ระหว่างการคุมตัวกลับปราสาทที่เขาก็ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นั่นแต่เขาภาวนาขอเพียงอย่างเดียวว่าถ้าไปถึงอย่าพึ่งให้เขาตายจากโทษที่เขาไม่ได้เป็คนก่อก่อนก็พอเขาใช้เวลาสักพักหลังจากที่ยอมทำใจได้ส่วนหนึ่งแล้ว พิทักษ์เขาก็หยุดโวยวาย แล้วเริ่มหันมาให้ความสนใจกับพันธุ์ไม้แทน
และดอกไม้หลากหลายชนิดที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนมันก็อยู่บนพื้นดินแถบนี้ จนพวกมันไม่มีช่องว่างเลยที่จะได้เห็นดินเลยแม้แต่น้อยเพราะมันถูกปกคลุมอยู่เต็มหน้าดินไปหมด
มีหญ้าชนิดหนึ่งที่เขาสนใจเป็พิเศษและดูเหมือนว่ามันจะชื่อหญ้าเบอร์มิวด้าจากการหลอกถามทหารที่คุมตัวเขาอยู่พวกมันเรียงกันเป็ระนาบเดียว ต้นไม้ต่างๆเองก็อยู่ในแนวระนาบเดียวกันทั้งหมดราวกับว่าพวกมันถูกเนรมิตขึ้นมาจากใครบางคน และมันทำให้สถานที่แห่งนี้มันสวยงามเป็อย่างมาก
ในปัจจุบันโลกของเขาได้ห่างหายจากบรรยากาศและพืชพันธุ์เหล่านี้มาหลายสิบปีแล้วเพราะโลกที่เขาจากมามันวิวัฒนาการเข้าสู่โลกอนาคตอย่างเต็มรูปแบบแล้วเปลี่ยนจากที่ดินเพราะปลูกกลายเป็ตึกใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ธรรมชาติเหล่านี้เป็สิ่งที่หายากมาก ในเมืองที่เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมมันจึงทำให้เขาตื่นเต้น และดีใจเป็อย่างมากที่ได้ัักับบรรยากาศแบบนี้อีกครั้ง
“อลิซถ้าฉันได้ตายลงในตอนนี้ ฉันก็คงจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วเพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็ไปตามที่ฉันใฝ่ฝันมาตลอด ถึงมันจะบิดเบี้ยวไปสักหน่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้พบเจออะไรอย่างนี้”
เขายิ้มออกมาอย่างจริงใจและแท้จริงเป็ครั้งแรกในชีวิต เพราะสิ่งที่เขาทำมามันก็เพื่อธรรมชาติเหล่านี้ั้แ่แรกอยู่แล้วแล้วเขายังจะ้าอะไรอีกเมื่อเขาได้พบกับมันแล้ว ‘ความสุขที่แท้จริง’
“ค่ะ ด็อกเตอร์ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์อื่นคงจะพิเศษกว่านี้”
เธอที่รู้เป้าหมายในชีวิตของผู้เป็นายดีกว่าผู้ใดในโลกนี้อยู่แล้วก็เข้าใจ และดีใจไปกับเขาด้วยแต่ไม่วางที่จะอดพูดถึงเหตุการณ์แย่ๆที่กำลังเกิดขึ้นตรงนี้
“นั่นสินะหวังว่าพวกเราสองคนยังจะมีโอกาสได้ศึกษามากกว่านี้นะ”
ถึงแม้ว่าพิทักษ์ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเผชิญกับอะไรแต่เขาก็รู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาที่แห่งนี้ ถึงแม้เขาจะสร้างเครื่องย้อนเวลาได้แต่เครื่องก็ยังเสถียรไม่พอจนทำให้เขาต้องมายังต่างมิติหรือต่างโลกแบบนี้เขาก็ได้แต่หวังว่าถ้ามีชีวิตรอดกลับไปเขาจะตั้งใจค้นคว้าหาคำตอบโลกใบนี้อย่างแน่นอน
ไม่นานนักพวกอัศวินก็ได้เดินผ่านเข้าประตูเมืองเข้ามาแล้วพิทักษ์มองไปรอบก็ได้พบเจอกับชาวบ้านที่ดูเหมือนจะเป็พวกชนเผ่าทางใต้ของประเทศที่เขาอยู่ที่โลกลักษณะบ้านแต่ละหลังเป็ดินเหนียวเหมือนกันหมดทุกหลัง
พวกเขาจ้องมองมายังที่หน้าของพิทักษ์พร้อมท่าทางใมันเหมือนกับอาการของคนที่กำลังใกลัวมากกว่า พิทักษ์เองก็เริ่มแปลกใจและสงสัยมากขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า ‘ฉันไปทำอะไรให้พวกนี้กลัวกันนักหนา’ มีบางคนถึงขนาดรีบนำบุตรสาวหลบอยู่หลังบ้านเลยทีเดียว
พวกเขาเดินทางมาไม่นานก็ถึงปากทางเข้าปราสาทและด้านหลังของปราสาทมีวิหารที่ดูใหญ่โต และพวกเขาเรียกมันว่าวิหารแห่งเทพเ้ามันช่างเป็ภาพที่งดงามหาที่ได้เปรียบได้ ก่อนบันไดทางเข้าของตัววิหารมีลำธารขนาดไม่ได้ใหญ่ไม่ได้เล็กล้อมรอบตลอดทั้งวิหารส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ด้านนั้นมีทุ่งข้าวที่กำลังเพาะปลูก และพวกมันกำลังจะล้มตายหรือไม่ก็กำลังเหี่ยวแห้ง
มันก็ทำให้เขาสงสัยอีกครั้งว่าในเมื่อดินที่นี่สมบูรณ์แบบแล้ว
“ทำไมการเพาะปลูกถึงมีปัญหาอย่างนี้ล่ะอลิซข้าวที่อยู่ที่นี่พวกมันกำลังจะตาย ลองสำรวจดินและต้นข้าวพวกนั้นหน่อยว่ามีปัญหาอะไร”
“รอสักครู่นะคะด็อกเตอร์”อลิสทำการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น แต่ข้อมูลที่เธอได้มามันดูขัดกับความเป็จริงเป็อย่างมากเธอจึงเอ่ยกล่าว “ทำการวิเคราะห์เสร็จสิ้นค่ะ.....”
แต่ก่อนที่อลิซจะได้พูดผลการวิเคราะห์ออกมาให้ด็อกเตอร์ของเธอฟังพวกอัศวินได้พาตัวของพิทักษ์เข้ามาข้างในวิหารเทพเ้าก่อนพอดิบพอดีและคนที่อยู่ตรงหน้าของเขา มีหน้าตาคล้ายๆกับเขาอยู่หลากหลายส่วนเลยทีเดียว
“เ้าไปก่อเื่อะไรมาอีกแล้วซินะครั้งนี้ถึงได้หนีไปไกล เ้าเป็ถึงองค์รัชทายาทที่มีสิทธิ์จะขึ้นครองราชบัลลังก์ต่อจากข้าเ้าจะทำให้ข้าอับอายไปถึงไหนกัน” ชายคนนั้นกล่าวออกมาและมันทำให้พิทักษ์สงสัยเป็อย่างมาก ก่อนจะเอ่ยถามออกมา
“ท่านคือพ่อของข้า?...ข้าไม่ใช่องค์รัชทายาทลูกของท่านหรอก ข้าแค่คนหน้าคล้ายๆกันเฉยๆ”
พิทักษ์พยายามพูดเพื่อจะอธิบายและให้เหตุผล ในเมื่อเขาแค่คนหน้าเหมือน ไม่ใช่องค์รัชทายาทตัวจริงคนนั้น และเขาคาดคิดว่าบุคคลที่กษัตริย์จะยอมรับฟังมีวุฒิภาวะมากพอ
แต่เปล่าเลยมันดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์“เหอะ ครั้งที่แล้วก็ใช้มุกนี้ เ้าจำไม่ได้หรือยังไงไอ้เ้าลูกไม่รักดีต่อไปนี้ข้าจะไม่เชื่อเ้าอีกแล้ว .... ทหาร!! กักบริเวณขององค์รัชทายาททันทีหากครั้งนี้องค์รัชทายาทยังหนีออกมาได้ข้าจะสั่งปะาทหารที่กำลังเฝ้ายามทั้งหมด”
“ขอรับ องค์าา”
จากนั้นทหารมากมายก็วิ่งเข้าไปอย่างกับเสือวิ่งเข้าไปตะปบเหยื่อพิทักษ์โดนจับลากตัวไปโดยทหาร พร้อมกับเสียงของเขาดังมาตลอดทาง “เดี๋ยวๆๆๆฟังข้าก่อน!!” จนพิทักษ์หายลับไปจากสายตาขององค์าา
“วันๆเอาแต่ก่อเื่สร้างปัญหาให้กับข้า ทำให้ข้าผู้เป็ถึงกษัตริย์เสื่อมเสียงอยู่บ่อยครั้งเห้อ...ข้าควรจะทำอย่างไรกับเ้าดี แล้วเ้าล่ะมีความคิดอย่างไรกับลูกของเรา”องค์าาบ่นพร้อมกับหันไปเอ่ยถามกับภรรยาของเขา หรือก็คือ พระราชินีนั้นเอง
“ท่านก็อภัยให้ลูกบ้างเถอะ่นี้เป็วัยกำลังโต อยากลองนู่นลองนี่ท่านเองก็เป็ผู้ชายน่าจะเข้าใจลูกมากกว่าข้าอีกนะ” ราชินีกล่าวออกมาเธอแสดงถึงความไม่พอใจเล็กน้อย ถ้าฟังจากเสียงของเธอ
“เ้าเองก็ดีแต่ให้ท้ายลูกจนทุกวันนี้มันเลยเสียคน ทำไมเ้าไม่ลองหันไปถามเหล่าประชาชนดูล่ะว่าพวกเขาคิดกันยังไง” องค์าาพูดออกมาอย่างประชดประชันก่อนที่จะหันหลังแล้วเงียบสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าตัดสินใจแล้วข้าจะยึดตำแหน่งองค์รัชทายาทคืนให้ตำแหน่งนี้กับบุตรคนรองแทนและขับไล่องค์รัชทายาทคนปัจจุบัน ออกจากอาณาจักรของข้า ก่อนที่ประชาชนจะก่อ ฏ”
องค์าาเดินออกไปภายใต้เสียงค้านของภรรยาที่เป็ราชินีอยู่ในตอนนี้แต่องค์าาไม่ได้รับฟังสิ่งที่นางพูดออกมาเลย ‘ข้าคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว’ราชินีกว่าออกมา