พลิกชะตาบุปผาข้ามภพ

    บุกถ้ำอัญมณีวิญญาณ

            บ้านสกุลหลินต่างใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ตอนนี้ได้ส่งผลผลิตข้าวและผักพลังวิญญาณเที่ยวแรกให้กองทัพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางกองทัพจัดขบวนเกวียนและทหารคุ้มกันมารับถึงหน้าจวน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด


            จิ่นฮวาตอนนี้กำลังสนใจแร่อัญมณีวิญญาณ นางกำลังทดลองสร้างอุปกรณ์พลังวิญญาณเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันอยู่ นางนึกถึงความสะดวกสบายในภพก่อน จึงอยากลองสร้างอุปกรณ์เหล่านั้นดู


            อัญมณีวิญญาณมีหลากหลายชนิด แยกประเภทเป็นสายปฐพี สายวารี สายอัคคี สายวายุ สายพฤกษา สายอัสนี สายพิสุทธิ์ และสายอันธการ


            อัญมณีเหล่านี้จะใช้เป็นสื่อนำพลังวิญญาณตามประเภทของธาตุตามสายของอัญมณี เช่นอัญมณีสายอัคคี ก็จะใช้กับธาตุไฟ หยกขาวพิสุทธิ์ที่นำมาทำแหวนมิตินั้นเป็นอัญมณีสายพิสุทธิ์ จัดอยู่ในธาตุแสงมีความบริสุทธิ์สูงทำให้สามารถใช้เป็นสื่อนำพลังวิญญาณได้ทุกธาตุ ส่วนสายอันธการเป็นธาตุมืดมีความบริสุทธิ์สูงเหมือนกัน และสามารถเป็นสื่อนำได้ทุกธาตุเหมือนกัน แต่สายอันธการมักนิยมใช้กับคำสาป


            ตอนนี้นางได้ออกแบบเตาปรุงอาหาร ที่ไม่ต้องใช้ฟืน โดยใช้แร่หรืออัญมณีวิญญาณ มาใช้เป็นแหล่งพลังงาน นางจะใช้อัญมณีวิญญาณสายอัคคี ประทับวงแหวนอักขระควบคุมเพลิงลงไป เพียงส่งพลังปราณไปกระตุ้นเล็กน้อยก็จะเกิดความร้อนในเตา ไม่ต้องจุดฟืนให้ยุ่งยาก แถมยังควบคุมอุณหภูมิตามที่ต้องการได้ด้วย


            “ถ้าได้ตามนี้ก็สมบูรณ์แบบ” นางขีดๆ เขียนๆ ร่างแบบในกระดาษเสร็จแล้ว


            “ต่อไปท่านก็แค่หาอัญมณีมาเป็นสื่อนำพลังวิญญาณ ก็สร้างเจ้านี่ได้แล้วขอรับ” จิ้นซื่อเอ่ย


            “แล้วต้องหาอัญมณีพวกนี้จากไหนล่ะ ข้ายังอยากสร้างหลายอย่างเลย” จิ่นฮวาบ่นเบาๆ ตอนนี้นางทำได้เพียงออกแบบวางแผนไว้เท่านั้นแต่ยังไม่ได้ทดลองทำ


            “ที่ส่วนลึกของป่าชั้นกลางมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่งเจ้าค่ะ ที่นั่นมีสายแร่ ในนั้นจึงมีอัญมณีอยู่เต็มไปหมด” เยว่เอ๋อร์รีบบอกกล่าว


            “จริงเหรอ เราเข้าไปเอาได้หรือไม่” จิ่นฮวาถามอย่างตื่นเต้นยินดี


            “เอ่อ ที่นั่นเป็นที่อยู่ของพยัคฆ์เกราะศิลาเจ้าค่ะ แต่เจ้านั่นมีตบะสูงถึงแสนปี มีสติปัญญาสามารถพูดภาษามนุษย์ได้แล้วเจ้าค่ะ หากลองเจรจาดูอาจจะได้ เพราะเจ้านั่นเพียงดูดซับพลังจากสายแร่ ไม่ได้ใช้พวกอัญมณีเหล่านั้นอยู่แล้ว นายหญิงจะลองไปดูไหมเจ้าคะ” เยว่เอ๋อร์เมื่อเห็นแววตาคาดหวังของเจ้านายก็อธิบายยาวเหยียด


            “ตกลง เราจะลองไปเจรจาดู” จิ่นฮวาตัดสินใจ


            “คุณหนูจิ่นฮวา ยุ่งอยู่หรือเปล่า ให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่” เสียงหวานของหวังเม่ยเม่ยดังขึ้นที่หน้าประตูห้องตำรา


            “เข้ามาได้เจ้าค่ะพี่เม่ยเม่ย” จิ่นฮวาเอ่ยอนุญาตให้นางเข้ามา


            “วันนี้ข้าช่วยท่านน้าทำขนมกุ้ยฮวา เสร็จแล้วจึงอาสานำมาให้เจ้า” หวังเม่ยเม่ยยิ้มแย้ม พร้อมยกจานขนมกุ้ยฮวาเข้ามาให้จิ่นวาในห้องตำรา


            “ไม่เห็นต้องลำบากพี่เม่ยเม่ยเลย ให้บ่าวมาตามข้าก็ได้” จิ่นฮวากล่าวอย่างเกรงใจ


            “คุณหนู เจ้าอย่าได้เกรงใจ เจ้าเป็นผู้มีพระคุณของข้า เรื่องแค่นี้ถือว่าเล็กน้อย” หวังเม่ยเม่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม


            นางทั้งสองจึงกินขนมดื่มชาและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หวังเม่ยเม่ยนั้นอยู่ที่บ้านสกุลหลินได้สองสัปดาห์แล้ว นางมักจะคอยดูแลกู้ชิงชิง ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ และมาคุยเป็นเพื่อนจิ่นฮวาเสมอ นางวางตัวเหมาะสม กิริยามารยาทอ่อนหวาน ทำให้คนที่คุยด้วยรู้สึกสบายใจ


            หลังจากกินขนมหมดแล้วหวังเม่ยเม่ยจึงขอตัวไปดูแลกู้ชิงชิง จิ่นฮวาจึงได้โอกาสพาสองภูติเข้าป่า เยว่เอ๋อร์เคยพาจิ้นซื่อไปแนะนำให้พวกสหายภูติรู้จักกันแล้ว ครั้งนี้จิ่นฮวาจึงพาจิ้นซื่อเข้าป่าชั้นกลางได้


            “ถึงแล้วเจ้าค่ะ ถ้ำนี้อยู่หลังน้ำตกนั่นเจ้าค่ะนายหญิง” เยว่เอ๋อร์กล่าว พร้อมชี้ไปที่ม่านน้ำตกเบื้องหน้า


            จิ่นฮวาใช้วิชาตัวเบากระโดดไปยืนบนหินที่ยื่นออกมาจากน้ำตก และเดินทะลุผ่านม่านน้ำตกเข้าไปในถ้ำ โดยสองภูติบินตามไป


            “โฮกกกกกก!!” เดินเข้าไปได้ไม่ไกล ก็มีเสียงคำรามดังข่มขู่มาจากด้านใน


            “พวกเจ้าเป็นใคร จึงกล้าบุกรุกพื้นที่ของข้า” เสียงเข้มของบุรุษดังกังวานไปทั่วถ้ำ


            จิ่นฮวาชะงักเท้ากำลังจะกล่าวบางอย่าง “ข้าจัดการเองเจ้าค่ะ” เยว่เอ๋อร์ห้ามไว้


            “เจ้าแมวอ้วน เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ ตอนข้าอายุเท่าเจ้า เจ้ายังดูดนมแม่อยู่เลยกล้าดียังไงมาข่มขู่ข้า ยังไม่รีบออกมาต้อนรับพี่สาวเจ้าอีก” เยว่เอ๋อร์ตอบกลับไปอย่างดุเดือด จิ่นฮวาและจิ้นซื่อถึงกับมองหน้ากัน ไม่เคยเห็นนางพูดจาใหญ่โตแบบนี้


            “พี่เยว่เอ๋อร์?” น้ำเสียงชายหนุ่มอ่อนลง


            จากนั้นไม่นานมีเสือดำตัวใหญ่ร่างกายกำยำ บนตัวปกคลุมไปด้วยเกราะศิลาดูแข็งแกร่ง ย่างกายออกมาอย่างสง่างามน่าเกรงขาม


            “เป็นท่านจริงๆ ท่านไม่มาหาข้าเป็นร้อยปีแล้ว ใครจะคิดว่าตอนนี้ท่านจะมา” พยัคฆ์เกราะศิลาเอาหน้าถูกับตัวของภูติสาว แล้วเอ่ยอย่างน้อยใจ ตอนที่มันยังเด็กมันมักไปเล่นที่ต้นแสงจันทร์ของเยว่เอ๋อร์ บางครั้งเย่เอ๋อร์ก็มาหามันที่ถ้ำบ้าง แต่ช่วงหนึ่งร้อยปีหลังจากที่มันบำเพ็ญครบแสนปี เยว่เอ๋อร์ก็ไม่ได้แวะมาอีก


            “เสี่ยวเฮย ข้ามาหาเจ้าเพราะนายหญิงมีธุระกับเจ้า” สิ้นสุดคำพูดของเยว่เอ๋อร์ พยัคฆ์เกราะศิลาก็หันไปพิจารณาหญิงสาวที่ยืนมองอยู่ทันที


            “เทพเซียน? ข้าสัมผัสกลิ่นอายเทพจากท่านได้แต่จางมาก ท่านเป็นใครกันแน่” เสี่ยวเฮยกล่าวกับจิ่นฮวา


            “นายข้าเป็นมนุษย์ เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหล” เยว่เอ๋อร์รีบพูดแทรกแล้วจ้องเสี่ยวเฮยส่งสัญญาณให้หุบปาก


            “อาจเป็นเพราะพรจากเทพพฤกษาที่ท่านเคยเล่าให้ฟัง จึงทำให้เขาเข้าใจผิดเจ้าค่ะ” เยว่เอ๋อร์อธิบาย เมื่อเห็นว่าจิ่นฮวามองอย่างสงสัย


            “ช่างเถอะ!! เสี่ยวเฮยข้ามีนามว่าหลินจิ่นฮวา เป็นเจ้านายและสหายของเยว่เอ๋อร์ ส่วนนี้จิ้นซื่อเป็นภูติของข้าเช่นกัน” จิ่นฮวาแนะนำตัว เสี่ยวเฮยก็ผงกหัวรับทราบ


            “ข้าอยากได้ อัญมณีวิญญาณในถ้ำแห่งนี้ เจ้าสามารถแบ่งให้ข้าได้หรือไม่” จิ่นฮวาทำใจดีสู้เสือ เอ่ยขอไปตรงๆ


            “ย่อมได้ หากท่านต้องการเท่าไหร่ก็ขนออกไปได้เลย มันรกจนข้าแทบจะขนไปทิ้งอยู่แล้ว” เสี่ยวเฮยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ เขาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันอยู่แล้ว


            จิ่นฮวานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ของมีค่าขนาดนั้น เจ้านี้จะขนไปทิ้งงั้นหรือ? นางแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง


            พยัคฆ์เกราะศิลาตนนี้บำเพ็ญเพียรโดยดูดซับพลังจากสายแร่โดยตรง เมื่อเทียบกันแล้วอัญมณีพวกนี้จึงเป็นเพียงของไร้ค่าสำหรับมัน มันพาจิ่นฮวาและภูติทั้งสองเข้ามาในถ้ำ


            จิ่นฮวาและจิ้นซื่อมองตาค้าง อัญมณีหลากสีกองอยู่เต็มไปหมด บ้างก็ฝังอยูบนผนังถ้ำ บ้างก็กองที่พื้น นางตัดสินใจเลือกไปเฉพาะอัญมณีวิญญาณที่มีพลังสูงๆ แต่นั่นก็เยอะมากอยู่ดี


            สายตานางสะดุดเข้ากับอัญมณีก่อนหนึ่ง สีดำสนิทแวววาว “ผลึกแก้วอันธการ” นางหยิบขึ้นมาดูอย่างสนใจ อัญมณีในถ้ำนี้มีครบทุกประเภท มีเพียงสายอันธการที่หายากมาก นางพึ่งเจอแค่ก้อนเดียว จิ่นฮวาคิดอะไรในใจสักครู่แล้วจึงเก็บมันเข้าแหวนมิติไป


            ในขณะที่จิ่นฮวาและจิ้นซื่อกำลังเลือกอัญมณี เยว่เอ๋อร์ได้เรียกให้เสี่ยวเฮยไปอีกฝั่งหนึ่ง แล้วบอกเล่าเรื่องบางอย่างให้ฟัง


            “ตอนที่ข้าตามนางออกจากป่า ท่านเทพพฤกษามาหาข้า เอ่ยว่านางเป็นจิตวิญญาณของเทพธิดาบุปผา ที่ลงมาเกิด เพื่อหลบซ่อนจากสายตาสวรรค์ ท่านเทพไม่ต้องการให้นางรับรู้เรื่องนี้ แล้วเจ้าก็ห้ามพูดเรื่องนี้อีกเข้าใจหรือไม่” เยว่เอ๋อร์กำชับ


            “มิน่าล่ะ!! ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคล้ายๆ ท่านเทพพฤกษาในตัวนาง ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ” ป่าแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองของเทพพฤกษา มันจะกล้าเอ่ยความลับของท่านเทพได้อย่างไร

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาบุปผาข้ามภพ ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468