พิมพ์เป็เด็กกำพร้าชาวไทยที่เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในต่างจังหวัด จึงออกมาหางานทำและเรียนต่อปริญญาตรีของวิทยาลัยครูในกรุงเทพในวันเสาร์และอาทิตย์
เธอทำงาน partime หลายอย่างในวันจันทร์ถึงศุกร์ ไม่ว่าจะเป็พนักงานร้านสะดวกซื้อ ร้านพิซซ่า ขายยา ขายไอศกรีม แต่พิมพ์เรียนบริหารธุรกิจคอมพิวเตอร์ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ณ วิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็เวลา 4 ปี จนจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจคอมพิวเตอร์ จากวิทยาลัยแห่งนั้น
หลังจากนั้น เธอก็ทำงานประจำเป็พนักงานฝ่ายบุคคลของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
เธอมีเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คน คือ กิฟท์และทิพย์ พิมพ์มีแฟนชื่อชัย เธอคบกับชัยเป็แฟนกันมาหลายปีั้แ่เริ่มทำงานใหม่ๆ อายุ 23 ปี
นอกจากนี้ เธอยังนำเงินไปบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเคยอยู่ทุกเดือนๆ ละ 1,000 บาท
แม้ว่า เธอจะรักชัยมากแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ทำเพียงจับมือ กอด และจูบกันกับชัยเพียงเท่านั้น เธอไม่เคยไปถึงขั้นลึกซึ้งเลยสักครั้งเดียว ทำให้ชัยเริ่มเบื่อหน่ายพิมพ์ที่ไม่ยินยอมตกเป็ของเขา
เมื่อน้องใหม่ที่เป็สาวสวยเข้ามาทำงานใหม่ในบริษัทแห่งนี้ ทำให้ชัยเริ่มจีบน้องใหม่คนนั้น จนในที่สุด เธอยินยอมคบกับชัยเป็แฟนและมีความสัมพันธ์รักลึกซึ้งต่อกัน ในขณะที่ชัยก็ยังคงคบหาเป็แฟนกับพิมพ์เช่นกัน
เพื่อนๆ ของเธอจึงมาบอกกับเธอว่า ชัยแฟนหนุ่มของเธอนั้น กำลังคบหากับน้องใหม่ในบริษัทอยู่ในขณะที่คบหากับเธอ ทำให้เธอใและเสียใจมากที่ชัยทรยศต่อความรักที่เธอมีต่อเขา ั้แ่เธออายุ 23 จนกระทั่งถึงตอนนี้เธออายุ 35 ปี แล้วเธอจึงบอกเลิกกับชัยทันที แม้ชัยจะขอโทษเธอ และขอให้เรายังคงเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน แต่เธอทำไม่ได้ เพราะเธอเจ็บแล้วจำ และเธอก็ไม่สามารถเป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้อีกต่อไป แม้ว่า พวกเราจะยังทำงานที่เดียวกันก็ตาม
หลังจากนั้นไม่นาน ชัยและแฟนใหม่รุ่นน้องก็ย้ายไปทำงานที่บริษัทใหม่ด้วยกัน
แต่เธอยังคงทำงานที่บริษัทเดิม แม้ว่าเธอจะมีชายหนุ่มหลายคนแวะเวียนเข้ามาจีบ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจคบหาเป็แฟนกับใครสักคน เนื่องจากเธอกลัวความเ็ปที่เกิดขึ้น เมื่อต้องเลิกกัน เพราะมันทั้งทรมาน ต้องร้องไห้ออกมา แต่ไม่มีเสียง และมันเจ็บที่ใจเป็อย่างมาก
เธอทำงานมานานหลายปี จนในที่สุดเธอก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้างานบุคคล เธอทำงานจนกระทั่งเธอเกษียณอายุการทำงาน เมื่อเธออายุครบ 55 ปี
เธอก็ยังคงครองตัวเป็สาวโสดสนิทเหมือนเดิม และกลับมาช่วยงานสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ต่างจังหวัด อยู่มาวันหนึ่งเธอเดินชนรูปถ่ายของตัวเองที่วางบนหลังตู้เย็นหล่นแตกกระจายบนพื้น แล้วเธอก็เก็บกวาดเศษกระจก แล้วเศษกระจกนั้น จึงบาดนิ้วมือของเธอ ทำให้เกิดแผลและมีเืไหลออกมา
เธอจิตใจไม่ดีกลัวว่าจะเป็ลางร้ายหรือลางบอกเหตุกับตัวเอง เธอจึงอยากไปทำบุญไหว้พระ
“กิฟท์ไปทำบุญไหว้พระวัดป่ากันไหม? ชวนทิพย์ไปด้วยกัน”
เธอชวนกิฟท์และทิพย์ไปทำบุญไหว้พระวัดป่า ที่พวกเธอเคารพนับถือด้วยกัน
“ตกลงจ้า/ตกลง เราก็อยากไปทำบุญไหว้พระวัดป่าเหมือนกัน เพราะไม่ได้ไปนานแล้วด้วย”
กิฟท์และทิพย์ตอบรับ ผ่านการโทร messenger ในกลุ่มเพื่อนสนิทสามสาวของ facebook พร้อมกัน
เมื่อพิมพ์และเพื่อนสนิทไปถึงวัดป่า เธอและเพื่อนของเธอก็ทำบุญไหว้พระและถวายสังฆทานเ้าอาวาส แล้วเ้าอาวาสก็รดน้ำมนต์ให้ทั้งสามคน และทักพิมพ์ว่า
“โยมเตรียมตัวให้พร้อมภายในเวลา 7 วันนี้ จะได้กลับไปยังที่ที่โยมจากมา และมีคนรอโยมอยู่”
หลังจากนั้น เ้าอาวาสก็มอบสร้อยข้อมือให้พิมพ์ 1 เส้น
เมื่อพิมพ์กลับมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วเธอก็ทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เสร็จ แล้วเธอก็เข้านอนที่ห้องพักในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั้น
พิมพ์นอนหลับไป แล้วเธอก็ฝันเห็น ผู้หญิงสาวชาวจีนในยุค 70 ชื่อ กู้ซุนหนี่ อายุ 21 ปี มีสามีเป็ทหาร ชื่อ หยางตง อายุ 25 ปี ซึ่งเป็ลูกชายคนที่ 3 ของครอบครัวหยาง และมีลูกสาว อายุ 2 ขวบ ชื่อ หยางลี่ มีแม่สามี ชื่อ จางซื่อ ซึ่งร้ายกาจและไม่ชอบลูกสะใภ้คนที่ 3 นี้ จึงให้ลูกสะใภ้คนที่ 3 ทำงานบ้านทุกอย่างให้บ้านใหญ่หยาง ทั้งซักผ้า ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน และเลี้ยงสาวของเธอไปด้วย
เธอแทบจะไม่มีเวลานั่งพักหรือดูแลลูกสาวของเธอ รวมทั้งเธอต้องกินอาหาร หลังจากครอบครัวสามีกินเสร็จก่อน
เธอและลูกสาวของเธอจึงจะได้กินอาหารซึ่งเป็เพียงน้ำข้าวต้มที่หาเมล็ดข้าวแทบไม่เจอ เธอและลูกสาวของเธอใส่เสื้อผ้าเก่าๆ สีซีดๆ เต็มไปด้วยรอยปะชุน ทำให้ร่างกายของเธอผอมบางเป็อย่างมาก เพราะได้รับอาหารในปริมาณเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่เพียงพอต่อความ้าของร่างกาย อีกทั้งเธอยังทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ทำให้กู้ซุนหนี่ป่วยเป็ไข้อย่างหนัก แล้วเธอก็เสียชีวิตลงในห้องนอนของเธอ
“แม่ แม่ ตื่น ตื่น หนูหิวแล้ว”
ลูกสาวของกู้ซุนหนี่เขย่าตัวแม่ของเธอให้ตื่น แต่กู้ซุนหนี่ก็ไม่ตื่นขึ้นมา หยางลี่จึงร้องไห้เสียงดัง
“ฮือๆ แม่ตื่น ฮือๆ”
พิมพ์ฝันเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ติดอยู่กันอยู่ 2 คืน เธอจึงคิดว่าสิ่งที่เ้าอาวาสกล่าวเตือนเธอน่าจะเป็เื่จริง
พิมพ์คิดว่าเป็ลางร้ายที่เตือนเธอให้รู้ว่าเธอจะต้องเสียชีวิตลงในภพภูมินี้ แล้วต้องไปอยู่ต่างภพต่างมิติในจีนยุค 70 เป็แน่
พิมพ์จึงเล่าเหตุการณ์ในฝันนี้ให้เพื่อนฟัง และบอกลาเพื่อนของเธอไว้ก่อน
“พิมพ์งั้นเธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับจีนยุค 70 แล้วละนะ ฉันว่า”
ทิพย์และกิฟท์บอกพิมพ์เตรียมตัวให้พร้อม และศึกษาหาข้อมูลว่าในจีนยุค 70 นั้นต้องเตรียมสิ่งที่จำเป็อะไรไปบ้าง
“พิมพ์เธอต้องศึกษาว่าจีนยุค 70 ยุคนั้นต้องเตรียมสิ่งใดบ้างนะ ลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตดูนะ”
กิฟท์บอกพิมพ์
“พิมพ์เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมด่วนนะ”
ทิพย์บอกพิมพ์เพิ่มเติม
“ขอบใจเธอสองคนมากนะ ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน”
พิมพ์ตอบกลับทิพย์กับกิฟท์
พิมพ์จึงนำสร้อยข้อมือที่เ้าอาวาสนำมาให้สวมไว้บนข้อมือ ระหว่างที่เธอทำกับข้าวตอนเย็น
พิมพ์ทำมีดบาดมือและเืของเธอโดนสร้อยข้อมือที่เธอสวมอยู่ ทำให้สร้อยข้อมือเส้นนั้นหายไปกลายเป็ปานแดงตรงข้อมือของเธอเป็รูปดอกบัวตูมแทน
เธอจึงัับริเวณที่มีปานแดงรูปดอกบัวตูมนั้น ทำให้เธอวูบไปยังสถานที่หนึ่งเป็พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ มีกระท่อมชั้นเดียว 1 ห้องนอน 1 ห้องครัว 1 ห้องโถงสำหรับนั่งเล่น และห้องน้ำและห้องอาบน้ำ
เธอจึงเดินไปเปิดประตูกระท่อมเข้าไปภายในพบว่า มีทั้งเตียงนอน 1 หลัง ตู้เสื้อผ้า 1 ตู้ โต๊ะทำงานในห้องนอน ตู้เย็น เตาแก๊ส 2 หัว หม้อ มีด เขียง กระทะ ถ้วย ชาม ช้อน แก้วน้ำ ถังใส่น้ำและขันน้ำ ในห้องครัวส่วนในห้องน้ำมี ถังน้ำ 1 ใบเล็ก และ ถังน้ำ 1 ใบใหญ่พร้อมขันน้ำอยู่ในถังน้ำทั้งสองถัง หลังกระท่อมมีบ่อน้ำใสมากๆ 1 บ่อ