ตอนที่ 1 มูนี่ย์ (4)
เขานึกถึงเหตุการณ์ในตอนที่ได้พบกับฮอร์วิทซ์เป็ครั้งแรก
นั่นเป็ตอนที่เขาอยู่ชั้นมัธยมปลาย เขาเป็เด็กที่ไม่มีอะไรสะดุดตาแถมมักจะถูกกลั่นแกล้งเป็ประจำ ไม่ว่าจะเป็เพราะอุปนิสัยหรือแค่เพราะเป็โอเมก้า ไม่ว่าใครมองต่างก็รู้สึกขวางหูขวางตา บวกกับโรงเรียนของชนชั้นสูงย่อมมีประชากรอัลฟ่าเป็ส่วนใหญ่ มูนี่ย์ไม่เข้าใจว่าจะส่งเขาไปเรียนทำไม บางทีโดโรธีอาจจะหวังให้เขาทำหน้าที่ของโอเมก้า แสวงหาโอกาสในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูงแห่งนี้ให้แก่ตระกูล
ซึ่งก็เป็ตอนนั้นเองที่เขาได้พบฮอร์วิทซ์เป็ครั้งแรก ทว่าครั้งนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเื่การแต่งงานของพวกเขาแต่อย่างใด ตอนนี้พอมูนี่ย์มาลองทบทวนดู กลับพบว่าเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าฮอร์วิทซ์มาที่โรงเรียนเพราะสาเหตุใด
ตัวเขาที่เพิ่งอายุ 17 ปี บังเอิญได้พบกับฮอร์วิทซ์ในวัย 26 ปี พลตรีที่อายุน้อยที่สุดของจักรวรรดิและกำลังรุ่งโรจน์เป็อย่างยิ่ง
มูนี่ย์ยังจำได้ว่าวันนั้นแสงแดดเจิดจ้า ทุกครั้งที่ถึงฤดูร้อนเขามักจะทนไม่ไหว ประจวบเหมาะกับตอนนั้นเป็คาบวิชาพละ อัลฟ่าทั้งโขยงกำลังฟัดเหวี่ยงอยู่บนสนามฟุตบอลอย่างเมามัน กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นกายเข้มข้น แม้มูนี่ย์จะฉีดยาระงับไว้ แต่ด้วยร่างกายที่พิเศษ เมื่อถูกกลิ่นพวกนั้นรายล้อมก็จะหาที่ร่มๆ หลบซ่อนตัวด้วยความเคยชิน ถึงอย่างไรก็เป็คาบพละ คุณครูเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาอยู่แล้ว เทียบกับโอเมก้าชนชั้นสูงที่กำลังตอบรับกลิ่นของอัลฟ่าในสนามฟุตบอลพวกนั้นแล้ว ตัวเขานั้นไม่เข้าพวกเลยสักนิด
เขาหมอบอยู่บนอ่างล้างหน้าพลางอาเจียนแห้งๆ ออกมา
ตอนนั้นเอง ผ้าเช็ดหน้าสะอาดแฝงกลิ่นหอมอ่อนๆ พลันถูกยื่นมาตรงหน้า “ใช้นี่สิ”
มูนี่ย์เงยหน้าขึ้น ม่านตาพลันหดเล็กลง อีกฝ่ายคือพลตรีฮอร์วิทซ์นี่นา
ฮอร์วิทซ์มาที่โรงเรียนเพราะถูกเชิญมาสัมภาษณ์ เขามากับท่านจอมพลที่เป็ผู้บังคับบัญชาของเขาในตอนนั้น ทว่าเดิมทีเขามีชาติกำเนิดเป็สามัญชน จึงไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ต่อโรงเรียนที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูงแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย ระหว่างที่ท่านจอมพลกำลังง่วนอยู่กับการรับมือคนที่มาประจบสอพลอจึงหาข้ออ้างปลีกตัวไปห้องน้ำเพื่อหามุมสงบแอบสูบบุหรี่สักหน่อย
ไหนเลยจะรู้ว่ายังไม่ทันได้จุดบุหรี่ก็มีโอเมก้าคนหนึ่งปรี่เข้ามาที่อ่างล้างหน้าก่อนจะเริ่มอาเจียน ท่าทางแบบนั้นถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายผอมแห้งเกินไป ฮอร์วิทซ์คงหลงคิดไปว่าเด็กนักเรียนคนนี้ชิงสุกก่อนห่ามจนตั้งท้องขึ้นมาแล้ว โอเมก้าคนนั้นอาเจียนอย่างหนักจนไม่ทันสังเกตว่าข้างๆ มีอัลฟ่าอย่างเขายืนหัวโด่อยู่ ความเห็นอกเห็นใจที่มีอยู่น้อยนิดของเขาพลันทำงานขึ้นมาอย่างหาได้ยาก เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดที่พกติดตัวไว้ออกมาผืนหนึ่ง เป็ผ้าที่ถูกเคลือบไว้เป็พิเศษไม่ต้องกลัวว่าจะติดกลิ่นของอัลฟ่า
สำหรับอัลฟ่าคนหนึ่ง ฮอร์วิทซ์ถือว่าเป็สุภาพบุรุษที่อ่อนโยนมากแล้ว
“ใช้นี่สิ มันถูกเคลือบพิเศษไว้ ไม่มีกลิ่นของฉันติดอยู่” ฮอร์วิทซ์มองโอเมก้าคนนั้นอย่างเรียบเฉย รู้ดีว่าอีกฝ่ายลังเลเพราะอะไร
แสงแดดยามบ่ายสาดทะลุกิ่งใบของต้นไม้ด้านหลัง ส่งผลให้มูนี่ย์ยืนอยู่ในตำแหน่งย้อนแสงจนเครื่องหน้าถูกบดบัง ฮอร์วิทซ์จึงมองเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มได้ไม่ชัด
“ขอบคุณครับ” หลังเอ่ยขอบคุณเสียงเบาราวกับยุงเสร็จก็รับผ้าเช็ดหน้าไป
เหตุการณ์นี้สำหรับฮอร์วิทซ์แล้วก็แค่ความใจบุญชั่ววูบ ไม่หลงเหลือร่องรอยไว้ในความทรงจำแม้แต่เสี้ยววินาทีเลยด้วยซ้ำ แต่มันกลับฝังอยู่ในสมองของมูนี่ย์ สลักลึกตรึงแน่น ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ตอนนี้ถูกเก็บไว้ในกล่องไม้ใต้เตียงของเขา ข้างในนอกจากผ้าเช็ดหน้าผืนที่ว่าแล้วยังมีของเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่ฮอร์วิทซ์ทิ้งไว้ให้อย่างเช่นกระดุมแขนเสื้อเม็ดนั้น
ั้แ่โตมา การบังเอิญพบกันในครั้งนั้นเป็ครั้งเดียวที่เขาตอบรับความหวังดีจากอัลฟ่าที่เหนือกว่า
หลังจากนั้นเขาก็จบการศึกษา ว่าที่คู่ครองที่ได้ข่าวมานั้นไม่ใช่ฮอร์วิทซ์แต่อย่างใด แต่เป็ กิลสัน โอเมก้ารองหัวหน้าหน่วยผู้โด่งดังที่ทำงานอยู่ข้างกายอีกฝ่าย แต่โชคชะตาก็แปลกประหลาดเช่นนี้ คลาดกันไปคลาดกันมาสุดท้ายเขาก็กลายมาเป็คู่สมรสของฮอร์วิทซ์
...
วันรุ่งขึ้น มูนี่ย์ที่เพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องทดลองพบว่าข้างในกำลังสับสนอลหม่าน
“รองศาสตราจารย์ซิงห์มาแล้ว!! รองศาสตราจารย์ซิงห์...” นักเรียนคนหนึ่งรีบร้อนวิ่งออกมาต้อนรับ น้ำเสียงมีความลนลานแฝงอยู่เล็กน้อย
โดยทั่วไปแล้ว หลังจากเขากลายเป็คู่สมรสของฮอร์วิทซ์ เพื่อแสดงการให้เกียรติ คำเรียกจึงเปลี่ยนจากเบลีซเป็ซิงห์ หลายครั้งที่เขามักตั้งตัวไม่ทัน อย่างเช่นครั้งนี้ มือของเขากำอยู่ที่ลูกบิดประตู เหม่อค้างอยู่ตรงนั้นหลายวินาทีถึงค่อยได้สติขึ้นมาว่านักเรียนคนนั้นกำลังเรียกเขาอยู่
นักศึกษาหลายคนกำลังยืนล้อมวงอยู่ในห้องทดลองพร้อมส่งเสียงเอะอะ
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงของมูนี่ย์ในตอนนี้ยังหลงเหลือความแหบพร่าและอ่อนเพลีย ทำให้นักเรียนที่กำลังสนทนาด้วยนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“...คือว่าเมื่อวานหลังงานเลี้ยงเลิก ศาสตราจารย์โทมัสพาโอเมก้ากลับมาคนหนึ่ง จากนั้น จากนั้น...ก็ยังพาเด็กมาด้วยอีกคนครับ” นักเรียนเอ่ยตะกุกตะกัก เห็นชัดว่าไม่รู้จะทำอย่างไรกับเด็กคนนั้น
มูนี่ย์เบนสายตาไปมองกลางวงล้อม พอนักศึกษาคนอื่นๆ สบเข้ากับสายตาของมูนี่ย์ก็ทยอยแหวกทางให้ เผยให้เขาได้เห็นคนที่ถูกรุมล้อมไว้
โอเมก้าที่อยู่ในสภาพไม่สู้ดีคนนั้นมีผิวขาวซีด ซึ่งก็เป็แบบนี้มาั้แ่หลังจากถูกหย่าร้าง แววตาหวาดระแวง คู้ตัวอยู่ตรงมุมห้อง แต่ว่ามีแค่คนเดียว มูนี่ย์ไม่เห็นเด็กที่นักเรียนคนนั้นเอ่ยถึง