หลังเสร็จจากการสัมภาษณ์งานภัคธีมาก็ขับรถพารวิสรามาที่วัด มายังสถานที่เก็บศพพุฒิพงศ์ ซึ่งอยู่รวมกับร่างอันไร้ิญญาของคนอื่นๆ นั่นเอง
ภัคธีมามองช่องเก็บศพพี่ชายที่ถูกโบกปูนปิดไว้ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ก่อนจะเอาขวดน้ำวางไว้ด้านหน้า ตามด้วยดอกไม้ช่อเล็กๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า
“พี่พงศ์คะ อดทนหน่อยนะคะ ทนอยู่ที่นี่หน่อยนะ ตอนนี้ภัคกำลังจะทวงความยุติธรรมให้พี่ค่ะ ภัคจะแก้แค้นให้กับพี่ คนที่ทำให้พี่ตายมันจะต้องชดใช้ มันต้องเ็ปทรมานกว่าพี่หลายเท่า ภัคสัญญาค่ะ ว่าภัคจะพาไอ้ฆาตกรมากราบขอขมาศพพี่ให้ได้”
“ภัค…ฉันว่าการแก้แค้นมันก็เหมือนเอาน้ำมันไปราดบนกองไฟนะ ดีไม่ดีเธออาจถูกไฟเผาผลาญได้” รวิสราเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายมองด้วยความไม่พอใจ
“วิ! ไหนเธอบอกว่าจะไม่ห้ามฉันไง เธอจะช่วยฉันเต็มที่ แล้วทำไมตอนนี้เธอกลับมาพูดอีกแบบล่ะฮึ บอกฉันมาสิ”
“ฉันแค่เป็ห่วงเธอก็เท่านั้นเอง กลัวว่าสักวันเธอจะเ็ปเพราะการแก้แค้น กลัว…”
“ไม่แน่นอน ฉันไม่มีทางเ็ปเพราะการแก้แค้น หนำซ้ำฉันออกจะสะใจซ้ำไปที่แก้แค้นให้พี่พงศ์ได้สำเร็จ ที่สำคัญฉันจะลากคอไอ้ฆาตกรเข้าคุกให้ได้เลยคอยดู” หญิงสาวเอ่ยด้วยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น ในขณะที่รวิสรานั้นมีสีหน้าที่เป็กังวลเพราะเป็ห่วงเพื่อนอยู่ในที
ทว่าดูเหมือนภัคธีมาจะไม่ยอมฟังเสียงของเพื่อนเลย เธอคิดเพียงว่าต้องแก้แค้นแทนพี่ชายให้ได้เท่านั้น อย่างอื่นเธอไม่สนใจ ขอแค่ให้ได้ทำตามความ้าของตนเองให้สำเร็จเป็พอ
และการแก้แค้นคือสิ่งที่เธอ้ามากที่สุดนั่นเอง!
“แผนขั้นที่หนึ่งสำเร็จแล้ว” ภัคธีมามองช่องเก็บศพพี่ชายพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความสะใจ “และต่อไป…ภัคจะทำให้นายนั่นหลงรักภัคจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วหลังจากนั้นไม่นานนักภัคก็จะเผยตัวตนว่าตัวเองเป็ใคร ก่อนจะค่อยๆ หักอกเขาทีละนิดๆ ให้นายนั่นรับรู้ถึงความเ็ปที่ภัคเคยได้รับว่ามันเป็ยังไง แต่ในระหว่างที่ภัคอยู่กับนายตุลธรภัคจะพยายามหาหลักฐานเอาผิดเขาให้ได้ มันคงไม่ยากเกินไปที่จะหา พี่พงศ์เอาใจช่วยภัคด้วยนะคะ”
ทันใดนั้นเองจู่ๆ บริเวณรอบๆ ก็เกิดลมพัดแรง จนกิ่งไม้แทบจะหักให้ได้เลย
รวิสราหันซ้ายแลขวาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ในขณะที่ภัคธีมากลับมีรอยยิ้มที่พึงพอใจ และไม่มีท่าทีกลัวอะไรเลย
“พี่พงศ์รับรู้แล้วใช่มั้ยคะ” หญิงสาวมองไปรอบๆ พร้อมกับะโ “พี่พงศ์ยินดีที่จะเอาใจช่วยภัคใช่มั้ยคะ ภัครู้ค่ะว่าพี่อยู่แถวนี้ และรู้ว่าพี่พร้อมจะเอาใจช่วยให้ภัคแก้แค้นได้สำเร็จ ภัคขอบคุณพี่มากนะคะ”
“ภัค ฉันว่าเรากลับกันเถอะ ฉันชักใจคอไม่ค่อยดีเลย” รวิสราแตะต้นแขนเพื่อนเบาๆ
“ไม่ ฉันจะอยู่คุยกับพี่พงศ์สักพักก่อน จะอยู่พูดคุยเื่แก้แค้น”
“ไปเถอะ ฉันว่าพี่พงศ์คงรับรู้และคอยเอาใจช่วยเธอละ นะ เชื่อฉัน เรากลับบ้านกันเถอะ” เธอรบเร้า
“ฉัน…” ภัคธีมามีท่าทีลังเล
ทว่าสุดท้ายรวิสราก็ดึงแขนเพื่อนออกไปจากตรงนั้นจนได้ ทั้งๆ ที่ภัคธีมายังไม่อยากจะไป แต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้เลย
ตุลธรนั่งเล่นมือถืออยู่ในห้องทำงานตอนที่ยังไม่มีเอกสารให้เซ็น ชายหนุ่มเปิดเฟซบุ๊กไล่ดูไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน อย่างสบายอารมณ์ ดูไปยิ้มไปราวกับมีความสุขมาก
ทว่าความสุขของเขาเป็อันต้องพังลงเมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงพูด
“บอสคะ ลินขออนุญาตเข้าไปนะคะ”
“เชิญ!” ชายหนุ่มตอบกลับไป ก่อนจะปิดมือถือและวางไว้บนโต๊ะทำงาน
นลินญาเปิดประตูเข้ามาแล้วรายงานว่า
“บอสคะ มีคนมาขอพบบอสค่ะ”
“บอกไปว่าผมไม่ว่าง มีงานที่จะต้องทำอีกเยอะ”
“แม้แต่เพื่อนอย่างฉันแกก็ไม่อนุญาตให้เข้าพบเหรอวะ” มีอีกเสียงดังแทรกขึ้นมาจากหน้าห้อง
ตุลธรหันไปมองทางประตู เขาเห็นผู้เป็เพื่อนยืนกอดอกยักคิ้วให้
“เฮ้ย! ไอ้นัย” ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างดีใจ
ฝ่ายแขกผู้มาเยือนนั้นก็เดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้โดยไม่ต้องรอให้เพื่อนบอกก่อน ส่วนเลขาฯ สาวก็เดินออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่ ก่อนที่บทสนทนาของสองเพื่อนรักจะเริ่มต้นขึ้น
“วันนี้ลมอะไรหอบแกมาถึงที่นี่ได้วะ” ตุลธรเอ่ยถามเพื่อนด้วยสีหน้าที่เบิกบาน ในขณะที่ภัทรดนัยตอบว่า
“ก็ฉันคิดถึงแกไง ถึงได้มาหาเนี่ย”
“ขอความจริงโว้ย”
“โอเคๆ วันนี้ฉันกะว่าจะมาชวนแกไปเที่ยวผับว่ะ นั่งดริ๊งก์กับผู้หญิงสวยๆ สักสองสามคน ไปหรือเปล่าวะ”
“คงไม่ได้ว่ะ เพราะฉันมีใครคนหนึ่งที่หมายปองแล้ว” ขณะพูดเขาก็มีอาการเหม่อลอยและยิ้มหวานราวกับกำลังฝันกลางวันอยู่
“เฮ้ย ใครวะๆ บอกฉันทีสิ” ภัทรดนัยถามอย่างสนใจ
ตุลธรจึงบอกว่า
“ก็เป็พนักงานใหม่ของบริษัทฉันนี่ละ อายุก็ยี่สิบกว่าๆ อ้อ สวยด้วยนะโว้ย วันที่มาสัมภาษณ์งานเธอแต่งตัวเซ็กซี่มากว่ะ แถมดูท่าทางเธอจะอ่อยฉันด้วยนะ น่าเสียดายที่เลขาฯ ของฉันเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ไม่งั้น…”
“ไม่งั้นแกกับเธออาจได้สานต่อเื่อย่างว่า”
“แกพูดถูกเผงเลยว่ะ ฉัน้าให้มันเป็แบบนั้นเลย”
“แต่เธอจะยอมเหรอวะ”
“ต้องยอมสิ” ตุลธรมั่นใจ “เพราะดูท่าทางเ้าหล่อนก็คงจะ้าจบที่เตียงเหมือนกัน ฉันดูออก อ่อยฉันขนาดนั้นถ้าไม่อยากก็บ้าแล้ว”
“แกคิดไปเองหรือเปล่า”
“ไม่ๆ ฉันไม่ได้คิดไปเองแน่นอนโว้ย ฉันเชื่อว่าเธอมีความ้าไม่ต่างจากฉันแน่” ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น
“เอาเถอะ ฉันก็ขอให้ความคิดของแกกับผู้หญิงคนนั้นตรงกันแล้วกันนะ”
“ความคิดต้องตรงกันอยู่แล้ว”
แต่แล้วบทสนทนาของทั้งสองก็ต้องยุติลงเมื่อเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะพร้อมกับเสียงพูด
“ดิฉันขออนุญาตเข้าไปนะคะบอส”
“ได้สิ เชิญ!”
แล้วประตูห้องก็เปิดเข้ามา พร้อมกับร่างบางของเลขาฯ สาวที่หอบแฟ้มเอกสารปึกใหญ่มาให้ท่านประธาน
“นี่คือแฟ้มเอกสารรูปแบบกลิ่นน้ำหอมที่คุณจักรินออกแบบมาให้บอสเลือกดูค่ะ มีหลายกลิ่นเลยนะคะ”
“ได้สิ เดี๋ยวผมจะเลือกดูนะ ถ้าเลือกได้ผมจะแจ้งคุณไปอีกที”
“ค่ะ โอเคค่ะ ถ้างั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” นลินญาเดินออกจากห้องทำงานของท่านประธานไปทันที
เมื่อนลินญาออกไปจากห้องแล้ว ตุลธรก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อน
“เออ ไอ้นัย นี่มันเที่ยงแล้ว เราออกไปหาอะไรทานดีไหม”
ภัทรดนัยพยักหน้าตอบตกลง
“ไปสิวะ ฉันก็กำลังหิวเหมือนกัน ไปที่ร้านเดิมที่เราเคยไปทานเป็ไงวะ เราทานไปก็คุยกันไป ฉันมีหลายเื่อยากจะคุยกับแก”
“ก็ได้นะ ฉันเองก็มีหลายเื่จะคุยกับแกเหมือนกัน”
“โอเค ถ้างั้นเราไปกันเลย ไปเพื่อน!”
หลังจากนั้นสองเพื่อนรักก็เดินกอดคอกันออกจากห้องไปทันที เพราะจะพากันไปทานข้าวเที่ยงนั่นเอง
ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์…
ภัคธีมากำลังทำหน้าที่พรีเซนเตอร์โปรโมตน้ำหอมสูตรใหม่อย่างคล่องแคล่วราวกับเคยทำแบบนี้มาก่อน ทว่าความจริงแล้วเธอไม่เคยทำงานพรีเซนเตอร์เลยสักครั้งเดียว แต่ที่เธอทำได้นั่นเป็เพราะเธอเรียนมาจากยูทูป
วันนี้หญิงสาวแต่งตัวค่อนข้างเซ็กซี่นิดหนึ่ง ใบหน้าถูกแต่งเติมแบบจัดเต็ม ทำให้เธอดูสวยกว่าใครๆ จนตุลธรที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ นั้นมองเธอตาไม่กะพริบเลยทีเดียว คงเป็เพราะหลงเสน่ห์เธอเข้าให้แล้วละมัง
นลินญาที่ยืนอยู่ใกล้ท่านประธานก็อดที่จะรู้สึกหงุดหงิดกับสายตาที่เขามองแม่สาวพรีเซนเตอร์สุดเซ็กซี่ขยี้ใจคนใหม่ไม่ได้ เธอไม่ชอบสายตานั้นเลย และด้วยความที่เธอไม่ชอบภัคธีมาเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเห็นตุลธรให้ความสนใจอีกฝ่ายจนออกนอกหน้าก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเกลียดแม่คนนั้นที่สุด
คนอะไร! ยั่วสายตาผู้ชายเก่งจริงๆ เกลียดนัก!
ขณะเดียวกันเสียงสาวพรีเซนเตอร์คนใหม่สะกดทุกสายตาให้หันมามองราวกับถูกมนต์สะกด ทั้งชายทั้งหญิง
“ซันเดอร์แลนด์ น้ำหอมสูตรใหม่ที่หอมยาวนานหนึ่งสัปดาห์โดยไม่ต้องฉีดซ้ำ เพราะฉีดครั้งเดียวก็หอมนานแล้วค่ะ สารสกัดมาจากดอกไม้จากเมืองนอก เอาดอกไม้หลากชนิดมารวมกัน ดิฉันขอรับประกันว่าน้ำหอมสูตรนี้ทั้งหอมทั้งฟินจริงๆ ค่า ใครอยากลองััก็เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครััแล้วเกิดติดใจก็ซื้อไปใช้ได้เช่นกันนะคะ น้ำหอมสูตรนี้ใช้ได้ทั้งชายทั้งหญิงค่ะ เชิญเลยนะคะ”
สิ้นคำพูดของภัคธีมา คนกลุ่มหนึ่งก็กรูเข้าไปพิสูจน์กลิ่นน้ำหอมสูตรใหม่ เพียงไม่กี่นาทีก็ได้รับคำชมว่า ‘หอมฟินชื่นใจ’ เป็เสียงเดียวกัน บางคนก็ตัดสินใจซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยก็มี แม้ราคาจะแพงก็ไม่ใช่อุปสรรคเลยสักนิด
หลังจากอุดหนุนสินค้าใหม่เสร็จทุกคนก็ขอถ่ายภาพกับพรีเซนเตอร์สาวสวย ซึ่งภัคธีมาก็ไม่ขัดขืนอะไร หญิงสาวยอมให้ทุกคนถ่ายภาพด้วย ในขณะที่ตุลธรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างพอใจระคนมีความสุข ทว่าคนข้างๆ กลับทำหน้าเหมือนไม่พอใจ เธอสะกิดแขนเ้านาย
“บอสคะ งานเสร็จแล้ว เรากลับบริษัทกันเถอะค่ะ”
“คุณกลับไปก่อนเลยนะ เพราะเย็นนี้ผมจะพาพรีเซนเตอร์คนใหม่ไปทานข้าวเพื่อฉลองให้กับงานแรกที่เธอทำสำเร็จ” ปากพูดแต่สายตายังคงจ้องไปที่ภัคธีมา
“แต่บอสคะ…” เลขาฯ สาวทำท่าจะแย้ง
“คุณกลับไปก่อนเลย ผมขอตัวก่อนนะ” เอ่ยจบชายหนุ่มก็เดินตรงไปหาพรีเซนเตอร์สาวที่เพิ่งจะถ่ายภาพกับลูกค้าเสร็จ ทิ้งให้นลินญายืนกัดฟันดังกรอด สีหน้าบูดบึ้งราวกับโดนแตนต่อยมา
“ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจไม่เบา สามารถทำให้เ้านายหลงเสน่ห์ได้ ดูสิดู เ้าหล่อนใส่กระโปรงสั้นแบบนี้แล้วไม่ให้ผู้ชายชอบได้ยังไง ฮึ่ม น่าหมั่นไส้นัก” แล้วเธอก็เดินออกไปอย่างหัวเสีย
ทางด้านตุลธรเมื่อเดินเข้าไปใกล้ภัคธีมาก็ยิ้มหวานให้เธอ ก่อนจะเอ่ยถามว่า
“เป็ยังไงบ้างครับ เหนื่อยมากมั้ย”
“ก็ไม่เท่าไหร่ค่ะ แค่นี้ถือว่าจิ๊บมากสำหรับฉัน” หญิงสาวตอบยิ้มแย้ม
ทว่าในใจคิดไปอีกแบบ
‘ถ้าการที่ฉันทำแบบนี้แล้วมันทำให้แผนแก้แค้นสำเร็จ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนฉันก็ยอม คนเลวๆ อย่างคุณต้องชดใช้’
“เราไปทานข้าวกันมั้ยครับ” ตุลธรเอ่ยชวน
“ทำไมคะ คุณจะเลี้ยงฉันเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิครับ”
“เอ…ที่คุณทำแบบนี้คุณ้าอะไรจากฉันหรือเปล่าคะ” เธอถามราวกับรู้ทัน
“คิดมากไปได้น่า ผมก็แค่อยากจะเลี้ยงฉลองให้กับงานแรกของคุณที่สามารถทำได้สำเร็จโดยไม่มีอะไรขัดข้อง มันก็เท่านั้นเองครับ”
“ถ้าแค่นั้นฉันก็ตกลงที่จะไปกับคุณค่ะ” ภัคธีมาตอบตกลงอย่างว่าง่าย ในขณะที่ตุลธรฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“จริงเหรอครับ”
“จริงสิคะ ฉันจะโกหกคุณทำไม”
“ถ้างั้นก็ไปกันเลยครับ ไปครับ” ชายหนุ่มผายมือเชิญ
แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปจากตรงนั้นพร้อมกัน ตรงไปยังร้านอาหารหรูที่อยู่ตรงมุมหนึ่งของห้าง ปล่อยให้พนักงานของบริษัทเก็บของกลับไปก่อน
ภายในร้านอาหารหรู
ตุลธรกับภัคธีมานั่งทานข้าวกันสองคน ทว่ากลับสั่งอาหารมามากมายราวกับทานกันหลายคนอย่างนั้นละ
ระหว่างทานตุลธรก็คอยเอาใจพรีเซนเตอร์สาวด้วยการตักอาหารให้เธอราวกับเป็คนรัก จนคนที่อยู่ในร้านที่เห็นต่างก็เข้าใจว่าทั้งคู่เป็คู่รักกัน แต่ความจริงมันไม่ใช่ เพราะพวกเขาเป็เพียงเ้านายกับพนักงานเท่านั้น
“ทานให้เต็มที่เลยนะครับ ถือเสียว่ามื้อนี้เป็มื้อพิเศษละกัน” ตุลธรจ้องตาอีกฝ่ายเป็มันขณะพูด
“มื้อพิเศษงั้นเหรอคะ” ภัคธีมาถึงกับขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับคำพูดของเ้านาย
“ใช่ครับมื้อพิเศษ” ตุลธรพยักหน้า “เพราะยากนักที่ผมจะเลี้ยงอาหารพนักงานในบริษัท หรือถ้าจะพูดให้ถูกเลยก็คือผมไม่เคยเลี้ยงอาหารพวกเขาเลย”
“นี่คุณกำลังจะบอกว่าฉันคือพนักงานคนแรกที่โชคดีได้คุณเลี้ยงข้าวใช่มั้ยคะ”
“ครับ ก็ประมาณนั้น”
“เอ…ที่คุณทำแบบนี้ คุณ้าอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามราวกับรู้ทัน
“คิดมากไปได้น่า” เขาว่า “ก่อนเข้ามาในร้านผมก็บอกคุณไปแล้วนี่ ว่าผมก็แค่อยากเลี้ยงข้าวคุณก็เท่านั้นเอง ฉลองให้กับงานแรกที่คุณทำสำเร็จไง”
“แค่นั้นจริงๆ ใช่มั้ยคะ”
“ก็แค่นั้นจริงๆ ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ายืนยัน
ทว่าภัคธีมาไม่เชื่อ เธอคิดในใจว่า
‘คิดว่าฉันรู้ไม่ทันคุณเหรอ ฉันรู้ว่าคุณคิดยังไงกับฉัน คุณกำลังจะจีบฉันใช่มั้ยล่ะ ก็ดี มันจะได้ไม่ต้องมีอะไรยุ่งยาก’
“ค่ะ ฉันเชื่อก็ได้” เธอแกล้งทำเป็เชื่อ
“เอ่อ คุณภัคครับ” เขามีท่าทีคล้ายกับอยากจะพูดอะไรกับอีกฝ่าย กระทั่งภัคธีมาถามว่า
“มีอะไรเหรอคะ”
“ผมมีเื่อยากจะสารภาพครับ คือผมหลงรักคุณั้แ่วันที่คุณเข้ามาสัมภาษณ์ที่บริษัทของผมแล้วละครับ เพราะสวยถูกใจผมมาก มันคงไม่เร็วไปใช่มั้ยที่ผมจะพูดแบบนี้” ตุลธรพูดความในใจออกไปทันที
ภัคธีมาแอบหัวเราะสะใจดังก้องอยู่ในใจ
‘นั่นไง ฉันว่าแล้ว ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าคุณจะต้องหลงเสน่ห์ของฉันจริงๆ แหม แผนของฉันช่างง่ายดายอะไรแบบนี้นะ ต่อไปนี้คุณเตรียมตัวรับความหายนะได้เลย”
“คุณว่าอะไรนะคะ”
“คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ ผมรู้สึกกับคุณแบบนั้นจริงๆ” ตุลธรยืนยัน
“แต่ฉันว่า…”
“หรือคุณรังเกียจผมครับ”
“แหม ใครจะไปรังเกียจคนหล่อๆ แบบคุณได้ลงล่ะคะ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรคุณหรอกนะคะ ถ้าคุณยืนยันว่าคุณชอบฉันจริงๆ ฉันก็ยินดีที่จะเปิดใจรับคุณพิจารณาค่ะ เพราะฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างจากคุณ ฉันก็หลงความหล่อของคุณั้แ่วันที่สัมภาษณ์งานแล้วละค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นใจของเราสองคนก็ตรงกันน่ะสิครับ” ตุลธรดีใจจนออกนอกหน้า
“ก็ประมาณนั้นค่ะ”
“วันนี้คุณอยากกินอะไรหรืออยากจะซื้ออะไรก็บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะเลี้ยงคุณเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจผมครับ”
“งั้นหลังจากทานข้าวเสร็จเราไปดูหนังกันต่อนะคะ”
“ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา”
“ขอบคุณค่ะ” เธอแสร้งยิ้มแป้นให้เขา
ทว่ากลับคิดในใจอีกอย่าง
‘คนอย่างคุณนี่หลอกง่ายจริงๆ แฮะ ฉันพูดแค่นี้ก็เชื่อแล้ว ก็ดีเหมือนกัน แผนแก้แค้นของฉันมันจะได้ราบรื่น ไม่ต้องมีอะไรติดขัด’
“ทานข้าวกันต่อดีกว่าครับ เราจะได้ไปดูหนังกัน” ชายหนุ่มบอก
“ค่ะ” ภัคธีมาพยักหน้า
แล้วทั้งคู่ก็ลงมือทานข้าวกันต่อไปด้วยความเอร็ดอร่อย โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซีแอบถ่ายภาพของพวกเขาอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน แล้วพรุ่งนี้เช้าพวกเขาจะได้เห็นข้อความเด็ดๆ จากปาปารัสซีแน่นอน