“ยินดีต้องรับครับผู้อำนวยการ”
เสียงคนปรบมือและยินดีกับการรับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนใหม่โยอันในวัน 24 ปี เข้ารับตำแหน่งแทนพ่อที่เพิ่งเสียไปไม่นาน เขาเดินเข้ามาในห้องประชุมญาติ ผู้ถือหุ้น คนในมูลนิธิและผู้บริหาราุโ นั่งเรียงกันเหมือนงานพิธีมากกว่าการประชุม ไม่มีการลงความเห็น ไม่มีการเปิดรับคนอื่น เหมือนการส่งต่อบ้านหลังหนึ่งให้เ้าของคนถัดไปชายคนหนึ่งะโขึ้นมา
“โรงพยาบาลไม่ได้เป็ของคุณคนเดียว”
“แต่พ่อผมเป็คนสร้างมันขึ้นมา”
“นั่นไม่ได้แปลว่าคุณมีสิทธิ์ในทุกอย่าง”
ห้องเงียบโยอันนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่พูดอะไร ไม่มีสีหน้าโกรธ ไม่มีการแก้ตัวเขาหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาและโยนให้ชายคนนั้น และเมื่อเขาเปิดดูก็ถึงกับหน้าถอดสี เอกสารการโกงเงินบริษัท และแอบทำการค้าลับๆกับที่อื่นเขารีบนั่งลงและก้มหน้าทันที
“มีใคร...อย่าแสดงความเห็นอีกมั้ยครับ”
ทุกคนเอาแต่ก้มหน้าไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก ตำแหน่งถูกส่งให้กับลูกโดยทันทีโยอันนั่งที่หัวโต๊ะพร้อมกับมองเหล่าคนที่กลายเป็ลูกน้องของเขาแล้วหัวเราะ
“จากนี้ไป...ขอให้พวกคุณทำตามคำสั่งของผมอย่างเคร่งครัดหึหึหึ ไม่ต้องห่วง พวกคุณจะได้รับส่วนแบ่งอย่างที่เคยได้”
เขาเดินออกจากห้องประชุมทั้งที่เข้าไปเพียงไม่กี่นาทีสาวสวยวัย 30 คนหนึ่งที่ยืนรออยู่นอกห้อง พร้อมกับบอดี้การ์ดอีกหลายคนเขาหันไปหาเธอและเรียกชื่อ
“ไปกันเถอะ...ชูรัน”
หลังจากเข้ารับตำแหน่ง เขาก็ออกเยี่ยม จับมือคนไข้ พูดเื่อุดมการณ์แต่เป้าหมายของการออกเยี่ยมครั้งนี้ก็คือ การเลือกเหยื่อ เขาดูรายชื่อคนที่ไม่มีญาติคนที่เจ็บหนักจนเกินรักษา
“ชูรันส่งประวัติผู้ป่วยหมายเลข 3374 ไปให้ฝ่ายชันสูตร”
เธอตรวจสอบประวัติและอาการของคนไข้แล้วรีบสอบถาม
“ไม่มีญาติแต่อาการแค่ไส้ติ่งอักเสบเองนะคะ”
“แค่นั้นก็พอแจ้งไปว่าไส้ติ่งแตกเพราะรักษาไม่ทัน”
“ทราบแล้วค่ะ”
โยอันเรียนรู้จากพ่อมาั้แ่เด็ก เขาเคยเห็นคนในบ้านเดินเบา ๆเพื่อไม่ให้พ่ออารมณ์เสีย เห็นคนขอบคุณสำหรับสิ่งที่จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้เป็ฝ่ายได้แต่เป็ฝ่ายสูญเสีย เห็นว่าความดีสามารถใช้เป็เครื่องมือได้เห็นว่าการมีเงินและมีอำนาจ เป็สิ่งที่จะทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้เขาได้ โดยไม่ต้องทำอะไร
หลังจากข่าวการเสียชีวิตของผู้ป่วยหมายเลข 3374ออกไป ต่างมีคำถามมากมายเกิดขึ้น
“เป็แค่ไส้ติ่งอักเสบทำไมถึงตายโรงพยาบาลรักษาอย่างไร”
ทุกคนตั้งคำถามจนกลายเป็เื่ราวใหญ่โตดงวานน้องชายของพ่อ เดินเข้ามาหาโยอันในห้อง
“ทำเื่จนได้สินะแบบนี้จะแก้ตัวยังไงตอบมาซิโยอัน”
เขานิ่งมองหน้าอาของเขาอย่างเ็า
“เื่นั้นผมจะจัดการเองคุณอาทำงานของตัวเองไปเถอะ”
แม้ว่าดงวานจะไม่พอใจกับคำพูดที่ไม่มีสัมมาคารวะของโยอันแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เด็กคนนี้ น่ากลัวกว่าพ่อของเขามาก
การแถลงข่าวเกิดขึ้นหลังจากนั้นหนึ่งวันใบหน้าที่ต่างจากปกติที่เป็ เขาดูเป็เด็กเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ และที่สำคัญเขารู้ว่าต้องพูดอะไร
“คุณโยอันช่วยอธิบายเื่คนไข้ไร้ญาติคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะไส้ติ่งอักเสบหน่อยค่ะ”
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะทำท่าเหมือนพยายามตั้งสติและบอกกับนักข่าว
“เราพยายามเต็มที่แล้วครับเพราะคนไข้มีมากเหลือเกิน ทำให้แพทย์ของเรามีไม่เพียงพอ กว่าแพทย์จะเสร็จการผ่าตัดจากคนก่อนหน้าเขาก็ทนไม่ไหวแล้ว......เราอยากหาบุคลากรเพิ่มครับแต่เงินที่มีจำกัดนั้นทำให้เราไม่สามารถเพิ่มแพทย์ได้ทันทีดังนั้นคนไข้ที่มีอาการไม่หนักมาก จึงจำเป็ต้องรอ”
น้ำตาเริ่มไหลออกมาเล็กน้อยชูรันหยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ เขาใช้มันซับน้ำตาและพูดต่อไป
“มันเป็ความผิดของทางเราครับที่ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงหลังจากนี้เราจะหาทางเพิ่มแพทย์ให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกผมต้องขอโทษทุกคนด้วยครับ ขอโทษจริงๆที่ไม่สามารถช่วยเขาไว้ได้”
น้ำตานั้นทำให้คนฟังรู้สึกเห็นใจ
“มันไม่ใช่ความผิดของโรงพยาบาลที่รักษาคนฟรี”
ทุกคนลงความเห็นว่าเื่นี้เป็เหตุสุดวิสัยไม่มีใครซักถาม ไม่มีคนแจ้งความหรือฟ้องร้อง หลังคำแถลงจบโทรศัพท์มากมายก็เข้ามาที่เลขาอีกคนของเขา เธอชื่อ “เรเชล”
เรเชลเป็เลขาอีกคนของผู้อำนวยการโยอันเข้ามาหลังการเปลี่ยนผ่านไม่นาน คนส่วนใหญ่มองว่าเธอเงียบ สุภาพและมีประสิทธิภาพ เธอไม่ถามมา ไม่แสดงความเห็นเกินจำเป็ และจำได้ว่าคนไหนควรเข้าห้องประชุมคนไหนไม่ควร
โยอันไว้ใจเธอ ไม่ใช่เพราะความซื่อสัตย์ แต่เพราะเรเชลไม่เคยถามว่าอะไรถูกหรือผิด เธอถามแค่ว่า
“คุณ้าให้ฉันทำอะไร”
และไม่ว่าโยอันจะสั่งให้เธอทำอะไรเธอจะยอมทำตามทุกเื่ และทำมันได้สำเร็จเสมอโยอันชอบเธอ เพราะนิสัยของเธอ คล้ายกับชูรันที่เป็พี่เลี้ยงของเขามาั้แ่เด็ก
“ผอ.คะ คุณชเวอูยอง สนใจโครงการใหม่ของเราเหมือนว่าเขาอยากช่วยบริจาคค่ะ”
เรเชลที่เพิ่งวางสายจากลูกค้ารายใหญ่เดินเข้ามาแจ้งโยอันเขายิ้มเล็กน้อย
“งั้น...เธอก็ไปจัดการต่อให้เสร็จแล้วกันเขาอยากได้อะไรก็จัดให้เขาไป”
“ทราบแล้วค่ะ”
น้ำเสียงเรียบ ๆ ตอบอย่างมั่นใจหลังจากแจ้งหัวหน้าเสร็จ เธอก็เดินขึ้นรถของเธอและขับออกไปทันที
“คุณหนูคะ มีนักข่าวอยากขอสัมภาษณ์เป็การส่วนตัวค่ะ”
เสียงเรียกจากชูรันดังขึ้นโยอันหันไปมองหน้านักข่าวสาวสวยสุดเซ็กซี่คนนั้น ชูรันยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพราะเธอรู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้น้าอะไร
“ฉันไปรอที่ล็อบบี้ด้านในแล้วกันนะคะ...คุณหนู”
นักข่าวกับโยอันไปที่รถลีมูซีนคันหรู พอขึ้นรถได้เธอก็แสดงความ้าออกมาทันที
“เก่งจังนะ เื่การแสดง”
“ก็เก่ง...พอๆกับคุณนั่นแหละครับ”
ทั้งสองยิ้มและมองหน้ากันไม่นานนักเธอก็เริ่มนัวเนียโยอัน ทั้งกอดทั้งจูบและลูบไล้โดยไม่สนใจเลยว่าคนขับรถที่มองกระจกหลังอยู่ด้านหน้าจะเห็น
เธอกระฉากเข็มขัดและกางเกงของโยอันออกก่อนจะนั่งลงต่ำ และเริ่มใช้มือใช้ปากในการสร้างความสุขให้เขา
“อืม...อือ....อืม”
โยอันประสานมือไว้ที่ท้ายทอยเขาเริ่มผ่อนคลายและเป่าปากออกมา
“สวบ สวบ สวบ สวบ”
เสียงเลียเสียงดูด ดังเป็จังหวะเธอใช้ลิ้นตวัดไปมาพร้อมกับเอามือถู จนโยอันเริ่มเคลิบเคลิ้ม
“ขึ้นมาได้แล้ว....”
โยอันเรียก นักข่าวสาวส่งยิ้มหยาดเยิ้มให้ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งบนตักเขา โดยหันหน้าไปทางคนขับรถที่กำลังมองอยู่
“ตับ ตับ ตับ ตับ”
เสียงเนื้อกระแทกกันเป็จังหวะโยอันเอามือขึ้นมาจับหน้าอกเธอไว้ เธอจ้องมองไปที่คนขับรถที่มองผ่านกระจกหลังอยู่ความรู้สึกที่เสียวซ่านเมื่อมีคนมองเวลามีเซ็กซ์มันทำให้เธอรู้สึกเร่าร้อนกว่าเดิม
“อ่าห์........อูยยยยยย ......โอยยยย”
เธอร้องครวญครางเสียงดังแรงกระแทกทำให้เธอต้องเอามือจับแขนของโยอันไว้
“ผอ.อิม...ฉันจะไม่ไหวแล้ว”
“สืดดดดด สืดดดดดด”
เสียงคนขับรถที่มองนักข่าวสาวร้องครวญครางกำลังทำบางอย่างกับของตัวเองตัวเขาเองก็จะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน ภาพที่เห็นเธอขึ้นขย่มตัวผอ.อิมนั้นมันชวนให้เขาอารมณ์พลุ่งพล่านเป็อย่างมาก
“อ่าห์......”
สิ้นเสียงร้อง เธอก็นั่งพิงโยอันทันทีเหมือนเธอจะทำสำเร็จได้ด้วยตนเองเสียแล้ว โยอันจับเธอก้มลงใส่ะุเข้ากระบอกและยิงเข้าไปทันที
“ผอ.คะ...โอย...สุดยอดค่ะ...อูยยยยยยย....อูยยยยย”
เธอยังคงร้องครวญคราง ต่อไป โยอันโยกแรงเสียบเข้าเสียบออกจนรถโยกไปโยกมา บอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกได้แต่นิ่งแต่คนที่อยู่รอบๆกลับหันมามอง ไม่มีใครเห็นด้านใน แม้ว่าโยอันจะผลักสาวสวยคนนั้นไปจนหน้าอกชิดกระจกแล้วก็ตามโยอันยกขาขวาของเธอขึ้น และกระหน่ำยิงต่ออีกหลายนัด
“สึบ......สึบ.....สึบ.....สึบสึบสึบสึบสึบสึบสึบ...............”