ตอนที่ 2 (6)
“อาทิตย์หน้าฉันงดให้นายไม่ต้องร้องเพลงได้ในชั่วโมงแรกก็แล้วกัน” เพราะฝีมือทำอาหารของหร่วนจือหวนนั้นทำให้ฉินเฟิงพอใจเป็อย่างมาก แต่อย่างไรเสียฉินเฟิงก็ยังเป็ฉินเฟิงอยู่วันยังค่ำ ต่อให้ถึงเวลาที่ต้องยอมอ่อนข้อแม้จะตีให้ตายเขาก็จะไม่ยอมอ่อนข้อแน่นอน ถึงอีกฝ่ายเสนอมาว่าจะไม่ร้องเพลงตอนทำความสะอาดห้องครัว แต่เขากลับพูดว่าอาทิตย์หน้าตอนทำความสะอาดไม่ต้องร้องเพลงในชั่วโมงแรก ซึ่งเขาได้แอบเปลี่ยนความหมายของมันไปเล็กน้อยนั่นเอง
“เยี่ยมเลยครับ ขอบคุณมากครับคุณฉิน!” ั์ตาคู่นั้นของหร่วนจือหวนเปล่งประกายขึ้นมาทันที หลังจากที่ฉินเฟิงกินคำแรกลงไปแล้วก็นิ่งเงียบไม่ยอมเอ่ยเลยสักคำ เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองคงเล่นลูกไม้ไม่ได้แล้ว ไฉนจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะยอมอ่อนข้อให้จริงๆ!
หร่วนจือหวนที่จมอยู่ในภวังค์แห่งความสุขไม่ได้ตระหนักเลยว่าฉินเฟิงได้ใช้วาจาล่อลวงตัวเองอีกแล้ว แค่ทำความสะอาดห้องครัวเพียงอย่างเดียวถึงจะใช้เวลาสองชั่วโมงก็ยังไม่พอเลย แต่นี่เขาใช้ข้าวมื้อหนึ่งแลกกับเวลาได้เพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง คงมีเพียงผีน้อยอย่างเขาที่เป็ประเภทถูกล่อไปขายแล้วยังช่วยคนอื่นนับเงินและยังคิดว่าตัวเองได้เปรียบอีก
ฉินเฟิงไม่ได้รู้สึกผิดที่หลอกผีตัวอื่นเลยสักนิด และเมื่อเห็นหร่วนจือหวนหลอกง่ายขนาดนี้ เขาจึงอดที่จะพูดต่อไม่ได้ว่า “อาทิตย์หน้าตอนที่นายมาถึงก็ทำอาหารไว้ให้ฉันด้วย เช่นนี้อาทิตย์ถัดไปนายก็สามารถงดร้องเพลงได้หนึ่งชั่วโมงเหมือนกัน”
ทันใดนั้นหร่วนจือหวนก็พลันเอ่ยอย่างตกตะลึงว่า “ไม่ใช่ว่าร้องเพลงแค่อาทิตย์หน้าแล้วหายกันไปหรอกหรือครับ”
“แต่ว่าวันนี้นายใช้ประโยชน์จากความใจดีของฉันที่มีต่อนายมาฉวยโอกาสเอาเปรียบ ไม่ยอมร้องเพลงตอนที่ฉันหลับ แบบนี้มันไม่ถูกต้องมิใช่หรือไง”
ฉินเฟิงเผยท่าทีที่ใจกว้างออกมา เขาหลอกว่า “ในเมื่อนายผิด ก็ต้องลงโทษ ไหนๆ นายก็ร้องเพลงไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ร้องเพิ่มอีกสักอาทิตย์จะเป็ไรไป กลับกันนายก็ไม่ต้องชดใช้ด้วยเงิน แถมยังได้โอกาสฝึกลูกคออีกด้วย ฉันว่าการลงโทษแค่นี้ถือว่าเบามากแล้ว”
หลังจากที่ฟังคำพูดของฉินเฟิงสายตาของหร่วนจือหวนก็เปลี่ยนเป็งงงวยไปทันที และเขาก็ตอบรับออกมาทั้งๆ ที่สมองของเขายังคงมึนงงไปหมดว่า “เอ่อ ดูเหมือนว่าคุณจะพูดได้ถูกต้องแล้วล่ะครับ”
ฉินเฟิงพูดขึ้นมาทันที “แน่นอนว่ามันต้องถูกอยู่แล้ว ฉันจะไปแกล้งนายทำไมกันล่ะ”
หร่วนจือหวนพยักหน้าอย่างเหม่อลอย และในที่สุดก็ได้ขายตัวเองออกไปอย่างโง่งมเช่นนี้
ฉินเฟิงหยิบเอาเงินเหรียญพญายมที่มีราคามากสำหรับหร่วนจือหวนออกมาได้อย่างถูกจังหวะพลางเอ่ยว่า “ฉันไม่อยากพูดอะไรให้ดูเหมือนเอาเปรียบนายเกินไป นายเอาเงินนี่ไว้ซื้อกับข้าวในอาทิตย์หน้าเถอะ หากมันเหลือ นายก็เก็บเอาไว้ได้เลย”
หร่วนจือหวนรับเหรียญพญายมมาแบบไม่ทันรู้ตัว แต่ด้วยน้ำหนักของเหรียญเงินทำให้อดที่จะต้องนับเงินต่อหน้าฉินเฟิงไม่ไหว ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นมาอย่างตกตะลึง “เงินนี่มันมากเกินไปแล้วครับ! ตอนนี้คุณฉิน้าให้ผมมาทำอาหารให้ทั้งเดือนเลยหรือครับ”
แน่นอนสิ ไม่อย่างนั้นเขาจะให้เงินมากขนาดนั้นไปทำไมล่ะ
เพราะเหตุนี้ป๋ายเจาหนานจึงพูดเสมอว่าฉินเฟิงนั้นหน้าเื และเป็เพราะเ้าิญญาร้ายนี่มักจะไม่เปิดปากพูดตามตรงว่า้าให้ผีตนอื่นทำอะไร แต่กลับใช้การกระทำมาบีบอีกฝ่ายให้ทำในสิ่งที่ตัวเอง้าแทน ซึ่งมันก็เหมือนกับตอนนี้ ที่เขาจงใจให้เงินมากขึ้น มันไม่ใช่แค่เพราะเพลงของหร่วนจือหวนช่วยอาการนอนไม่หลับของเขาเท่านั้น แต่ยังอยากจะเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายทำอาหารให้ตัวเองกินอีกด้วย ทว่าที่เขาไม่พูด เพราะเขา้าที่จะให้หร่วนจือหวนเสนอตัวออกมาเอง
“ถ้านาย้าล่ะก็แน่นอนว่าจะทำแบบนั้นก็ได้ เงินนี้ฉันให้ไปแล้วไม่รับคืน มันอยู่ที่นายว่าจะจัดการยังไง”
ฉินเฟิงได้เหวี่ยงพูดประโยคที่ดูใจป้ำร่ำรวยนี้ออกมา ซึ่งมันก็ทำให้หร่วนจือหวนลำบากใจยิ่งกว่าเดิมทันที เงินที่อีกฝ่ายให้เพียงพอจะเป็ค่าใช้จ่ายของเขาถึงสามเดือนเต็มๆ แต่เขาแค่พูดว่า ‘นายจะจัดการยังไงก็ได้’ แค่ ‘นายจะจัดการยังไงก็ได้’ เท่านั้น...แน่นอนว่าเขาอยากจะรับเอาไว้ทั้งแบบนี้เลยมากๆ แต่ว่า...จิตใจอันดีงามของเขาไม่สบายใจนี่ เขาจะรับเงินก้อนโตจากผีตัวอื่นเอาไว้เฉยๆ แบบนี้ได้อย่างไรกันล่ะ
หลังจากที่เขาต่อสู้กับตัวเองสักพัก แม้ว่าสีหน้าของเขาจะไม่ค่อยเต็มใจนักแต่ก็ยังเอ่ยปากพูด “คุณฉิน หากว่าคุณไม่ถือสาละก็ ทุกวันศุกร์หลังจากที่ผมทำความสะอาดเสร็จผมจะอยู่ทำกับข้าวให้คุณ เป็ระยะเวลาสองเดือน คุณว่าดีหรือไม่”
ฉินเฟิงรู้ว่าหร่วนจือหวนยังมีงานประจำอยู่อีกอย่างหนึ่ง จึงไม่สามารถมาที่นี่บ่อยๆ ได้ และแน่นอนว่าเขาได้ตอบรับไปว่า “ตกลง”
ส่วนเื่ที่ว่าในอีกสองเดือนหลังจากนี้จะเป็เช่นไร เมื่อเห็นั์ตาของฉินเฟิงฉายประกายแสงคมปลาบออกมาแล้ว เกรงว่าผีตนนี้คงจะหนีไม่รอดเป็แน่
หร่วนจือหวนได้แต่แอบถอนหายใจ หลังจากที่กลับไปแล้วเขาคงจะต้องพูดกับต้าโจวสักหน่อย ลองดูว่าสามารถจัดวันหยุดของเขาให้ตรงกับวันศุกร์ได้หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นหากต้องลางานมาทำอาหารที่นี่ละก็ ถึงต้าโจวจะไม่ฆ่าเขาทิ้ง แต่ตัวเขาเองคงจะต้องฆ่าตัวตายเพื่อเงินค่าจ้างเป็แน่
แต่ว่า หากตัวเองบริหารได้อย่างเหมาะสม เงินที่เหลือของฉินเฟิงก็จะมีมูลค่าเกือบเท่าเงินเดือนของเขาหนึ่งเดือนเลยทีเดียว...แต่เขาไม่โลภ เื่หาเงินให้เป็ไปตามหลักการจะดีกว่า เป็แบบนี้เขาเองก็พอใจแล้วเช่นกัน