จักรพรรดิกู่หรงเองก็เห็นมังกรแล้วเช่นกันแต่เขาก็ไม่กล้าถามอะไรมาก
เขารู้ดีว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขาซึ่งไม่แน่ว่าอาจเป็นเขาเองที่ก่อเรื่องขึ้นมา แล้วเขาจะกล้าถามออกไปได้อย่างไร?
“มนุษย์ เจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้นะมิฉะนั้นท่านหลงเถิงและท่านหลงอ้าวจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
หลงเฟิงกล่าวข่มขู่
เย่เทียนขี้เกียจเกินกว่าจะเสียเวลากับหลงเฟิงเขาจึงเปิดใช้งานพรสวรรค์สะกดจิตทันที
“นี่มัน...”
จิตสำนึกของหลงเฟิงเริ่มจมดิ่งเขาตระหนักได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เย่เทียนสามารถใช้ทักษะสะกดจิตได้!
“ไม่ ข้าไม่สามารถปล่อยให้มนุษย์สะกดจิตได้!”
หลงเฟิงกัดลิ้นตัวเอง มันต้องการที่จะต่อต้านการสะกดจิตด้วยความเจ็บปวดแม้ว่ามันจะได้ผลเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก
ไม่นานหลงเฟิงก็ไม่สามารถต้านทานการสะกดจิตได้
เมื่อเห็นว่าหลงเฟิงถูกสะกดจิตอย่างสมบูรณ์แล้วเย่เทียนก็เริ่มถาม “แกชื่ออะไร?”
“หลงเฟิง!”
หลงเฟิงตอบ
“บอกมาว่าแกมาจากไหนและมีจุดประสงค์อะไร?”
เย่เทียนถามต่อ
หลงเฟิงตอบอย่างรวดเร็ว “ท่านหลงเถิงและท่านหลงอ้าวต้องการให้ข้ามาตรวจสอบโลกสำรวจสถานการณ์ของโลกคร่าวๆ พวกเขาคิดว่าโลกนี้น่าจะมีค่ามาก มันไม่ใช่สถานที่ทั่วไปและจากการทดสอบของข้า โลกนี้ควรจะเป็นดาวเคราะห์ระดับสูง ร้อยปีที่ผ่านมาน่าจะให้กำเนิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมากมายและเผ่ามังกรของเราก็ต้องการสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ ดังนั้นพวกเราจึงให้ความสำคัญกับโลกและต้องการที่จะครอบครองโลกใบนี้!”
“ครอบครองโลก?”
จักรพรรดิกู่หรงที่อยู่ด้านข้างได้ยินดังนั้นทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
มังกรที่เคยได้ยินแค่ในตำนานต้องการจะบุกโลกแค่คิดก็น่ากลัวแล้ว!
เผ่ามังกรเป็นเผ่าชั้นสูงในบรรดาสัตว์อสูรหรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นเผ่าพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์!
เผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้กลับกำลังจับตามองโลก!
เย่เทียนไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรเขาถามต่ออย่างใจเย็น “ใครคือหลงเถิงและหลงอ้าว?”
“ท่านหลงเถิงและท่านหลงอ้าวเป็นระดับเทพของเผ่าเรา!”หลงเฟิงตอบ
“ครั้งนี้พวกแกมากันกี่ตน?”
เย่เทียนถามคำถามที่เขาต้องการรู้
ซึ่งหลงเฟิงก็ตอบทุกคำถาม“มีเผ่ามังกรระดับเทพสามตน เผ่ามังกรระดับจักรพรรดิอีกสิบห้าตน ข้าเป็นหนึ่งในเผ่ามังกรระดับจักรพรรดิ!”
“ระดับเทพสามตน!”
เย่เทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในแง่ของความแข็งแกร่ง เขารู้ดีว่าเขาคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของระดับเทพทั้งสามแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ระดับพระเจ้า แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะรับมือพวกมันได้
นอกเสียจากว่าเขาจะทะลวงผ่านไปยังระดับเทพตอนนี้มิฉะนั้นไม่มีทางเลยที่เขาจะรับมือกับเผ่ามังกรระดับเทพทั้งสามไหว
“ทำไมมังกรระดับเทพทั้งสามถึงไม่มาที่โลกด้วยตนเองแต่กลับส่งแกมาตนเดียว?” เย่เทียนถามต่อด้วยความสงสัย
“เพราะท่านหลงเถิงและท่านหลงอ้าวไม่กล้าเข้ามายังโลก!”หลงเฟิงตอบ “ดาวเคราะห์ดวงนี้ค่อนข้างพิเศษ มันแตกต่างจากดาวเคราะห์ของมนุษย์ทั่วไปโลกใบนี้ปฏิเสธตัวตนระดับเทพจากโลกภายนอก เมื่อระดับเทพเข้าสู่โลก พวกเขาจะถูกกดขี่โดยเจตจำนงของโลกและด้วยความที่โลกใบนี้เป็นดาวเคราะห์ระดับสูง ระดับเทพจึงไม่สามารถต้านทานเจตจำนงของดาวเคราะห์ระดับสูงได้ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าเข้ามา นอกเสียจากว่าพวกเขาจะเป็นระดับเทพที่เลื่อนขั้นบนโลกพวกเขาจึงจะอยู่บนโลกได้”
“ระดับเทพไม่สามารถเข้ามาที่โลกได้?”
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนได้รู้ความลับนี้
ตอนนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมกองกำลังภายนอกเหล่านั้นถึงไม่ส่งระดับเทพเข้ามาที่แท้เรื่องก็เป็นเช่นนี้
เขาแน่ใจว่ากองกำลังภายนอกเหล่านั้นจะต้องมีระดับเทพอยู่แน่และจะต้องมีมากกว่าหนึ่งคนด้วย!
นอกจากนี้ กองกำลังภายนอกเหล่านั้นจะต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่เพียงแต่เขาไม่รู้ในตอนนี้ และจากที่เขาได้ยินมา มันก็มีข่าวลือว่าการฟื้นตัวของโลกก็เป็นสิ่งที่พวกเขาทำแผนการของพวกเขาจะต้องยิ่งใหญ่มากแน่ๆ
แน่นอนว่าเรื่องนั้นยังไม่เกี่ยวอะไรกับเขาในตอนนี้
ในเมื่อเขารู้ว่าระดับเทพภายนอกไม่สามารถเข้าสู่โลกได้เขาก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
ในแง่ของความแข็งแกร่ง เขามีพลังการต่อสู้ระดับจักรพรรดิ8 ดารา เป็นรองแค่จักรพรรดิ 9 ดาราท่านั้น และด้วยวิธีการรักษาชีวิตมากมายของเขา แม้ว่าจะได้พบกับจักรพรรดิ9 ดารา เขาก็มีวิธีรักษาชีวิตตัวเอง
แล้วเขาจะต้องกลัวอะไรอีก?
เย่เทียนยังคงถามต่อไป เขาถามถึงสถานการณ์และได้ล่วงรู้ความลับมากมายจากปากของหลงเฟิงแม้แต่ความแข็งแกร่งของเผ่ามังกร เย่เทียนก็ยังถามถึง
แต่เห็นได้ชัดว่าสถานะของหลงเฟิงนั้นไม่ได้สูงมากแม้แต่ดินแดนของเผ่ามังกร มันก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใหญ่แค่ไหน แต่หลงเฟิงก็ได้บอกข้อมูลสำคัญมากมายแก่เย่เทียนเย่เทียนได้รู้ว่าแม้แต่หลงเถิงและหลงอ้าวที่เป็นตัวตนระดับเทพก็ไม่ได้มีสถานะสูงสุดในเผ่ามังกรพวกมันเป็นเพียงระดับสูงของเผ่ามังกรบนดาวเคราะห์มังกรเท่านั้น พวกมันมีหน้าที่รับผิดชอบการจัดการโลกของสัตว์อสูรพวกมันจึงถือโอกาสปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้
และในดาวเคราะห์ที่เป็นอาณาเขตของมังกรเพียงดวงเดียวก็มีระดับเทพอยู่หลายสิบตนนี่แสดงให้เห็นถึงพลังอันแข็งแกร่งของเผ่ามังกร
พลังที่เผ่ามังกรแสดงออกมาทำให้เย่เทียนตกใจแต่จากปากของหลงเฟิง เขาก็ได้เรียนรู้ว่าความแข็งแกร่งโดยรวมของมนุษย์นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเผ่ามังกรเสียอีกเพราะอาณาเขตของเผ่ามนุษย์มีขนาดใหญ่มาก แม้ว่าพรสวรรค์ของแต่ละบุคคลจะไม่ดีนัก แต่อาศัยจำนวนและสติปัญญามนุษย์พวกเขาจึงมีการพัฒนาจนแข็งแกร่งได้แบบทุกวันนี้และมีตัวตนระดับเทพอยู่มากมาย
ระดับเทพคือจุดเริ่มต้นสำหรับการโลดแล่นในกาแล็กซีส่วนระดับที่ต่ำกว่านั้นมีอำนาจเฉพาะในดาวเคราะห์บางดวงเท่านั้น
“จักรพรรดิกู่หรงคุณไปก่อนเถอะ ผมจะจัดการเผ่ามังกรตัวนี้เอง!”
เย่เทียนจ้องมองไปที่จักรพรรดิกู่หรงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยินยอมให้ใครปฏิเสธ
“ตกลง!”
จักรพรรดิกู่หรงรีบจากไปทันที
เขารู้ว่าเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เขาจะทำอะไรได้มันเกี่ยวข้องกับเผ่ามังกรระดับเทพ พลังระดับนั้น เขาไม่มีคุณสมบัติอะไรที่จะช่วยได้แม้แต่เผ่ามังกรระดับจักรพรรดิก็ยังแข็งแกร่งกว่าเขาหลายเท่า
หลังจากที่จักรพรรดิกู่หรงจากไปเย่เทียนเริ่มคิดหาวิธีจัดการกับเผ่ามังกรตัวนี้
ฆ่ามันเหรอ?
ถ้าฆ่ามันซะ มันจะไม่ดึงดูดความสนใจของศัตรูหรอกหรือ? แล้วถ้ามันเอาความโกรธมาลงกับมนุษย์ล่ะ?
แม้ว่าเขาจะสั่งให้มนุษย์ถอนตัวออกจากโลกของสัตว์อสูรได้ทันเวลาแต่ด้วยความแข็งแกร่งของเผ่ามังกร การจะระดมกองทัพจักรพรรดิระดับ 7-8 ดาราจำนวนมากเพื่อบุกโลก มันไม่ใช่เรื่องยากเลย
ด้วยความแข็งแกร่งปัจจุบันของฐานจงไห่พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะสามารถต้านทานการโจมตีเช่นนี้ได้ แม้ว่าจะเป็นตัวเขาเองก็ไม่สามารถหยุดพวกมันได้
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถฆ่าหลงเฟิงได้!
แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยมันไป!
“จริงสิ หากบอกข่าวที่กองกำลังจากภายนอกเข้าสู่โลกให้แก่เผ่ามังกรฟังนี่ไม่ใช่ว่าจะทำให้เผ่ามังกรหวั่นเกรงได้หรอกหรือ? พวกมันอาจจะเกรงกลัวและทำอะไรอย่างระมัดระวังมากขึ้นนอกจากนี้เรายังสามารถขายข่าวของเผ่ามังกรให้กับหอคอยเกียรติยศได้ หอคอยเกียรติยศอาจเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้”
เย่เทียนครุ่นคิด
และด้วยวิธีนี้ บางทีเขาอาจมองออกถึงจุดประสงค์ของกองกำลังภายนอกได้อาจกล่าวได้ว่าการลงมือของเย่เทียนครั้งนี้ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
ในขณะที่กำลังเตรียมแผน ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเสี่ยวเซวี่ย
ดังนั้น เขาจึงเอ่ยถามหลงเฟิงอีกครั้ง“แกรู้จักเผ่ามังกรโลหิตสงครามหรือไม่?”
“เผ่ามังกรโลหิตสงคราม???ข้ารู้!” หลงเฟิงเริ่มพูด “เผ่ามังกรโลหิตสงครามเป็นเผ่ามังกรที่แข็งแกร่งมากแต่เผ่าพันธุ์นี้มีพลังที่ท้าทายสวรรค์เกินไป พวกมันสามารถดูดซับเลือดของเผ่ามังกรตระกูลอื่นๆและเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเผ่ามังกรบางเผ่าจึงคิดว่าพวกมันเป็นดาบสองคมเมื่อ 10,000 ปีก่อน เผ่าพันธุ์มังกรหลายเผ่าจึงโจมตีเผ่ามังกรโลหิตสงครามกำจัดเผ่ามังกรโลหิตสงครามไปจนหมด”
“เผ่ามังกรโลหิตสงครามถูกเผ่ามังกรด้วยกันสังหาร???”
เย่เทียนเบิกตากว้าง
เดิมทีเขาคิดว่าเผ่ามังกรโลหิตสงครามจะมีสถานะสูงส่งในเผ่ามังกรเขาไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นนี้
“หากเมื่อครู่นี้มังกรดำตัวนี้เห็นเสี่ยวเซวี่ยนั่นจะเป็นเรื่องยุ่งยากมาก หากตัวตนของเสี่ยวเซวี่ยถูกเปิดเผย เราก็จำเป็นต้องฆ่ามันเพื่อปิดปาก!”เย่เทียนกล่าวด้วยความยินดี
ในขณะเดียวกัน เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ความสัมพันธ์ระหว่างเผ่ามังกรโลหิตสงครามกับเผ่ามังกรนั้นไม่ดีเลยในฐานะที่เสี่ยวเซวี่ยเป็นหนึ่งในเผ่ามังกรโลหิตสงคราม แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นศัตรูของเผ่ามังกรและเขาที่เป็นเจ้านายของเสี่ยวเซวี่ยก็ไม่มีทางที่จะอยู่เฉยๆ ได้
“หลับซะ!”
เย่เทียนสะกดจิตอีกฝ่าย
ตูม!!!
หลงเฟิงล้มลงกระแทกพื้นและหลับสนิทไปทันที
ทันใดนั้น เย่เทียนก็จัดวางค่ายกลซ่อนเร้นไว้ใกล้ๆตัวมันและกลับไปที่ฐานจงไห่เพียงลำพัง
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเปิดการประชุมระดับจักรพรรดิแต่เลือกที่จะติดต่อจักรพรรดิดาบหักแทน
เขาต้องการที่จะติดต่อจักรพรรดิของหอคอยเกียรติยศที่อยู่เบื้องหลังของวิหารรุ่งโรจน์ผ่านทางจักรพรรดิดาบหักเขาจะแจ้งให้คนของหอคอยเกียรติยศทราบเกี่ยวกับเผ่ามังกร