ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดขึ้นเป็นคนแรก “แม่นางเฟิงไม่เป็นไรนะ ท่านได้พยายามสุดความสามารถแล้ว! ต่อให้ท่านแพ้ก็แพ้อย่างสมศักดิ์ศรี!”
ต่อมามีเสียงสนับสนุนด้วยคำพูดลักษณะคล้ายคลึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ
“ถูกต้อง พวกเราไม่กล่าวโทษท่านหรอก ท่านยังคงเป็นวีรบุรุษในใจของพวกเราเสมอ!”
“แม่นางเฟิง ท่านเก่งมาก!”
“แม่นางเฟิง ท่านเก่งที่สุด!”
“...”
ได้ยินคำปลอบโยนที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจจากทุกคนแล้วกระบอกตาของเฟิ่งเฉี่ยนพลันร้อนผ่าว นางแทบจะให้อภัยตนเองไม่ได้
นางได้รับความเมตตาและปกป้องมากมายจากทุกคนถึงเพียงนี้ได้อย่างไร แล้วนางเป็นวีรบุรุษในหัวใจพวกเขาได้อย่างไร
“ข้าขอโทษทุกท่าน!” นางพูดอึกอัก
คนที่อยู่ห้องโถงชั้นล่างต่างพากันกระบอกตาแดงก่ำ นาทีนี้พวกเขามีหัวใจดวงเดียวกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข
มีเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากห้องพิเศษฝั่งตรงข้ามในตอนนี้ “นี่เจ้ากำลังจะออกมายอมรับความพ่ายแพ้ด้วยตัวเองใช่หรือไม่”
เฟิ่งเฉี่ยนเงยหน้ามองไปเห็นเพียงซือคงจวินเย่เดินมาถึงริมหน้าต่างพร้อมกับรอยยิ้มถากถางที่ส่งมาให้นาง ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน
“ข้าขอเตือนเจ้า ให้รีบยอมแพ้แต่โดยเร็ว! จะได้ไม่ต้องเสียเวลาของทั้งสองฝ่าย!”
ผู้ชมจากแคว้นหนานเยียนพากันวิพากษ์วิจารณ์
“ยอมแพ้เถอะ!”
“คิดจะเอาชนะองค์ชายสามของพวกเรา แทบจะเป็นการเอาไข่ไปกระแทกหินชัดๆ ไม่รู้จักประมาณตน!”
“นักเดินหมากทั้งหมดของแคว้นเป่ยเยียนพ่ายแพ้ให้กับองค์ชายสามข้าขอเตือนพวกเจ้า ต่อไปอย่าได้เดินหมากอีกให้ถอนตัวออกไปจากวงการการเดินหมากล้อมจะดีกว่า!”
“ถอนตัว!”
“ถอนตัว!”
“ถอนตัว!”
“...”
เสียงของผู้ชมหมากล้อมแคว้นหนานเยียนดังขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาร้องว่า ถอนตัวนักเดินหมากและผู้ชมจากแคว้นเป่ยเยียนล้วนเกิดโทสะ
จ้าวฉีและคนอื่นๆ ลุกขึ้นมาอย่างเดือดดาล
“เกินไปแล้ว!”
“เหตุใดจึงดูถูกคนเช่นนี้”
“ต่อให้พวกเราแพ้แล้ว พวกเราก็ไม่มีทางเสียศักดิ์ศรี!”
“เลิกคิดที่จะให้พวกเราถอนตัวจากการเดินหมากล้อมได้เลย!”
“พวกเราไม่มีทางถอนตัวจากการเดินหมากล้อมโดยเด็ดขาด!”
“...”
ซือคงจวินเย่มองลงมาจากมุมสูงเขากวาดตามองคนที่อยู่ชั้นล่างแล้วแค่นยิ้มดูแคลนพูดเสียงขึ้นจมูก “พวกหัวมงกุฎท้ายมังกร!”
เฟิ่งเฉี่ยนกำมือเป็นหมัดแน่น นางโกรธเหลือเกิน
น่ารังเกียจที่สุด!
ถึงกับดูหมิ่นนักเดินหมากของแคว้นเป่ยเยียนถึงเพียงนี้!
ในขณะเดียวกัน นางรู้สึกกลัดกลุ้ม
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะนาง นางเอาชนะซือคงเซิ่งเจี๋ยไม่ได้ดังนั้นจึงทำให้นักเดินหมากของแคว้นเป่ยเยียนต้องพลอยมาถูกลบหลู่ดูหมิ่นไปด้วย!
นางไม่ยินยอมถอดใจจริงๆ!
ปลายเล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ นางถลึงตามองซือคงจวินเย่ด้วยดวงตาที่แทบจะพ่นไฟโทสะออกมาได้!
“ข้าไม่มีทางยอมแพ้! ต่อให้ข้าต้องตายก็ต้องยืนตาย! ข้าจะสู้ตายจนวินาทีสุดท้าย!”
คำพูดของนางได้ใจของทุกคน
“แม่นางเฟิงพูดได้ดี!”
“ต่อให้ต้องยืนตาย ก็ไม่ยอมมีชีวิตด้วยการคุกเข่า!”
“แม่นางเฟิง พวกเราสนับสนุนเจ้า!”
ซือคงจวินเย่แค่นหัวเราะเสียงเย็นอย่างไม่ยี่หระ
เฟิ่งเฉี่ยนกลับไปนั่งอีกครั้งนางรวบรวมสมาธิใคร่ครวญการเดินหมากก้าวต่อไป ต่อให้พ่ายแพ้นางก็ต้องพ่ายแพ้อย่างงดงาม!
เสียงของฟ่านฟ่านดังขึ้นในหัวของนางในตอนนี้ [เจ้านายท่านยังมียันต์โชคดีอีกแผ่นหนึ่ง ลองใคร่ครวญดูขอรับว่าจะใช้หรือไม่?]
เฟิ่งเฉี่ยนดวงตาเป็นประกาย ใช่แล้ว นางยังมียันต์โชคดีอีกแผ่นหนึ่ง!
แต่สถานการณ์ตอนนี้แม้แต่เทพเซียนก็ยากจะกู้สถานการณ์ได้ ยันต์โชคดีจะช่วยได้หรือไม่
“ไม่สนแล้ว! ลองดูสักตั้งก็แล้วกัน!”
นางลอบใช้ยันต์โชคดีแล้วรอปาฏิหาริย์บังเกิด
เฟิ่งเฉี่ยนรอคอยพร้อมกับมองไปรอบๆ จะมีความโชคดีเกิดขึ้นหรือไม่นะ
ตำราหมากล้อมตกลงมาจากสวรรค์หรือ
คู่ต่อสู้หมดสติกะทันหันต้องส่งตัวไปรักษาหรือ
หรืออาจจะเวลาย้อนกลับ เดินหมากใหม่อีกหนึ่งกระดาน
...
หนึ่งนาทีผ่านไป...
สองนาทีผ่านไป...
สามนาทีผ่านไป...
จากนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ความเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวก็คือมีแมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่งบินเข้ามาจากนอกหน้าต่างมันบินรอบๆ ตัวนางไม่ยอมห่าง ร้องเสียงหวึ่งๆ ไม่หยุด ทำให้คนรำคาญอย่างที่สุด!
“ไป ไปเลยนะ!”
“ยังมาอีก ระวังข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
“ออกไปนะ!”
เฟิ่งเฉี่ยนไล่แมลงวันอย่างหงุดหงิดเห็นอยู่กับตาว่าเวลาที่มีผลของยันต์โชคดีกำลังจะหมดลง แต่เหตุใดเรื่องดีๆยังไม่เกิดขึ้นอีกนะ เฟิ่งเฉี่ยนเริ่มสงสัยว่าหมากกระดานนี้กระทั่งยันต์โชคดีก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้หรือ
[เจ้านาย เวลาของยันต์โชคดีเริ่มนับถอยหลัง 10, 9,8...]
เฟิ่งเฉี่ยนโมโหแล้ว เกินเยียวยา ยากจะเกินเยียวยา
“ตายก็ตายเหอะ!”
นางหยิบหมากขาวขึ้นมาตัวหนึ่ง คิดจะวางลงบนตำแหน่งที่นางใคร่ครวญ...
ทันใดนั้น แมลงวันตัวนั้นบินพุ่งเข้ามาหานางราวกับเสียสติ มันชนเข้ากับปลายจมูกของนางเฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกคันจมูกจึงเงยหน้าขึ้นจามครั้งหนึ่ง
“ฮัดเช้ย!”
อาจเป็นเพราะจามแรงไปหน่อย มือของนางจึงพลอยสั่นไปด้วยหมากที่อยู่ในมือจึงหลุดมือร่วงหล่นลงบนกระดานหมาก
แทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่เวลามีผลของยันต์โชคดีหมดลง
หมากวางลงบนกระดาน เด็กเดินหมากรีบนำตำแหน่งของหมากขาวรายงานออกไป
เฟิ่งเฉี่ยนได้สติ ก้มลงมองพบว่าไม่ได้วางหมากในตำแหน่งที่นางคิดเอาไว้แต่กลับวางลงอีกตำแหน่งหนึ่ง นางตกตะลึงรีบร้องเรียกเด็กเดินหมากเอาไว้ “ช้าก่อน ข้าหลุดมือน่ะ!”
เด็กเดินหมากกลับพูดอย่างเป็นงานเป็นการ “ขออภัยแม่นางเฟิง ตามกฎของการแข่งขันเดินหมากล้อม วางหมากแล้วเปลี่ยนใจไม่ได้! ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุอันใดก็ตาม ทันทีที่วางหมากลงบนกระดานหมากแล้วไม่อาจเปลี่ยนใจได้อีก!”
เฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกหน้ามืด นางคิดไม่ถึงเลยว่านางจะต้องมาจามในเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้!
นางเคยคิดถึงบทสรุปที่เลวร้ายที่สุด แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้!
เฟิ่งเฉี่ยนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
บนกระดานหมากใหญ่ หมากขาวเคลื่อนไหวแล้ว!
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องกระดานหมากใหญ่!
จ้าวฉีพูดเสียงดัง “หมากขาวเดินแล้ว! ในที่สุดหมากขาวก็เดินแล้ว! ตรงนี้...เอ๊ะเหตุใดจึงเดินตรงนี้ หากเดินตรงนี้ เช่นนั้นหมากดำ...”
หมากก้าวนี้ทำให้ทุกคนมองไม่ออกไม่มีใครอ่านความคิดของหมากขาวออกไปชั่วขณะหนึ่ง!
หานไท่ฟู่ไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว “แพ้แล้วหมากขาวสิ้นหนทาง ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก...”
“ช้าก่อน!” ฟางเสียพลันส่งเสียงขึ้นมาดูเหมือนเขาจะพบสิ่งใด เขาดีดตัวออกจากที่นั่งแล้วกระโดดขึ้นมาดวงตาทั้งคู่จ้องกระดานหมาก เขายืนยัน “นี่! นี่! สวรรค์! ข้าไม่ได้ดูผิดกระมัง”
หานหลินเยว่ถามอย่างตื่นตระหนก “ศิษย์พี่ฟางเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
ฟางเสียจับมือหานหลินเยว่ด้วยความตื่นเต้น “ชนะแล้ว! ชนะแล้ว!”
หานหลินเยว่สะดุ้งโหยง จากนั้นจึงส่ายหน้ายิ้มขื่น “ศิษย์พี่ฟางแพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดา ต่อให้แม่นางเฟิงพ่ายแพ้ พวกเราก็เริ่มใหม่ได้ท่านอย่าได้คิดไม่ตก!”
ในสายตานาง ศิษย์พี่ตื่นเต้นเกินไป จึงเกิดจินตนาการ
ฟางเสียส่ายหน้าแรงๆ เขาชี้ไปบนกระดานหมาก “ชนะแล้ว! หมากขาวชนะแล้วจริงๆ! ไม่เชื่อเจ้าดูสิ!”
หานหลินเยว่หันไปมองกระดานหมากอีกครั้งแต่เมื่อดูอย่างละเอียดแล้วนางยังคงไม่เข้าใจอยู่นั่นเอง
ฟางเสียอธิบายอย่างเร่งรีบ “อย่าดูเพียงพื้นที่เล็กๆที่เดินหมากเท่านั้น ให้ดูทั้งหมด! นี่คือค่ายกลสี่ประสานนั่นก็คือ ค่ายกลอายุยืน ที่ตำราเดินหมากโบราณเคยเขียนเอาไว้! ทันทีที่ค่ายกลอายุยืน ปรากฏ ย่อมทำลายล้างไปทั้งแปดทิศ! หมากขาวชนะแล้ว!”
หลังจากได้ยินคำพูดของฟางเสียนักเดินหมากที่มีทักษะค่อนข้างสูงจึงกระจ่างแจ้ง พวกเขาตื่นเต้นจนแทบคลุ้มคลั่ง!
“ค่ายกลอายุยืน! เป็นค่ายกลอายุยืนในตำนานจริงๆ!”
“หมากก้าวนี้ เยี่ยมยอดจริงๆ!”
“ข้าไม่อยากเชื่อ!”
“มือชั้นเทพ เป็นมือชั้นเทพอีกแล้ว!”
“...”