ตอนที่ 6: สัตว์ิญญาตัวน้อยกับััที่อ่อนโยน
สายลมยามบ่ายพัดโชยมาเอื่อยๆ นำพาความอบอุ่นของแสงแดดแผ่ซ่านไปทั่วหุบเขาด้านหลังของสำนักวิถีเมฆา สถานที่แห่งนี้คือ 'ลานอภิบาลสัตว์ิญญา' ซึ่งเป็พื้นที่เปิดโล่ง เต็มไปด้วยพรรณไม้และธารน้ำใสสะอาดที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับดูแลสัตว์พาหนะและสัตว์เลี้ยงิญญาของเหล่าผู้าุโ
หลินเทียนก้าวเดินเข้ามาในลานอภิบาลพร้อมกับตะกร้าสานที่บรรจุผลไม้ิญญาสีสันสดใส หน้าที่ของเขาในบ่ายวันนี้คือการให้อาหารสัตว์ิญญาระดับล่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็สัตว์ตัวเล็กๆ ที่ไม่มีพิษภัยและมีนิสัยรักสงบ
ชายหนุ่มเดินลัดเลาะไปตามทางเดินหินทราย ทันใดนั้น พุ่มหญ้าเตี้ยๆ ด้านหน้าก็เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ก้อนขนฟูฟ่องสีขาวสะอาดตาจะกลิ้งหลุนๆ ออกมาขวางทาง ก้อนขนนั้นค่อยๆ ยืดตัวขึ้น ปรากฏเป็สุนัขิญญาตัวน้อยที่มีใบหูกลมมนและหางเป็พวงสี่แฉก ดวงตาสีฟ้าใสของมันจ้องมองมาที่หลินเทียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มันคือ 'สุนัขเมฆา' สัตว์ิญญาสายพันธุ์เล็กที่ขึ้นชื่อเื่ความซุกซนและความน่ารัก
"หิวแล้วหรือเ้าตัวเล็ก" หลินเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มวลน้ำหนักของร่างกายกระแทกพื้นดินจนเกิดเสียงดัง
ชายหนุ่มหยิบผลไม้ิญญาลูกหนึ่งออกจากตะกร้า วางลงบนฝ่ามือแล้วยื่นไปตรงหน้า เ้าสุนัขเมฆาขยับจมูกดมฟุดฟิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้ามาหา สัตว์ิญญานั้นมีสัญชาตญาณที่เฉียบคม แม้หลินเทียนจะถูกค่ายกลผนึกกายากดทับความน่าเกรงขามเอาไว้ แต่มันก็ยังััได้ถึงความแข็งแกร่งอันไร้ขอบเขตที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ทว่าสิ่งที่มันััได้มากกว่านั้นคือความเมตตาและรังสีแห่งความสงบที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
สุนัขน้อยแลบลิ้นเลียผลไม้บนฝ่ามือ ก่อนจะอ้าปากงับไปเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะยื่นมืออีกข้างออกไปลูบหัวของมัน
เขาต้องกำหนดจิตควบคุมพลังอย่างถึงที่สุด ปลายนิ้วที่สามารถบดขยี้ภูผาได้ในพริบตา บัดนี้กลับััลงบนเส้นขนอันอ่อนนุ่มอย่างแ่เบาที่สุดราวกับสายลมลูบไล้ปุยนุ่น ความรู้สึกนุ่มละมุนที่ปลายนิ้วทำให้ชายหนุ่มแย้มยิ้มออกมาจากใจจริง
ภายใต้ เงา ของต้นหลิวที่เอนไหวตามแรงลม สุนัขเมฆาตัวน้อยกินผลไม้จนหมด มันส่งเสียงครางฮื่อในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะขดตัวลงนอนหมอบอยู่บนรองเท้าฟางของหลินเทียน คล้ายกับพบเจอสถานที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดในหุบเขาแห่งนี้
จิติญญาอาวุธาในห้วงคำนึงของชายหนุ่มทอแสงสว่างวาบขึ้นเล็กน้อย คลื่นพลังปราณอันบริสุทธิ์จากความรู้สึกเบิกบานใจและละอองพลังของสัตว์ิญญา ค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่ร่างกาย ช่วยหล่อเลี้ยงค่ายกลผนึกกายาให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น
หลินเทียนไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน เขาเลือกที่จะนั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เ้าตัวน้อยหลับใหลอย่างเป็สุข ท่ามกลางเสียงใบไม้ไหวและบรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย นี่คือ่เวลาแห่งความสุขอันเรียบง่ายที่เขาเฝ้ารักษาไว้ โดยไม่จำเป็ต้องมีการเข่นฆ่าหรือแก่งแย่งชิงดีใดๆ ทั้งสิ้น