ตอนที่19 ส่งเ้าตัวต่ำต้อยเข้าประลอง
“ปวยเอ๋อเ้ากลับมาแล้ว” เสียงจวงยี่หลานที่ร้องเรียกเขาสุดเสียงอย่างแสนจะดีใจ เมื่อเห็นอีกฝ่าย
“มีอะไรหรือ ยี่หลาน” อีกฝ่ายใเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องเรียกดังลั่น
“เปล่าหรอก ข้าเพียงเห็นเ้าหายไปนาน นึกว่าจะเกิดเื่กับคนพวกนั้นเข้าเพราะดูแล้วพวกมันโกรธเ้ามาก” นางยังห่วงเขา
“เ้าห่วงข้าเหรอยี่หลาน” ทันทีที่อีกฝ่ายถามนั้น ใบหน้าอันงดงามด้วยสีชมพูจางๆกลับพลันเปลี่ยนเป็ประกายแดงสดใสร้อนวูบวาบขึ้นมาทันใด จนเ้าตัวไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย
“เปล่านะมันไม่ได้เป็อย่างที่เ้าคิดสักหน่อย” เสียงพูดท่ีติดอยู่ริมฝีปากพลันอุบอิบตามมาแทบฟังไม่ได้ความ
“อะไร!!! นี่ข้ายังไม่ได้คิดอะไรเลยนะ” แล้วยี่หลานก็ะโเข้าไปหา พร้อมทั้งทุบทั้งหยิกเบาๆทันที จนอีกฝ่ายแกล้งหัวเราะวิ่งหนีไปรอบๆ
“เออ ยี่หลาน เ้าคาดหวังในการประลองพรุ่งนี้มากแค่ไหน” เล้งปวยถามอีกฝ่าย
“ข้าคิดว่าอย่างน้อยๆ ข้าเองก็น่าจะพอผ่านรอบแรกเข้าไปได้นอกจากนั้น ยังไม่กล้าคาดหวังอันใดมากนัก คนอื่นก็ดีขึ้นมากเลยนี่ไม่ต้องพูดถึงว่าถ้าเป็2 เดือนก่อน คงได้แต่ตกรอบแรกทั้งหมดแน่ๆ”
“ท่านพ่อก็เคยบอกให้ข้าถามเ้า ถึงเื่ความมั่นใจว่าเ้านั้นมีเพียงแค่ไหน ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่อยากให้เ้าลงไปสู้เลย เพราะพวกมันต่างอาฆาตเ้าไว้หลายคน ยิ่งคนแซ่เซียวแซ่หลงนั่น ฟังว่าพลังยุทธของพวกมันได้บรรลุไปถึงขั้นแก่นแท้ระดับ3ตั้งนานแล้วด้วย”
“ความมั่นใจสำหรับข้าเหรอถ้ามีสาวๆสวยๆอย่างเ้ามาหอมแก้มข้าสักจุบหนึ่งแล้ว ละก็ความมั่นใจก็จะวิ่งมาปับ ข้าก็สามารถเอาจะชนะได้หมดทุกคนนั้นแหละ ไม่เชื่อเ้าลองดูไหมละ?”
“บ้า คนเขาพูดเป็การเป็งานอยู่นะ ยังจะพูดเล่นอยู่ได้” ตากลมโตของนางเบิกกว้างขึ้นเตรียมเอาเื่อีกฝ่าย
“ก็บอกท่านผู้นำไปว่าถึงไม่มั่นใจนักแต่ก็ขอลองดู” คราวนี้มันพูดด้วยน้ำเสียงห้าวหาญเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
……
ณ ตึกตระกูลเซียว
“เล้งหยวน ครั้งนี้เ้าคิดว่าจะมีใครที่น่าหนักใจใดหรือไม่” เสียงเซียวฉีถามบุตรชาย
“เข้าไม่เห็นมีใครที่จะมาทำให้หนักใจเลยท่านพ่อ ขอท่านพ่อโปรดวางใจข้าต้องได้เป็ผู้เยาว์อันดับหนึ่งแน่ๆ จะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังอย่างแน่นอน”
“กระนั้นเ้าก็ไม่ควรประมาทไป ข้าได้ยินมาว่าเ้า… จากตระกูลหลงก็ได้บรรลุระดับ3ของขั้นแก่นแท้ั้แ่หลายเดือนก่อนแล้วด้วยนะ
“มันยังไม่ใช่คนที่จะมาทำให้ข้าหนักใจหรอกท่านพ่อ ท่านอย่าได้กังวลไป“
“แล้วเื่ยี่หลานนั่นหละเ้าจัดการไปถึงไหนแล้ว” เขาถามบุตรชาย
“พวกมันขอผลัดไปก่อน แต้ข้าเห็นว่าใกล้การประลองแล้วจึงไม่จำต้องไปเร่งรัดพวกมันดอกอย่างไรหลังการประลองค่อยง่ายขึ้น กลับเป็เ้าเหลือบไรในตระกูลจวงตัวนั้น ที่กล้ามาก่อกวนใจข้าในวันประมูล ทั้งยังกล้ามาเกาะแกะยี่หลานเอ๋อของข้า ข้าจะหักขามันให้มันคลานก็ไม่ได้ลุกก็ไม่ขึ้นแน่นอน”
ในตอนเช้าของวันประลองยุทธ ณ สนามประลองยุทธเมืองทรัพย์นาคา
ก่อนการประลองจะเริ่มต้นขึ้นท่านเ้าเมืองได้ขึ้นมากล่าวแนะนำถึงความ้าในการจัดการประลองขึ้นมารวมถึงกติกาต่างๆ ว่าเพื่อเป็การกระตุ้นให้เยาวชนของแต่ละตระกูลเกิดพลังในการฝึกฝนและแลกเปลี่ยนวิทยายุทธทุกตระกูลในเมืองสามารถส่งลูกหลานที่มีอายุระหว่าง13-17 ปีและพลังฝึกยุทธั้แ่ขั้นก่อเกิดพลังระดับ3 ขึ้นไป นั้นเข้าร่วมได้
อันดับแรกทุกคนจะต้องผ่าน เครื่องมือตรวจวัดอายุและระดับพลังยุทธเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าประลอง ผลการตรวจสอบที่ได้ออกมาจะไปปรากฏอยู่บนกระดานใหญ่ ซึ่งตอนนี้คนกำลังดูกันจนเป็ที่ฮือฮาอย่างยิ่ง โดยบนกระดานจะเรียงรายชื่อทุกคนที่ผ่านเครื่องตรวจแล้วตามตระกูล จนมีคนเบียดเสียดมามุงดูกันจอแจเซ็งแซ่จนแน่นขนัดไปเลย
“มามารับแทงตระกูลเซียว แทง1จ่าย 3 “ มีฝ่ายที่ชอบได้เสียเริ่มเดินเกมส์ แต่ทว่าแทบไม่มีคนแทงกับมันมีแต่อยากแทงตระกูลเซียวทั้งนัน
“มารดามันเถอะ ดูจากตารางรายชื่อแล้ว ต่อให้แทง1จ่าย10 บิดามีหรือจะยังสนใจ”
บนกระดานใหญ่ยามนี้มีรายนามตัวแทนของแต่ละตระกูลๆละ10 คน พร้อมข้อมูลอายุและระดับพลังยุทธระบุไว้ให้ตรวจสอบได้ครบครัน โดยเริ่มจากตระกูลเซียว ที่นำโดยเซียวเล้งหยวนอัจฉริยะแห่งตระกูลที่มีอายุ16 ปี ขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ4 เซียวยู่หยวน อายุ 17 ปี ขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ3 นอกนั้นก็อยู่ระดับ2 กันเป็ส่วนใหญ่ คนสุดท้ายอยู่ขั้นก่อเกิดระดับ10
ส่วนตระกูลหลง นำโดยหลงไค่อายุ16 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ4 เท่ากับเซียวเล้งหยวน หลงไห่เอ้อ อายุ17 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ3 นอกนั้นก็ลดหลั่นลงไป
คนท้ายสุดก็อยู่ระดับ10 เช่นกัน
ตระกูลหยุน นำโดยหยุนเซี่ยวหยาง อายุ 16 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ3
หยุนหยางหลงอายุ 17 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ 2 คนท้ายสุดก็ระดับ10 เช่นกัน
ตระกูลเฟิง เฟิงหลุนอายุ16 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ 3 เฟิงว่านยี้อายุ15 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ2นอกนั้นก็ระดับ10
ตระกูลจวง นำโดยจวงยี่หลาน อายุ 15 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ 1
จวงเซียวอี้ อายุ 15 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ 1
จวงเตอฟง อายุ 16 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ 1
จวงฉินหลง อายุ 16 ปี พลังยุทธขั้นแก่นแท้ลมปราณระดับ 1
จวงจั่น อายุ 15 ปี พลังยุทธขั้นก่อเกิดลมปราณระดับ 10
จวงอ้วงปา อายุ 16 ปี พลังยุทธขั้นก่อเกิดลมปราณระดับ 10
จวงหยางไค่ อายุ 16 ปี พลังยุทธขั้นก่อเกิดลมปราณระดับ 10
จวงยู่หยาน อายุ 15 ปี พลังยุทธขั้นก่อเกิดลมปราณระดับ 10
จวงหลี่วา อายุ 15 ปี พลังยุทธขั้นก่อเกิดลมปราณระดับ 10
เล้งปวย อายุ 13 ปี พลังยุทธขั้นก่อเกิดลมปราณระดับ 6
ทันทีที่ทุกคนจ้องไปบนกระดานแล้วแทบจะอุทานออกมาเป็เสียงเดียวกัน
“มารดามันเถอะ ข้าพนันได้เลยว่าตระกูลเซียวจะต้องได้อันดับหนึ่งทั้งประเภททีมและบุคคลอย่างไม่มีตระกูลไหนตามทันเป็แน่” มีหลายคนที่สบถออกมาเช่นเดียวกัน
“สมแล้วเขาที่พวกเขาควรจะได้เป็ตระกูลอันดับหนึ่ง”
“ข้าว่าตระกูลหลงก็ไม่เลวนะดูเหมือนว่าการประลองปีนี้ต้องจับตาดูสองตระกูลนี้แหละ รับรองสนุกแน่”
“ที่น่าอับอายที่สุดคือไม้ประดับอย่างตระกูลจวงปี่ที่ผ่านมามับหอบเอาไข่กลับบ้านตั้งหลายกระจาดสงสัยจะยังไม่อิ่ม ดูสิยังเอาตัวตลกที่เพียงมีพลังยุทธขั้นก่อเกิดระดับ6 ออกมาจนได้ ก็ไม่แปลกหรอกที่มันรั้งอันดับสุดท้ายทุกปีเฮอะๆๆๆๆๆ”
“แต่ว่าพวกเ้าไม่ผิดสังเกตุบ้างเลยหรือว่า มีบางอย่างผิดไป” พลันมีคนพูดขึ้นมา
“หืม…เออใช่พวกเ้าดูๆ พวกตระกูลจวงกลับมีพลังยุทธที่เพิ่มขึ้นมาจากปีก่อนแทบเกือบจะทุกคนเลย”
“์ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ใยเป็เช่นนี้ พวกมันปีก่อนเพียงอยู่ขั้นก่อเกิดระดับ5-7 เท่านั้นนี่
มันต้องได้สนุกแน่เลยคอยดู”
“ที่ตกต่ำจนย่ำแย่จริงๆของพวกมัน เห็นจะเป็เพียงเ้าทารกนามเล้งปวยอะไรนั่นทั้งเด็กทั้งพลังก็ต่ำทรามจนเรี่ยราดดิน”
“ใช่ข้าว่าทุกคนคงได้สนุกกับการที่เห็นมันถูกกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน”
หลังจากนั้นไม่นานการประลองก็เริ่มต้นขึ้น เป็การทดสอบความเป็อัจฉริยะและพร์ด้านพลังกายพื้นฐานของผู้ฝึกยุทธ
เมื่อมองไปยังสนามประลองท่ีอยู่ติดกับเนินหน้าผาของูเาที่อยู่ทางด้านด้านทิศเหนือนั้นจะเห็นว่าได้ปรากฏบันไดศิลาร่วมร้อยขั้นขึ้นมาทันใด แต่ละขั้นสูงราวสองเซียะ
ที่บันไดขั้นบนสุดได้ปรากฏเงาร่างของชายชราแปลกหน้าอย่างเลือนลางขึ้นมาห้าสายพลังปราณที่แผ่กระจายออกจากร่างพวกมัน ได้แผ่ขยายลงมาตามขั้นบันไดจนถึงขั้นล่างสุด ความลึกล้ำของพลังนั้นอันตรายต่อผู้ที่เข้าใกล้อย่างยิ่ง คนธรรมดานั้นเพียงเหยียบย่างไปบนบันไดขั้นแรกเท่านั้น มันต้องตกตายทันที
ในรอบนี้ผู้ประลองทั้งหมดต้องฝ่าคลื่นแห่งพลังปราณอันหนาแน่นนั้น ขึ้นไปตามขั้นบันไดให้ได้สูงที่สุด
ทันทีที่ผู้เข้าประลองทั้งหมดได้เข้าไปยืนอยู่ในลานประลองพร้อมกันแล้ว สัญญาณเริ่มก็ดังขึ้นมา เห็นร่างพวกมันต่างทะยานมุ่งสู่บันไดอย่างรวดเร็วทันที
“อา ดูนั่น…”
ทว่าเพียงเวลาไม่นานนัก พวกผู้คนที่เข้าชมต่างพากันอุทานอย่างเเตกตื่นใขึ้นมากับภาพที่ได้พลันอุบัติขึ้นที่เบื้องหน้า
ปรากฏภาพที่พวกมันพอทะยานไปถึงบันไดแล้ว บ้างคล้ายได้ร่วงหล่นลงไปในทะเลต้องแหวกว่ายขึ้นฝั่งอย่างเชื่องช้า บ้างคล้ายร่วงหล่นเข้าไปในหล่มโคลนตมมหึมาต้องค่อยๆปีนป่ายออกมาอย่างยากยิ่ง ยังมีที่คล้ายได้ถูกเส้นใยไร้สภาพจำนวนมากมายรัดรึงร่างเอาไว้จนยากที่จะก้าวต่อไปได้
ที่แย่ที่สุดถึงกับคล้ายได้ถูกเถาวัลย์พันเกี่ยวเอาไว้แทบขยับขึ้นไปได้เพียงไม่กี่ขั้นเท่านั้น ภาพเ่าั้ย่อมสร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ชมดูเป็อย่างมาก
เล้งปวยแทบเป็คนสุดท้ายที่ก้าวเขาหาบันได อย่างช้าๆไม่รีบร้อนอันใด ซึ่งในขณะนั้นหลายคนได้ขึ้นก้าวไปได้หลายขั้นแล้ว โดยเฉพาะเซียวเล้งหยวนนั้นไปได้ถึงขั้นที่สิบทีเดียว
“เ้าดูดูเ้าตัวต่ำต้อยนั้นคล้ายดั่งลังเลไม่กล้าเข้าหาบันไดแล้ว”เมื่อทุกคนมองตามไป เห็นเล้งปวยเข้ากลับหัวร่ออย่างสนุกสนานครื้นเครงขึ้นมายาวนาน
“ดูเหมือนคนที่นำอยู่ในตอนนี้จะเป็นายน้อยตระกูลเซียวสินะ” มีคนสังเกตเห็น
“หือ ในกลุ่มที่ขึ้นไปก่อนนั้น คล้ายดั่งมีสตรีอยู่ถึงสองคน พวกนางเป็ใครไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ข้าไม่เห็นเคยจะได้ยินว่ามีอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เป็สตรีมาเลย น่าสนใจขึ้นมากมายแล้ว”
ทันทีที่ก้าวเหยียบย่างขึ้นไปบนบันไดนั้น เล้งปวยได้รู้สึกถึงลมปราณอันลึกล้ำจำนวนมหาศาลเป็กลุ่มก้อนพุ่งเข้ากระแทกใส่เขาทันที ทำให้หยุดชะงักลงเล็กน้อยจนต้องรีบเกรงลมปราณออกสะกัดเอาไว้จึงค่อยเดินต่อไปได้ เขาก้าวย่างขึ้นไปอย่างมั่นคง ทีละก้าว ทีละก้าว
จนเริ่มแซงบางคนที่ติดอยู่บนบันไดขั้นที่สาม ขั้นที่สี่…
ทันใดนั้น “พวกเ้าดูๆๆๆเ้าตัวตำ่ต้อยนั่น เอ้ะนั่นๆๆ…”
สิ้นเสียงพูดของคนผู้นั้น ทันใดก็ปรากฏมีเสียงอื้ออึงอุทานขึ้นมาอย่างแตกตื่นเป็ถึงที่สุดขึ้นสายตาทุกคู่จ้องไปยังร่างที่พวกมันเคยเรียกว่าเ้าตัวตำ่ต้อยนั้น เห็นมันค่อยๆก้าวแซงผ่านคนที่อยู่บนบันไดขั้นที่ห้า ขั้นที่เจ็ด ขั้นที่สิบ…และยังไม่มีทีท่าจะหยุดลง จนเริ่มได้ยินเสียงพนันขันต่อกันเกิดขึ้น ในคนกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง
“ข้าพนันว่ามันขึ้นไปได้ไม่เกินขั้นที่สิบห้า 500 เหรียญทองมีใครรับ” เ้าอ้วนเอ่ยขึ้นมา
“มามาข้าเล่นมันเกินได้แน่” มีคนรับแทงกัยมัน
“ข้ารอง2:1 ว่ามันไปได้เกินขั้นที่ยี่สิบอีก1000 เหรียญทอง”
“อันนี้ข้ารับเอง” มีคนรับมันอีก
“ข้ารอง5:1 ว่ามันไปได้เกินขั้นที่ยี่สิบห้า อีก 2500 เหรียญทอง” เสียงชายชราแต่งตัวประหลาดผู้หนึ่งที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมันมาก่อนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
พอมันพูดจบเท่านั้นเองก็มีคนเฮโลแย่งกันรับอย่างวุ่นวายทันที บ้างก็เสียดายที่รับกินไม่ทัน
“มารดามัน แบ่งข้าบ้างสิ”
ขณะที่เล้งปวยนั้นก้าวไปที่ขั้นที่สิบห้า…สิบแปด…ยี่สิบ…ยี่สิบสอง… ยี่สิบห้า…ยี่สิบเจ็ด…นั้นเสียงเฮ เฮ เฮ่ ได้ดังอย่างบ้าคลั่งจนถล่มทลายขึ้นมาเป็ระยะๆ จากกลุ่มคนที่มีการได้เสียกันและในจำนวนนั้นน่าจะเป็ชายประหลาดที่หัวเราะอย่างกึกก้องในความสะใจ
คนส่วนใหญ่นั้นกลับตกตะลึงจนตาค้างในภาพที่ปรากฏ มันทั้งหลายนั้นแทบจะมุดแทรกลงไปในพื้นดินเลยทีเดียวที่เคยดูถูกเ้าตัวต่ำต้อยเอาไว้ เพราะว่าในตอนนี้มันไม่ใช่เ้าตัวต่ำต้อยแล้วแต่ได้กลายเป็เ้าตัวประหลาดน้อยแทนแล้ว
……
/เอาใจช่วยมันหน่อย