ในที่สุดรถม้าก็มาถึงโรงเตี๊ยมชิงสุ่ย หลังจากบอกเสี่ยวเอ้อร์ว่ามีนัดกับฮูหยินรองสกุลจางแล้ว เขาถึงได้ยอมให้สตรีสองนางที่แต่งตัวไม่เข้ากับสถานที่โดยสิ้นเชิงไปยังห้องพิเศษชั้น 2
เหวินฉินชิวที่นั่งรอบุตรสาวอยู่ก่อนแล้วดูเหมือนจะผงะไปทันทีที่เห็นจางซูถิงในสภาพที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“นี่พวกเขาไม่ได้เลี้ยงดู ไม่ให้เบี้ยหวัดจนเ้าต้องสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบเช่นนี้เลยหรือ” มารดาอย่างนางเห็นความเป็อยู่ของบุตรสาวย่ำแย่ทั้งยังมีสีหน้าหมองคล้ำก็รู้สึกปวดใจ
“ไม่ใช่เ้าค่ะ อันนี้ข้าปลอมตัวมา ท่านแม่ก็รู้ว่าข้าน่ะสวยขนาดไหน ขืนแต่งตัวแต่งหน้าเต็มยศออกมาก็มีแต่คนมอง ตามด้วยเสียงซุบซิบนินทาตลอดทางน่ะสิเ้าคะ”
เมื่อฟังเหตุผลของบุตรสาวแล้ว ก็ทำให้นางอึ้งไปอีกคำรบหนึ่ง เป็อันว่าบุตรสาวของนางไม่ได้ตกต่ำถึงขั้นต้องสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ และที่หน้าหมองก็เพราะปลอมตัวมา แต่การที่บุตรสาวไม่สามารถเดินยืดอกเชิดหน้าในเมืองหลวงได้ก็ทำให้นางปวดใจเช่นกัน
นางถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง
“เอาล่ะ ในเมื่อเ้าไม่ได้ลำบากอะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่วันนี้นัดแม่มาที่นี่มีเื่อันใดหรือ”
เื่ที่จางซูถิงตกบันไดจน(เกือบ)ตายไปไม่มีใครส่งคนไปแจ้งที่ตระกูลจางเลย เธอเองก็ไม่คิดจะบอกให้แม่ของร่างเดิมไม่สบายใจ ในเมื่อมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ เอาเื่สำคัญก่อนดีกว่า
“ข้าอยากทำการค้าเ้าค่ะ เพียงแต่ข้าไม่รู้จักคหบดีคนไหนในเมืองหลวงเลย ท่านแม่มีร้านค้าอยู่ร้านหนึ่ง ท่านน้าก็เคยค้าขายกับร้านค้าในเมืองหลวงไม่ใช่เหรอเ้าคะ ข้าเลยอยากได้คำแนะนำว่าสามารถทำการค้ากับร้านไหนหรือคหบดีคนไหนได้บ้าง”
คำตอบของบุตรสาวทำให้เหวินฉินชิวแปลกใจ ก่อนหน้านี้จางซูถิงไม่เคยสนใจเื่ค้าขายมาก่อนเลย เกรงว่านางคงจะลำบากจริง ๆ เพราะตอนเข้าจวนสกุลเซี่ยง สามีของนางและฮูหยินเอกที่ไม่สนับสนุนอยู่แล้วย่อมไม่มีทางเจียดสินเดิมให้จางซูถิงแม้แต่อีแปะเดียว ส่วนตัวนางเองก็ถูกสามีกดดันด้วยวาจา ทำให้ไม่สามารถมอบสินเดิมจำนวนมากให้บุตรสาวได้ นางได้แต่คิดว่าจะค่อย ๆ หาทางแอบมอบให้บุตรสาวในภายหลังเมื่อมีโอกาส
“เ้าขาดแคลนเงินทองหรือ ถ้าเช่นนั้นก็จงรับนี่ไว้ แม่เตรียมมาให้เ้าพอดี” เหวินฉินชิวหยิบตั๋วเงินหนึ่งปึกออกมาวางไว้ตรงหน้าบุตรสาว
แม้ดวงตาของเหลียงซูงถิงจะมีประกายความโลภวาบผ่านชั่ววูบหนึ่ง แต่ความรู้สึกอบอุ่นใจก็ตีตื้นขึ้นมาด้วยเช่นกัน มารดาของจางซูถิงช่างเป็มารดาที่แสนดีและรักใคร่บุตรสาวจากใจจริง ส่วนเธอที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้แม้อยู่ในสถานะที่เธอรับไม่ค่อยจะได้ แต่อย่างน้อยก็มีแม่ที่ห่วงใยเอาใจใส่ล่ะนะ
เธอกุมมือเหวินฉินชิวเอาไว้แล้วบอกว่า
“ขอบคุณท่านแม่มากเ้าค่ะสำหรับตั๋วเงินนี้ แต่ข้าไม่ได้ขาดแคลนเงินทองอะไร ที่มีอยู่ก็พอใช้จ่ายได้สบาย ๆ เพียงแต่ตอนนี้ข้าคิดได้แล้วว่าการอยู่ในสถานะอนุของท่านจอหงวนนั้นมันไม่ง่ายและไม่ได้มั่นคงอย่างที่คิดเอาไว้ ข้าจึงอยากมีกิจการเป็ของตัวเอง เผื่อวันไหนโดนเขาไล่ออกจากจวนจะได้มีที่ไป ไม่ต้องตกระกำลำบากยังไงล่ะเ้าคะ”
เหวินฉินชิวที่ได้ฟังคำอธิบายของบุตรสาวก็น้ำตารื้นขึ้นมา สิ่งที่บุตรสาวกล่าวไม่มีส่วนใดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย ตำแหน่งอนุภรรยานั้นสามารถถูกขับออกจากจวนได้ทุกเมื่อตามความพอใจของสามีโดยไม่จำเป็ต้องมีพิธีรีตองใด ๆ เพียงแค่เอ่ยปากไล่เท่านั้น จากอนุภรรยาก็จะกลายเป็คนนอกทันที
“ได้! แม่จะช่วยเ้าทุกอย่าง ้าสิ่งใด บอกแม่มาเถิด”
หลังจากพูดคุยกันราวหนึ่งชั่วยาม เหลียงซูถิงก็ได้ข้อมูลเื่คหบดีคนสำคัญในเมืองหลวงคนหนึ่ง เขาคือ หลิวเจี้ยน คหบดีที่มีกิจการร้านค้าในความมากมาย รวมทั้งกิจการโรงประมูล มีเส้นสายกับขุนนางใหญ่ในราชสำนัก มีญาติเป็ถึงพระสนมซูเฟย ทั้งยังเป็พ่อค้าที่ทำการค้าอย่างตรงไปตรงมา และมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับ เหวินเซิง น้าชายแท้ ๆ ของจางซูถิงที่อยู่ในเมืองเจาด้วย
ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ เธอจึงตัดสินใจว่าจะทำการค้าใหญ่กับเถ้าแก่หลิวคนนี้แหละ!
“ท่านแม่ ข้าจะขอให้ท่านหาคนขับรถม้าสำหรับส่งสินค้าที่ไว้ใจได้และไม่พูดมากสักคนได้มั้ยเ้าคะ และข้า้าโกดัง...เอ้อ… หมายถึงบ้านหรือสถานที่สำหรับเก็บสินค้าจำนวนมาก เพราะข้าจะรับสินค้ามาส่งให้เถ้าแก่หลิวเ้าค่ะ”
“เื่คนและสถานที่เก็บสินค้าแม่จัดการให้เ้าได้ แต่สินค้าที่จะส่งให้เถ้าแก่หลิว เ้าจะไปหามาจากที่ใด เถ้าแก่หลิวรู้จักแหล่งขายสินค้าที่ดีที่สุดในแคว้นอยู่แล้ว เขาจะยอมรับสินค้าของเ้าหรือ”
ถ้าเป็สินค้าธรรมดา ๆ เถ้าแก่หลิวคนนั้นคงไม่ชายตาแลหรอก แต่สินค้าที่อยู่ในมือของเธอ รับรองว่าต่อให้เถ้าแก่หลิวเคยนั่งเรือไปดูสินค้าจากดินแดนโพ้นทะเลด้วยตัวเองมาแล้ว ก็จะต้องไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน!
“ข้ามั่นใจเ้าค่ะ ไม่เชื่อท่านแม่ดูนี่” เหลียงซูถิงพยักหน้าให้ปิ่งจียกหีบไม้ที่มีลวดลายหรูหราแปลกตาขนาดเท่าศอกที่เพิ่งควักออกมาจากมิติพร้อมกับหีบไม้อีก 3 หีบที่วางเรียงกันบนรถเข็นจ่ายตลาดแบบพับได้ก่อนจะเข้าห้องพิเศษนี้เองมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วเปิดฝาออกทำให้เห็นของที่อยู่ด้านในหลายชิ้น
เหวินฉินชิวมองสิ่งของด้านในด้วยความประหลาดใจ หน้าตาของพวกมันไม่คุ้นตาเลย ไม่ว่าจะเป็ขวดใส ๆ ที่ด้านในมีน้ำสีชมพู พู่กันที่มีลักษณะเป็แท่งใสลวดลายวิจิตรพิสดาร เครื่องประดับพลอยหลากสีรูปดอกไม้หรูหราที่ดูแล้วไม่คล้ายว่าจะเป็ปิ่น เพราะนางไม่พบแท่งโลหะ หยก หรือไม้ที่ยื่นออกมา ที่ก้นหีบยังมีกองอะไรสักอย่างวางซ้อนกันด้วย
