ตอนที่ 9 ฝึกวิชา (2)
หลินเฉินทอดถอนใจเบาๆ ใน่แรกพระเอกเป็ดอกไม้ขาวน้อยๆประเภทที่ได้รับแสงแดดนิดหน่อยก็บานสะพรั่งแล้วแบบนั้นแต่นี่มันจะมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า
หลินเฉินก้มศีรษะจ้องหน้าฉือม่อตรงๆ แล้วพูด“นี่ไม่ใช่ความผิดของเ้า รู้หรือไม่”
ฉือม่อมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างงุนงง พลางพยักหน้าจากนั้นก็เบือนหน้าหนีไปอย่างรวดเร็ว ใบหูแดงเถือกไปทั้งแถบ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายหูแดงแบบนั้นหลินเฉินถึงค่อยรู้สึกตัวทีหลังว่าตนเองได้ทำอะไรลงไป
เขารีบชักมือกลับแล้วกระแอมเบาๆ อย่างอำพรางท่าทีกระอักกระอ่วนของตัวเองจบกัน! ร่างเดิมในนิยายไม่มีทางปลอบใจฉือม่อแบบนี้ครั้งนี้เขาหลุดคาแรกเตอร์อีกแล้ว ระบบคงจะไม่ทำโทษเขาอีกใช่ไหม
ดูเหมือนครั้งนี้ระบบจะไม่ได้ตักเตือนเขางั้นก็เข้าใจได้ว่าครั้งนี้ตัวเขาไม่ได้ฝ่าฝืนกฎ
ฮี่ๆ ์เมตตาเขามากจริงๆ
ขณะเดียวกัน อยู่ๆ ฉือม่อก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะเห็นรอยยิ้มของหลินเฉินเข้า แม้จะบางเบาราวกับแค่ลมพัดก็จะปลิวหายไปทันทีแต่ฉือม่อก็ยังตาดีมองเห็นทัน ไม่รู้เพราะอะไร...พอเห็นอาจารย์เป็แบบนี้แล้วเขาก็ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก
ขณะที่หลินเฉินคิดอย่างมีความสุข คาดไม่ถึงว่าเมื่อตัวเองเงยหน้าขึ้นมาจะเห็นฉือม่อยิ้มหน้าบานปานบุปผาอยู่
อะไรวะเนี่ย!
ฉือม่อยื่นมือเข้าไปจับแขนเสื้อหลินเฉินพลางมองไปที่เขาด้วยดวงตาเป็ประกายงดงาม เสียงใสกังวานแฝงไปด้วยแววออดอ้อนนิดๆ“อาจารย์ช่วยสอนข้าฝึกวิชาหน่อยสิขอรับ”
โห...แม่เ้า แบบนี้ใครจะไปปฏิเสธได้ลงคอเนี่ย
ตอนนี้ในหัวของเขามีเสียงติ๊ดของระบบดังขึ้น
[ติ๊ดๆ! ภารกิจต่อไปขอให้นายท่านช่วยตัวเอกฝึกฝนจนบรรลุถึงระดับปรับปรุงลมปราณขอรับ]
ในการบำเพ็ญเพียรนั้นแบ่งออกเป็ห้าขั้น ได้แก่ เลี่ยนชี่(ปรับปรุงลมปราณ) จู้จี (สร้างรากฐานลมปราณ) จินตาน (สร้างแกนลมปราณ) หยวนอิง(ปราณก่อกำเนิด) และฮว่าเสิน (ปราณเทวะ) ในแต่ละระดับยังแบ่งออกเป็อีกสามขั้นย่อยแยกออกเป็ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย ยกหลินเฉินเป็ตัวอย่างก็แล้วกันตอนนี้เขาบำเพ็ญเพียรถึงขั้นปลายของ่จินตาน ซึ่งก็หมายความว่าฝึกวิชาใกล้ถึงขั้นปราณหยวนอิงแล้วถ้านำความสามารถเยี่ยงนี้ไปกล่าวอ้างกันในวงการบำเพ็ญเพียรแล้วละก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะมีความสามารถทัดเทียมเป็คู่แข่งเขาได้ด้วยเหตุนี้หลินเฉินจึงมีชื่อเสียงเลื่องลือในวงการบำเพ็ญเพียรมาก
ทว่าเขาเพิ่งเคยสอนเด็กครั้งแรก จึงกังวลอยู่พอสมควรแม้เขาจะอ่าน ‘วิถีมาร’ จนจบ กระทั่งพอเข้าใจว่าในโลกนี้บำเพ็ญเพียรกันอย่างไรแล้วก็เถอะแต่ถ้าให้คนเสเพลที่ไร้ประสบการณ์อย่างเขาไปรับผิดชอบหน้าที่อันใหญ่หลวงขนาดนี้ก็ลำบากเอาการเหมือนกัน
จริงด้วยสิ เริ่มแรกของการบำเพ็ญเพียรคือซึมซับพลังชี่อะไรนั่นใช่ไหม
เขาหวนนึกถึงความทรงจำรางเลือนในหัว แล้วค่อยๆแสดงให้ฉือม่อดูทีละขั้นตอน
“ทำตามข้า นั่งขัดสมาธิก่อน ผ่อนคลายร่างกายจินตนาการว่าตัวเองกำลังอยู่ในป่าใหญ่ สถานที่แห่งนี้เงียบสงบมากเงียบจนได้ยินเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ เสียงน้ำในสายธารไหลซู่ซ่าเสียงลมพัดใบไม้ดังแสกสาก จินตนาการว่าตัวเองเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติราวกับว่าบนโลกนี้มีเ้าอยู่เพียงผู้เดียว
“ขณะที่เ้าหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับทุกสรรพสิ่งแล้วนั้นจะรู้สึกได้ว่าร่างกายและจิตใจโล่งสบายยิ่งกว่าสิ่งใดและเ้าเองก็จะััได้ถึงคลื่นพลังชี่ที่อยู่รอบด้านพลังชี่เหล่านี้เหมือนกับแสงก้อนกลมๆ
“เมื่อแสงก้อนกลมเล็กๆ เหล่านี้เข้าไปในร่างกายเ้าและกลายเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายเ้าแล้วนั้นเ้าก็จะเข้าสู่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง”หลินเฉินลืมตาแล้วหันไปพูดกับฉือม่อที่อยู่ด้านข้าง
ฉือม่อพยักหน้าอย่างรวดเร็ว แสดงท่าทีว่าเข้าใจแล้ว
หลินเฉินทำทีเป็ลุกขึ้นปัดฝุ่น เขาพูดไปตั้งมากทั้งยังไม่ค่อยสบายคอั้แ่แรกอยู่แล้ว พอเป็แบบนี้เลยอาการหนักขึ้นไม่น้อย
“อาจารย์...แบบนี้หรือขอรับ” ฉือม่อเรียกถามหลินเฉิน
พอหลินเฉินหันไปมอง ก็ต้องใอ้าปากค้างจนคางเกือบหลุด
แม้จะเป็ตัวเอก แม้จะกินลูกกลอนปราณพิสุทธิ์ลงไปแต่พร์นี้มันออกจะมากเกินไปหน่อยไหม
เขาเพียงสาธิตไปรอบเดียว รอบเดียวเท่านั้น! ฉือม่อก็เรียนรู้จนเป็รูปเป็ร่างได้ขนาดนี้แล้วแม้จะยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อยก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉือม่อเป็คนที่เกิดมาเพื่อบำเพ็ญเพียรเป็เซียนจริงๆ
เขาจำได้ว่าต่อให้เป็หลินเฉินคนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็อัจฉริยะใน่ร้อยปีคนนั้นตอนแรกก็ยังใช้เวลาเรียนรู้การซึมซับพลังชี่นี้ไปกว่าสามวันเต็มๆ
แค่ตัวเลขจำนวนเท่านี้ก็ถือว่าทำให้ผู้คนตื่นตะลึงได้แล้วหากคนที่มีคุณสมบัติดีหน่อยก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ปกติคนธรรมดาก็ใช้เวลาหนึ่งเดือน บางคนถึงขั้นต้องใช้เวลาหนึ่งปีกว่าจะฝึกสำเร็จ เท่านี้ก็ถือว่าเป็คนที่มีคุณสมบัติแย่มากจนถึงขีดสุดแล้วซึ่งคนแบบนี้อย่างมากจะบำเพ็ญเพียรได้ถึงขั้นเลี่ยนชี่เท่านั้นหากพบเจอคนแบบนี้เมื่อไร ทางที่ดีควรแนะนำว่าอย่าบำเพ็ญเพียรเป็เซียนเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา
จิตใจสงบไม่ว่อกแว่ก ไม่ยึดติดกับความสัมพันธ์นี่ต่างหากถึงเรียกว่าสุดยอดของผู้บำเพ็ญเพียร
“...อืม เ้าเรียนรู้ได้ดีมากเพียงแต่ยังมีบางจุดที่จำเป็ต้องปรับปรุงนิดหน่อย”
“ขอรับ! อาจารย์ข้าจะตั้งใจพยายามแน่นอน” ฉือม่อได้ยินหลินเฉินเอ่ยชมเป็ครั้งแรกก็ยิ้มแฉ่งราวกับคนบ้า
พอหลินเฉินเห็นฉือม่อเป็แบบนี้ก็อบอุ่นใจมากอีกฝ่ายยังเป็แค่เ้าเด็กน้อยคนหนึ่งสินะ
ทุกวันหลังจากนั้นหลินเฉินเพียงแค่เปิดประตูก็มักจะเห็นฉือม่อยืนรออยู่เสมอและทุกครั้งที่อีกฝ่ายเห็นเขา ก็มักจะยิ้มและเรียกเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า ‘อาจารย์’ ตลอด
เป็อย่างที่คิดอัจฉริยะทุกคนล้วนใช้พร์เพียงแค่หนึ่งในร้อย แต่อีกเก้าสิบเก้าส่วนที่เหลือนั้นมาจากน้ำพักน้ำแรง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8