ตอนที่ 1: ดั่งสายฟ้าฟาดกลางตำหนักเฮยหลง (RW)
☯
ทหารตีกลองบอกเวลาย่ำค่ำประตูเมืองท่าอันคึกคักกำลังปิดลง ร้านรวงทยอยเก็บข้าวของเด็กน้อยสองคนยิ้มให้กันก่อนลาจากบ่าวรับใช้ตระกูลผู้ดีลงกลอนประตูจวนอย่างแ่า
ความเงียบงันถือครองในที่สุด
ราตรีกาลวิเวกเช่นนี้จึงมิมีผู้ใดสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดแปลกไปบางสิ่งที่ย่ำเท้าท่ามกลางความหนาวเหน็บ ไม่มีแม้แต่รอยเท้าทิ้งเอาไว้
แลตะวันอับแสงทินกรเปลวเทียนจุดประกายลุกโชนยามค่ำคืนรวมถึงสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ราวกับของคู่กันคือเื่เล่าในตำนานกล่อมเด็กน้อยนอนหลับฝัน
ภายในกระท่อมไม้แสนซอมซ่อเด็กชายหน้าตาเกลี้ยงเกลาคนหนึ่งนอนหนุนหมอนเก่า ๆดวงตาใสแจ๋วจ้องร่างผอมซูบของบิดาที่กำลังห่มผ้าซึ่งมีร่องรอยการตัดเย็บหลายแห่งให้เขาอย่างอ่อนโยน
จากนั้นชายวัยกลางคนก็ทำตาโตเมื่อเล่าถึง่น่าตื่นเต้นที่สุด
“ด้วยความเพียรพยายามของเด็กคนนั้นทำให้ัตัวเป็ ๆ ปรากฏตัวต่อหน้าเขา!”
“ท่านพ่อ…”หนุ่มน้อยอายุไม่เกินเจ็ดหนาวลากเสียงยาว“ท่านเล่าเื่นี้ให้ข้าฟังจวนจะเป็รอบที่ร้อยแล้วกระมัง”
ทว่าดวงตากลมโตยังเปล่งประกายไม่มีเค้าความเบื่อหน่ายดังปากว่าผู้เป็บิดาไม่รอช้าเล่านิทานเื่โปรดต่อไปด้วยเสียงทุ้มทอดยาวแ่เบาดุจเสียงกระซิบ
“ัตนนั้นบอกกับเด็กหนุ่มว่าจงยึดมั่นในคำสัตย์คนอสัตย์ไม่เที่ยงตรง แม้นมีลาภยศสรรเสริญ พรั่งพร้อมด้วยสมบัติเงินตราท้ายที่สุดก็จะสูญเสียทุกสิ่งอย่าง”
“งือ…”
“จงเมตตากับตัวเองก่อนมอบไมตรีจิตแก่ผู้อื่นจงนอบน้อมตอบแทนผู้มีพระคุณ เพียงเท่านั้นลูกรักของพ่อจะได้ขี่หลังัผู้ยิ่งใหญ่แลเห็นผู้คนเบื้องล่างตัวเล็กลงดุจมดตัวจ้อยมหาสมุทรไพศาลแลเป็แอ่งน้ำน้อยยามฝนพรำลูกจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว...ปุยเมฆให้ััเช่นไร”
“ลูกไม่คิดว่ามันวิเศษมากหรอกหรือ?”
เด็กก็คือเด็กครั้นฟังคำกล่อมของบิดาก็คล้อยตามโดยง่าย พยักหน้าหงึกหงักหลายครั้งดูก็รู้ว่าสะลึมสะลือใกล้หลับเต็มทนแว่วยินเสียงหัวเราะเอ็นดูกระแสหนึ่งผ่านสายลมเย็นฝ่ามือหยาบกร้านลูบหัวของลูกชายเบา ๆ
“ตราบใดที่ลูกมีจิตใจดีงาม อดทนบากบั่นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สักวันหนึ่งเทพัจะมารับลูกขึ้นไปเป็เซียนบน์ที่ที่ไม่มีใครรู้ว่างดงามเพียงใด วิจิตรตระการตาแค่ไหน”
“ได้รับใช้ผู้เป็ใหญ่เพียงหนึ่งในโลกหล้า”
“...”
“หลับไปเสียแล้ว ราตรีสวัสดิ์ ลูกรัก”
บิดาจัดผ้าห่มที่แทบไม่มอบความอบอุ่นใด ๆให้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างทะนุถนอมร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักแวบผ่านในแววตาก่อนโน้มตัวดับเทียนไขและจมสู่ห้วงนิทราในเวลาไล่เลี่ยกัน
ล่วงเลยผ่านไปหลายเค่อ*จนแน่ใจว่าคนในบ้านหลับสนิทกันหมดแล้วคนผู้หนึ่งจึงสาวเท้าออกจากที่ซ่อนอย่างเงียบเชียบ
*หนึ่งเค่อ ; 15 นาที
จันทร์เสี้ยวทอแสงสาดส่องลงมาเงาดำเลือนหายไปอย่างช้า ๆ ปรากฏร่างสูงกำยำของชายหนุ่มเ้าของดวงตาสีนิลลึกล้ำอย่างยากที่จะละสายตา ไม่ว่าจะั์ตาเรือนผมยาวกระจายทั่วแผ่นหลัง และเครื่องแต่งกายล้วนเป็สีหมึกดำเฉกเช่นสีของท้องฟ้าเวลานี้
อดีตบุรุษที่เร้นกายในเงามืดอ้าปากหาวหวอดหลุบตามองสองพ่อลูกที่นอนก่ายกันบนเสื่อพลางส่ายหน้าไปมาอย่างนึกเสียดาย
อันใดกัน นิทานปรัมปรายังน่าเบื่อเช่นนี้อีกรึ?ผ่านมาตั้งร้อยปีแล้วมิคิดจะแก้ไขเื่เล่าให้สร้างสรรค์กว่านี้สักหน่อยหรือ
เด็กน้อยเอ๋ยอย่าได้หลงเชื่อคำบิดาของเ้าเป็อันขาด!
การเป็เซียนนั้นขึ้นอยู่กับเ้าหาใช่ข้าไม่อาศัยแรงเพียรพันเท่า แรงใจอีกสักพันส่วนก็เป็อันใช้ได้แล้วเพราะต่อให้เ้าเป็เด็กดีเพียงใด ข้าก็มินำพาเ้าขึ้น์หรอก
เหตุใดน่ะหรือเพราะข้าเกียจคร้านเกินกว่าจะทำอย่างไรเล่า!
บรรพบุรุษั้แ่ทวดของทวดเ้าก็เอาแต่พร่ำสอนเช่นนี้ผู้ที่ได้ขึ้นเป็เซียนจริง ๆ กลับมีน้อยคน ตรงข้ามกับคนชั่วที่ผุดขึ้นเป็ดอกเห็ดต้องคอยตามเก็บกวาดอยู่ร่ำไป คิดแล้วก็อดทอดถอนใจมิได้
“แต่...ในเมื่อพวกเ้าให้ความเคารพเราถึงเพียงนี้”
ข้าสะบัดมือเอื้อนเอ่ยวาจาเหนือศีรษะมนุษย์ขี้เซาทั้งสอง
“ความฝัน ปัจจุบัน อนาคต เ้าเป็ผู้ตัดสิน”
“ราตรีสวัสดิ์”
ถ้อยคำอวยพรประทับลงบนร่างของคนทั้งคู่ผ้าห่มผืนบางถูกแทนที่ด้วยผ้าห่มผืนหนา เสียงลมหายใจติดขัดเริ่มสม่ำเสมอในไม่ช้าเนื้อตัวที่สั่นเทาของคนทั้งคู่สงบลง ไม่มีทีท่าหนาวสั่นอีกต่อไป
ข้าวางข้าวของจำเป็อย่างเสื้อผ้า อาหารและยาวางบนโต๊ะไม้ไผ่มือหยิบถุงผ้าที่อัดแน่นด้วยเมล็ดพันธุ์ชั้นดีวางบนโต๊ะไม้ไผ่รวมถึงข้าวของจำเป็อย่างเสื้อผ้า อาหาร และยาค่าตอบแทนสำหรับเื่เล่าจำเจเท่านี้น่าเพียงพอ
ต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับเ้าแล้วว่าจะใช้ของขวัญที่ข้ามอบให้อย่างไร
ข้าจดจำกระท่อมหลังนี้ไว้ในใจเพียงพริบตาก็หวนคืนสู่ร่างที่แท้จริง เกล็ดสีดำส่องแสงพราวระยับยามต้องแสงจันทร์ก่อนกลืนหายไปกับความมืดอย่างแเีจนไม่เห็นสิ่งใดนอกจากหมู่ดาราพิสุทธิ์แต้มผืนฟ้าดังเช่นทุกที
ัมิใช่แค่เื่เล่าขานในตำนานมิได้เป็เพียงสัตว์เทพในจินตนาการของมนุษย์
หากแต่มีตัวตนอยู่จริง ๆ บนโลกใบนี้
พวกเราแค่เบื่อหน่ายคำขออันโลภมากการเคารพบูชาที่งมงายมากกว่าศรัทธา จึงเร้นกายจากแดนมนุษย์คอยสร้างปาฏิหาริย์โดยไม่เปิดเผยตัว
กระนั้นความเชื่อเื่ัยังคงอยู่คู่แผ่นดินนี้มาช้านานเป็เหตุผลที่ทำให้ข้ามักคอยมาแอบฟังนิทานพื้นเมืองอยู่เสมออยากรู้ว่าความคิดของมนุษย์ที่มีต่อเราเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด
บ้างก็ศรัทธา บ้างก็เกรงกลัว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเราคงอยู่ได้ด้วยความเชื่อจากพวกเขา
ส่วนเหตุผลจริง ๆ น่ะหรือเที่ยวโลกมนุษย์สนุกสนานเฉกเช่นเคย!
ข้าเผยยิ้มปรีดา เล่นสนุกเสียนานวังเฮยหลงจะเป็อย่างไรบ้างหนอ...ครู่เดียวก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปหายหน้าหายตาไปไม่ถึงเดือน แผ่นดินซีกซ้ายคงมิได้ลอยหายไปหรอกกระมัง
แต่ไม่แคล้วถูกบ่นจนหูชาอีกเป็แน่ ข้ากลอกลูกตาสรุปแล้วใครเป็นาย ใครเป็บ่าว ชักเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วสิ
ข้ามีนามว่าเฮยหยางัดำที่มีชาติกำเนิดจากหุบเขาแห่งความมืด ตามตำนานเล่าว่าข้าเป็ัที่ดุร้ายชอบสู้รบเป็ชีวิตจิตใจทั้งเป็หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองบนโลกมนุษย์
อืม จากที่พลิกหน้ากระดาษดูก็ไม่มีเื่ดี ๆกับเขาเลย
น่าเวทนายิ่งนัก
จริงอยู่ที่ข้าสามารถก่อพายุฝนขจรขจายทั่วขอบฟ้าบันดาลหยาดพิรุณหนาวเย็นเสียดแทงถึงกระดูก หากแต่มีส่วนนี้เท่านั้นที่เป็ความจริงข้ามิได้ชมชอบการต่อสู้ถึงเพียงนั้นที่กล่าวมาล้วนเป็สันดานของบรรพชนัดำทั้งสิ้น!
ข้าเป็คนรุ่นหลัง มิได้สืบทอดสายเืบ้าระห่ำหมายผลาญทุกสิ่งอย่างให้วอดวาย...ที่ได้มาเห็นจะมีแต่ความหยาบคายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ชั่วชีวิตนี้ข้ามิเคยเป็ปฏิปักษ์ต่อผู้ใดไฉนมันผู้นั้นจึงเข้ามาหาเื่ข้าไม่เว้นวัน!
ข้ากัดฟันกรอดเมื่อหน้าของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัวแววตาไร้คลื่นคู่นั้น ริมฝีปากยิ้มแกมเหยียดนั่นทำอย่างไรก็มิอาจกำจัดความหงุดหงิดที่ค้างคาจากการต่อสู้ครั้งก่อนออกไปได้
เ้าตัวบัดซบนั่น!
ยิ่งคิดยิ่งโมโหต้องโทษตัวเองที่ใจอ่อนยอมประมือด้วยตลอดแต่ตัวข้าที่อุตส่าห์ลงมาหาความสำราญเบื้องล่างจนเปรมปรีดิ์ก็มิควรเก็บเื่ไม่เป็เื่มาใส่ใจ
ข้าสูดลมหายใจลึก ข่มอารมณ์คุกรุ่นในอกให้สงบลงแหวกว่ายขึ้นสู่จุดสูงสุดของฟากฟ้า กระทั่งดินแดนแห่งใหม่ประจักษ์แก่สายตา
ดินแดนซึ่งเป็ที่อยู่ของสัตว์เทพ
ร่างมโหฬารฝ่าริ้วเมฆไปยังทิศเหนืออันเป็อาณาเขตที่ข้าปกครองไม่นานนักข้าก็กลับมาถึงบ้านที่บัดนี้ไม่อาจเรียกว่าบ้านได้
ข้าชะงักงันส่ายตามองข้าราชบริพารที่วิ่งพล่านจนฝุ่นตลบ หน้าตาแต่ละคนดูแตกตื่นทว่าลองสังเกตดี ๆ จะเห็นความปิติยินดีเอ่อล้นในแววตา
ตาข้างขวาพลันกระตุกอย่างแรงสัญชาตญาณส่งเสียงกู่ร้องจนขนลุกขนพองไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามีเื่ยุ่งยากเกิดขึ้นแล้ว
แต่ใครจะไปคิดว่าเื่ยุ่งยากที่ว่า...จะทำให้ชีวิตของข้าเปลี่ยนไปตลอดกาล
ข้ายื่นมือเข้าไปในฝูงชนที่มะรุมมะตุ้มกันอยู่คว้าคอข้ารับใช้ได้หนึ่งตัว มือของมันถือม้วนกระดาษบางอย่างอยู่แต่ไหนเลยข้าจะสนใจ สิ่งเดียวที่ข้าอยากรู้คือเกิดอะไรขึ้น!เหตุใดวังของข้าจึงกลายเป็สนามเด็กเล่นไปได้!
น่าตลกที่มันยังคิดว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่ขาสองข้างกวัดแกว่งกลางอากาศอย่างทุลักทุเลกว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ข้าปล่อยคอเสื้อที่หิ้วอยู่ลงด้วยสีหน้าละเหี่ยใจ
มันหันขวับแล้วร้องะโเสียงหลง “นายท่าน!!”
“..อืม ข้าเอง”
ข้าตอบส่ง ๆรอให้มันพักหายใจหายคอก่อนแล้วค่อยถามไถ่เื่ราว บ่าวตนเดิมช้อนตามองข้าท่าทางหวาดหวั่นของมันทำเอาข้าวิตก หรือจะเป็เื่คอขาดบาดตาย?
“นะ..นายท่านเฮยขอรับ…”
“มีเื่อันใด”
“คะ คือ คือว่า…” จู่ ๆมันก็หยุดพูดเสียอย่างนั้น ข้าถามย้ำเสียงเข้มอย่างเสียมิได้ “มีอันใดก็พูดมา!”
เพ้ย! มัวแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ได้แล้วเมื่อไรจะรู้ความ! แม้หน้าจะซีดลงกว่าเก่า สุดท้ายมันก็เค้นเสียงพูดจนได้
“มะ มีราชโองการจาก์ถึงท่านขอรับ”
“ราชโองการ?”
ข้าเลิกคิ้วแปลกใจยื่นมือรับม้วนกระดาษที่แท้จริงเป็ราชโองการนั่นมาดูคงไม่พ้นเื่ที่ข้าวิวาทกับเ้านั่นเป็แน่ในหัวคิดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างคลายปมเชือก จะลงโทษให้บำเพ็ญตบะจนเข้าฌานละทางโลกหรือไม่หนอ
คาดเดาความคิดเบื้องบนมิออกเลยจริง ๆ
ข้าคลี่ม้วนกระดาษออกเปล่งเสียงอ่านตามด้วยความเคยชินทว่าราชโองการที่ควรยาวเหยียดกลับมีเพียงประโยคเดียวที่เด่นหล้า
หยินและหยาง รวมกันเป็หนึ่ง มิอาจพรากจากกันได้
ป.ล.นี่คือราชโองการสมรสพระราชทานระหว่างัดำและัขาว
ข้าอ่านลายมือหวัด ๆที่คาดว่าสะบัดพู่กันเขียนรวดเดียวจบภายในชั่วอึดใจ หัวสมองว่างเปล่าใบหน้าชาหนึบกับความจริงที่ตีแสกหน้าก่อนที่จะยั้งมือไม่ให้ฉีกราชโองการบัดซบนี่ทิ้งได้ทัน
“...”
“เพ้ย!!?”
☯
์คาดเดาไม่ได้จริง ๆ ด้วย
ยินดีต้อนรับทุกคนสู่มหากาพย์นิยายของเรา
สวัสดีค่ะ เชนะคะ จากนามปากกา hydranChe ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ นามปากกาเก่า KN.26 เผื่อมีใครคุ้นชื่อเดิม
นี่เป็นิยายวายจีนโบราณเื่แรกของเราถ้าคุณนักอ่านเจอคำผิด หรือเอ๊ะเนื้อเื่ตรงไหน บอกได้เลยนะคะ ยินดีมาก ๆเราอยากทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดค่ะ
ขอแจ้งก่อนว่าเราอัปนิยายเื่นี้ใน readAwrire,Dek-D, fictionlog 50 กว่าตอนแล้วค่ะแต่้าเพิ่มฐานคนอ่านให้มีคนรู้จักนิยายเื่นี้มากขึ้นตอนนี้เลยทยอยลงเพิ่มอีก 3 เว็บ ได้แก่ ธัญวลัย MaReads KaweBook จะเป็เวอร์ชันที่เกลาคำ+เนื้อหาแล้ว จะอ่านลื่นมากกว่าค่ะ
ถ้าคุณนักอ่านอยากอ่านต่อเร็ว ๆ อ่าน 3แอปแรกก่อนได้นะคะ แต่อาจจะมีจุดที่เอ๊ะ แปร่ง ๆ บ้าง หรือจะร่วมลุ้นรออ่านในแอปนี้ก็ยินดีมาก ๆ ค่ะ
ชื่อ: เฮยหยาง เฮยหลง(ทางการ) พี่รอง
ฉายา: ัคลั่ง พี่หยางคนดี
สถานะ: ัดำผู้ปกครองทิศเหนือัลำดับที่สองแห่งเหยียนหลง คู่หมั้นอาไป๋
รูปลักษณ์: เส้นผมสีหมึกดำเรียบลื่นดุจม่านน้ำตกดวงตาสีนิล มักจะสวมใส่เครื่องแบบสีดำเสมอเ้าตัวชอบคิดว่าหน้าตาตัวเองดูธรรมดาเมื่อเทียบกับพี่น้องัตนอื่น ๆ แต่จริง ๆแล้วหน้าตาไม่เลว ดูลึกลับมีเสน่ห์ด้วยซ้ำ ตัวสูงกำยำสมชายชาตรีทว่าเนื้อตัวค่อนข้างหยาบกร้านเต็มไปด้วยาแเนื่องจากต้องสู้รบตบมือกับใครบางคนตลอดเวลาด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเข้าถึงยากจึงมีชื่อเสียพอสมควร (ไม่ได้ตกตัว งอ งู แต่อย่างใด)
ลักษณะนิสัย: ถึงคำพูดคำจาดูจะหัวร้อนไปนิดติดจะหยาบคายไปหน่อย (...) จริง ๆ แล้วเป็คนใจเย็นดั่งวิญญูชนทั่วไปแต่ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด โดยเฉพาะเวลามีคนมาทำให้หัวเสียนานหลายร้อยปีใครจะไปทนไหว! ชอบลงไปเที่ยวโลกมนุษย์ รักสงบ ถึงจะมีเื่วุ่นวายเวียนเข้ามาหาไม่เว้นวัน
ถ้าชอบนิยายเื่นี้ อยากหวีด พูดคุยหรือบอกต่อ ติด#ัปรปักษ์ ในทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊กด้วยนะคะจะตามไปหวีดค่ะ
ขอฝากนิยายเื่นี้ไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ
1 เมนต์ = ∞ กำลังใจ ❤
hydranChe
#ัปรปักษ์