ในเมืองแถบชานเมืองของประเทศไทย ทุกวันนี้ตรอกซอกซอยมากมาย ไม่เหมือนแต่ก่อน ใครไม่ได้มานาน อาจจะจำไม่ได้จนหลงไปก็ได้ ความเปลี่ยนแปลงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ยุคสมัยนี้ ทุกคนต่าง้าความเร็วกันทั้งนั้น มันคงเป็ความจริงที่ว่าหากใครช้า จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็ไดโนเสาร์เต่าล้านปี ล้าสมัยไปเลย
แม้แต่การหาเงิน เดี๋ยวนี้เป็ยุคดิจิตอลแล้ว ใครที่ยังใช้แบงค์ ใช้เหรียญอยู่ แทบจะล้าสมัยไปเลย
วัยรุ่นยุคใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถททพได้จากโทรศัพท์ที่ตนมีอยู่ ด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียวนี้ พวกเขาจะคุยเอย จะคิดเลขเอย จะดูข้อมูลเอย จะดูวีดีโอเอย ดูหนังเอย ต่างหาความสำราญได้จากโทรศัพท์ทั้งนั้น
แต่…
ในซอยนี้สิแปลก…
ที่อย่างที่นี่กลับเป็ซอยที่เงียบสงบ ถึงจะเงียบไม่มากแต่ก็ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเบา ๆ แต่ต้องใช้สมาธิสูง ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว ไม่อยากวอกแวก ไม่อยากมีสิ่งใดรบกวนทั้งสิ้น
ร้านกาแฟร้านหนึ่งตั้งอยู่ในซอยนั้น ภายในมีลูกค้าสองสามโต๊ะ ทุกคนต่างมีความเคารพต่อผู้อื่น ถึงจะมีเสียงดังบ้างแต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้
“นาย ๆ ไอ้นิด เราว่านายขายเถอะ ราคาหุ้นมันขึ้นไปจากที่นายช้อนซื้อไว้ตั้งห้าบาทแล้ว นายมีเป็แสนหุ้น ได้กำไรน่าดูเลยไม้นี้” นายจำรัส พร้อมเพรียง เป็นักวิเคราะห์ชั้นเซียน
นายคนนี้นะเหรอ ความรู้ของเขามากมายแต่ไม่มีเงินจะไปลงเล่นหุ้นกะเขา มีบ้างก็เล็กน้อย พอได้ค่าขนมกินกับเขาบ้าง ส่วนใหญ่รายได้เขามาจากการรับจ้างสอนเล่นหุ้นซะส่วนมาก
“ได้อยู่แล้ว ชั้นกดขายแล้ว” คุณนิดหรือนายธนิศ โชคอำนายชัย นักเล่นหุ้นมือใหม่ได้ส่งคำขอขายลงไปที่พอร์ตของตัวเอง
เขาคิดว่าถ้าเขาไม่โลภมาก หากมีใครซื้อตอนนี้ เขาจะมีกำไรถึงห้าแสนเลยทีเดียว หุ้นตัวนี้กำลังมาแรง เขาได้ช้อนซื้อไว้ตอนที่มันราคาไม่แพง ไม่นึกว่าราคาจะเป็่ขาขึ้นจริง ๆ
ไม่น่าเชื่อว่า...
เพียงแค่นายนิด นักเล่นหุ้นหน้าใหม่ได้ประกาศขายหุ้น ไม่เกินห้านาที หุ้นของเขามีคนซื้อไปแล้ว มันว้าวมากเลย โอกาศทองของนักเล่นหุ้นคนอื่น ๆ ่ขาขึ้นแบบนี้ เป็ใครก็ต้องซื้อหุ้นเพิ่มไว้ในพอร์ตเพื่อเกร็งกำไรกันสักหน่อย ได้มาก ได้น้อย เดี๋ยวรู้กัน
“นายนี่แน่จริง ๆ นะ จำรัส ขอบคุณสำหรับความรู้ในการดูกราฟนะ นี่ชั้นยังมีอีกไม้หนึ่งสองหมื่นหุ้น รอ ๆ ลุ้น ๆ ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้กำไรก้อนแรกของวันนี้
“เห้ย ไม้สองอย่าเก็บไว้นาน รอดูราคาวันนี้อีกสักหน่อยจะดีกว่า ชั้นว่าถ้าจะขาย นายขายสองไม้เลย มันขึ้นไปไม่กี่บาทหรอก” ไอ้รัสร้องเตือน
“โอเค เราคิดว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน เราไม่กลัวติดดอยหรอกเพื่อน มันต้องขึ้นไปอีก เชื่อสิ ขึ้นอีกเกือบเจ็ดบาทแหละ” นิดหนุ่มน้อยอนาคตไกลในเื่ตลาดหุ้น สิ่งที่นิดพูดกลับทำให้รัสไม่อยากให้ทำอย่างนั้น คนเล่นหุ้นเสียเพราะความโลภมานักต่อนักแล้ว แค่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้
มองข้ามไปที่โต๊ะข้าง ๆ ไม่ห่างกันมากนัก โต๊ะนั้นก็กำลังดุเดือดเช่นกัน
“เห้ย มึงอย่างเพิ่งขาย เชื่อกู วันน่าจะขึ้นถึงยี่สิบบาท วันนี้บริษัทนี้ได้รับงานใหญ่ ราคาหุ้นพุ่งทยานถึงเกือบสามสิบบาทแน่ ๆ ” นาย ศรัณย์ อินทรวงศ์ หรือนายเอมีอาชีพนักปั่นหุ้นตัวยง ความรู้มากมายแต่ขาดความยับยั้งช่างใจ อยากรวยมาก ๆ
มีครั้งหนึ่งเขาเคยสูญเงินไปหลายล้านบาทเพียงเพราะอยากได้คราวละมาก ๆ ไม่แบ่งหุ้นเป็ส่วน ถือเพียงไม้เดียว พอหุ้นลงก็ใแต่ก็ยังไม่ยอมขาย แต่สุดท้ายต้องยอมขายแบบขาดทุนเพราะราคาหุ้นตัวนั้นลงไม่หยุด แต่ที่เจ็บแค้นก็คือหุ้นที่ขายไป ศัตรูตัวฉกาจเป็คนช้อนไป ศัตรูคนนั้นคือนายธนิศนี่เอง
“จริงนะเพื่อน กูไม่มีความรู้ มึงเอาให้ดีนา” นายพัดสน ใจกล้าลูกชายนักการเมืองสีเทา ที่บ้านเขาเปิดบ่อน เปิดคลับ อาบอบนวดครบครัน ในมือถือของนายพัดตอนนี้ กำลังดูรายการหุ้นอยู่ พอดีมีข้อมูลใหม่เข้ามา
“เห้ย...ไอ้เอ มึงดูสิ มีคนประกระกาศขายแสนกว่าหุ้น ซื้อเลยไหมว่ะ? ” พัดถามนายเอ เพื่อนคนเดียวที่มีความรู้เื่หุ้นขั้นเทพ
“จัดไปเพื่อน เราจะรวยไม่รู้เื่กันล่ะคราวนี้ บอกแล้วให้จับหุ้นตัวนี้ไว้ เป็ไง กูเก่งป่ะล่ะ? ” เอ ตอบกลับมา ตอนนี้อาการคล้ายคนใกล้บ้า
“จัดเลยสิ รอไร” นายพัดได้หุ้นมาถือไว้อีกเป็แสนหุ้น
“โชคดีวะไอ้พัด ใครโง่ขายมาว่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” นายเอร้องเสียงหลง
มาทางด้านนายธนินที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ โต๊ะนี้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน
“เห้ย มีคนซื้อแล้วโว้ย ห้าแสนแล้ววันนี้ โชคดีจัง” นิดยิ้มทั้งน้ำตา
“เออ ๆ เราเห็นแล้ว ดีใจด้วย วันนี้ต้องฉลองนะ” ไอ้รัสได้ลาบปากไปด้วย พูดจบก็เหลือบสายตามองไปที่ราคาหุ้นในมือถือ
“เห้ย...ยังขึ้นไม่หยุด ตอนนี้ขึ้นมาเกือบสิบบาทแล้ว ไอ้นิน นายเทขายที่เหลือเลย” ไอ้รัสส่งเสียงบอกเพื่อน
“ได้เลย ขายอีกสองหมื่นหุ้น” นายนินเอามือกดสามสี่ที ก้อเป็อันรู้ว่าได้ส่งเื่ขายหุ้นไปที่พอร์ตแล้ว
ส่วนทางนี้ นายพัดเห็นราคาดี จึงบอกเพื่อน
“ไอ้เอ มีคนขายอีกแล้วว่ะ สองหมื่นหุ้น จัดเลยมั้ย? ท่านเทพ” นายพัดร้องอย่างอารมณ์ดี
“จัดไปสิว่ะไอ้น้องรัก ถ้าไม่จัดมันจะเสียของเอานา ฮ่าๆ ” นายเอออกความคิด นายพัดทำตามทันที
“วันนี้ เรามีหุ้นเพิ่มถึงแสนสอง รวยเละแน่คราวนี้” พัดสน หนุ่มที่มีแต่เงิน ไม่มีสมองยิ้มแก้มแทบปริ
“อย่าลืมส่วนแบ่งและก็เลี้ยงข้าวด้วย” นายเอเรียกร้องเอาสิ่งตอบแทนทันที
“ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เป็อย่างนั้น มึงโดนพ่อกูอัดเละแน่ ฮ่า ๆๆๆ ” นายพัดแกล้งหยอกเพื่อนรุ่นพี่เล่น ๆ
เมื่อเป็ไปตามที่วางแผนเอาไว้ ทั้งนายเอและนายพัดจึงวางโทรศัพท์ลง ล้าไปหมดทั้งสมองและสายตา
“ขอเข้าห้องน้ำก่อนโว้ย ไปเอาความจนทิ้งซะหน่อย” นายพัดพูดเสียงดังพร้อมกับยืนขึ้น ตรงไปที่ห้องน้ำทันที
นายเอที่นั่งอยู่ต่อ ได้พักสายตา มองไปรอบ ๆ พลันสายตาไปเจอเอากับคนรู้จัก คนที่เห็นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คู่แข่งของนายเอนั่นเอง วันนี้ เขาได้ให้พวกซื้อหุ้นตุนไว้ถึงแสนสองหมื่นหุ้นเลยทีเดียว ถ้าเขาขายได้กำไรหุ้นละสิบกว่าบาท คิดดูว่าจะได้กำไรขนาดไหน เื่ดี ๆ แบบนี้ต้องอวดคู่แข่งซะหน่อย
คู่แข่งของเขาคนนี้ เคยโดนเขากลั่นแกล้งมาแล้วหลายครั้ง แต่มีครั้งหลังนี่แหละที่นายเอพลาดไปทำให้คู่แข่งได้ช้อนซื้อหุ้นในราคาที่ถูก ทำให้นายเอแค้นมาถึงทุกวันนี้
มาวันนี้
นายเอได้มาเจอคู่แข่งที่ดูเหมือนว่าทางคู่แข่งจะมีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดี เขาไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสทองในการเยาะเย้ยถากถาง
คิดได้ดังนั้น!!!
จึงเดินไปหาคู่แข่งทันทีในเมืองแถบชานเมืองของประเทศไทย ทุกวันนี้ตรอกซอกซอยมากมาย ไม่เหมือนแต่ก่อน ใครไม่ได้มานาน อาจจะจำไม่ได้จนหลงไปก็ได้ ความเปลี่ยนแปลงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ยุคสมัยนี้ ทุกคนต่าง้าความเร็วกันทั้งนั้น มันคงเป็ความจริงที่ว่าหากใครช้า จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็ไดโนเสาร์เต่าล้านปี ล้าสมัยไปเลย
แม้แต่การหาเงิน เดี๋ยวนี้เป็ยุคดิจิตอลแล้ว ใครที่ยังใช้แบงค์ ใช้เหรียญอยู่ แทบจะล้าสมัยไปเลย
วัยรุ่นยุคใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถททพได้จากโทรศัพท์ที่ตนมีอยู่ ด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียวนี้ พวกเขาจะคุยเอย จะคิดเลขเอย จะดูข้อมูลเอย จะดูวีดีโอเอย ดูหนังเอย ต่างหาความสำราญได้จากโทรศัพท์ทั้งนั้น
แต่…
ในซอยนี้สิแปลก…
ที่อย่างที่นี่กลับเป็ซอยที่เงียบสงบ ถึงจะเงียบไม่มากแต่ก็ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเบา ๆ แต่ต้องใช้สมาธิสูง ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว ไม่อยากวอกแวก ไม่อยากมีสิ่งใดรบกวนทั้งสิ้น
ร้านกาแฟร้านหนึ่งตั้งอยู่ในซอยนั้น ภายในมีลูกค้าสองสามโต๊ะ ทุกคนต่างมีความเคารพต่อผู้อื่น ถึงจะมีเสียงดังบ้างแต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้
“นาย ๆ ไอ้นิด เราว่านายขายเถอะ ราคาหุ้นมันขึ้นไปจากที่นายช้อนซื้อไว้ตั้งห้าบาทแล้ว นายมีเป็แสนหุ้น ได้กำไรน่าดูเลยไม้นี้” นายจำรัส พร้อมเพรียง เป็นักวิเคราะห์ชั้นเซียน
นายคนนี้นะเหรอ ความรู้ของเขามากมายแต่ไม่มีเงินจะไปลงเล่นหุ้นกะเขา มีบ้างก็เล็กน้อย พอได้ค่าขนมกินกับเขาบ้าง ส่วนใหญ่รายได้เขามาจากการรับจ้างสอนเล่นหุ้นซะส่วนมาก
“ได้อยู่แล้ว ชั้นกดขายแล้ว” คุณนิดหรือนายธนิศ โชคอำนายชัย นักเล่นหุ้นมือใหม่ได้ส่งคำขอขายลงไปที่พอร์ตของตัวเอง
เขาคิดว่าถ้าเขาไม่โลภมาก หากมีใครซื้อตอนนี้ เขาจะมีกำไรถึงห้าแสนเลยทีเดียว หุ้นตัวนี้กำลังมาแรง เขาได้ช้อนซื้อไว้ตอนที่มันราคาไม่แพง ไม่นึกว่าราคาจะเป็่ขาขึ้นจริง ๆ
ไม่น่าเชื่อว่า...
เพียงแค่นายนิด นักเล่นหุ้นหน้าใหม่ได้ประกาศขายหุ้น ไม่เกินห้านาที หุ้นของเขามีคนซื้อไปแล้ว มันว้าวมากเลย โอกาศทองของนักเล่นหุ้นคนอื่น ๆ ่ขาขึ้นแบบนี้ เป็ใครก็ต้องซื้อหุ้นเพิ่มไว้ในพอร์ตเพื่อเกร็งกำไรกันสักหน่อย ได้มาก ได้น้อย เดี๋ยวรู้กัน
“นายนี่แน่จริง ๆ นะ จำรัส ขอบคุณสำหรับความรู้ในการดูกราฟนะ นี่ชั้นยังมีอีกไม้หนึ่งสองหมื่นหุ้น รอ ๆ ลุ้น ๆ ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้กำไรก้อนแรกของวันนี้
“เห้ย ไม้สองอย่าเก็บไว้นาน รอดูราคาวันนี้อีกสักหน่อยจะดีกว่า ชั้นว่าถ้าจะขาย นายขายสองไม้เลย มันขึ้นไปไม่กี่บาทหรอก” ไอ้รัสร้องเตือน
“โอเค เราคิดว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน เราไม่กลัวติดดอยหรอกเพื่อน มันต้องขึ้นไปอีก เชื่อสิ ขึ้นอีกเกือบเจ็ดบาทแหละ” นิดหนุ่มน้อยอนาคตไกลในเื่ตลาดหุ้น สิ่งที่นิดพูดกลับทำให้รัสไม่อยากให้ทำอย่างนั้น คนเล่นหุ้นเสียเพราะความโลภมานักต่อนักแล้ว แค่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้
มองข้ามไปที่โต๊ะข้าง ๆ ไม่ห่างกันมากนัก โต๊ะนั้นก็กำลังดุเดือดเช่นกัน
“เห้ย มึงอย่างเพิ่งขาย เชื่อกู วันน่าจะขึ้นถึงยี่สิบบาท วันนี้บริษัทนี้ได้รับงานใหญ่ ราคาหุ้นพุ่งทยานถึงเกือบสามสิบบาทแน่ ๆ ” นาย ศรัณย์ อินทรวงศ์ หรือนายเอมีอาชีพนักปั่นหุ้นตัวยง ความรู้มากมายแต่ขาดความยับยั้งช่างใจ อยากรวยมาก ๆ
มีครั้งหนึ่งเขาเคยสูญเงินไปหลายล้านบาทเพียงเพราะอยากได้คราวละมาก ๆ ไม่แบ่งหุ้นเป็ส่วน ถือเพียงไม้เดียว พอหุ้นลงก็ใแต่ก็ยังไม่ยอมขาย แต่สุดท้ายต้องยอมขายแบบขาดทุนเพราะราคาหุ้นตัวนั้นลงไม่หยุด แต่ที่เจ็บแค้นก็คือหุ้นที่ขายไป ศัตรูตัวฉกาจเป็คนช้อนไป ศัตรูคนนั้นคือนายธนิศนี่เอง
“จริงนะเพื่อน กูไม่มีความรู้ มึงเอาให้ดีนา” นายพัดสน ใจกล้าลูกชายนักการเมืองสีเทา ที่บ้านเขาเปิดบ่อน เปิดคลับ อาบอบนวดครบครัน ในมือถือของนายพัดตอนนี้ กำลังดูรายการหุ้นอยู่ พอดีมีข้อมูลใหม่เข้ามา
“เห้ย...ไอ้เอ มึงดูสิ มีคนประกระกาศขายแสนกว่าหุ้น ซื้อเลยไหมว่ะ? ” พัดถามนายเอ เพื่อนคนเดียวที่มีความรู้เื่หุ้นขั้นเทพ
“จัดไปเพื่อน เราจะรวยไม่รู้เื่กันล่ะคราวนี้ บอกแล้วให้จับหุ้นตัวนี้ไว้ เป็ไง กูเก่งป่ะล่ะ? ” เอ ตอบกลับมา ตอนนี้อาการคล้ายคนใกล้บ้า
“จัดเลยสิ รอไร” นายพัดได้หุ้นมาถือไว้อีกเป็แสนหุ้น
“โชคดีวะไอ้พัด ใครโง่ขายมาว่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” นายเอร้องเสียงหลง
มาทางด้านนายธนินที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ โต๊ะนี้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน
“เห้ย มีคนซื้อแล้วโว้ย ห้าแสนแล้ววันนี้ โชคดีจัง” นิดยิ้มทั้งน้ำตา
“เออ ๆ เราเห็นแล้ว ดีใจด้วย วันนี้ต้องฉลองนะ” ไอ้รัสได้ลาบปากไปด้วย พูดจบก็เหลือบสายตามองไปที่ราคาหุ้นในมือถือ
“เห้ย...ยังขึ้นไม่หยุด ตอนนี้ขึ้นมาเกือบสิบบาทแล้ว ไอ้นิน นายเทขายที่เหลือเลย” ไอ้รัสส่งเสียงบอกเพื่อน
“ได้เลย ขายอีกสองหมื่นหุ้น” นายนินเอามือกดสามสี่ที ก้อเป็อันรู้ว่าได้ส่งเื่ขายหุ้นไปที่พอร์ตแล้ว
ส่วนทางนี้ นายพัดเห็นราคาดี จึงบอกเพื่อน
“ไอ้เอ มีคนขายอีกแล้วว่ะ สองหมื่นหุ้น จัดเลยมั้ย? ท่านเทพ” นายพัดร้องอย่างอารมณ์ดี
“จัดไปสิว่ะไอ้น้องรัก ถ้าไม่จัดมันจะเสียของเอานา ฮ่าๆ ” นายเอออกความคิด นายพัดทำตามทันที
“วันนี้ เรามีหุ้นเพิ่มถึงแสนสอง รวยเละแน่คราวนี้” พัดสน หนุ่มที่มีแต่เงิน ไม่มีสมองยิ้มแก้มแทบปริ
“อย่าลืมส่วนแบ่งและก็เลี้ยงข้าวด้วย” นายเอเรียกร้องเอาสิ่งตอบแทนทันที
“ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เป็อย่างนั้น มึงโดนพ่อกูอัดเละแน่ ฮ่า ๆๆๆ ” นายพัดแกล้งหยอกเพื่อนรุ่นพี่เล่น ๆ
เมื่อเป็ไปตามที่วางแผนเอาไว้ ทั้งนายเอและนายพัดจึงวางโทรศัพท์ลง ล้าไปหมดทั้งสมองและสายตา
“ขอเข้าห้องน้ำก่อนโว้ย ไปเอาความจนทิ้งซะหน่อย” นายพัดพูดเสียงดังพร้อมกับยืนขึ้น ตรงไปที่ห้องน้ำทันที
นายเอที่นั่งอยู่ต่อ ได้พักสายตา มองไปรอบ ๆ พลันสายตาไปเจอเอากับคนรู้จัก คนที่เห็นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คู่แข่งของนายเอนั่นเอง วันนี้ เขาได้ให้พวกซื้อหุ้นตุนไว้ถึงแสนสองหมื่นหุ้นเลยทีเดียว ถ้าเขาขายได้กำไรหุ้นละสิบกว่าบาท คิดดูว่าจะได้กำไรขนาดไหน เื่ดี ๆ แบบนี้ต้องอวดคู่แข่งซะหน่อย
คู่แข่งของเขาคนนี้ เคยโดนเขากลั่นแกล้งมาแล้วหลายครั้ง แต่มีครั้งหลังนี่แหละที่นายเอพลาดไปทำให้คู่แข่งได้ช้อนซื้อหุ้นในราคาที่ถูก ทำให้นายเอแค้นมาถึงทุกวันนี้
มาวันนี้
นายเอได้มาเจอคู่แข่งที่ดูเหมือนว่าทางคู่แข่งจะมีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดี เขาไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสทองในการเยาะเย้ยถากถาง
คิดได้ดังนั้น!!!
จึงเดินไปหาคู่แข่งทันทีในเมืองแถบชานเมืองของประเทศไทย ทุกวันนี้ตรอกซอกซอยมากมาย ไม่เหมือนแต่ก่อน ใครไม่ได้มานาน อาจจะจำไม่ได้จนหลงไปก็ได้ ความเปลี่ยนแปลงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ยุคสมัยนี้ ทุกคนต่าง้าความเร็วกันทั้งนั้น มันคงเป็ความจริงที่ว่าหากใครช้า จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็ไดโนเสาร์เต่าล้านปี ล้าสมัยไปเลย
แม้แต่การหาเงิน เดี๋ยวนี้เป็ยุคดิจิตอลแล้ว ใครที่ยังใช้แบงค์ ใช้เหรียญอยู่ แทบจะล้าสมัยไปเลย
วัยรุ่นยุคใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถททพได้จากโทรศัพท์ที่ตนมีอยู่ ด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียวนี้ พวกเขาจะคุยเอย จะคิดเลขเอย จะดูข้อมูลเอย จะดูวีดีโอเอย ดูหนังเอย ต่างหาความสำราญได้จากโทรศัพท์ทั้งนั้น
แต่…
ในซอยนี้สิแปลก…
ที่อย่างที่นี่กลับเป็ซอยที่เงียบสงบ ถึงจะเงียบไม่มากแต่ก็ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเบา ๆ แต่ต้องใช้สมาธิสูง ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว ไม่อยากวอกแวก ไม่อยากมีสิ่งใดรบกวนทั้งสิ้น
ร้านกาแฟร้านหนึ่งตั้งอยู่ในซอยนั้น ภายในมีลูกค้าสองสามโต๊ะ ทุกคนต่างมีความเคารพต่อผู้อื่น ถึงจะมีเสียงดังบ้างแต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้
“นาย ๆ ไอ้นิด เราว่านายขายเถอะ ราคาหุ้นมันขึ้นไปจากที่นายช้อนซื้อไว้ตั้งห้าบาทแล้ว นายมีเป็แสนหุ้น ได้กำไรน่าดูเลยไม้นี้” นายจำรัส พร้อมเพรียง เป็นักวิเคราะห์ชั้นเซียน
นายคนนี้นะเหรอ ความรู้ของเขามากมายแต่ไม่มีเงินจะไปลงเล่นหุ้นกะเขา มีบ้างก็เล็กน้อย พอได้ค่าขนมกินกับเขาบ้าง ส่วนใหญ่รายได้เขามาจากการรับจ้างสอนเล่นหุ้นซะส่วนมาก
“ได้อยู่แล้ว ชั้นกดขายแล้ว” คุณนิดหรือนายธนิศ โชคอำนายชัย นักเล่นหุ้นมือใหม่ได้ส่งคำขอขายลงไปที่พอร์ตของตัวเอง
เขาคิดว่าถ้าเขาไม่โลภมาก หากมีใครซื้อตอนนี้ เขาจะมีกำไรถึงห้าแสนเลยทีเดียว หุ้นตัวนี้กำลังมาแรง เขาได้ช้อนซื้อไว้ตอนที่มันราคาไม่แพง ไม่นึกว่าราคาจะเป็่ขาขึ้นจริง ๆ
ไม่น่าเชื่อว่า...
เพียงแค่นายนิด นักเล่นหุ้นหน้าใหม่ได้ประกาศขายหุ้น ไม่เกินห้านาที หุ้นของเขามีคนซื้อไปแล้ว มันว้าวมากเลย โอกาศทองของนักเล่นหุ้นคนอื่น ๆ ่ขาขึ้นแบบนี้ เป็ใครก็ต้องซื้อหุ้นเพิ่มไว้ในพอร์ตเพื่อเกร็งกำไรกันสักหน่อย ได้มาก ได้น้อย เดี๋ยวรู้กัน
“นายนี่แน่จริง ๆ นะ จำรัส ขอบคุณสำหรับความรู้ในการดูกราฟนะ นี่ชั้นยังมีอีกไม้หนึ่งสองหมื่นหุ้น รอ ๆ ลุ้น ๆ ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้กำไรก้อนแรกของวันนี้
“เห้ย ไม้สองอย่าเก็บไว้นาน รอดูราคาวันนี้อีกสักหน่อยจะดีกว่า ชั้นว่าถ้าจะขาย นายขายสองไม้เลย มันขึ้นไปไม่กี่บาทหรอก” ไอ้รัสร้องเตือน
“โอเค เราคิดว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน เราไม่กลัวติดดอยหรอกเพื่อน มันต้องขึ้นไปอีก เชื่อสิ ขึ้นอีกเกือบเจ็ดบาทแหละ” นิดหนุ่มน้อยอนาคตไกลในเื่ตลาดหุ้น สิ่งที่นิดพูดกลับทำให้รัสไม่อยากให้ทำอย่างนั้น คนเล่นหุ้นเสียเพราะความโลภมานักต่อนักแล้ว แค่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้
มองข้ามไปที่โต๊ะข้าง ๆ ไม่ห่างกันมากนัก โต๊ะนั้นก็กำลังดุเดือดเช่นกัน
“เห้ย มึงอย่างเพิ่งขาย เชื่อกู วันน่าจะขึ้นถึงยี่สิบบาท วันนี้บริษัทนี้ได้รับงานใหญ่ ราคาหุ้นพุ่งทยานถึงเกือบสามสิบบาทแน่ ๆ ” นาย ศรัณย์ อินทรวงศ์ หรือนายเอมีอาชีพนักปั่นหุ้นตัวยง ความรู้มากมายแต่ขาดความยับยั้งช่างใจ อยากรวยมาก ๆ
มีครั้งหนึ่งเขาเคยสูญเงินไปหลายล้านบาทเพียงเพราะอยากได้คราวละมาก ๆ ไม่แบ่งหุ้นเป็ส่วน ถือเพียงไม้เดียว พอหุ้นลงก็ใแต่ก็ยังไม่ยอมขาย แต่สุดท้ายต้องยอมขายแบบขาดทุนเพราะราคาหุ้นตัวนั้นลงไม่หยุด แต่ที่เจ็บแค้นก็คือหุ้นที่ขายไป ศัตรูตัวฉกาจเป็คนช้อนไป ศัตรูคนนั้นคือนายธนิศนี่เอง
“จริงนะเพื่อน กูไม่มีความรู้ มึงเอาให้ดีนา” นายพัดสน ใจกล้าลูกชายนักการเมืองสีเทา ที่บ้านเขาเปิดบ่อน เปิดคลับ อาบอบนวดครบครัน ในมือถือของนายพัดตอนนี้ กำลังดูรายการหุ้นอยู่ พอดีมีข้อมูลใหม่เข้ามา
“เห้ย...ไอ้เอ มึงดูสิ มีคนประกระกาศขายแสนกว่าหุ้น ซื้อเลยไหมว่ะ? ” พัดถามนายเอ เพื่อนคนเดียวที่มีความรู้เื่หุ้นขั้นเทพ
“จัดไปเพื่อน เราจะรวยไม่รู้เื่กันล่ะคราวนี้ บอกแล้วให้จับหุ้นตัวนี้ไว้ เป็ไง กูเก่งป่ะล่ะ? ” เอ ตอบกลับมา ตอนนี้อาการคล้ายคนใกล้บ้า
“จัดเลยสิ รอไร” นายพัดได้หุ้นมาถือไว้อีกเป็แสนหุ้น
“โชคดีวะไอ้พัด ใครโง่ขายมาว่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” นายเอร้องเสียงหลง
มาทางด้านนายธนินที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ โต๊ะนี้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน
“เห้ย มีคนซื้อแล้วโว้ย ห้าแสนแล้ววันนี้ โชคดีจัง” นิดยิ้มทั้งน้ำตา
“เออ ๆ เราเห็นแล้ว ดีใจด้วย วันนี้ต้องฉลองนะ” ไอ้รัสได้ลาบปากไปด้วย พูดจบก็เหลือบสายตามองไปที่ราคาหุ้นในมือถือ
“เห้ย...ยังขึ้นไม่หยุด ตอนนี้ขึ้นมาเกือบสิบบาทแล้ว ไอ้นิน นายเทขายที่เหลือเลย” ไอ้รัสส่งเสียงบอกเพื่อน
“ได้เลย ขายอีกสองหมื่นหุ้น” นายนินเอามือกดสามสี่ที ก้อเป็อันรู้ว่าได้ส่งเื่ขายหุ้นไปที่พอร์ตแล้ว
ส่วนทางนี้ นายพัดเห็นราคาดี จึงบอกเพื่อน
“ไอ้เอ มีคนขายอีกแล้วว่ะ สองหมื่นหุ้น จัดเลยมั้ย? ท่านเทพ” นายพัดร้องอย่างอารมณ์ดี
“จัดไปสิว่ะไอ้น้องรัก ถ้าไม่จัดมันจะเสียของเอานา ฮ่าๆ ” นายเอออกความคิด นายพัดทำตามทันที
“วันนี้ เรามีหุ้นเพิ่มถึงแสนสอง รวยเละแน่คราวนี้” พัดสน หนุ่มที่มีแต่เงิน ไม่มีสมองยิ้มแก้มแทบปริ
“อย่าลืมส่วนแบ่งและก็เลี้ยงข้าวด้วย” นายเอเรียกร้องเอาสิ่งตอบแทนทันที
“ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เป็อย่างนั้น มึงโดนพ่อกูอัดเละแน่ ฮ่า ๆๆๆ ” นายพัดแกล้งหยอกเพื่อนรุ่นพี่เล่น ๆ
เมื่อเป็ไปตามที่วางแผนเอาไว้ ทั้งนายเอและนายพัดจึงวางโทรศัพท์ลง ล้าไปหมดทั้งสมองและสายตา
“ขอเข้าห้องน้ำก่อนโว้ย ไปเอาความจนทิ้งซะหน่อย” นายพัดพูดเสียงดังพร้อมกับยืนขึ้น ตรงไปที่ห้องน้ำทันที
นายเอที่นั่งอยู่ต่อ ได้พักสายตา มองไปรอบ ๆ พลันสายตาไปเจอเอากับคนรู้จัก คนที่เห็นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คู่แข่งของนายเอนั่นเอง วันนี้ เขาได้ให้พวกซื้อหุ้นตุนไว้ถึงแสนสองหมื่นหุ้นเลยทีเดียว ถ้าเขาขายได้กำไรหุ้นละสิบกว่าบาท คิดดูว่าจะได้กำไรขนาดไหน เื่ดี ๆ แบบนี้ต้องอวดคู่แข่งซะหน่อย
คู่แข่งของเขาคนนี้ เคยโดนเขากลั่นแกล้งมาแล้วหลายครั้ง แต่มีครั้งหลังนี่แหละที่นายเอพลาดไปทำให้คู่แข่งได้ช้อนซื้อหุ้นในราคาที่ถูก ทำให้นายเอแค้นมาถึงทุกวันนี้
มาวันนี้
นายเอได้มาเจอคู่แข่งที่ดูเหมือนว่าทางคู่แข่งจะมีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดี เขาไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสทองในการเยาะเย้ยถากถาง
คิดได้ดังนั้น!!!
จึงเดินไปหาคู่แข่งทันทีในเมืองแถบชานเมืองของประเทศไทย ทุกวันนี้ตรอกซอกซอยมากมาย ไม่เหมือนแต่ก่อน ใครไม่ได้มานาน อาจจะจำไม่ได้จนหลงไปก็ได้ ความเปลี่ยนแปลงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ยุคสมัยนี้ ทุกคนต่าง้าความเร็วกันทั้งนั้น มันคงเป็ความจริงที่ว่าหากใครช้า จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็ไดโนเสาร์เต่าล้านปี ล้าสมัยไปเลย
แม้แต่การหาเงิน เดี๋ยวนี้เป็ยุคดิจิตอลแล้ว ใครที่ยังใช้แบงค์ ใช้เหรียญอยู่ แทบจะล้าสมัยไปเลย
วัยรุ่นยุคใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถททพได้จากโทรศัพท์ที่ตนมีอยู่ ด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียวนี้ พวกเขาจะคุยเอย จะคิดเลขเอย จะดูข้อมูลเอย จะดูวีดีโอเอย ดูหนังเอย ต่างหาความสำราญได้จากโทรศัพท์ทั้งนั้น
แต่…
ในซอยนี้สิแปลก…
ที่อย่างที่นี่กลับเป็ซอยที่เงียบสงบ ถึงจะเงียบไม่มากแต่ก็ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเบา ๆ แต่ต้องใช้สมาธิสูง ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว ไม่อยากวอกแวก ไม่อยากมีสิ่งใดรบกวนทั้งสิ้น
ร้านกาแฟร้านหนึ่งตั้งอยู่ในซอยนั้น ภายในมีลูกค้าสองสามโต๊ะ ทุกคนต่างมีความเคารพต่อผู้อื่น ถึงจะมีเสียงดังบ้างแต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้
“นาย ๆ ไอ้นิด เราว่านายขายเถอะ ราคาหุ้นมันขึ้นไปจากที่นายช้อนซื้อไว้ตั้งห้าบาทแล้ว นายมีเป็แสนหุ้น ได้กำไรน่าดูเลยไม้นี้” นายจำรัส พร้อมเพรียง เป็นักวิเคราะห์ชั้นเซียน
นายคนนี้นะเหรอ ความรู้ของเขามากมายแต่ไม่มีเงินจะไปลงเล่นหุ้นกะเขา มีบ้างก็เล็กน้อย พอได้ค่าขนมกินกับเขาบ้าง ส่วนใหญ่รายได้เขามาจากการรับจ้างสอนเล่นหุ้นซะส่วนมาก
“ได้อยู่แล้ว ชั้นกดขายแล้ว” คุณนิดหรือนายธนิศ โชคอำนายชัย นักเล่นหุ้นมือใหม่ได้ส่งคำขอขายลงไปที่พอร์ตของตัวเอง
เขาคิดว่าถ้าเขาไม่โลภมาก หากมีใครซื้อตอนนี้ เขาจะมีกำไรถึงห้าแสนเลยทีเดียว หุ้นตัวนี้กำลังมาแรง เขาได้ช้อนซื้อไว้ตอนที่มันราคาไม่แพง ไม่นึกว่าราคาจะเป็่ขาขึ้นจริง ๆ
ไม่น่าเชื่อว่า...
เพียงแค่นายนิด นักเล่นหุ้นหน้าใหม่ได้ประกาศขายหุ้น ไม่เกินห้านาที หุ้นของเขามีคนซื้อไปแล้ว มันว้าวมากเลย โอกาศทองของนักเล่นหุ้นคนอื่น ๆ ่ขาขึ้นแบบนี้ เป็ใครก็ต้องซื้อหุ้นเพิ่มไว้ในพอร์ตเพื่อเกร็งกำไรกันสักหน่อย ได้มาก ได้น้อย เดี๋ยวรู้กัน
“นายนี่แน่จริง ๆ นะ จำรัส ขอบคุณสำหรับความรู้ในการดูกราฟนะ นี่ชั้นยังมีอีกไม้หนึ่งสองหมื่นหุ้น รอ ๆ ลุ้น ๆ ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้กำไรก้อนแรกของวันนี้
“เห้ย ไม้สองอย่าเก็บไว้นาน รอดูราคาวันนี้อีกสักหน่อยจะดีกว่า ชั้นว่าถ้าจะขาย นายขายสองไม้เลย มันขึ้นไปไม่กี่บาทหรอก” ไอ้รัสร้องเตือน
“โอเค เราคิดว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน เราไม่กลัวติดดอยหรอกเพื่อน มันต้องขึ้นไปอีก เชื่อสิ ขึ้นอีกเกือบเจ็ดบาทแหละ” นิดหนุ่มน้อยอนาคตไกลในเื่ตลาดหุ้น สิ่งที่นิดพูดกลับทำให้รัสไม่อยากให้ทำอย่างนั้น คนเล่นหุ้นเสียเพราะความโลภมานักต่อนักแล้ว แค่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้
มองข้ามไปที่โต๊ะข้าง ๆ ไม่ห่างกันมากนัก โต๊ะนั้นก็กำลังดุเดือดเช่นกัน
“เห้ย มึงอย่างเพิ่งขาย เชื่อกู วันน่าจะขึ้นถึงยี่สิบบาท วันนี้บริษัทนี้ได้รับงานใหญ่ ราคาหุ้นพุ่งทยานถึงเกือบสามสิบบาทแน่ ๆ ” นาย ศรัณย์ อินทรวงศ์ หรือนายเอมีอาชีพนักปั่นหุ้นตัวยง ความรู้มากมายแต่ขาดความยับยั้งช่างใจ อยากรวยมาก ๆ
มีครั้งหนึ่งเขาเคยสูญเงินไปหลายล้านบาทเพียงเพราะอยากได้คราวละมาก ๆ ไม่แบ่งหุ้นเป็ส่วน ถือเพียงไม้เดียว พอหุ้นลงก็ใแต่ก็ยังไม่ยอมขาย แต่สุดท้ายต้องยอมขายแบบขาดทุนเพราะราคาหุ้นตัวนั้นลงไม่หยุด แต่ที่เจ็บแค้นก็คือหุ้นที่ขายไป ศัตรูตัวฉกาจเป็คนช้อนไป ศัตรูคนนั้นคือนายธนิศนี่เอง
“จริงนะเพื่อน กูไม่มีความรู้ มึงเอาให้ดีนา” นายพัดสน ใจกล้าลูกชายนักการเมืองสีเทา ที่บ้านเขาเปิดบ่อน เปิดคลับ อาบอบนวดครบครัน ในมือถือของนายพัดตอนนี้ กำลังดูรายการหุ้นอยู่ พอดีมีข้อมูลใหม่เข้ามา
“เห้ย...ไอ้เอ มึงดูสิ มีคนประกระกาศขายแสนกว่าหุ้น ซื้อเลยไหมว่ะ? ” พัดถามนายเอ เพื่อนคนเดียวที่มีความรู้เื่หุ้นขั้นเทพ
“จัดไปเพื่อน เราจะรวยไม่รู้เื่กันล่ะคราวนี้ บอกแล้วให้จับหุ้นตัวนี้ไว้ เป็ไง กูเก่งป่ะล่ะ? ” เอ ตอบกลับมา ตอนนี้อาการคล้ายคนใกล้บ้า
“จัดเลยสิ รอไร” นายพัดได้หุ้นมาถือไว้อีกเป็แสนหุ้น
“โชคดีวะไอ้พัด ใครโง่ขายมาว่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” นายเอร้องเสียงหลง
มาทางด้านนายธนินที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ โต๊ะนี้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน
“เห้ย มีคนซื้อแล้วโว้ย ห้าแสนแล้ววันนี้ โชคดีจัง” นิดยิ้มทั้งน้ำตา
“เออ ๆ เราเห็นแล้ว ดีใจด้วย วันนี้ต้องฉลองนะ” ไอ้รัสได้ลาบปากไปด้วย พูดจบก็เหลือบสายตามองไปที่ราคาหุ้นในมือถือ
“เห้ย...ยังขึ้นไม่หยุด ตอนนี้ขึ้นมาเกือบสิบบาทแล้ว ไอ้นิน นายเทขายที่เหลือเลย” ไอ้รัสส่งเสียงบอกเพื่อน
“ได้เลย ขายอีกสองหมื่นหุ้น” นายนินเอามือกดสามสี่ที ก้อเป็อันรู้ว่าได้ส่งเื่ขายหุ้นไปที่พอร์ตแล้ว
ส่วนทางนี้ นายพัดเห็นราคาดี จึงบอกเพื่อน
“ไอ้เอ มีคนขายอีกแล้วว่ะ สองหมื่นหุ้น จัดเลยมั้ย? ท่านเทพ” นายพัดร้องอย่างอารมณ์ดี
“จัดไปสิว่ะไอ้น้องรัก ถ้าไม่จัดมันจะเสียของเอานา ฮ่าๆ ” นายเอออกความคิด นายพัดทำตามทันที
“วันนี้ เรามีหุ้นเพิ่มถึงแสนสอง รวยเละแน่คราวนี้” พัดสน หนุ่มที่มีแต่เงิน ไม่มีสมองยิ้มแก้มแทบปริ
“อย่าลืมส่วนแบ่งและก็เลี้ยงข้าวด้วย” นายเอเรียกร้องเอาสิ่งตอบแทนทันที
“ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เป็อย่างนั้น มึงโดนพ่อกูอัดเละแน่ ฮ่า ๆๆๆ ” นายพัดแกล้งหยอกเพื่อนรุ่นพี่เล่น ๆ
เมื่อเป็ไปตามที่วางแผนเอาไว้ ทั้งนายเอและนายพัดจึงวางโทรศัพท์ลง ล้าไปหมดทั้งสมองและสายตา
“ขอเข้าห้องน้ำก่อนโว้ย ไปเอาความจนทิ้งซะหน่อย” นายพัดพูดเสียงดังพร้อมกับยืนขึ้น ตรงไปที่ห้องน้ำทันที
นายเอที่นั่งอยู่ต่อ ได้พักสายตา มองไปรอบ ๆ พลันสายตาไปเจอเอากับคนรู้จัก คนที่เห็นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คู่แข่งของนายเอนั่นเอง วันนี้ เขาได้ให้พวกซื้อหุ้นตุนไว้ถึงแสนสองหมื่นหุ้นเลยทีเดียว ถ้าเขาขายได้กำไรหุ้นละสิบกว่าบาท คิดดูว่าจะได้กำไรขนาดไหน เื่ดี ๆ แบบนี้ต้องอวดคู่แข่งซะหน่อย
คู่แข่งของเขาคนนี้ เคยโดนเขากลั่นแกล้งมาแล้วหลายครั้ง แต่มีครั้งหลังนี่แหละที่นายเอพลาดไปทำให้คู่แข่งได้ช้อนซื้อหุ้นในราคาที่ถูก ทำให้นายเอแค้นมาถึงทุกวันนี้
มาวันนี้
นายเอได้มาเจอคู่แข่งที่ดูเหมือนว่าทางคู่แข่งจะมีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดี เขาไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสทองในการเยาะเย้ยถากถาง
คิดได้ดังนั้น!!!
จึงเดินไปหาคู่แข่งทันทีในเมืองแถบชานเมืองของประเทศไทย ทุกวันนี้ตรอกซอกซอยมากมาย ไม่เหมือนแต่ก่อน ใครไม่ได้มานาน อาจจะจำไม่ได้จนหลงไปก็ได้ ความเปลี่ยนแปลงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ยุคสมัยนี้ ทุกคนต่าง้าความเร็วกันทั้งนั้น มันคงเป็ความจริงที่ว่าหากใครช้า จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็ไดโนเสาร์เต่าล้านปี ล้าสมัยไปเลย
แม้แต่การหาเงิน เดี๋ยวนี้เป็ยุคดิจิตอลแล้ว ใครที่ยังใช้แบงค์ ใช้เหรียญอยู่ แทบจะล้าสมัยไปเลย
วัยรุ่นยุคใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถททพได้จากโทรศัพท์ที่ตนมีอยู่ ด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียวนี้ พวกเขาจะคุยเอย จะคิดเลขเอย จะดูข้อมูลเอย จะดูวีดีโอเอย ดูหนังเอย ต่างหาความสำราญได้จากโทรศัพท์ทั้งนั้น
แต่…
ในซอยนี้สิแปลก…
ที่อย่างที่นี่กลับเป็ซอยที่เงียบสงบ ถึงจะเงียบไม่มากแต่ก็ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเบา ๆ แต่ต้องใช้สมาธิสูง ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว ไม่อยากวอกแวก ไม่อยากมีสิ่งใดรบกวนทั้งสิ้น
ร้านกาแฟร้านหนึ่งตั้งอยู่ในซอยนั้น ภายในมีลูกค้าสองสามโต๊ะ ทุกคนต่างมีความเคารพต่อผู้อื่น ถึงจะมีเสียงดังบ้างแต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้
“นาย ๆ ไอ้นิด เราว่านายขายเถอะ ราคาหุ้นมันขึ้นไปจากที่นายช้อนซื้อไว้ตั้งห้าบาทแล้ว นายมีเป็แสนหุ้น ได้กำไรน่าดูเลยไม้นี้” นายจำรัส พร้อมเพรียง เป็นักวิเคราะห์ชั้นเซียน
นายคนนี้นะเหรอ ความรู้ของเขามากมายแต่ไม่มีเงินจะไปลงเล่นหุ้นกะเขา มีบ้างก็เล็กน้อย พอได้ค่าขนมกินกับเขาบ้าง ส่วนใหญ่รายได้เขามาจากการรับจ้างสอนเล่นหุ้นซะส่วนมาก
“ได้อยู่แล้ว ชั้นกดขายแล้ว” คุณนิดหรือนายธนิศ โชคอำนายชัย นักเล่นหุ้นมือใหม่ได้ส่งคำขอขายลงไปที่พอร์ตของตัวเอง
เขาคิดว่าถ้าเขาไม่โลภมาก หากมีใครซื้อตอนนี้ เขาจะมีกำไรถึงห้าแสนเลยทีเดียว หุ้นตัวนี้กำลังมาแรง เขาได้ช้อนซื้อไว้ตอนที่มันราคาไม่แพง ไม่นึกว่าราคาจะเป็่ขาขึ้นจริง ๆ
ไม่น่าเชื่อว่า...
เพียงแค่นายนิด นักเล่นหุ้นหน้าใหม่ได้ประกาศขายหุ้น ไม่เกินห้านาที หุ้นของเขามีคนซื้อไปแล้ว มันว้าวมากเลย โอกาศทองของนักเล่นหุ้นคนอื่น ๆ ่ขาขึ้นแบบนี้ เป็ใครก็ต้องซื้อหุ้นเพิ่มไว้ในพอร์ตเพื่อเกร็งกำไรกันสักหน่อย ได้มาก ได้น้อย เดี๋ยวรู้กัน
“นายนี่แน่จริง ๆ นะ จำรัส ขอบคุณสำหรับความรู้ในการดูกราฟนะ นี่ชั้นยังมีอีกไม้หนึ่งสองหมื่นหุ้น รอ ๆ ลุ้น ๆ ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้กำไรก้อนแรกของวันนี้
“เห้ย ไม้สองอย่าเก็บไว้นาน รอดูราคาวันนี้อีกสักหน่อยจะดีกว่า ชั้นว่าถ้าจะขาย นายขายสองไม้เลย มันขึ้นไปไม่กี่บาทหรอก” ไอ้รัสร้องเตือน
“โอเค เราคิดว่าจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน เราไม่กลัวติดดอยหรอกเพื่อน มันต้องขึ้นไปอีก เชื่อสิ ขึ้นอีกเกือบเจ็ดบาทแหละ” นิดหนุ่มน้อยอนาคตไกลในเื่ตลาดหุ้น สิ่งที่นิดพูดกลับทำให้รัสไม่อยากให้ทำอย่างนั้น คนเล่นหุ้นเสียเพราะความโลภมานักต่อนักแล้ว แค่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้
มองข้ามไปที่โต๊ะข้าง ๆ ไม่ห่างกันมากนัก โต๊ะนั้นก็กำลังดุเดือดเช่นกัน
“เห้ย มึงอย่างเพิ่งขาย เชื่อกู วันน่าจะขึ้นถึงยี่สิบบาท วันนี้บริษัทนี้ได้รับงานใหญ่ ราคาหุ้นพุ่งทยานถึงเกือบสามสิบบาทแน่ ๆ ” นาย ศรัณย์ อินทรวงศ์ หรือนายเอมีอาชีพนักปั่นหุ้นตัวยง ความรู้มากมายแต่ขาดความยับยั้งช่างใจ อยากรวยมาก ๆ
มีครั้งหนึ่งเขาเคยสูญเงินไปหลายล้านบาทเพียงเพราะอยากได้คราวละมาก ๆ ไม่แบ่งหุ้นเป็ส่วน ถือเพียงไม้เดียว พอหุ้นลงก็ใแต่ก็ยังไม่ยอมขาย แต่สุดท้ายต้องยอมขายแบบขาดทุนเพราะราคาหุ้นตัวนั้นลงไม่หยุด แต่ที่เจ็บแค้นก็คือหุ้นที่ขายไป ศัตรูตัวฉกาจเป็คนช้อนไป ศัตรูคนนั้นคือนายธนิศนี่เอง
“จริงนะเพื่อน กูไม่มีความรู้ มึงเอาให้ดีนา” นายพัดสน ใจกล้าลูกชายนักการเมืองสีเทา ที่บ้านเขาเปิดบ่อน เปิดคลับ อาบอบนวดครบครัน ในมือถือของนายพัดตอนนี้ กำลังดูรายการหุ้นอยู่ พอดีมีข้อมูลใหม่เข้ามา
“เห้ย...ไอ้เอ มึงดูสิ มีคนประกระกาศขายแสนกว่าหุ้น ซื้อเลยไหมว่ะ? ” พัดถามนายเอ เพื่อนคนเดียวที่มีความรู้เื่หุ้นขั้นเทพ
“จัดไปเพื่อน เราจะรวยไม่รู้เื่กันล่ะคราวนี้ บอกแล้วให้จับหุ้นตัวนี้ไว้ เป็ไง กูเก่งป่ะล่ะ? ” เอ ตอบกลับมา ตอนนี้อาการคล้ายคนใกล้บ้า
“จัดเลยสิ รอไร” นายพัดได้หุ้นมาถือไว้อีกเป็แสนหุ้น
“โชคดีวะไอ้พัด ใครโง่ขายมาว่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” นายเอร้องเสียงหลง
มาทางด้านนายธนินที่อยู่โต๊ะข้าง ๆ โต๊ะนี้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน
“เห้ย มีคนซื้อแล้วโว้ย ห้าแสนแล้ววันนี้ โชคดีจัง” นิดยิ้มทั้งน้ำตา
“เออ ๆ เราเห็นแล้ว ดีใจด้วย วันนี้ต้องฉลองนะ” ไอ้รัสได้ลาบปากไปด้วย พูดจบก็เหลือบสายตามองไปที่ราคาหุ้นในมือถือ
“เห้ย...ยังขึ้นไม่หยุด ตอนนี้ขึ้นมาเกือบสิบบาทแล้ว ไอ้นิน นายเทขายที่เหลือเลย” ไอ้รัสส่งเสียงบอกเพื่อน
“ได้เลย ขายอีกสองหมื่นหุ้น” นายนินเอามือกดสามสี่ที ก้อเป็อันรู้ว่าได้ส่งเื่ขายหุ้นไปที่พอร์ตแล้ว
ส่วนทางนี้ นายพัดเห็นราคาดี จึงบอกเพื่อน
“ไอ้เอ มีคนขายอีกแล้วว่ะ สองหมื่นหุ้น จัดเลยมั้ย? ท่านเทพ” นายพัดร้องอย่างอารมณ์ดี
“จัดไปสิว่ะไอ้น้องรัก ถ้าไม่จัดมันจะเสียของเอานา ฮ่าๆ ” นายเอออกความคิด นายพัดทำตามทันที
“วันนี้ เรามีหุ้นเพิ่มถึงแสนสอง รวยเละแน่คราวนี้” พัดสน หนุ่มที่มีแต่เงิน ไม่มีสมองยิ้มแก้มแทบปริ
“อย่าลืมส่วนแบ่งและก็เลี้ยงข้าวด้วย” นายเอเรียกร้องเอาสิ่งตอบแทนทันที
“ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เป็อย่างนั้น มึงโดนพ่อกูอัดเละแน่ ฮ่า ๆๆๆ ” นายพัดแกล้งหยอกเพื่อนรุ่นพี่เล่น ๆ
เมื่อเป็ไปตามที่วางแผนเอาไว้ ทั้งนายเอและนายพัดจึงวางโทรศัพท์ลง ล้าไปหมดทั้งสมองและสายตา
“ขอเข้าห้องน้ำก่อนโว้ย ไปเอาความจนทิ้งซะหน่อย” นายพัดพูดเสียงดังพร้อมกับยืนขึ้น ตรงไปที่ห้องน้ำทันที
นายเอที่นั่งอยู่ต่อ ได้พักสายตา มองไปรอบ ๆ พลันสายตาไปเจอเอากับคนรู้จัก คนที่เห็นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน คู่แข่งของนายเอนั่นเอง วันนี้ เขาได้ให้พวกซื้อหุ้นตุนไว้ถึงแสนสองหมื่นหุ้นเลยทีเดียว ถ้าเขาขายได้กำไรหุ้นละสิบกว่าบาท คิดดูว่าจะได้กำไรขนาดไหน เื่ดี ๆ แบบนี้ต้องอวดคู่แข่งซะหน่อย
คู่แข่งของเขาคนนี้ เคยโดนเขากลั่นแกล้งมาแล้วหลายครั้ง แต่มีครั้งหลังนี่แหละที่นายเอพลาดไปทำให้คู่แข่งได้ช้อนซื้อหุ้นในราคาที่ถูก ทำให้นายเอแค้นมาถึงทุกวันนี้
มาวันนี้
นายเอได้มาเจอคู่แข่งที่ดูเหมือนว่าทางคู่แข่งจะมีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดี เขาไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสทองในการเยาะเย้ยถากถาง
คิดได้ดังนั้น!!!
จึงเดินไปหาคู่แข่งทันที