บทที่ 2 หนี
โครมม!! ตึงง!
ในที่สุดประตูรั้วก็พังทลายลมตึงลงมา หนึ่งตัดสินใจออกแรงกระทืบคันสตาร์ทเป็ครั้งสุดท้าย
พรืด!… พรืด!..บรื๊น!!!
เครื่องยนต์สี่จังหวะ110cc คำรามลั่นทำลายความเงียบ หนึ่งคว้าแว่นตาที่คล้องคอขึ้นมาสวม แสงไฟหน้ารถที่ส่องสว่างจ้าขึ้นมาทันที ทำให้รอยขีดข่วนขุ่นมัวบนเลนส์แว่นตาส่องเป็เส้นแสงฟุ้ง
แต่มันก็ยังดีพอที่ทำให้เขาเห็นร่างปราดเปรียวหลายร่างพุ่งเข้าหาแสงไฟ
“ไปแล้วนะ..!!”
หนึ่งบิดคันเร่งจนสุดปลอก จังหวะแรกเสียงเครื่องวอดคล้ายจะดับเพราะอากาศเข้าพรวดในคาร์บูเรเตอร์แบบกระทันหันเกินไป แต่แล้วรอบเครื่องก็ไต่สูงขึ้นจนแผดสนั่น สเตอร์หลัง43ฟัน ฉุดให้ล้อหมุนฟรี สาดดินกระจาย
เขาบังคับรถพุ่งฝ่าประตูรัวที่พังทลายออกไปสู่ถนนใหญ่ ท่านกลางเสียงกระแทกของร่างกายมนุษย์กินคน ที่ปะทะเข้ากับตัวพ่วงข้าง จนรถสะบัดเล็กน้อย และเสียงหวีดร้องของพวกมันที่ไล่หลังมาในเงามืด
เมื่อใกล้ถึงทางถึงทางสามแยก
พวกตัวสั่นกลุ่มใหญ่วิ่งพรวดพราดเข้ามาขวางก่อนถึงทางแยกเพียงไม่กี่เมตร หนึ่งบังคับเลี้ยวมอเตอร์ไซค์ลงข้างทางด้านขวาทันที
“จับแน่นๆ”
เขาะโลั่น มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างพุ่งวูบลงข้างถนน โชคดีที่บริเวณนั้นเคยเป็พื้นที่จัดตลาดนัดมาก่อน แม้จะต่ำกว่าถนนบ้างแต่ค่อนข้างเรียบและแข็ง ทั้งคนและสัมภาระในพ่วงข้างกระเด้งกระดอน
แว่นตาของไนซ์หลุดร่วง แต่เขาทำสายคล้องคอผูกติดแว่นตาไว้เหมือนกันกับพ่อ เด็กหนุ่มถือปืนยาวมือหนึ่ง อีกมือจับราวเหล็กกันตกของพ่วงข้างแน่น
จนในที่สุดก็รถก็ปีนขึ้นถนนได้อีกครั้ง เ้าตัวสั่นที่วิ่งเร็วกว่าคนอื่น ตามมาทันในจังหวะที่พ่วงข้างกำลังปีนขึ้นถนนความเร็วจึงลดลง
มือสองข้างของมันคว้าเหล็กประตูปิดท้ายของพ่วงข้างไว้ได้ ความเร็วรถตกวูบทันที มันกระชากดึงรั้งไว้สุดตัว ไม่แยแสที่ฝ่าเท้าเปล่าเปลือยของมันจะบดสีกับถนนจนเนื้อหนังเปิด ทิ้งรอยเืเป็ทาง ขณะที่ข้างหลังอีกคนกำลังจะวิ่งมาทันเพราะความเร็วของรถที่ช้าลง
ถ้าโดนรั้งไว้ด้วยแรงมนุษย์วิปริตสองคนนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้กลุ่มด้านหลังที่วิ่งอ้าปากกว้างทั้งกลุ่มจะตามมาจนทัน
จังหวะนั้นไนซ์ สวมแว่นตาใส่เข้าที่พอดี กดเปิดสวิทซ์ไฟฉายที่ติดกับปืนรูเกอร์ 10/22 แสงสว่างจ้าพุ่งเป็ลำออกไป เขายื่นปากกระบอกปืนยาว จิ้มไปจนชิดหน้าผากเ้าตัวสั่นที่จับท้ายพ่วงข้างคนนั้น
มือขวาของไนซ์จับคอปืนเหมือนท่ายิงปืนสั้น มือซ้ายจับพานท้ายประคองไว้ โดยไม่ได้ประทับบ่า เ้าตัวสั่นลืมตาไม่ขึ้นเพราะแสงไฟฉายแรงสูงที่ติดปืน ส่องจ้าเข้าใบหน้ามัน แต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อยมือที่กำลังดึงรั้งรถอย่างเอาเป็เอาตาย
ปัง..!!
สิ้นเสียงปืน เ้านั่นก็คลายมือออก นอนคว่ำหน้านิ่งไปกับถนน ยังไม่ทันที่ไนซ์จะดึงปืนกลับ คนหลังก็ตามมาทัน เหยียบร่างที่นอนคว่ำของเพื่อนมันพุ่งกระโจนเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
ปัง..ปัง..!!
ไนซ์เหนี่ยวไกสองนัดซ้อน ะุที่ยิงตามแนวแสงไฟฉายที่ติดกับปืน ในมือของเด็กหนุ่ม พุ่งเข้ากลางอกของร่างที่กำลังโผเข้ามา
ปืนยาวรูเกอร์กึ่งอัตโนมัติยิงซ้ำได้รวดเร็วมาก ทว่ามันกลับไม่มีผลใดๆเลย ขนาดของะุ .22 มันเล็กเกินไป ร่างที่โผเข้ามาไม่ชะงักเลยแม้แต่น้อย
สวบ..!!
ปลายหอกที่ทำมาจากใบมีดพกยาวร่วมฟุตในมือของนัท ปักเข้ากลางอกเ้าคนนั้น ห่างจากรอยะุที่ไนซ์ยิงเล็กน้อย แรงปะทะของร่างนั้น กระแทกนัทเซถอยหลัง รถพ่วงข้างไหวะเืยวบทั้งคัน
พลั่ก !!
เ้านั่นร่วงลงพื้นถนนห่างจากท้ายรถพ่วงข้างแบบเฉียดฉิว การล้มลงในท่าคว่ำหน้า ทำให้ใบมีดปลายหอกที่ยังปักติดแน่นที่หน้าอก ตัดคว้านกระดูกและอวัยวะภายใน าแของมันจึงสาหัสมากขึ้น
มันคว้าหมับที่ด้ามหอกตรงหน้าอกไว้ไม่ยอมปล่อย นัทโดนดึงด้วยน้ำหนักของมันจนหอกแทบหลุดมือ
ปัง..!! ปัง..!!ปัง..!!
เสียง รีวอลเวอร์ .38 ที่อยู่ในมือของฝน ดังลั่นสนั่นกลบทุกเสียง แต่จากแสงไฟฉายติดปืนยาวที่ไนซ์ส่องไป ะุทั้งสามนัดที่แม่เขายิง กระทบพื้นถนนแล้วแฉลบเสียงดังเฟี้ยวฟ้าวไปในความมืด ห่างจากร่างเ้ากินคนไปไกล ฝนไม่เคยฝึกยิงปืนจริงจังมาก่อน การเหนี่ยวไกปืนรีวอลเวอร์โดยไม่ได้ง้างนก ไกปืนจึงหนักและลากยาว สำหรับผู้หญิงที่ไม่มีความชำนาญจึงไม่สามารถควบคุมวิถีะุได้
ฝนหลับตาปี๋ เธอก็ใเสียงปืนที่ตัวเองยิง แต่เ้าตัวสั่นคนนั้นก็ขาดใจตายจากาแที่โดนนัทแทงกลางหน้าอก มือของมันหลุดออกจากหอกที่มันคว้าจับไว้ นอนนิ่งเืนองพื้น เบิกตาโพลงมองมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างวิ่งจากไป
พวกของมันที่ตามมาต่างพากันแย่งทึ้งฉีกกินร่างของมันทั้งสองศพ เหมือนฝูงสุนัขรุมแย่งกินอาหาร
ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์สูบเดียวสี่จังหวะที่แผดลั่น พร้อมปล่อยควันดำมืดคลุ้งตามหลังมา หนึ่งเหลียวมองทุกคนที่นิ่งเงียบเหมือนสติยังไม่กลับมา ต่างหน้าตาซีดเซียว นัทเม้มปากแน่น ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่รื้นเอ่อ แต่ยังคงปั้นหน้าทำตัวเข้มแข็ง เก็บกลั้นความรู้สึกมากมายไว้ภายใน
“นัทเป็อะไรไหมลูก!!”
หนึ่งะโแข่งกับเสียงเครื่องยนต์และลมที่พัดผ่านดังหวีดหวิว
“นัทไม่เป็ไรพ่อ นัทแค่ยังใอยู่ ที่นัทเพิ่งฆ่าคนตาย” เธอเบือนหน้าออกมองข้างทาง ซ่อนใบหน้าจากสายตาทุกคน มีเพียงฟันที่ขบแน่น และไหล่สะท้านน้อยๆ
“ช่างมันเถอะลูก เราโชคดีมากๆ แล้วที่รอดจากตรงนั้นมาได้ แต่ทางข้างหน้ายังไม่รู้จะเจออะไรบ้าง” หนึ่งทอดถอนใจ
“นัททำเื่ที่จำเป็ต้องทำ ถ้านัทไม่ฆ่ามัน ป่านนี้ แม่หรือน้อง อาจโดนมันคว้าไปแล้ว ที่จริงแล้ว มันเป็ความผิดของพ่อเอง ที่ปกป้องคุ้มครองครอบครัวให้ดีกว่านี้ไม่ได้ ทำให้ทุกคนต้องมาเจออะไรแบบนี้”
ฝนสะอื้นน้ำตาไหล ดึงลูกสาวเข้ามากอด
หนึ่งเอื้อมมือไปลูบหัวไนซ์เบาๆ หนุ่มน้อยที่มีท่าทางขลาดกลัว แต่ถึงคราวคับขันขึ้นมา เขาก็ทำได้ดีทีเดียว
“คนที่ตายและาเ็เพราะโดนรถเราชน ถูกพวกที่วิ่งตามหลังมารุมกัดกิน ก็เลยไม่มีใครตามเรามาอีก”ไนซ์พูด หน้ายังซีดขาวไร้สีเื
“ที่พ่อสังเกตมา เริ่มแรกพวกมันมีแค่ความบ้าคลั่ง ไม่มีอาการตัวสั่นแบบนี้ แต่พอได้กินคน มันก็เริ่มมีอาการตัวสั่น เดินล้มลุกคลุกคลาน เหมือนมันเป็โรคอะไรบางอย่างที่เกิดจากการกินเนื้อคนด้วยกันเอง”
หนึ่งหยุดคิดแล้วพูดต่อ
“แต่มันก็ยังว่องไวปราดเปรียวอยู่เหมือนเดิม พวกที่สู้กับเราเมื่อกี้ก็มีบางคนที่ยังไม่มีอาการสั่น แต่มันรู้ว่าใครเป็พวกเดียวกับมัน ใครเป็คนปกติ”
“คล้ายกับโรค คูรู ครับพ่อ มันเป็อาการสั่นของพวกที่ติดเชื้อจากการกินเนื้อและสมองคน แต่มันออกอาการเร็วกว่ามาก การกินเนืุ้์ตอนเกิดความอดอยากครั้งใหญ่ในจีน และการล้อมเมืองที่เลนินกราด ก็ไม่น่ากลัวเท่าที่เรากำลังเจอ ตอนนั้นพวกเขากินแค่ศพคนที่ตายแล้ว”
ไนซ์เป็นักอ่านตัวยง และเขาเป็คนความจำดีมาก
“มันก็ไม่เหมือนในหนังซอมบี้ด้วยนะ ถ้าโดนเ้าพวกนี้กัด แล้วหนีพ้นมือมันได้ ไม่เืออกจนตายเสียก่อน รักษาหายแล้วก็ยังเป็คนปกติ แต่พ่อก็เคยเห็นคนที่ตายเพราะแผลเน่าจากรอยที่มันกัดบ้างเหมือนกัน”
ราวครึ่งชั่วโมง เสียงมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่แผดลั่นในคืนเย็นเยียบและมืดมิด ทุกคนนั่งเงียบในชุดห่อเสื้อผ้าหนาเตอะ
นอกจากหนึ่งที่เป็คนบังคับรถ สามแม่ลูกก้มหัวลงต่ำเพื่อหลบลมเย็นเยือกที่ต้องฝ่าไป ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บางครั้งก็ตั้งท่าเตรียมรับมือกับร่างที่วิ่งออกมาจากข้างถนน เพื่อโจมตีพวกเขา ถึงจะยังไม่มีใครที่เร็วพอจะเข้าถึงตัวรถ จึงยังไม่มีสถานการณ์ที่เลวร้ายใดเกิดขึ้น แต่มันก็พอที่จะทำให้อกสั่นขวัญแขวนเป็ระยะ
ยิ่งห่างไกลชุมชนก็ยิ่งเจอพวกมันน้อยลงเรื่อยๆ
“หนาว”
ไนซ์พูดเสียงอุบอิบตามนิสัย พร้อมทำตัวสั่นสะท้าน เสียงเขาจะดังกว่าปกติเฉพาะตอนที่ทะเลาะกับพี่สาว
“ตอนนี้ น่าจะ ประมาณห้าองศาเซลเซียส เลยเที่ยงคืนไป อาจต่ำถึงศูนย์องศา แค่นี้ คนเมืองร้อนอย่างเราก็อยู่แทบไม่ได้แล้ว ไม่อยากนึกถึงแถบยุโรปเลย แข็งตายกันหมดแล้วมั้ง”
“อดทนหน่อย พอถึงกลางวันมันก็เหมือนเราอยู่ในห้องแอร์ที่เย็นจัดๆสมัยก่อน เอ่อ อาจหนาวกว่านั้นนิดหน่อย” หนึ่งะโบอกกับทุกคน
“พ่อ ข้างหน้ามีปั๊มน้ำมัน” นัทยืดคอชะเง้อดูข้างหน้าพร้อมร้องบอก
“ช่างมันเถอะ มืดแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป”หนึ่งว่า
“อีกอย่าง รถเราใช้ได้แค่กลุ่มเบนซิน น้ำมันกลุ่มนี้ มันเสื่อมคุณภาพเร็วมาก แค่ไม่กี่เดือนค่าออกเทนมันก็ไม่เหลือแล้ว เรียกว่าน้ำมันบูดนั่นแหละ ส่วนดีเซล พ่อว่ามันหมดั้แ่ก่อนเกิดาแล้วล่ะ”
พูดไม่ทันจบ เสียงเครื่องยนต์ก็สำลัก ส่งเสียงะเิปลายท่อดังปัง! แล้วเงียบดับไป ก่อนถึงปั๊มน้ำมันร้างไม่กี่เมตร ทุกคนนิ่งเงียบกริบ
“หัวเทียนบอด”
หนึ่งพูดเบาๆ เป็ปกติของรถที่ใช้น้ำมันกลั่นเองแบบนี้ การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ทำให้ควันดำ และเขม่าเยอะมาก
เขาเปิดกระเป๋าคาดเอว หยิบบล็อคหัวเทียนและหัวเทียนสำรองออกมา มีทั้งหัวเทียนใหม่เอี่ยม และหัวเทียนที่บอดไปแล้วแต่โดนเขาจับเผาไฟจนเขม่าดำหลุดออกไปหมดเพื่อนำมาใช้ใหม่
“หนูอยากไปดูข้างในปั๊ม เผื่อจะเจออะไรบ้าง ได้น้ำมากินบ้างก็ยังดี” หนึ่งชะงักมือที่กำลังจับบล็อคขันหัวเทียน เขาเงยหน้ามองฝน ใบหน้าภรรยาของเขาที่เห็นจากแสงไฟฉายที่แบตเตอรี่จวนจะหมด ดูซีดเซียวบ่งบอกถึงความหวาดกลัว แต่ความกังวลที่เด่นชัดบนใบหน้ามันบอกให้เขารู้ว่าคู่ชีวิตของเขาคิดอะไรอยู่ น้ำและอาหารเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ที่สำคัญคือเธอไม่ได้คิดถึงตัวเอง พ่อกับแม่อดก็พอทนได้ แต่ถ้าลูกต้องอด พ่อแม่มักทนไม่ได้
“ไปด้วยกันทั้งสามคนเถอะ ระวังตัวให้มาก ถ้าได้กลิ่นสาบของพวกมัน รีบถอยออกมา เอาปืนสั้นไปด้วยนะ รีบไปรีบกลับ ลองค้นหาอาหารดู” หนึ่งรู้ว่ามันมีความหวังน้อยเหลือเกิน แต่เขาไม่อยากบั่นทอนกำลังใจของฝน เขาดึงมีดพร้าที่เหน็บอยู่กับรถพ่วงข้างส่งให้ลูกชาย
“ลูกกรดติดกล้อง ใช้ในที่มืดแถมระยะใกล้แบบนี้ มันไม่คล่องตัวเลย”
ไนซ์วางปืนยาวไว้ในรถพ่วงข้าง ถอดเอาไฟฉายออกจากปืนมาถือไว้แล้วรับมีดพร้าไปจากพ่อ ท่าทางเขาดูหวาดกลัวไม่น้อยไปกว่าฝนกับนัทเลย กระนั้นเขาก็ไม่ลังเลสักนิด เดินขนาบด้านขวามือของแม่ตนซึ่งก็ดูเหมาะสม เพราะมือซ้ายถือไฟฉาย มือขวาถือมีดพร้า ส่วนนัทถือหอกด้ามยาวที่เน้นการแทง จึงไม่จำเป็ต้องเลือกว่าจะอยู่ด้านไหน
หนึ่งเร่งมือถอดหัวเทียนรถมอเตอร์ไซค์ออก เลือกของใหม่เอี่ยมใส่เข้าไปแทน เพียงไม่นานก็เสร็จ
ความร้อนของหัวเทียนที่ส่งผ่านบล็อกที่ใช้ถอดหัวเทียน ลวกมือจนแสบปลาบขณะที่กำลังคิดจะทดลองสตาร์ทเครื่องยนต์ เขาก็หยุดกึก เขาได้กลิ่น กลิ่นที่เขาคุ้นเคย พวกตัวสั่น