียนก่อนที่จะถึงคิวการทดสอบของเขา
“คราวนี้เ้าก็บอกวิธีชงเหล้าให้ข้าได้แล้ว”
“เ้านี่รีบร้อนเสียจริง”
ซิงเยียนกวักมือเรียกอีกคนให้เข้าใกล้พร้อมกับบอกวิธีชงเหล้าให้เขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“กลุ่มต่อไป”
เสียงขันทีเอ่ยเรียกถึงเวลาของเขาที่จะต้องไปเข้าการทดสอบแล้ว ฮุ่ยิเอ่ยขอบคุณก่อนจะรีบวิ่งแจ้นขึ้นไปบนโถงโล่งทันที ซิงเยียนยืนมองอยู่ครู่ก่อนจะโบกมือทักทายผู้สมัครที่กำลังกรี๊ดกร๊าดก่อนจะละเดินจากไป
วิธีชงเหล้ามีอะไรบ้างนะ เขานึกไม่ออกเลย ฮุ่ยิจ้องมองชุดชงเหล้าด้วยสมองที่ขาวโพลน เมื่อครู่ซิงเยียนพูดอะไรเขาลืมไปหมด สายตาเหลือบมองอ้ายฉิงที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้คนส่งสายตาให้กำลังใจมาให้เขา ฮุ่ยิไม่ได้ตอบอะไรเพราะตอนนี้เขาแน่นิ่งเป็หินไปเสียแล้ว
“เริ่มการทดสอบได้”
สิ้นเสียงขันทีทุกคนต่างเริ่มลงมือ ฮุ่ยิมองที่ชุดชงเหล้านึกสิ่งที่ซิงเยียนพูดไว้
‘สิ่งแรกที่เ้าจะต้องทำก็คือรินเหล้าก่อน โดยจะต้องวนให้ครบสองรอบ’
ฮุ่ยิหยิบโถเหล้าขึ้นมาก่อนจะค่อยๆรอนช้าอย่างช้าๆ แต่ด้วยโถเหล้ากับถ้วยนั้นมีขนาดที่แตกต่างกันมากทำให้ต้องคอยระวังไม่ให้มันหกออก เมื่อเสร็จขั้นตอนที่หนึ่งเขาวางโถกลับลงที่เดิม ขั้นต่อตอนไปเป็การใส่เฟิ๋นโม่* สมุนไพรที่กลายสภาพเป็ผง
‘ต่อมาตักเฟิ๋นโม่ลงถ้วย จากนั้นก็คนสิบครั้งเพื่อให้เฟิ๋นโม่กระจายกลิ่นกลับรส’
มือเล็กจัดการตักเฟิ๋นโม่ลงในถ้วยก่อนจะวนให้ครบสิบครั้งเพื่อให้กลิ่นและรสกระจายตัวออก เมื่อครบสิบครั้งฮุ่ยิวางช้อนลงที่เดิมสูดหายใจลึกเหมือนว่ากลิ่นเหล้าจะเริ่มเปลี่ยนแล้ว
‘ต่อไปรินน้ำร้อนอีกหนึ่งจอก โดยจะต้องวนซ้ายให้ครบสามครั้ง จากนั้นใช้เตยแห้งคนเหล้าอีกสามรอบแค่นี้ก็เป็อันเสร็จ’
ฮุ่ยิหยิบกาน้ำร้อนรินน้ำร้อนลงในถ้วยเหล้า ทำการวนจนครบสามรอบ มือเล็กเอื้อมหยิบใบเตยแห้งทำการวนซ้ายจนครบสามรอบจากนั้นก่อนวางลงที่เดิมเป็อันเสร็จ
“หมดเวลาทดสอบ”
ฮุ่ยิถอนหายใจ นึกโชคดีที่ทำเสร็จทันเวลา ขันทีเริ่มทำการตรวจฮุ่ยิไล่สายตามองมือน้อยพลางกำชุดแน่นด้วยความลุ้นโก่ง ไม่นานก็ถึงตาเขา ขันทีเฉดชิมเหล้าของเขาก่อนจะทำสีหน้าแปลกๆและเดินจากไป
ฮุ่ยิลุกขึ้นเดินลงมายังด้านล่างของโถงอ้ายฉิงที่เห็นเพื่อนก็ตรงดิ่งมาหาเขาทันที
“เป็อย่างไรบ้างฮุ่ยิ”
“ข้าไม่รู้ว่าจะผ่านรึเปล่า”
ฮุ่ยิเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจ แม้เฉลยที่จะมาจากซิงเยียนคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นายน้อยแห่งต้าหัวแต่ก็ใช่ว่าสิ่งที่เขาบอกกับฮุ่ยิจะถูกเสมอไป หากคิดในแง่ลบเขาอาจจะแกล้งหลอกบอกคำตอบที่ผิดก็เป็ได้
“เ้าอย่าทำหน้าบึ้งแบบนั้นเสีย มั่นใจตัวเองหน่อย”
ฮุ่ยิยู่ปาก ยอมรับจากใจจริงว่าตนเองนั้นไม่มั่นใจในฝีมือเลยแม้แต่น้อย เพราะเดิมทีเขาก็ไม่เคยฝึกลองชงเหล้าเลย แม้ครั้งนี้จะได้อานิสงส์ของซิงเยียนช่วยแต่ก็ใช่ว่าเขาจะรอดเสียหน่อย ไม่รู้ว่าตอนที่ทำเขาลงน้ำหนักเบาไปหรือเยอะไปหรือไม่ ไม่รู้ว่าใส่ปริมาณถูกต้องหรือไม่
ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด พูดไปก็เท่านั้น เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็เกิด!!
“ประกาศผู้ผ่านการทดสอบ”
เสียงจากขันทีเรียกให้ทุกคนต่างหันไปสนใจกันทั่วหน้า ชื่อทุกรายชื่อค่อยๆถูกเอ่ยออกมามีทั้งผู้เสียใจและดีใจปนกันไป ทุกคนต่างตั้งใจฟัง จิตใจของฮุ่ยิตอนนี้เริ่มกระอักกระอ่วน ชื่อของอ้ายฉิงถูกเอ่ยออกมาเมื่อเ้าของชื่อได้ยินก็ะโโลดเต้นทันที
“ฮวานฮุ่ยิ”
“ฮุ่ยิชื่อเ้า”
ทันทีที่ชื่อของเขาถูกเอ่ยออกมาฮุ่ยิถึงกับพูดไม่ออก นี่เขาผ่านแล้วใช่มั้ย เขาผ่านการทดสอบใช่มั้ย!!!
“ข้า-ข้าผ่านแล้วใช่มั้ย”
“ใช่ เ้าผ่าน”
ด้วยความดีใจจนพูดไม่ถูกฮุ่ยิและอ้ายฉิงะโโลดเต้นด้วยความดีใจจนล้นหน้า วันแรกของการทดสอบในที่สุดพวกเขาก็ผ่านมันไปได้ด้วยดี แต่นี่แค่เริ่มต้นอุปสรรคและการทดสอบอีกมากมายยังอีกยาวไกลรอเขาอยู่
ฮุ่ยิสู้ตาย!!!!