ตอนที่ 7 ประสบการณ์ในชีวิต (2)
ป้ายหลุมศพถูกเช็ดจนสะอาดใสราวกับกระจก จนสะท้อนภาพของครอบครัวทั้งสี่คนที่ยืนกันอยู่หน้าป้ายได้
ผู้ชายมีรูปร่างสูงใหญ่และสง่า ผู้หญิงอ่อนหวานงดงาม พร้อมกับคู่แฝดชายหญิงที่มีผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียด มองดูแล้วสมบูรณ์แบบเป็อย่างมาก
เด็กหญิงตัวน้อยหมดความอดทนกับสภาพแวดล้อมไปตั้งนานแล้ว แขนข้างหนึ่งของลู่จิ่นหฺวาโอบภรรยาไว้ อีกข้างหนึ่งอุ้มลูกสาวขึ้นในอ้อมแขน ก่อนจะเดินห่างออกมาอย่างเร่งรีบ
เด็กชายที่เดินรั้งท้าย หันศีรษะกลับไปมองหลุมศพอีกครั้ง
ดอกเดซี่ที่วางโดดเดี่ยวหน้าป้ายสุสานปลิวไสวไปตามสายลม
ทั้งสี่คนกลับมาถึงรถอีกครั้ง
ราวกับร่วมกับผ่านพิธีการครั้งนี้มาได้โดยสมบูรณ์ ยิ่งเพิ่มความกลมเกลียวกันมากขึ้น
“เสี่ยวหม่านกับเฉิงจวิ้นก็สามขวบแล้ว ฉันว่าส่งพวกแกเข้าโรงเรียนอนุบาลได้แล้วนะ” ลู่จิ่นหฺวานึกไปถึงคำพูดของเกาเถียนหู่ หัวหน้าของเขาที่พูดไว้ว่าจะส่งลูกของตนไปโรงเรียนอนุบาล และยกมันขึ้นมาพูดกับภรรยา
“แต่ว่าลูกๆ ยังเล็กขนาดนี้ ฉันกลัวว่า...ตอนแรก...” หลิ่วม่อขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“ไม่เป็ไร ฉันจะไปคุยกับพ่อ ให้เขาส่งเสี่ยวซงบอดี้การ์ดไปดูแล ให้คอยรับส่งลูกๆ ไปกลับโรงเรียนทุกวัน” ลู่จิ่นหฺวารู้จักพ่อของเขาดี แม้จะหัวโบราณไปบ้าง แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับลูกชายลูกสาวของเขาแล้ว คนคนนั้นก็จะเป็ห่วงมากจริงๆ ต้องยอมรับปากอย่างแน่นอน
“ขอบคุณนะคะ จิ่นหฺวา” หลิ่วม่อมองสามีของตนด้วยแววตาสว่างเป็ประกาย
เมื่อได้รับแววตาชื่นชมของภรรยาเช่นนี้ ลู่จิ่นหฺวาก็ค่อนข้างอิ่มอกอิ่มใจ เขาตบเบาๆ ลงบนหลังมือของเธอพร้อมพูดขึ้น “เธอก็เป็คุณแม่ลูกสองแล้ว ยังทำตัวเหมือนสมัยแรกๆ ไปได้”
รถเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ภาพของสุสานเื้ัทิ้งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ เพียงไม่นานก็ลับสายตาไป รถค่อยๆ ขับขึ้นทางด่วน พร้อมป้ายบอกทางที่เขียนระบุว่าทางด่วนจิงซี
ทางด่วนจิงซีสายนี้ ปลายทางด้านหนึ่งก็คือเมืองหลวง เมืองต้าจิง ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือเมืองซีหู ซึ่งมีความยาวรวมทั้งหมดสามพันกว่ากิโลเมตร
ภายในอาณาเขตของเมืองซีหูมีอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่าอำเภอจงซาน
ในอำเภอจงซานมีตำบลเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่าตำบลลิ่วเฟิง
ในตำบลลิ่วเฟิงมีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่าหมู่บ้านผิงโข่ว
ในหมู่บ้านผิงโข่วมีบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง
ภายในบ้านเก่าๆ มีพ่อลูกคู่หนึ่ง
พ่อลูกที่กลับมาจากไปทำความสะอาดสุสาน
โจวมู่พูดกับเสี่ยวจือจือ “ปีนี้ลูกต้องไปโรงเรียนแล้วนะ”
สีหน้าของเสี่ยวจือจือไม่เต็มใจ เธอนั่งอยู่ที่ลานกลางบ้าน พร้อมโยนงูน้อยของเธอไปมาอย่างแรง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอวิ่งกะโผลกกะเผลกไปยังห้องครัว ก่อนจะหยิบถ้วยที่เพิ่งนำไปใช้ในการไหว้หลุมศพออกมาและวิ่งมาหยุดลงตรงหน้าพ่อของเธอ เอางูตัวน้อยของเธอม้วนขดวางลงจนเต็มถ้วย พร้อมพูดกับพ่อขึ้นว่า “พ่อคะ หนูยกงูนี่ให้พ่อ พ่ออย่าให้หนูไปโรงเรียนเลยนะคะ ดีไหม”
โจวมู่มองงูที่ขดตัวในถ้วยอย่างไร้ทางขัดขืน...
อยากจะกลับไปที่คุกซีไห่แล้วดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลบุตรระดับดอกเตอร์ออกมาต่อยสักยก...เด็กแบบไหนกันที่้าัักับสัตว์ตัวเล็กๆ และเข้าใจธรรมชาติ...