เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 155 ม้าผอม

            สติปัญญาของเฉินเหลียนเอ๋อร์มิได้ฟื้นคืนนางจำใครไม่ได้ด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าจิตใจจะกลับไปเป็นเด็กสี่ห้าขวบ

            เมื่อเห็นผู้อื่นนางจะทำตัวแข็งทื่อไม่มีการตอบสนองใดมีเพียงตอนที่เห็นนายหญิงเฉินเท่านั้นที่มีการตอบสนองอยู่บ้าง อ้าปากเอ่ยร้องเรียก “อาอา”เบาๆ

            เพียงแวบเดียวที่นายหญิงเฉินเห็นบุตรสาวอันเป็นที่รักของตนไม่มีลิ้นตอนที่นางอ้าปากก็เห็นเพียงโพรงปากที่ว่างเปล่า ทำให้หัวใจสัมผัสถึงความเจ็บปวดและสิ้นหวัง

            นายหญิงเฉินล้มป่วยจากการถูกโจมตีครั้งนี้ระหว่างที่นอนอยู่บนเตียงนางก็คิดถึงไป๋ฝูฉวีขึ้นมา

            นางไม่เชื่อว่าการที่เฉินเหลียนเอ๋อร์ต้องประสบเรื่องราวเลวร้ายครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญสถานศึกษาตระกูลหยวนบอกว่านางออกไปเพราะได้รับจดหมายจากตระกูลเฉิน แต่นายหญิงเฉินรู้ดีว่าตนไม่ได้ส่งจดหมายไปยังสถานศึกษาตระกูลหยวนเลยสักฉบับจะต้องมีคนวางแผนอยู่เบื้องหลังเพื่อทำร้ายนางเป็นแน่

            วิธีการที่โหดเหี้ยมเช่นนี้อีกทั้งยังเป็นตอนจบอย่างที่นางเคยกล่าวเอาไว้มิมีผิด นายหญิงเฉินจึงตัดสินว่าเกือบสิบส่วนจะต้องเป็นการกระทำของไป๋ฝูฉวี

            แม้นางจะล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้นเพราะเรื่องร่างกายของเฉินเหลียนเอ๋อร์แต่ก็ไม่ควรมาล้มป่วยตอนนี้... หากนางล้มป่วยแล้วใครจะแก้แค้นให้บุตรสาวอันเป็นที่รักของนาง?

            สังหารจิตใจของคนไป๋ฝูฉวีทำได้ นายหญิงเฉินก็ทำได้เช่นกัน

            นางเพียงเกลียดตัวเองที่ตอนนั้นมีจิตใจที่เมตตามากเกินไปตอนนั้นนางควรสังหารไป๋เหมยทิ้งเสีย มิเช่นนั้นบุตรสาวของนางก็คงไม่ต้องพบกับความอัปยศอดสูอย่างใหญ่หลวงเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?

            ยิ่งนายหญิงเฉินรู้สึกเกลียดตัวเองมากเท่าไรความเกลียดที่มีต่อไป๋ฝูฉวีและไป๋เหมยก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ไป๋ฝูฉวีทำลายชีวิตบุตรสาวของตนนายหญิงเฉินจะต้องให้นางได้ชดใช้!

            ภายใต้ความมืดมิดนายหญิงเฉินกัดฟันแน่นจนเกือบหักแต่นางมีความอดทนมากกว่าไป๋ฝูฉวี ราวกับงูที่หลับใหลอยู่ในเงามืด คอยจับตาเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของไป๋ฝูฉวี

            แต่ไป๋ฝูฉวีในยามนี้ตั้งครรภ์ได้เกือบหกเดือนแล้ว

            เนื่องจากการปิดบังอย่างจงใจของเยี่ยนเจาเจาไป๋ฝูฉวีจึงคิดมาตลอดว่าตนเพียงดูอ้วนขึ้น แต่ในตอนนี้ส่วนเอวของนางมิอาจปิดบังเอาไว้ได้อีกแล้วเมื่อลองคิดดูอีกทีนี่ก็เป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้วที่ระดูของตนไม่มา นั่นจึงทำให้นางตระหนักได้ว่าตนมีเรื่องน่ายินดีแล้ว

            แต่มันจะเรียกว่าเป็นเรื่องน่ายินดีได้อย่างไร!

            เด็กคนนี้มิอาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเรียกได้เพียงความประหลาดใจเท่านั้น!

            นางรู้ดีว่าระหว่างตนกับอานหยางมิได้มีอะไรกันดังนั้นก็เป็นไปได้ว่าเด็กคนนี้เกิดจากตอนที่นางโดนกลุ่มผู้ลี้ภัยลักพาตัวไป

            นี่ควรทำอย่างไรดี!

            ไป๋ฝูฉวีกลัวและหวาดระแวงเป็นอย่างยิ่งแต่ก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน

            นางอยู่ในสถานศึกษาจึงจำเป็นต้องหลบเลี่ยงสายตาผู้อื่นทำได้เพียงสวมชุดหนาๆ พันตัวจนดูเป็นก้อน และบอกกับผู้อื่นว่าตนกลัวความหนาว ถึงสามารถคลายความสงสัยของผู้คนลงได้

            แต่วันหนึ่งเมื่อแตงสุกขั้วของมันย่อมหลุด[1] ไป๋ฝูฉวียังเป็นเด็กนางไม่รู้ว่าควรจะจัดการเด็กคนนี้อย่างไร ดังนั้นในเดือนสี่นางจึงได้หาข้ออ้างเพื่อลงจากเขา

            เดิมทีไป๋ฝูฉวีคิดจะไปหาหมอเท้าเปล่า[2] ในชนบทเพื่อเอาเด็กในท้องออกแต่หมอเท้าเปล่าผู้นั้นบอกว่าเด็กอายุเจ็ดเดือนแล้ว เมื่อรวมกับขนาดท้องของนางที่ไม่ค่อยดีทารกตัวใหญ่ หากคลอดออกมาก็อาจจะทำให้เกิดภาวะตกเลือดได้

            ชีวิตสำคัญหรือว่าเด็กคนนี้สำคัญกว่า?

            ไป๋ฝูฉวีรู้ว่าควรเลือกสิ่งใด

            ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้ยินที่หมอเท้าเปล่ากล่าวจู่ๆ ใจของไป๋ฝูฉวีก็เกิดความคิดที่ยอดเยี่ยมออกมา นางและอานหยางหลับนอนบนเตียงเดียวกันก่อนที่นางจะโดนกลุ่มผู้ลี้ภัยจับตัวไปเป็นระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกันประมาณหนึ่งเดือน อานหยางเองก็คิดมาตลอดว่าเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะไม่ควรเช่นนั้นนางนำเด็กคนนี้ไปยัดให้เป็นความผิดของอานหยางได้หรือไม่?

            ยิ่งไปกว่านั้นหมอเท้าเปล่ายังบอกอีกว่าในท้องของนางเป็นเด็กน้อยสมบูรณ์ตัวอ้วนๆ หากไป๋ฝูฉวีคลอดออกมา เขาจะต้องเป็นบุตรที่แข็งแรง

            เด็กก็เอาออกไม่ได้แล้วในใจของไป๋ฝูฉวีคิดเช่นนี้ จู่ๆ ความคิดชั่วร้ายก็เกิดขึ้น

            ด้วยสถานะของนาง แม้จะมีบุตรชายอานหยางก็คงไม่แต่งงานให้ความมั่นคงแก่นางได้

            ในอนาคตอานหยางก็ต้องแต่งงานเด็กน้อยที่คลานออกมาจากท้องมารดาที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อย ไม่มีความสำคัญเลยสักนิดอย่างมากก็เหมือนกับมารดาของนางในตอนนั้น ให้จากไปพร้อมเงินก้อนหนึ่ง ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอุ้มลูกน้อยออกไปใช้ชีวิตอยู่ด้านนอกตลอดชีวิตเป็นเช่นนั้นก็จะเดินตามเส้นทางของไป๋เหมยอีกครั้ง

            เช่นนั้นจะต้องทำอย่างไรลูกน้อยของนางถึงจะได้เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลอาน?

            ไป๋ฝูฉวีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นึกถึงอุบายที่มีความโหดเหี้ยมน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

            หากวิธีนี้สำเร็จก็จะหมายความว่าบุตรที่อยู่ในท้องของนางไม่ได้แย่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่กลับเป็นเรื่องที่น่ายินดี

            ถึงเวลานั้นนางเพียงกัดฟันบอกว่าเด็กที่คลอดออกมาเกิดจากนางและอานหยาง เมื่อรวมกับเฉินเหลียนเอ๋อร์ที่ตอนนี้กลายเป็นคนเสียสติไปแล้วไม่มีใครล่วงรู้ว่านางถูกเหล่าผู้ลี้ภัยจับตัวไปแผนการนี้ก็จะเท่ากับปิดฟ้ากั้นทะเล สมบูรณ์แบบไร้ข้อบกพร่องอย่างแน่นอน

            แต่จะทำอย่างไรให้วิธีนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นได้?

            นี่ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ยากพอควร

            ไป๋ฝูฉวีกลับสถานศึกษาตระกูลหยวนด้วยท่าทีราวกับคิดสิ่งใดอยู่ทว่าคนที่ปลอมตัวเป็นหมอเท้าเปล่า ก็รีบนำเรื่องนี้แพร่ออกไปให้ถึงหูตาของสกุลเฉินที่จับตาดูไป๋ฝูฉวีอยู่เช่นกันหลังจากนั้นก็หลบออกจากเหตุการณ์ไปอย่างเงียบเชียบ

            แต่อานหยางที่เป็นเป้าหมายของแผนการของไป๋ฝูฉวียังคงไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้

            ช่วงบ่ายในวันปกติของเดือนสี่อานหยางเรียนเสร็จก็มานอนพักผ่อนอยู่คนเดียวภายในห้องพัก

            หลี่ฮ้วนเพิ่งกลับมาจากขี่ม้าเล่นตีคลีเดินเข้ามาในห้องพักพร้อมเหงื่อเต็มตัว เมื่อเห็นท่าทีเศร้าซึมของอานหยางก็นั่งลงที่โต๊ะหนังสือหยิบภาพวาดจากพู่กันขึ้นมา ตรงหน้าเหมือนเป็นภาพใบหน้าของใครสักคน

            หลี่ฮ้วนมองเข้าไปใกล้ๆก็พบว่าภาพที่อานหยางวาดก็คือเยี่ยนเจาเจา เพียงแต่ทักษะการวาดของเขาทำได้ไม่ดีเท่าไรนักจึงขาดเรื่องความชำนาญไป ทว่าเมื่อดูจากเค้าโครงก็ยังพอมองออกว่าคนผู้นี้คือเยี่ยนเจาเจา

            “สหายอานนี่เจ้าคิดถึงสาวงามอีกแล้วหรือ?”

            หลี่ฮ้วนกล่าวติดตลกเดินไปอีกฝั่งโดยมิรู้ว่าทำสิ่งใด จากนั้นก็เดินกลับมาพร้อมกับถ้วยเหล้าในมือสองใบใบหนึ่งยื่นให้อานหยาง ส่วนอีกใบให้ตนเอง

            “มาดื่มเหล้าดีกว่านี่เป็นเหล้าที่ท่านพ่อของข้าหมักเองกับมือ แม้ราคาค่างวดของมันจะเทียบกับคุณชายจากตระกูลใหญ่อย่างเจ้าไม่ได้แต่มันก็พอบรรเทาความกระหายได้”

            หลี่ฮ้วนพูดเช่นนั้นก็ทำให้อานหยางรู้สึกสบายขึ้นเขารับเหล้ามาดื่มอึกหนึ่ง สัมผัสได้ถึงรสหวานจากสุราข้าวจึงดื่มเพิ่มอีกสองอึก ก่อนกล่าวพร้อมเรียวคิ้วที่ขมวด “ข้าคิดถึงสาวงามไปก็ไร้ผลคนเขาไม่ชายตามองพวกเราด้วยซ้ำ”

            “ไยถึงพูดเช่นนั้นเล่าเสี่ยวหยวนเหนียงเป็นหลานสาวคนเล็กของตระกูลหยวน ชีวิตนี้ของข้ามิคู่ควรกับนางแต่สหายอานไม่เหมือนกัน สหายอานเป็นถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลอานเป็นคู่ที่เหมาะสมกับเสี่ยวหยวนเหนียง และยังดูมีความเป็นไปได้สูงเชียว”

            หลี่ฮ้วนดื่มเป็นเพื่อนอานหยางอีกด้านก็กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มตาหยี

            เสี่ยวหยวนเหนียงเป็นชื่อของเยี่ยนเจาเจาที่หลี่ฮ้วนและอานหยางใช้เรียกกันหากเรียกว่าชิงจ้าวเฉยๆ ก็จะรู้สึกเหมือนเป็นการล่วงเกินท่านอาวุโสหลี่ชิงจ้าวหากเรียกอาจ้าวก็จะดูมีความใกล้ชิดสนิทสนมมากเกินไปตระกูลหยวนมีสามพี่น้องศึกษาอยู่ที่นี่ เยี่ยนเจาเจาอายุน้อยที่สุดเรียกว่าเสี่ยวหยวนเหนียงจึงเป็นชื่อเรียกที่มีความเหมาะสมมากที่สุด

            “เฮ้อเหมาะสมกันแล้วอย่างไร แค่มองข้านางยังรู้สึกเกียจคร้านเลยด้วยซ้ำ ไหนจะพี่ชายที่หน้านิ่งเหมือนพระอาวุโสนั่นอีก!แค่ตอนที่ข้าเข้าไปใกล้นาง สายตาของเจ้าพระอาวุโสนั่นที่มองมา ราวกับจะกลืนข้าเข้าไปทั้งเป็นอย่างไรอย่างนั้น”

            อานหยางดื่มเหล้าทั้งหมดในถ้วยเข้าไปในอึกเดียวหลี่ฮ้วนเติมจนเต็มถ้วยอีกครั้ง เขาดื่มไปถ้วยหนึ่งต่ออีกถ้วยหนึ่ง แม้รสชาติจะหวานแต่ก็มีฤทธิ์ไม่น้อยเพียงไม่นานสติสัมปชัญญะก็หลับใหลไปอีกครั้ง

            หลี่ฮ้วนพูดกับเขาเขาก็ตอบกลับมาแค่ไม่กี่ประโยค ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจจากสิ่งที่ต้องการรวมไปถึงความโกรธที่มีต่อหนานหมิงเหอด้วย

            เมื่อเห็นว่าอานหยางดื่มไปมากพอสมควรแล้วหลี่ฮ้วนหลับตาลงพร้อมรอยยิ้ม คำพูดที่กล่าวก็ดูมิค่อยใส่ใจสักเท่าไร “เจ้าอย่ากล่าวเช่นนั้นศิษย์พี่สิงจื่อก็แค่มีความห่วงใยต่อเสี่ยวหยวนเหนียงหลังจากนี้ใครได้เป็นน้องเขยของศิษย์พี่สิงจื่อ เกรงว่าคงไม่ได้ต่างอะไรไปจากการถูกลงโทษ!”

            “เจ้าพูดถูก!”คำพูดนี้เข้าไปถึงหัวใจของอานหยางแล้วเขายกถ้วยที่เติมเหล้าจนเต็มขึ้น ใบหน้าของเขาเป็นสีแดงก่ำ บ่นพร้อมดวงตาที่เต็มไปด้วยความเมามาย“แต่บนโลกใบนี้จะมีพี่ชายที่ไหนคอยปกป้องน้องสาวไปจนวันตายกันข้ามองว่ามันไม่เหมือนพี่ชายปกป้องน้องสาว แต่เป็นสามีที่ปกป้องภรรยาตัวน้อยของตัวเองมากกว่า!”

            อานหยางคิดว่าวิธีการที่หนานหมิงเหอปฏิบัติต่อเยี่ยนเจาเจานั้นเหมือนกับพี่ชายน้องสาวปกติเขาได้แต่ตำหนิอยู่ในใจ แต่ตอนนี้เขาดื่มมากจนเกินไป ไม่ว่าเป็นคำพูดแบบไหนก็ล้วนพูดออกมาทั้งหมด

            หลังจากกล่าวเสร็จเขาก็แสดงท่าทีระมัดระวังมากขึ้นมองไปยังหลี่ฮ้วนที่อยู่อีกด้าน ก่อนกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า “อภัยให้ข้าด้วยที่เป็นคนปากไว”

            “ไม่สักหน่อยข้าเองก็คิดว่าสิ่งที่ท่านพูดถูกต้อง”

            หลี่ฮ้วนยืนขึ้นแล้วเดินไปปิดประตูหน้าต่างที่อยู่รอบๆจากนั้นก็มาทิ้งตัวนั่งลงข้างกายอานหยางพร้อมกล่าวด้วยเสียงเบา “ในวันล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงที่ลานแข่งตีคลี ข้าเห็นศิษย์พี่สิงจื่อและเสี่ยวหยวนเหนียงขี่ม้าด้วยกัน ศิษย์พี่สิงจื่อกอดเสี่ยวหยวนเหนียงเอาไว้ในอ้อมแขนทั้งสองคนใกล้ชิดกันยิ่งนัก

            แม้ตอนนี้เรื่องการใกล้ชิดของหนุ่มสาวจะมิได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วอีกอย่างทั้งสองคนก็เป็นพี่น้องกัน แต่ยามนี้เสี่ยวหยวนเหนียงอายุสิบสามปีแล้วศิษย์พี่สิงจื่อเองก็ถึงวัยสวมกวานแล้วเช่นกัน การที่ทั้งสองคนใกล้ชิดกันเช่นนี้ดูเหมาะสมอย่างนั้นหรือ?”

            คำพูดของหลี่ฮ้วนทำให้อานหยางราวกับได้พบสหายรู้ใจ “มิใช่แค่เรื่องขี่ม้าหรอกวันนั้นข้าเห็นหยวนชิงชิวทำผมให้น้องสาว กอดกันเป็นครั้งคราว เสี่ยวหยวนเหนียงเกิดมามีรูปร่างอรชรจะกอดก็มิใช่ปัญหาอะไรแต่เขาเป็นบุรุษเต็มตัวแล้ว ไม่คิดบ้างหรือว่าการกระทำนั้นจะทำลายชื่อเสียงของสตรี?”

            “ไอหยาจะบอกอย่างหนึ่งกับเจ้า มีเรื่องหนึ่งที่ข้าได้ยินมา”

            หลี่ฮ้วนขยับเข้าไปใกล้อานหยางด้วยท่าทีลับๆล่อๆ กล่าวเสียงเบา “ข้าได้ยินมาว่าตระกูลหยวนมีหยวนชิงชิวเป็นบุตรชายคนโตเพียงคนเดียวความจริงแล้วเสี่ยวหยวนเหนียงเป็นสะใภ้ตัวน้อยที่อยู่ข้างกายเขามาตั้งแต่ยังเป็นเด็กยามนี้กลับมาก็กลัวว่าจะเป็นขี้ปากของผู้คน ดังนั้นจึงเป็นคู่พี่น้องปลอมๆ”

            เห็นได้ชัดเจนว่ามีการเตรียมตัวมาอย่างดีไม่รู้เช่นกันว่าเขาหยิบภาพเหมือนและคลี่มันออกมาตั้งแต่ตอนไหน “เจ้าดูนี่คือนายท่านตระกูลหยวนผู้ล่วงลับไป ส่วนนี่คือนายหญิงใหญ่เจ้าลองดูว่าเสี่ยวหยวนเหนียงมีส่วนใดบ้างที่คล้ายกับสองคนนี้?”

            รูปภาพทั้งสองนี้เป็นภาพเหมือนของนายท่านตระกูลหยวนผู้ล่วงลับและนายหญิงใหญ่จริงหรือไม่ไม่อาจรู้เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของหลี่ฮ้วนก็คือ การพูดโน้มน้าวใจให้อานหยางเชื่อว่าหยวนชิงจ้าวมิใช่บุตรสาวของตระกูลหยวนมิได้มีความเกี่ยวข้องใดกับหยวนชิงชิว

            แค่เห็นอานหยางก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจทันที

            “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?”

            อานหยางลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจการเคลื่อนไหวที่รุนแรงทำให้เหล้าหกลงเต็มโต๊ะ ในแววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่เพียงครู่เดียวเขาก็เชื่อทันที

            “ไม่แปลกใจเลยที่เป็นเช่นนั้นการใกล้ชิดที่ดูสนิทสนมนั่น พี่น้องธรรมดาที่ไหนจะมี?”

            แต่อานหยางก็รู้สึกสับสนขึ้นมาอีกครั้ง “แต่ข้าเห็นเสี่ยวหยวนเหนียงมีความเก่งกาจเรื่องบทกลอนและบทกวีมือทั้งสองข้างก็เรียวยาวประดุจหยก ไม่มีข้อบกพร่องใดเลยหากเป็นเด็กสาวที่ถูกแต่งมาจากครอบครัวที่ยากจน เหตุใดถึงสามารถเลี้ยงมาได้อย่างงดงามมิอาจหาสิ่งใดมาเทียบได้กันเล่า?”

            “สหายอานเป็นคนหยางโจวหรือจะมิรู้จักคำว่า ‘ม้าผอม’ [3] ของเมืองหยางโจวอย่างนั้นหรือ?”

            หลี่ฮ้วนลดเสียงของตนลงอีกครั้งก่อนถามต่ออย่างผู้ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

            อานหยางเกิดและเติบโตในเมืองหยางโจวแน่นอนว่าต้องเข้าใจความหมายของการเลี้ยงม้าผอมเมืองหยางโจวอยู่แล้ว

            พวกเหรินหยาจื่อ [4] บางคนใช้เงินซื้อเด็กสาวจากครอบครัวยากจนเพื่อนำมาฝึกฝนสอนเรื่องบทกวีร้องรำ ทั้งการดนตรี หมากรุกและการวาด หลังจากผ่านการฝึกฝนแล้ว ก็จะขายให้ตระกูลร่ำรวยไปเป็นอนุภรรยาหรือไม่ก็ส่งไปยังหอนางโลมฉินโหลว

            ------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เมื่อแตงสุกขั้วของมันย่อมหลุดหมายถึง เมื่อเงื่อนไขสุกงอมแล้ว ทุกอย่างก็จะประสบผลสำเร็จ

            [2] หมอเท้าเปล่าหมายถึง เกษตรกรที่ได้รับการฝึกการแพทย์และผู้ช่วยแพทย์พื้นฐาน และทำงานในหมู่บ้านชนบทในประเทศจีน

            [3] ม้าผอมหมายถึง การรับเลี้ยงเด็กสาวให้ได้ศึกษาความรู้แขนงต่างๆ จากนั้นก็ขายให้ตระกูลชนชั้นสูงเพื่อเป็นอนุภรรยา

            [4] เหรินหยาจื่อหมายถึง พวกที่ทำการค้าขายหญิงสาว

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359