ภาพความสุขฉายชัดในห้วงฝันอันพร่าเลือน…วันแต่งงานของเขา... ดารินในชุดเ้าสาวงดงามยืนอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มของเธอสว่างไสวที่สุดดวงตาเป็ประกายด้วยความรักและความหวังถึงอนาคตที่พวกเขาวาดฝันร่วมกันโลกทั้งใบของเขาสมบูรณ์แบบและเปี่ยมสุขในวินาทีนั้น…
แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็พลันบิดเบี้ยวชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์กลายเป็อาภรณ์เปื้อนเืร่างของเธอในชุดคลุมท้องปรากฏซ้อนทับขึ้นมา โชกชุ่มด้วยสีแดงฉานดวงตาที่เคยสดใสเบิกกว้างด้วยความเ็ป จ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาตัดพ้อปากขยับเอื้อนเอ่ยคำถามที่กรีดลึกลงในใจ "ทำไม...พี่นนท์... ทำไมปกป้องรินกับลูกไม่ได้..."
"เฮือก!"
รชานนท์สะดุ้งตื่นเต็มตา ลมหายใจหอบถี่หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก เหงื่อเย็นชื้นไหลซึมตามขมับและแผ่นหลังเขามองฝ่าความมืดสลัวของห้องพักตำรวจเก่าๆ ที่เขาใช้เป็ที่ซุกหัวนอนสภาพมันไม่ได้ต่างอะไรจากสุสานของความทรงจำ... อับ ทึบ และว่างเปล่า
เขากวาดตามองไปรอบห้องพักตำรวจเก่าๆที่อับชื้นและแทบไม่มีเครื่องเรือนอะไรนอกจากเตียงเหล็กเก่าๆ ที่เขานั่งอยู่กับตู้เสื้อผ้าไม้ผุๆ ที่บานพับใกล้หลุด ผนังปูนสีหม่นมีรอยคราบน้ำเป็ทางยาวดูสมเพชไม่ต่างจากสภาพจิตใจของเขาตอนนี้ แสงแดดยามบ่ายที่ควรจะแรงกล้ากลับส่องลอดผ่านม่านเก่าขาดๆ เข้ามาเพียงริ้วบางๆ เหมือนไม่อยากจะรับรู้ความทุกข์ระทมที่อัดแน่นอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนี้
ฝันร้ายแบบเดิมๆ ตามหลอกหลอนเขาไม่เว้นคืนปลุกให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเ็ปที่สดใหม่อยู่เสมอ เขายกมือกุมขมับพยายามสลัดภาพสุดท้ายของดารินออกไป แต่คำถามนั้นยังคงวนเวียน... ทำไม? เป็คำถามที่ไม่มีคำตอบ และยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวของเขาในฐานะสามีและตำรวจ
ท่ามกลางความสับสนและอ่อนล้าแสงที่ลอดเข้ามาทำให้เขาสังเกตเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงซึ่งบัดนี้เกลื่อนกลาดไปด้วยขวดเหล้าเปล่าที่ดื่มหมดไปแล้ว เขาขมวดคิ้วเอื้อมมือที่ยังสั่นเล็กน้อยไปหยิบมันขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ลายมือหวัดๆแต่หนักแน่นของผู้กองหินปรากฏแก่สายตา:
“ถ้าอยากแก้แค้นให้เมียกับลูก... ก็กลับมาช่วยพี่เถอะ”
รชานนท์อ่านข้อความนั้นซ้ำๆ หัวใจบีบรัดความทรงจำจากเมื่อคืนค่อยๆ ไหลบ่าเข้ามา...ภาพผู้กองหินที่มาตามหาเขาถึงร้านเหล้า... ความรู้สึกห่วงใยในแววตาของผู้กองเขายังพอจำได้ลางๆคำว่า "แก้แค้น" ดึงดูดความสนใจของเขาอย่างรุนแรงมันคือสิ่งที่เขา้า แต่ชื่อของผู้ส่งสารกลับทำให้เขาลังเลภาพอดีตซ้อนทับเข้ามาอีกครั้ง... วันที่ผู้กองหินพี่ชายที่เขาเคารพและเคยเป็ดั่งโล่กำบัง ถูกอำนาจมืดเล่นงานหลังจากพวกเขาร่วมกันบุกทลายแหล่งกบดานในไร่ของสจ. ผู้ชั่วร้ายคนนั้น
ผู้กองเป็คนตรง ไม่เคยเกรงกลัวใครแต่สุดท้ายก็ยังถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่าออกจากพื้นที่การย้ายครั้งนั้นไม่ต่างอะไรกับการเปิดทางให้พวกนอกรีตในเครื่องแบบเหิมเกริมยึดกุมอำนาจพวกมันแทรกซึมไปทุกส่วน คอยขัดขวางคนทำงาน และปกป้องพวกโจรเขาเห็นมากับตาว่ามันเลวร้ายลงแค่ไหนหลังจากผู้กองจากไป...
"ขนาดพี่หิน... ตอนนั้นยังต้านไม่ไหวแล้วตอนนี้พี่จะกลับมาทำอะไรได้?" เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่นและสิ้นหวัง ระบบมันใหญ่เกินไปอำนาจมืดมันแข็งแกร่งเกินไป ตำรวจดีๆ อย่างผู้กองหินจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้? ความหวังที่เพิ่งจะริบหรี่ขึ้นมาเมื่อครู่ดับวูบลงอีกครั้งเขาขยำกระดาษในมือด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะปามันทิ้งลงพื้นข้างเตียงอย่างไม่ไยดี
"ระบบที่มันกลืนกินคนดีๆ อย่างพี่หินไปแล้วจะเหลืออะไรให้เขาเชื่อใจได้อีก?" ความคิดนี้วนเวียนอยู่เขาปัดมันทิ้งไป พยายามไม่สนใจเสียงเรียกร้องในใจความปวดร้าวจากฝันร้ายและความจริงอันโหดร้ายผลักดันให้เขา้าเพียงสิ่งเดียว...แอลกอฮอล์ที่จะช่วยให้ลืม
เขาฝืนลุกจากเตียงเหล็กเก่า เดินโซเซไปยังห้องน้ำสาดน้ำเย็นล้างหน้า หวังให้ความเย็นปะทะขับไล่ความขมขื่นแต่ภาพสะท้อนในกระจกกลับยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้ เขาเบือนหน้าหนี คว้าเสื้อผ้าเก่าๆมาสวมอย่างไม่ใส่ใจ ก้าวเท้าออกจากห้องที่เหมือนกรงขัง เดินไปตามทางเดินเงียบๆของอาคารเก่า มุ่งหน้าสู่โลกภายนอก...สู่สถานที่เดียวที่พอจะมอบความมึนเมาให้ลืมเลือนความจริงได้ชั่วคราวเขาเดินลงบันไดเก่าๆ ผ่านเพื่อนตำรวจบางคนที่มองมาด้วยสายตาหลากหลายแต่เขาไม่ใส่ใจ เปิดประตูเหล็กเก่าๆ ของอาคารออกไปสูดหายใจเอาอากาศภายนอกที่ยังคงเย็นชื้นหลังฝนตกเมื่อคืน
ร้านเหล้าข้างทางเ้าประจำยังคงเปิดรอเหมือนทุกวันกลิ่นอับผสมกลิ่นเหล้าจางๆ ที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก บรรยากาศยามสายยังเงียบเหงามีเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆกับเสียงโทรทัศน์เก่าที่เปิดคลออยู่มุมเคาน์เตอร์ ซึ่งกำลังรายงานข่าวอาชญากรรม
"...พบศพเ้าพ่อค้ายารายใหญ่ถูกทิ้งในตรอกแคบสภาพคอหักผิดธรรมชาติ ตำรวจยังไร้เบาะแส..."
รชานนท์แทบไม่ได้ยินเสียงข่าวเขาทรุดตัวลงนั่งหน้าเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ รู้สึกอ่อนล้าเกินกว่าจะสนใจสิ่งรอบข้าง
"เฮีย... ขอหนักๆ เลยวันนี้" เขาบอกเฮียเม้งเ้าของร้านร่างท้วมที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดขวดหลังบาร์
เฮียเม้งหันมามองเลิกคิ้วเล็กน้อยกับสภาพของลูกค้าประจำ "อ้าวหมวด มาแต่หัววันเชียว เมื่อคืนท่าจะหนักเลยสินะวันนี้ดูโทรมกว่าคราวก่อนเยอะเลยนะหมวด" น้ำเสียงมีความคุ้นเคยและห่วงใยเจืออยู่
รชานนท์เพียงแค่พ่นลมหายใจ ไม่ตอบคำถามดวงตาจ้องมองขวดเหล้าที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า รอคอยความมึนเมาที่จะมาถึง
“ทำไมวันนี้อยู่ร้านล่ะ ไอ้เสือมันไปไหน” เขาถามถึงบาร์เทนเดอร์เมื่อคืน
“มันขอลาวันนึง เฮียเลยต้องมาอยู่เองนี่แหล่ะ”เฮียเม้ง พูดพลางรินเหล้าสีอำพันใส่แก้วให้ตามที่สั่งพร้อมทั้งจ้องหน้า รชานนท์
"พักผ่อนบ้างนะเราน่ะจมอยู่แบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพ" พูดพลางเงยหน้ามองดูหน้าจอโทรทัศน์
"ดูข่าวสิ เดี๋ยวนี้อะไรๆ มันน่ากลัวขึ้นทุกวันขนาดเ้าพ่อยังโดนเก็บง่ายๆ เลย"
รชานนท์ยังคงเงียบ ยกแก้วเหล้ากระดกทีเดียวรสชาติขมปร่าบาดคอแต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันไม่แรงพอที่จะกลบฝังความเ็ปข้างในได้เขาเกลียดความรู้สึกอ่อนแอของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป
"คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆ หมวด" เฮียเม้งพูดต่อเหมือนอ่านใจออก "หาอะไรทำแก้เซ็งบ้างก็ดีนะอย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง..."
ยังไม่ทันที่รชานนท์จะได้ตอบเสียงจากโทรทัศน์ก็ดังขึ้นมาอีกคราวนี้เป็ข่าวด่วนพร้อมภาพสดจากภาคสนามที่ดึงดูดสายตาของทุกคนในร้าน...รชานนท์เห็นท่าทางของทุกคนที่เปลี่ยนไป จึงหันหน้ามองตามไปที่หน้าจอโทรทัศน์ภาพที่เขาเห็นคือ... ผู้กองหิน!
ไม่ใช่ภาพจำของผู้กองที่เคยถูกย้ายหรือผู้กองที่มาปลอบใจเขาเมื่อคืน แต่เป็ผู้กองหินในชุดเกราะกันะุเต็มยศ!ใบหน้ายังคงเคร่งขรึม แต่แววตาคมกล้า ไม่มีความลังเลหรือหวาดหวั่นกำลังยืนชี้มือสั่งการเสียงดังฟังชัดอยู่ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของปฏิบัติการบุกจู่โจมกล้องแพนภาพให้เห็นตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษในชุดดำเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหน้าตาตื่นตระหนกหลายคนกดลงกับพื้นภาพของกลางที่ถูกลำเลียงออกมา ทั้งอาวุธา คอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์และเงินสดจำนวนมหาศาล กองอยู่ตรงหน้า
เสียงผู้ประกาศข่าวรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "...เป็การปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมค้ามนุษย์ข้ามชาติรายใหญ่ใจกลางเมืองหลวงคาดว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับการจัดส่งแรงงานผิดกฎหมายไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้านแถบชายแดนภาคตะวันออก..."
ชายแดนภาคตะวันออก...พื้นที่ที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา... เครือข่ายที่เชื่อมโยง...ศัตรูของเขา!
รชานนท์จ้องภาพข่าวนิ่ง ภาพผู้กองหินบนหน้าจอโทรทัศน์ดูทรงพลังและมุ่งมั่นอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนนี่ไม่ใช่คนที่ยอมถอยให้กับอำนาจมืด แต่เป็คนที่กำลัง "รุกกลับ" กำลัง "ต่อสู้" อย่างไม่เกรงกลัวกำลังทำในสิ่งที่เขาอยากทำมาตลอด!มันเหมือนมีกระแสไฟแห่งความหวังแล่นปราดเข้าสู่หัวใจที่เย็นชืด จุดประกายร้อนแรงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ความลังเล ความสงสัยความสิ้นหวังเมื่อครู่...กับคำถามที่ว่า "พี่หินจะช่วยอะไรผมได้" ถูกกลบด้วยภาพความจริงตรงหน้า... พี่หินกำลัง "ทำ" กำลัง "สู้" กับศัตรูของเขา!นี่ต่างหากคือคำตอบ! นี่คือหนทาง! อาจจะไม่ใช่การเรียกร้องความยุติธรรมในระบบที่ล้มเหลวแต่คือการ "สู้" เพื่อ "แก้แค้น"! คือเหตุผลที่เขาจะหยัดยืนขึ้นได้อีกครั้ง!
ประกายตาที่เคยว่างเปล่าของรชานนท์บัดนี้มันเปลี่ยนไปแล้วภาพของผู้กองหินที่เขาเคารพ ยังคงสู้ในแนวทางของเขา รชานนท์เม้มปากแน่นเฮียเม้งหันมองรชานนท์ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก เฮียยกมือตบไหล่รชานนท์พร้อมพูดเบาๆว่า “ทำในสิ่งที่ต้องทำเถอะหมวด”
คำพูดของเฮียเม้งแม้จะดูเป็เพียงคำพูดธรรมดาแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รชานนท์ฟื้นตื่นขึ้นมาเป็ผู้หมวดรชานนท์คนเดิม ที่พร้อมจะสู้กับเหล่าอาชญากรเ่าั้แล้ว