“ถ้าผมจะเล่นล่ะ?” นักรบโน้มหน้าเข้าใกล้ ระบายยิ้มอ่อนเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าวางใจ ทำให้น้ำส้มต้องดันอกของเขารั้งไว้
“เชิญกลับไปเล่นที่บ้านของคุณค่ะ”
ตุบ! พูดจบด้วยความอาจหาญ น้ำส้มก็ออกแรงผลักอกของนักรบ จนเขาพลาดท่ากลิ้งตกบันได ที่ทำลงไปไม่ได้ตั้งใจให้เขาได้รับบาดเจ็บ แค่ต้องการกันให้เขาออกห่าง หยุดสร้างความหวามไหวแก่หัวใจของเธอเท่านั้น
“เห้ย!” สร้างความตกใจแก่น้ำส้มเธอรีบวิ่งลงไปดูและช่วยพยุงเขาลุกยืน
“โอ๊ะ โอ๊ย” นักรบที่กลิ้งลงมาก้นกระแทกพื้น ข้อเท้าแพลงเจ็บแปล๊บ ร้องโอดโอยเมื่อกำลังลุกยืน
“คุณนักรบฉันไม่ได้ตั้งใจ เจ็บมากไหมคะ?” เอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ที่เขาได้รับบาดเจ็บนั่นก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุของเรื่อง
“ถึงกับต้องทำร้ายร่างกายผมขนาดนี้เลยเหรอน้ำส้ม” เขาพูดขึ้น
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ...ขอโทษ” ทำเอาน้ำส้มรู้สึกผิดที่เขาต้องบาดเจ็บแบบนี้ ต้องเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าละห้อย พลางก้มมองต่ำไปยังข้อเท้าของเขา
“แขนหักขาหักไหมเนี่ย โคตรเจ็บเลย” นักรบยังคงพร่ำต่อ ทั้งที่เจ็บเพียงข้อเท้าและก้นเล็กน้อย
“เจ็บตรงไหนคะ? มาค่ะฉันพาไปนั่งโซฟาก่อน” เธอเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ค่อย ๆ พยุงนักรบไปยังหาที่นั่ง
“สวยก็สวย แต่แม่งใจร้ายเวอร์ ๆ” และผู้ชายตัวโตก็ยังคงบ่นไม่หยุด พูดแขวะน้ำส้มจนเธอสีหน้าเจื่อน
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ไปโรงพยาบาลตรวจดูดีไหม”
“โอ๊ะ ๆ เบาสิครับ”
“เจ็บข้อเท้าเหรอคะ?”
“อืม”
น้ำส้มทรุดตัวนั่งลงกับพื้นแล้วสำรวจร่างกายของนักรบที่เสี่ยงเป็นจุดบาดเจ็บ ข้อเท้าที่แดงชัดเธอจับด้วยความเบามือ แต่นักรบก็แสร้งร้องโอดครวญเรียกร้องความสงสาร เธอถามย้ำในจุดที่มือสัมผัส สายตาฉ่ำเยิ้มเหมือนลูกแมวที่เงยมอง สร้างความสั่นไหวจนนักรบตอบออกมาเพียงคำสั้น ๆ ในลำคอ เขาเหมือนกับถูกสายตาของเธอสะกดให้ลุ่มหลง แววตาที่เปล่งประกายดึงเขาให้อยู่ในภวังค์เสน่หา อยากจะดึงเธอเข้ามาจูบจริง ๆ เหมือนกับมันกำลังเรียกร้อง แต่สมองอีกซีกก็ยังคงต่อต้านด้วยคำว่าสุภาพบุรุษ
“งั้นเดี๋ยวฉันหายาแป๊บนะคะ อย่าลุกเดินนะเดี๋ยวเจ็บหนักกว่าเดิม”
“ครับ...ผมไม่ดื้อหรอก”
น้ำส้มหยัดตัวลุกยืนแล้วสั่งห้าม เขาตอบรับอย่างคนว่านอนสอนง่าย แถมต่อท้ายได้อย่างน่ารัก รอยยิ้มเหมือนกับเด็กน้อย ทำให้น้ำส้มต้องแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ ดั่งกับเธอบ่นให้ลูกชายก็ไม่ปาน แต่นั่นก็ทำให้เธอรู้สึกดีไม่น้อย ความรู้สึกค่อย ๆ โอนอ่อนเรื่อย ๆ ทั้งที่เธอต่อต้านและสั่งห้ามหัวใจตัวเอง แต่นับวันมันก็ยิ่งถลำลึกเพียงแค่ใกล้ชิดกับเขา แม้จะสร้างความปวดหัวให้ แต่มันกลับเป็นแรงดึงดูดให้เข้าใกล้กัน ทั้งตัวและความรู้สึกภายในใจ
“ปากดีหรือแค่นี้ยังเจ็บไม่พอ” เธอพูดตัดบทเสียงแข็ง เพื่อทำลายความรู้สึกหวามไหวในใจของตัวเอง
“นี่ผมเจ็บอยู่นะครับ ถ้าจะบ่นเก่งขนาดนี้ไปบ่นที่บ้านเป็นเมียผมเลยสิ” และเขาก็แสร้งตีหน้าเศร้า ก่อนจะหยอดคำแซวจนทำให้น้ำส้มใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อทันตา
“หยุดพูด! นั่งรออยู่ตรงนี้ฉันจะไปหายามาทาให้” เธอชี้นิ้วสั่งห้ามเพราะมันทำให้เขินจนหน้าแดง
“ครับผม บ่นเก่งจริง ๆ เลย” แม้จะตอบรับก็ไม่วายพูดแซวอย่างยียวน แต่น้ำส้มก็ไม่สนใจ เธอหันหลังให้แล้วหลับตายิ้มคนเดียว ก่อนจะเดินไปหยิบยาที่ตู้
“ดีขึ้นไหมคะ?”
“ยังเจ็บอยู่เลย”
เมื่อได้ยาตามที่ต้องการเธอก็อาสานวดคลึงให้นักรบ ขาอันแข็งแรงวางบนขาของน้ำส้ม ทุกอิริยาบถของเธอเขาจดจ้องด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าจะขยับท่วงท่าไหนเธอก็สามารถดึงดูดเขาได้จนไม่อาจละสายตามองไปทางอื่น น้ำส้มเอ่ยถามถึงอาการหลังจากที่นวดมานานพอควร แต่นักรบก็แสร้งเจ็บต่อไป เพราะอยากถูกเธอสัมผัสเอาใจแบบนี้ เขามีความสุขแม้จะเจ็บตัว เพื่อแลกกับการใกล้ชิดผู้หญิงที่มีใจ
“ฉันว่าไปหาหมอเถอะเผื่อเป็นอะไรมากจะได้รักษาทัน” เธอบอกด้วยความห่วงใย จากการถามไถ่อาการเขาเหมือนจะยังไม่ดีขึ้น
“ไม่ต้องหรอก คุณช่วยนวดให้ผมอีกสักหน่อยคงดีขึ้น ถ้าไปแล้วน้องมะนาวจะอยู่กับใคร” เขาอ้างเหตุผลที่น้ำส้มต้องคิดเยอะ
“นั่นสิ...แต่ฉันก็กลัวว่าคุณจะเจ็บหนัก” เธอคิดตามในสิ่งที่เขาพูดมา ทว่ากับเผลอพูดความรู้สึกห่วงใยออกมา
“แค่คุณเป็นห่วงผมก็ดีใจแล้วครับ” จนมันสร้างรอยยิ้มให้แก่นักรบอีกครั้ง
“ใครห่วง? ฉันแค่รับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปเท่านั้นแหละ ไม่ได้ห่วงซะหน่อย” ความเผอเรอทำให้เธอรู้สึกเขินและอาย ที่ถูกเขาจับพิรุธความรู้สึกได้ นั่นยิ่งจะทำให้นักรบได้ใจและฮึกเหิมหนักกว่าเดิม
“อาการของคุณมันออกทางสีหน้า” ภาพตรงหน้าทำให้นักรบลืมเจ็บ เขายกขาลงเหยียบพื้น แล้วใช้ความกะล่อนโน้มประชิดเข้าใกล้น้ำส้ม จนเธอกรูถอยหลังหลบแทบไม่ทัน พลาดพลั้งนอนราบกับโซฟา สองแขนคร่อมลงด้านข้างกักกันไม่ให้น้ำส้มได้หลบหนี
“อย่ามาชีกอใส่ฉันนะคะ เอาหน้าถอยออกไปเลย”
“ใจเต้นแรงขนาดนี้ เริ่มหวั่นไหวกับผมแล้วใช่ไหมครับ...หื้ม?”
สายตาสบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย จนน้ำส้มแทบหยุดหายใจ หัวใจของเธอเต้นแรงเหมือนจะหลุดจากอก ระยะใกล้ชิดเขาคงจะได้ยินจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นแน่
“คุณแม่ขา ฮือ ฮือ”
เสียงเรียกของน้องมะนาวทำให้ทั้งสองคนรีบผละจากกันไปคนละทาง น้ำส้มจัดทรงผมด้วยความลุกลี้ลุกลน กลัวว่าลูกสาวจะมาเห็นแล้วสร้างคำถามแปลก ๆ จนหาคำตอบคลายสงสัยให้ไม่ได้ แต่เสียงเรียกที่ปะปนมากับเสียงร้องไห้ ทำให้ทั้งนักรบและน้ำส้มรีบวิ่งไปดู
“มะนาวเป็นอะไรคะ ทำไมหน้าซีดเหงื่อออกแบบนี้ล่ะ” เธอตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของลูกสาวมีเหงื่อออกเป็นสาย นั่งตัวงออยู่บนบันได
“น้องปวดท้อง ปวดมากเหมือนจะตายเลยค่ะ ฮือ” เด็กหญิงบอกเล่าอาการทั้งน้ำตา เธอปวดท้องเหมือนใครเอาเข็มทิ่มแทง สร้างความทรมานจนเด็กหญิงแทบทนไม่ไหว ร้องเรียกหาแม่อยู่ในห้องแต่ก็ไม่มีการตอบรับ จนเธอต้องฝืนตัวเองลงมา พยายามเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ บากบั่นมาจนเกือบถึงชั้นล่างได้สำเร็จ แต่ความเจ็บมันเริ่มทวีคูณขึ้น จนสุดท้ายน้องมะนาวต้องทรุดตัวนั่งลงกับพื้นและเดินต่อไม่ไหว