5 | นักสืบไซเบอร์
วันแล้ววันเล่า คุณแสนย์ก็ไม่ตอบกลับมา
คนรอได้แต่เฝ้ามองหน้าจอโทรศัพท์อย่างอ่อนใจ เข้าไปดูรูปของชายหนุ่มในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาเป็บางครั้งแก้คิดถึง แต่ไม่ว่าจะเป็รอยยิ้มกว้างเปิดเผยบนใบหน้าคมคาย หรือท่าทางอันสุภาพและเป็มิตรของเขา ก็ไม่อาจลบล้างความจริงที่ว่า เขาไม่ตอบข้อความเธอ
กำลังใจหนึ่งเดียวใน่นี้คือเพื่อนสนิทั้แ่สมัยเก่าก่อนอย่างทอรุ้ง หลังจากพบกันวันนั้น ทั้งสองก็ติดต่อกันเรื่อยมา มีอยู่คืนหนึ่งที่สองสาวใช้เวลาไปเกือบค่อนคืนสวมบท ‘นักสืบไซเบอร์’ ล้วงข้อมูลทุกอย่างเท่าที่พอจะหาได้จากหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของชัชแสนย์
น่าประหลาดใจว่า ทั้งที่เธอกับทอรุ้งไม่ได้เป็เพื่อนกับเขาในระบบ และจะเห็นได้เฉพาะรูปหรือข้อมูลที่เขาตั้งค่าการเปิดเผยเป็สาธารณะเท่านั้น แต่คุณนักสืบทอรุ้งก็เก็บข้อมูลได้หมดั้แ่วันเกิด ปีที่จบการศึกษา รถยนต์ที่ใช้ ไปจนถึงเลขประจำตัวนักศึกษาสมัยเรียน ทุกอย่างที่ปรากฏในเฟซบุ๊ก เพื่อนสาวจับมายำรวมกันแล้วคิดวิเคราะห์ได้เป็ฉาก ๆ ชนิดที่เพลงพนัสจดเลกเชอร์ตามแทบไม่ทัน
“คุณแสนย์ของแกบ้านรวยไม่ใช่เล่นนะเนี่ย ลูกชายคนโตของครอบครัวเศรษฐีนักธุรกิจ มีบ้านหรูอยู่ในหมู่บ้านย่านไฮโซแถว ๆ ศรีนครินทร์ แต่ตัวเขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่คอนโดหรูชื่อดังแถวสถานีรถไฟใต้ดินพหลโยธิน ชั้น 21 ห้อง 2112 อ้อ...ใกล้ออฟฟิศสินะ บริษัทที่เขาทำงานอยู่ตรงลาดพร้าว ส่วนโรงเรียนยูโดซันอยู่สถานีอะไรนะ”
“พร้อมพงษ์” เพลงพนัสตอบพลางจดลงสมุดยิก ๆ แต่แล้วก็ชะงักมือ “เดี๋ยวนะ นี่แกรู้ยันเลขห้องของเขาเลยเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ มีรูปที่เขาถ่ายของขวัญที่เพื่อนส่งไปรษณีย์มาให้ ถ่ายติดกล่องพัสดุมาด้วยเสี้ยวหนึ่งเลยเห็นเลขห้องน่ะ”
“เฮ้ย น่ากลัวอะ” เพลงพนัสยกมือลูบหน้า
“ใช่ น่ากลัวมาก ๆ นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นักยูโดเลยไม่ต้องระวังตัวหรือไง ถ้ามีใครคิดจะทำอะไรละก็ บุกถึงตัวได้เลยนะ”
“ไม่ใช่ ที่ฉันว่าน่ากลัวน่ะหมายถึงแกต่างหากยายรุ้ง” หญิงสาวครางเสียงสูง ภาพเพื่อนสาวตาวาววับเคลื่อนนิ้วซูมหน้าจอโทรศัพท์มือถือยิก ๆ ยังกับแฮกเกอร์โรคจิต ลอยเข้ามาในจินตนาการอย่างห้ามไม่ได้
“อ้าวไอ้นี่ เดี๋ยวก็ไม่ช่วยซะเลย”
พอโดนปลายสายบ่นเข้าให้ เธอก็หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเตรียมตัวจดต่อ ยิ่งได้รู้ข้อมูลก็ยิ่งย้ำชัดในความเป็คุณพรหมลิขิต ใช่แล้ว...ข้อเจ็ดสิบห้า คุณพรหมลิขิตมีคอนโดอยู่ใกล้ออฟฟิศ ผิดไปจากความจริงที่ไหน
“ที่บ้านแถวศรีนครินทร์เลี้ยงหมาด้วยนะ พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี ตัวเมีย ชื่อว่าเมอร์รี่ นี่เขาคงรักมากถึงขั้นไปหาพวงกุญแจหมามาห้อยกระเป๋าเลย”
“หือ...” หญิงสาวหยุดปากกา “คุณแสนย์มีมุมคิขุอาโนเนะด้วยเหรอเนี่ย”
ทอรุ้งส่งรูปมาให้ดูแทนคำตอบ เป็ภาพชัชแสนย์ถ่ายรูปคู่กับชายคนหนึ่งซึ่งดูท่าจะเป็เพื่อนสนิทกัน ทั้งสองสวมเสื้อโปโลสีน้ำเงินเข้ม มีเสื้อกั๊กเซฟตีสีส้มสะท้อนแสงสวมทับ และสวมหมวกนิรภัยสีขาว คงถ่ายที่ไซต์งานที่ไหนสักแห่ง
“ผู้ชายท่าทางอารมณ์ดีข้าง ๆ คือ ชนินทร์ เพื่อนวิศวกรของคุณแสนย์ คนที่เอาคุณแสนย์มาแนะนำลงเพจนั่นแหละ แต่อยากให้โฟกัสกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่คุณแสนย์สะพายอยู่ มีตุ๊กตาหมาไซบีเรียนฮัสกีห้อยอยู่ด้วยเห็นไหม นี่คงรักเ้าเมอร์รี่มากจริง ๆ ถึงกับมีของดูต่างหน้า”
เพลงพนัสดูตามแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ ผู้ชายอะไร ตัวก็โต นักกีฬายูโด แต่ห้อยตุ๊กตาหมาไว้กับกระเป๋าทำงาน
“ว่าไงล่ะลูกไม้ ตอนนี้ก็รู้หมดแล้วทั้งที่อยู่บ้าน ที่ทำงาน คอนโด โรงเรียน บุกซะเลยดีไหม ดักตีหัวลากเข้าถ้ำซะเลย เล่นตัวดีนัก”
“บ้า...” เพลงพนัสยิ้มเขินกับโทรศัพท์ “เขาสูงตั้งร้อยแปดสิบ ฉันตีไม่ถึง”
ได้ยินเสียงหัวเราะคิกดังมาจากปลายสาย “งั้นก็ ตุ๊ยท้อง”
ภาพซิกซ์แพ็กแน่น ๆ ปรากฏขึ้นมาเต็มสองตา หญิงสาวสะบัดศีรษะแรง ๆ ไล่ไปให้พ้น
“เขาได้จับฉันทุ่มน่ะสิ คอหักตายก่อนแน่”
“มีอีกวิธี...ปืนแก๊ป ปืนเด็กเล่นก็ได้ หาที่มันคล้ายของจริงหน่อย บุกจี้ลักพาตัวไปเลย”
“ก็คงไม่วายโดนแย่งปืน จับทุ่มั้แ่ยังไม่ทันพ้นปากซอยนั่นละ”
“งั้นก็มีทางเดียว ต้องวางยานอนหลับ หรือไม่ก็รมควันยาสลบ แล้วค่อยจัดการรวบหัวรวบหางซะ”
เห็นเพื่อนสาวยังไม่ยอมแพ้ เพลงพนัสก็หัวเราะอีก “แกน่ากลัวว่ะรุ้ง ฉันชักเป็ห่วงคุณแสนย์ซะแล้วสิ เหมือนเขาถูกล่วงละเมิดยังไงก็ไม่รู้”
ทอรุ้งส่งเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ “แกก็รู้ว่าฉันไม่ทำจริงหรอก แต่มันน่าไหมล่ะ คุณพรหมลิขิตอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ แต่กลับแตะต้องไม่ได้ ฉันว่านะ ในเมื่อแกคุยกับเขาแบบออนไลน์ไม่ได้ มันก็ต้องมาเจอกันแบบออฟไลน์แล้วละ ซึ่งมีทางเดียวเท่านั้นคือ แกต้องไปสมัครเรียนยูโดที่โรงเรียนของเขา”
เพลงพนัสแทบตาเหลือก “เรียนยูโดน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก ฉันกลัวกีฬาต่อสู้ แค่ปะทะกันธรรมดาอย่างพวกบาสหรือฟุตบอลฉันยังเล่นไม่ได้เลย ต้องแข่งกันคนละแดนอย่างพวกวอลเลย์ แบด ตะกร้อ ถึงจะพอไหว”
“แล้วไงล่ะ คุณแสนย์ของแกเตะตะกร้อหรือไง มันก็ไม่ใช่เปล่าวะ เขาเล่นยูโดโว้ย...ถ้าแกยังไม่ยอมงัดความกล้าออกมา แล้วจะเข้าหาเขาได้ยังไง อยากได้ลูกเสือมันก็ต้องเข้าถ้ำเสือ อยากได้นักยูโด มันก็ต้องไปเรียนยูโดเซ่!”
“โธ่ รุ้งจ๋า รุ้งคนเก่งของลูกไม้” หญิงสาวฟุบลงกับโต๊ะ ทำปากยื่นอยู่ใกล้ ๆ โทรศัพท์ “รุ้งก็ไปเรียนให้หน่อยซี ถ้าคุณแสนย์รู้จักแก ฉันก็จะกลายเป็เพื่อนของเพื่อน เขาคงเปิดใจให้มากกว่าผู้หญิงแปลกหน้า ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาจากอินเทอร์เน็ตอย่างนี้ ฉันออกค่าเรียนให้ก็ได้ ไปเรียนให้หน่อยเถอะนะ นะจ๊ะรุ้งคนสวย น้า...”
“โอ๊ย ทำไมฉันต้องลงทุนทำเพื่อแกขนาดนั้นด้วยยะ จะกลัวอะไรนักหนา คิดดูนะ แกไปเรียนคอร์สเดียว ได้ทั้งผู้ชาย ได้ทั้งศิลปะป้องกันตัวไว้ดูแลตัวเอง ดีจะตาย เขาเป็ครู แกเป็นักเรียน มันเป็วิธีเข้าหาที่เพอร์เฟกต์มากและเป็ธรรมชาติที่สุดแล้วเว้ย หรือแกคิดว่ามีวิธีไหนดีกว่านี้ฮะ”
“ก็มันน่ากลัวนี่นา ฉันทำใจไม่ได้จริง ๆ ว่ะ”
“งั้นแปลว่าแกทำใจปล่อยคุณแสนย์ไปได้ง่ายกว่าใช่ไหม”
เพลงพนัสอับจนคำพูดจนเงียบไปครู่ใหญ่ ฝ่ายทอรุ้งเองก็เงียบเช่นกัน คงตั้งใจปล่อยให้เธอได้คิดทบทวน
ในที่สุดหญิงสาวผู้มาเจอทางตันั้แ่ยังไม่ทันได้เริ่ม ก็ยอมเปิดปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหม่นเศร้าและสั่นเครือ
“แกพูดถูกทุกอย่างเลยรุ้ง ถ้ามีโอกาส ฉันควรจะไปเจอเขาในโลกจริง ๆ มากกว่าโลกออนไลน์ แต่มันไม่มีทางอื่นนอกจากไปเรียนยูโดเลยเหรอ ฉันกลัวจริง ๆ นะแก แค่ดูในทีวียังกลัวเลย”
“เสียใจด้วยว่ะลูกไม้ ฉันว่ามันเป็ทางเดียวจริง ๆ” เสียงเพื่อนที่ตอบมาฟังดูจริงจัง หญิงสาวเข้าใจดี ทอรุ้งเองก็คงพยายามช่วยที่สุดแล้ว “แกคิดดูให้ดีนะลูกไม้ ระหว่างก้าวข้ามความกลัวของตัวเองแล้วออกมาเจอกับคุณพรหมลิขิต กับอยู่ที่เดิมแล้วปล่อยให้เขาเดินผ่านหน้าแกไปเฉย ๆ แกจะเลือกทางไหน”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เนี่ย...ไม่ได้ล้อเล่นนะ ถ้าลองคนข้อมูลใครสักคนในโซเชียล เอาแค่เฉพาะที่เขาเปิด public เราก็สามารถสืบเื่เขาได้เยอะแยะมากมายเลย ดังนั้น...คุณแสนย์เสร็จเราแน่ เอ้ย ไม่ช่าย ดังนั้นพวกเราควรระวังตัววว 555