กระดาษแผ่นที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นนั้น เต็มไปด้วยรอยปากกาที่ขีดฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนดำปื้ด ทว่าท่ามกลางรอยหมึกที่ยุ่งเหยิง มีเพียงชื่อเดียวที่ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนและโดดเด่นที่สุด...
'อวี่ฟู่ชิง'
เสิ่นหยางหงถึงกับอ้าปากค้าง สมองแล่นเร็วทันที
นี่มันเื่อะไรกัน? ไม่ใช่ว่าคุณชายอวี่แอบรักข้างเดียวหรอกเหรอ? ที่แท้... ไป๋ลู่เองก็มีใจให้คุณชายอวี่เหมือนกันนี่นา!
ถ้าใจตรงกันแบบนี้ก็หวานหมูสิ! เื่หนี้สินก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เส้นทางเศรษฐีอยู่แค่เอื้อมแล้ว!
"คุณพ่อ! จะทำอะไรคะ!!"
ไป๋ลู่กรีดร้องเสียงแหลม กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ ก่อนจะรีบพุ่งตัวลงไปตะครุบกระดาษแผ่นนั้นพร้อมสมุดโน้ตเข้ามากอดไว้แนบอกแน่น ราวกับกลัวใครจะมาแย่งสมบัติล้ำค่าไป
มุมปากของอวี่ฟู่ชิงยกยิ้มขึ้นสูง สีหน้าฉายแววผู้ชนะที่ภาคภูมิใจในเสน่ห์ของตนเองจนปิดไม่มิด
เขามองเด็กสาวด้วยสายตาแพรวพราว ไป๋ลู่แกล้งส่งสายตาค้อนวงใหญ่ใส่เสิ่นหยางหงไปทีหนึ่ง ก่อนจะ 'แอบ' ชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยหางตา พอสายตาประสานกันปุ๊บ แก้มเนียนใสของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันควัน!
สีหน้าบ่งบอกกิริยาที่ดูเขินอายราวกับสาวน้อยแรกแย้มที่เพิ่งหัดเริ่มมีความรักเสียจริง!
ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากแซว เด็กสาวก็รีบละล่ำละลักแก้ตัวลิ้นแทบพันกัน
"หนู... คือหนู... เสี่ยวลู่กำลังเขียนประวัติตัวละครอยู่น่ะค่ะ! ไม่ใช่อย่างที่คิดนะคะ!"
นอกจากจะเป็คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นสุดๆ แล้ว ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นยังดูน่ารักน่าเอ็นดูจนคนมองแทบใจละลาย
อวี่ฟู่ชิงกลั้นขำ พลางเออออห่อหมกตามน้ำไปอย่างอารมณ์ดี
"อืม... เข้าใจแล้วครับ เสี่ยวลู่กำลังเขียน 'ประวัติตัวละคร' อยู่นี่เอง ขยันตั้งใจทำงานจริงๆ เลยนะเด็กดี"
ยิ่งเขาพูด ใบหน้าของไป๋ลู่ก็ยิ่งแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู ในที่สุดเธอก็ทนความเขินอายไม่ไหวจนต้องก้มหน้า ไม่กล้าสบตาเขาอีก
ความในใจที่อุตส่าห์ซ่อนไว้... จะปล่อยให้คนที่แอบชอบรู้ตัวได้ยังไงกันล่ะ!
(แต่ในใจจริงๆ: หลงตัวเองชะมัด! เชื่อคนง่ายแบบนี้ ชาตินี้แกเสร็จฉันแน่!)
อวี่ฟู่ชิงเปลี่ยนเื่อย่างรู้มารยาท แต่แฝงความจริงจังในน้ำเสียง
"คุณลุงเสิ่นครับ อาการของเสี่ยวลู่เป็ยังไงบ้าง คุณหมอว่ายังไง? ตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้น จะมีผลข้างเคียงอะไรตามมาไหมครับ?"
เสิ่นหยางหงรีบยืนตรง รายงานอาการของไป๋ลู่อย่างละเอียดถี่ยิบราวกับลูกน้องรายงานเ้านายในห้องประชุม "ไม่เป็ไรแน่นอนครับ! หมอเช็กละเอียดแล้ว ปลอดภัยหายห่วงครับ!" เขากำชับเสียงหนักแน่น
พอฟังจบ อวี่ฟู่ชิงก็ถอนหายใจพลางแสดงความสงสารออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"โชคดีที่์คุ้มครอง เสี่ยวลู่ถึงไม่เป็อะไร... แต่ผมสงสัยจริงๆ กองถ่ายนี้ทำงานกันยังไง? ปล่อยให้นางเอกตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ได้ยังไง?"
ละครเื่นี้ 'อวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์' เป็หนึ่งในสปอนเซอร์หลัก อวี่ฟู่ชิงในฐานะตัวแทนผู้ลงทุนจึงมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเช็กบิลและตั้งคำถาม
เสิ่นหยางหงหน้าซีดเผือด ทำหน้าพิลึกพิลั่น อึกอักอยู่นาน เลี่ยงบาลีไม่ยอมตอบคำถามตรงๆ
อวี่ฟู่ชิงขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองทางไป๋ลู่ เด็กสาวของเขาก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน ดูเหมือนเธอจะมีคำพูดมากมายอัดอั้นอยู่ในอก แต่กลับไม่กล้าเอ่ยปากฟ้อง
"คุณลุงเสิ่น ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? พูดมา!" อวี่ฟู่ชิงกดเสียงต่ำ รัศมีอำนาจกดดันแผ่ออกมารอบตัว
เขาเติบโตมาในตระกูลมั่งคั่งและเริ่มบริหารงานบริษัทั้แ่สมัยเรียน แม้จะยังหนุ่ม แต่เวลาโกรธขึ้นมา รัศมีความน่าเกรงขามก็ไม่แพ้พวกรุ่นใหญ่ในวงการธุรกิจเลย
เสิ่นหยางหงใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาตัดสินใจจะเปิดปากสารภาพความจริงเพื่อเอาตัวรอด ทว่า...
ปัง!
ประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างแรง อู๋ลี่ผิงลากแขนเสิ่นซินลั่วบุกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน!
ไม่น่าแปลกใจเลย... สองแม่ลูกนี่คงแนบหูแอบฟังอยู่หน้าประตูตั้งนานแล้ว พอเห็นท่าไม่ดีก็เลยได้ฤกษ์โผล่หัวออกมาเสียที
ไป๋ลู่ลอบกระตุกยิ้มมุมปาก เธอนั่งพิงหัวเตียงสบายใจเฉิบ กอดอกรอชม 'ละครลิง' ฉากใหญ่ด้วยความบันเทิงใจ
เอาล่ะ... มาดูกันซิว่าสองแม่ลูกตระกูลเสิ่นจะงัดมุกไหนมาแถสีข้างถลอกกันอีก!
"เสี่ยวลู่เอ๊ย! เป็ความผิดของแม่เอง... แม่ผิดเองที่ลำเอียงรักพี่สาวของหนูมากกว่า มีอะไรดีๆ ก็อยากยกให้พี่เขาไปหมด แม่สำนึกผิดแล้วจริงๆ!"
อู๋ลี่ผิงเปิดฉากดราม่าชุดใหญ่ไฟกะพริบ!
"แม่ไม่กล้าขอให้หนูอภัยให้หรอกนะ แต่แม่แค่หวังว่าหนูจะไม่เกลียดหรือตีตัวออกห่างพี่สาวคนเดียวของหนู เพียงเพราะเื่นี้! ความผิดทั้งหมด ให้มันจบที่แม่เถอะลูก... พี่สาวหนูเขาเป็ห่วงหนูมากจริงๆ สาบานได้เลยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะผลักหนูเลยนะ! เสี่ยวลู่ หนูเข้าใจพี่เขาผิดไปแล้วจริงๆ ลูก!"
โอ้โห... ผิดคาดแฮะ
ไป๋ลู่นึกชมในใจ อู๋ลี่ผิงไม่ได้บิดเบือนความจริงว่าไม่มีใครผลัก แต่ยอมรับหน้าด้านๆ เลยว่าลูกสาวตัวเองทำ แต่เบี่ยงประเด็นว่าเป็ 'อุบัติเหตุ' เธอยอมรับผิดแทนทั้งหมด เพื่อฟอกขาวให้เสิ่นซินลั่วพ้นมลทิน
อวี่ฟู่ชิงรู้ซึ้งถึงสันดานของผัวเมียเสิ่นคู่นี้ดีราวกับส่องกระจก เขาไม่แม้แต่จะปรายหางตามองอู๋ลี่ผิงเลยสักนิด เขานิ่งเงียบและจ้องมองไปที่ไป๋ลู่เพียงคนเดียว
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนเลยว่าความจริงคืออะไร... เขาสนใจแค่ว่า 'ไป๋ลู่จะเอายังไง' เท่านั้น
อู๋ลี่ผิงเห็นว่าไม้ตายแรกไม่ได้ผล นางจึงกัดฟันแน่น บีบคางเสิ่นซินลั่วให้เงยหน้าขึ้นอย่างแรง แล้วหันมาทางไป๋ลู่
“เสี่ยวลู่! หนูดูเอาเองเถอะ! พอพี่สาวหนูรู้ว่าถูกหนูเข้าใจผิด เขาก็ยอมเอาความตายเข้าแลกเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์แล้ว! หนูยังจะบีบคั้นพี่เขาไปถึงไหน? เสี่ยวลู่... ถ้าหนูจะเกลียดแม่ที่ลำเอียงก็สมควรแล้ว แต่อย่าปล่อยให้ความโกรธบังตาจนมองพี่เขาผิดไปแบบนี้เลยนะ!"
เสิ่นซินลั่วไม่พูดแก้ตัวใดๆ เธอเพียงแต่ก้มหน้าเช็ดน้ำตาป้อยๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้น ดูน่าสงสารราวกับนางเอกละคร
ผ้าพันแผลที่ศีรษะของ 'ยัยดอกบัวขาว' ถูกแกะออกแล้ว เผยให้เห็นรอยแผลบวมแดงและรอยช้ำเืช้ำหนองบนหน้าผากที่จงใจโชว์ให้เห็นจะจะ
ไป๋ลู่เหลือบมองแผลนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ หันไปอ้อนอวี่ฟู่ชิงเสียงใส
"พี่ฟู่ชิงคะ... เสี่ยวลู่หิวจังเลยค่ะ"
เฮ้อ... เห็นทีวันนี้ฉันจะเล่นบทดราม่าเยอะไปหน่อย ชักจะเหนื่อยแล้วแฮะ ไม่มีแรงเหลือให้ไปประชันบีบน้ำตากับใครแล้ว ขอกินข้าวก่อนได้ไหม?
"คุณลุงเสิ่นครับ รบกวนคุณช่วยไปเตรียมมื้อเย็นให้ผมกับเสี่ยวลู่ด้วยนะครับ" อวี่ฟู่ชิงหันไปสั่งทันทีโดยไม่สนใจสองแม่ลูก
เมื่อดูจากท่าทีของไป๋ลู่แล้ว เธอยังจำใจยอมรับในตัวเสิ่นหยางหงอยู่ ‘อย่างน้อยตาแก่นี่ก็เป็พวกเห็นแก่เงิน’ สำหรับพ่อเสิ่นนั้น ไป๋ลู่เปรียบเสมือน 'สินค้าเกรดเอ' ที่มีมูลค่าสูงลิ่ว เขาย่อมต้องประคบประหงมเธอเป็ธรรมดา ผิดกับสองแม่ลูกที่มีนิสัย-ขี้อิจฉาจนหน้ามืดตามัว
เสิ่นหยางหงรีบพยักหน้ารับคำ "ได้ครับๆ รอสักครู่นะครับ"
อู๋ลี่ผิงเห็นว่าไป๋ลู่เมินเฉยไม่ยอมรับมุก นางจึงตัดสินใจ 'ทุ่มสุดตัว' ด้วยการทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าไป๋ลู่!
ไป๋ลู่ทำท่าใกลัว รีบคว้าแขนเสื้ออวี่ฟู่ชิงไว้แน่น
"คุณป้าเสิ่น! นี่คุณป้ากำลังทำอะไรครับ!" อวี่ฟู่ชิงตะคอกถาม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็ปม
อู๋ลี่ผิงไม่พูดพร่ำทำเพลง นางง้างมือขึ้นแล้วเริ่มลงมือตบหน้าตัวเองทันที!
เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นสะใจคนฟังเหลือเกิน! ตบไปเพียงไม่กี่ที แก้มตอบๆ ของนางก็บวมเป่งแดงช้ำขึ้นมาทันตาเห็น
เสิ่นซินลั่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ปล่อยโฮออกมาด้วยความใและร้อนรน
"เสี่ยวลู่! แม่ขอโทษหนู! แต่พี่สาวหนูเขาบริสุทธิ์จริงๆ นะ!" อู๋ลี่ผิงะโโวยวายทั้งที่ปากเริ่มแตก
"เขาไม่เคยคิดจะทำร้ายหนูให้ตายเลย! มันเป็อุบัติเหตุจริงๆ! เสี่ยวลู่... จิตใจหนูทำด้วยอะไร? หนูจะบีบคั้นพี่สาวของหนูให้ตายทั้งเป็แบบนี้จริงๆ เหรอ?!"
แววตาของไป๋ลู่พลันเย็นะเืขึ้นมาวูบหนึ่ง
เหอะ... นอกจากจะป้ายความผิดให้คนอื่นแล้ว ยังคิดจะใช้ 'ศีลธรรม' มาบีบบังคับฉันอีกเหรอ?
คิดจะเล่นบท 'แม่ผู้เสียสละ' ยอมเจ็บตัวเพื่อให้ฉันดูเป็นางมารร้ายใจดำที่ไม่ยอมยกโทษให้เสิ่นซินลั่วสินะ! ฝันไปเถอะ!
ไป๋ลู่ไม่เล่นตามเกมส์ เธอเลือกมุดตัวลงไปในผ้าห่ม ขดตัวกอดเข่าเป็ก้อนกลม ร่างเล็กสั่นเทาน้อยๆ ดูหวาดกลัวสุดขีด
เพียงแค่นี้... พระเอกจอมปลอมอย่างอวี่ฟู่ชิงก็ทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! หัดรู้จักสำรวมบ้าง!" เขาตวาดด้วยความโมโหดังลั่นห้อง
แต่เพื่ออนาคตของลูกสาวแท้ๆ อู๋ลี่ผิงยอมทำทุกอย่าง เธอยังคงคุกเข่าโขกศีรษะกราบกรานไป๋ลู่อย่างไม่ลดละ
"เสี่ยวลู่! แม่กราบล่ะ หนูยกโทษให้พี่เขาทีเถอะ ทั้งหมดเป็ความผิดของแม่เอง แม่—"
"กรี๊ดดดด! ไม่เอาแล้ว! ฮือออ!" ไป๋ลู่แกล้งกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก
อวี่ฟู่ชิงรีบดึงเธฮเข้ามากอดปลอบในอ้อมแขน ใช้แผ่นหลังบังภาพอุจาดตาตรงหน้า
เสิ่นหยางหงทนไม่ไหวอีกต่อไป เขากระชากตัวภรรยาให้ลุกขึ้นแล้วผลักอย่างแรงจนนางเกือบล้มกลิ้ง
"อู๋ลี่ผิง!! คุณยังเป็แม่คนอยู่ไหม!?"
เขาชี้นิ้วด่ากราดด้วยความเดือดดาล
"ใจคอคุณทำด้วยอะไร ถึงได้ทำร้ายจิตใจเสี่ยวลู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า! ผมทนกับความบ้าคลั่งของคุณมามากพอแล้ว! คุณรู้ไหมว่าเมื่อตอนเที่ยง เสี่ยวลู่เพิ่งจะอ้อนวอนให้ผมให้อภัยคุณอยู่หยกๆ! เธอบอกว่า ยังอยากให้ครอบครัวเรากลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา! แล้วดูคุณทำสิ? มัวแต่ทำบ้าอะไรอยู่ฮะ?!"
เขาสะบัดมืออู๋ลี่ผิง จนร่างนางทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
เสิ่นหยางหงสูดหายใจลึก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง... แต่เชี่ยวกรากรุนแรงราวกับเขื่อนแตก
"อู๋ลี่ผิง... คุณไม่คู่ควรกับการเป็แม่คนเลยจริงๆ ผมนึกเสียใจนะ ที่ปล่อยให้เสี่ยวลู่กับซินลั่วต้องมามีแม่แบบคุณ ผมทนเห็นลูกๆ ตกอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว..."
เขาประกาศกร้าวเสียงดังฟังชัด
"เรา... หย่ากันเถอะ!"