สกิลที่สองของครูโซ่เป็สกิลที่ัคำรามรู้จักเป็อย่างดีมันก็คือสกิลบดขยี้ที่มีพลังทำลายล้างสูงของนักรบคลั่ง
ขนาดผู้เล่นใช้ออกมายังมีพลังทำลายล้างมหาศาลแล้วเมื่อถูกใช้โดยบอสมันจึงเป็สกิลที่สามารถปลิดชีพผู้เล่นได้ในพริบตาแน่นอน
ดาบของครูโซ่ถูกเสริมพลังทำลายล้างอันน่าหวาดกลัวและฟาดฟันเข้าใส่เมฆครามในสภาวะนี้ต่อให้ยกโล่ขึ้นต้านรับก็ยังยากที่จะเอาชีวิตรอดได้
น่าเสียดายที่เมฆครามยังไม่เคยถูกบีบบังคับจนต้องยกโล่ขึ้นเลยสักครั้ง
ในชั่วพริบตานั้นค่าการตอบสนองคลื่นสมองของเมฆครามได้ทะยานขึ้นถึงสามร้อยหน่วย
เปรี้ยง! ดาบของครูโซ่ฟาดได้เพียงความว่างเปล่าขณะที่เมฆครามขยับกายพ้นจากระยะโจมตีเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าเมฆครามมีค่าการตอบสนองเพียงแค่สามร้อยต้องเอ่ยว่าเขาไม่จำเป็ต้องรีดเร้นค่าการตอบสนองมากนักเพื่อรับมือความเร็วระดับนี้มากกว่า
แม้จะใช้หมวกเล่นเกมคุณภาพต่ำแต่เมฆครามรู้ว่าตนเองสามารถรีดค่าการตอบสนองได้สูงสุดราวๆเกือบสี่ร้อยหน่วยอย่างแน่นอนส่วนค่าเฉลี่ยของเขาที่ตอนนี้อยู่ที่สองร้อยหน่วยต้นๆหากใช้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดก็จะอยู่ที่เกือบสามร้อยหน่วยนับว่าค่าการตอบสนองที่ดีระดับหนึ่งแล้วหากไม่เทียบกับฟ้าใสที่มีพร์แฝงด้านนี้ซ่อนอยู่
เมฆครามใช้ทักษะแทงทะลวงใส่บอสก่อนจะฉีกกายถอยห่างเพื่อหลบการโจมตีของบอสอีกครั้งกระต่ายหมายจันทร์ไม่หยุดการโจมตีของเธอทำให้ความเกลียดชังของบอสถูกดึงกลับไปที่ร่างของเธออีกครั้งหนึ่ง
แน่นอนว่าเมฆครามไม่เปิดโอกาสให้บอสเข้าถึงตัวเธอได้เขาใช้ทักษะแทงสามครั้งดึงความเกลียดชังของบอสคืนมาอย่างสมบูรณ์แบบเวลาผ่านไปเจ็ดนาทีพลังชีวิตของบอสก็ลดลงไปจนถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
“พวกเราทำได้แน่” ทุกคนต่างเผยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจแต่มีเพียงเมฆครามเท่านั้นที่รู้ดีว่าสถานการณ์ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่พวกเขาคิด
ทันทีที่ครูโซ่ปักดาบลงบนพื้นเมฆครามก็รีบะโออกคำสั่งอย่างเร่งด่วน“ทุกคนหยุดโจมตีและออกนอกระยะร้อยหลาหลินหลินใช้ทักษะม่านแสงใส่ฉัน!”
หลินหลินทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็วโดยร่ายทักษะใส่เมฆครามและรีบวิ่งออกไปนอกระยะส่วนคนอื่นๆก็รีบพุ่งตัวออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
จากการร่วมกลุ่มที่ผ่านมาทุกคนเชื่อมั่นในคำสั่งของเมฆาหวนคืนโดยไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย
ครูโซ่ที่ปักดาบลงบนพื้นพลันแหงนหน้าขึ้นและอ้าปากร้องคำรามดังกึกก้อง
แสงสีทองสาดประกายรอบตัวของเมฆครามพร้อมกับข้อความที่แจ้งว่าเขารอดพ้นจากสถานะมึนงงเพราะทักษะม่านแสงของอาชีพนักบวช
ทักษะเสียงคำรามราชสีห์ของครูโซ่ไม่ใช่ทักษะโจมตีแต่เป็ทักษะสายควบคุมที่จะทำให้ศัตรูในระยะร้อยหลาตกอยู่ในสภาพมึนงงหลังจากนั้นครูโซ่ก็จะสามารถปลิดชีพศัตรูที่ไร้หนทางตอบโต้อย่างง่ายดาย
น่าเสียดายที่เมฆครามเตรียมการไว้แล้วทักษะม่านแสงของหลินหลินสามารถปกป้องเป้าหมายจากสถานะผิดปกติได้หนึ่งครั้ง ส่วนคนอื่นๆในกลุ่มต่างก็หลุดพ้นออกจากระยะทักษะของบอสได้อย่างหวุดหวิด
“โจมตีต่อได้แล้ว ใช้กลยุทธ์เดิม” เมฆครามสั่งพร้อมกับเริ่มโจมตีใส่ครูโซ่อีกครั้ง
เหตุผลหนึ่งที่ผู้เล่นต้องใช้เวลายาวนานนับเดือนกว่าจะสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนูเาลินท์ได้ก็เพราะพวกเขาต้องสละชีวิตแลกกับข้อมูลทักษะต่างๆของบอสครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่สำหรับเมฆครามที่เคยผ่านด่านดันเจี้ยนนี้มาแล้วหลายสิบหรืออาจจะนับร้อยครั้งย่อมไม่ใช่ปัญหาอันใดเขามีข้อมูล กลยุทธ์และวิธีรับมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดอยู่ในหัวั้แ่แรกแล้ว
แม้จะเป็เช่นนั้นแต่นี่เป็ครั้งแรกที่เมฆครามถูกบังคับให้ต้องเอาชนะครูโซ่ภายในสิบห้านาทีแม้แต่ตอนที่เขาเป็ซิลเวอร์เขาก็ยังต้องใช้เวลาเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ถึงสิบเจ็ดนาทีและนั่นเป็สถิติรวดเร็วที่สุดที่ไม่มีใครในระดับขั้นเดียวกับเขาทำได้สำเร็จอีกแล้ว
ไม่ต้องเอ่ยถึงผู้เล่นที่มีระดับสูงเกิน20 แม้ว่าพวกเขาจะมีสิทธิ์เข้าดันเจี้ยนแต่ความสำเร็จของกลุ่มที่มีผู้เล่นสูงเกินกำหนดจะไม่ถูกนับรวมในสถิติการเคลียร์ดันเจี้ยนเพื่อความยุติธรรมต่อผู้เล่นระดับต่ำกว่า
กล่าวโดยง่ายก็คือเมฆครามเคยใช้คนระดับยี่สิบจำนวนสิบคนเพื่อเคลียร์ดันเจี้ยนูเาลินท์โดยใช้เวลาสิบเจ็ดนาที
ครั้งนี้ระดับของพวกเขาไม่ถึงยี่สิบและยังมีคนเพียงห้าคนแต่เมฆครามก็ยังเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะได้เพียงแต่อาจจะต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง
เมฆครามประเมินจากทุกสิ่งและรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางเอาชนะครูโซ่ได้ภายในสิบห้านาทีอย่างแน่นอน
แต่ต่อให้ผลของอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์หมดไปแล้วก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มีโอกาสเอาชนะได้
เหตุผลที่เมฆครามเชื่อเช่นนั้นก็เพราะสถานะบ้าคลั่งของบอสจะกลายเป็ดาบสองคมที่เป็ทั้งวิกฤติและโอกาสสำหรับพวกเขา
การโจมตีของพวกเขายังคงเป็ไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อพลังชีวิตของครูโซ่เหลือ25% อีกฝ่ายก็ได้ใช้สกิลที่อันตรายที่สุดของตนเองออกมา
เมฆครามรีบสั่งให้ทุกคนออกห่างจากครูโซ่ให้มากที่สุดขณะที่ตัวเขาวิ่งวนไปรอบตัวบอสอย่างไร้ความลังเล
โลหิตอสูรสกิลโจมตีวงกว้างของครูโซ่
าแทั่วร่างที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ทำให้โลหิตสายหนึ่งแปรสภาพกลายเป็แส้และเคลื่อนไหวไปรอบตัวครูโซ่อย่างบ้าคลั่งเมฆครามรู้ดีว่าพลังโจมตีของโลหิตอสูรนี้สามารถปลิดชีพผู้เล่นทั่วไปอย่างง่ายดายและแม้เขาจะเป็อัศวินที่มีพลังป้องกันและพลังชีวิตสูงพอสมควรก็ยังไม่กล้ารับการโจมตีนี้โดยตรง
จุดอ่อนเดียวของสกิลโลหิตอสูรก็คือการโจมตีนี้ไม่ได้กวาดออกไปรอบตัวในครั้งเดียวแต่จะขึ้นอยู่กับการหมุนเป็วงกลมของแส้โลหิตเมฆครามเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วเขาจึงเคลื่อนที่เป็วงกลมและวิ่งไปในจุดอับของแส้โลหิตตลอดเวลา
“แบบนี้ก็ได้เหรอ” หลินหลินที่เตรียมสกิลรักษาเอาไว้เป็อย่างดีถึงกับอ้าปากค้างเพราะคิดไม่ถึงว่าเมฆครามจะสามารถหลบสกิลโจมตีวงกว้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“เหอะๆพวกเราคงต้องฝึกตัวเองให้มีภูมิต้านทานสักหน่อยแล้ว ไม่งั้นคงได้หัวใจวายตายสักวัน”ัคำรามยิ้มเจื่อน การกระทำของเมฆครามแม้ดูผ่านๆจะดูเหมือนง่ายแต่ที่จริงแล้วเป็เื่ยากมากความเร็วของแส้โลหิตนั้นเหนือกว่าความเร็วการเคลื่อนที่ของผู้เล่นแน่นอนแต่เมฆครามกลับสามารถกะจังหวะและตำแหน่งได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้แต่ตอนที่แส้โลหิตตามเขาจนเกือบทันเมฆครามก็ใช้สกิลบุกสังหารโดยเล็งเป้าไปที่ครูโซ่ทำให้ร่างของเขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนพ้นระยะการโจมตีของแส้โลหิตได้
น่าเสียดายที่เมฆครามยังมีสกิลที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ไม่มากนักคงมีแต่อาชีพนักฆ่าและนักธนูที่มีจุดเด่นด้านสกิลการเคลื่อนที่อย่างไรก็ตามสำหรับ่เวลานี้ของเกมคงไม่มีผู้ใดใช้งานสกิลประเภทนี้ได้คุ้มค่าเท่ากับเมฆครามอีกแล้ว
“รีบโจมตีเร็วเข้า!” แส้โลหิตหายไปแล้วเมฆครามจึงสั่งให้ทุกคนเริ่มโจมตีต่อทันที
ทุกคนได้สติและตระหนักได้ว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่สู้ดีแล้วเวลาของอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์เหลืออีกสองนาทีกับพลังชีวิตที่เหลืออีก 25% นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องผลาญพลังชีวิตของบอสให้ได้หนึ่งหมื่นหน่วยต่อนาทีเป็อย่างน้อย
แม้จะรู้สึกสิ้นหวังแต่เมื่อเห็นเมฆครามยังคงเผชิญหน้ากับครูโซ่อย่างกล้าหาญทุกคนจึงปลุกใจตนเองและเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อโจมตีอีกครั้ง
เวลาสองนาทีผ่านไปรวดเร็วนักแม้ว่าจะทำให้บอสเหลือพลังชีวิตเพียง 10% แต่ในที่สุดอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ที่เคยค้ำจุนและส่งเสริมพวกเขาเอาไว้ก็ได้สลายหายไปแล้วท่านหญิงเมอามีสีหน้าซีดขาวเพราะใช้พลังไปมากเพื่อสร้างอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ก่อนหน้านี้
“แย่แล้วข้าไม่อาจยับยั้งพลังของปีศาจได้อีกต่อไปแล้ว นักเดินทางทุกท่านโปรดระวังตัวด้วย”
ครูโซ่เข้าสู่โหมดบ้าคลั่งอีกครั้งพลังโจมตีและความเร็วของมันตอนนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งต่อให้เป็เมฆครามก็อาจจะถูกสังหารในพริบตาถ้าพลาดถูกการโจมตีเข้าไปครั้งหนึ่ง
“ข้าไม่อาจใช้อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ได้อีกแต่ข้ายังสามารถใช้พลังเพื่อช่วยเหลือพวกท่านได้”ท่านหญิงเมอาฝืนใช้พลังที่เหลือของนางเพื่อปลดปล่อยพลังของหนังสือศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
“พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเซทรา จงมอบพลังให้แก่คนเหล่านี้เพื่อโค่นล้มมารร้าย”
หนังสือศักดิ์สิทธิ์ตอบสนองต่อท่านหญิงเมอาและปลดปล่อยพลังของมันออกมาโอบล้อมร่างของเมฆครามและคนอื่นๆเอาไว้
“ท่านได้รับคำอวยพรศักดิ์สิทธิ์แห่งเซทราพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 50%”
เมฆครามเลิกคิ้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้รับบัฟสุดโกงจากท่านหญิงเมอาแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าท่านหญิงเมอาที่ตอนนี้น่าจะเป็เพียง NPC นักบวชระดับต่ำจะมีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้
ที่ใช้คำว่าระดับต่ำนั้นไม่ได้้าจะดูถูกแต่เพราะเมฆครามรู้ดีว่าท่านหญิงเมอาเป็NPC พิเศษที่จะมีการพัฒนาและเติบโตไปตามเนื้อเื่ตอนนี้เธอจะยังเป็เพียงนักบวชฝึกหัดของวิหารเซทราและกลายเป็นักบุญศักดิ์สิทธิ์ในอนาคตตอนที่ซิลเวอร์มีโอกาสได้พบกับท่านหญิงเมอาก็เป็ตอนที่นางได้กลายเป็นักบุญที่ยิ่งใหญ่ไปแล้ว
เมฆครามจำได้ว่าในเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อเนื้อเื่ครั้งใหญ่ของเกมครั้งนั้นท่านหญิงเมอาได้ปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังออกมาและทำลายสัตว์อสูรเผ่าอันเดทไปจำนวนนับหมื่นในพริบตายังมีบอสที่แข็งแกร่งอีกหลายตัวที่ถูกพลังของท่านหญิงเมอาทำให้อ่อนแรงลงและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่เข้าร่วมในาเควสหลักครั้งนั้นพลิกเป็ฝ่ายเอาชนะได้
แม้ว่าตอนนี้ท่านหญิงเมอาจะยังไม่ใช่นักบุญแต่ดูเหมือนพลังที่แข็งแกร่งบางส่วนของเธอจะมาจากหนังสือศักดิ์สิทธิ์แห่งเซทรา
เมฆครามพลันเกิดความคิดบ้าบิ่นบางอย่างเป็ไปได้หรือไม่ที่ผู้เล่นจะสามารถแย่งชิงไอเทมมาจาก NPC หลักของเกมหนังสือศักดิ์สิทธิ์แห่งเซทราเป็ไอเทมในฝันของผู้เล่นสายนักบวชอย่างแน่นอนหากได้รับมาก็จะสามารถปั้นนักบวชคนหนึ่งให้กลายเป็ผู้เล่นอันดับต้นๆในเกมได้ไม่ยาก
แต่เมฆครามก็ส่ายหน้าเพื่อปัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็วต่อให้ทำได้แต่การทำเช่นนั้นมีแต่จะสร้างปัญหาและความหายนะให้กับตนเองผู้เล่นที่ไอเทมศักดิ์สิทธิ์โดยมิชอบย่อมต้องถูกตามล่าจากวิหารแห่งเซทราที่มีตัวตนระดับนักบุญศักดิ์สิทธิ์อยู่อีกอย่างตัวตนของท่านหญิงเมอาเป็ NPC ที่จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในอนาคตวิธีที่ดีที่สุดก็คือสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอเอาไว้
พลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นรวมกับที่ครูโซ่มีพลังป้องกันลดลงทำให้กลุ่มของเมฆครามยังมีความหวังที่จะเอาชนะ
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแต่เพราะครูโซ่เร็วขึ้นมากทำให้เมฆครามต้องโฟกัสกับการเคลื่อนไหวและหลบหลีกอย่างเต็มที่อัตราในการโจมตีของชายหนุ่มย่อมลดน้อยลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
และเพราะเหตุนี้ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นเป็ครั้งแรกในการต่อสู้
“แย่แล้ว!” กระต่ายหมายจันทร์สีหน้าซีดเผือดเมื่อครูโซ่พุ่งกายเข้าหาเธอด้วยความเร็วที่น่าทึ่งแม้แต่เมฆครามก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งมันเอาไว้ได้
ฟ้าใสรีบใช้บทเพลงสะกดกับครูโซ่แต่อีกฝ่ายก็สามารถหลุดพ้นจากการควบคุมได้ในพริบตาผลของสถานะบ้าคลั่งทำให้บอสมีภูมิต้านทานต่อสถานะผิดปกติในระดับสูงมาก
ครูโซ่สะบัดดาบหนึ่งครั้งร่างของกระต่ายหมายจันทร์ก็กลายเป็แสงและอยู่ในสภาพิญญาทำได้เพียงมองดูสมาชิกกลุ่มที่เหลือสู้ต่อไปเท่านั้น
หลินหลินในตอนนี้ไม่ได้ยืนรอรักษาอีกแล้วเพราะรู้ดีว่าครูโซ่สามารถปลิดชีพทุกคนในการโจมตีครั้งเดียวดังนั้นเธอจึงช่วยโจมตีด้วยแม้ว่าการโจมตีของเธอจะแทบไม่มีผลเลยก็ตาม
ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดมากขึ้นเพราะรู้ดีว่านี่เป็่เวลาตัดสินแล้วว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะและผ่านภารกิจได้หรือไม่ตอนที่ครูโซ่เหลือพลังชีวิต 5% ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้งเพราะความเร็วของบอสที่เพิ่มขึ้นมากจนเกินไป
ัคำรามหนีไม่พ้นการโจมตีวงกว้างจากสกิลโลหิตอสูรและเป็คนที่สองที่กลายเป็ิญญาทำได้เพียงเอาใจช่วยคนอื่นๆที่เหลือ
ัคำรามและกระต่ายหมายจันทร์ตายไปแล้วทำให้ความเสียหายที่สร้างขึ้นต่อบอสลดลงไปมากถึงอย่างนั้นคนที่เหลือก็ยังไม่ละทิ้งความพยายาม
3%
ฟ้าใสอุทานด้วยความใเพราะเธอรีบร้อนจนเกินไปและสร้างความเสียหายจนสามารถดึงความสนใจของบอสได้แบบเดียวกับกระต่ายหมายจันทร์บอสพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วไม่เปิดโอกาสให้เมฆครามโจมตีแย่งชิงความเกลียดชังกลับไปแม้แต่น้อย
แต่ก่อนที่บอสจะสังหารเธอได้สำเร็จร่างของหลินหลินกลับปรากฏขึ้นด้านหน้าของเพื่อนรักและผลักเธอออกไปสุดแรง
“ฝากด้วยนะฟ้า!” หลินหลินเอ่ยก่อนที่จะถูกดาบเล่มใหญ่บดขยี้กลายเป็ิญญาดวงที่สาม
“หลินหลิน!” ฟ้าใสอุทานด้วยความตื่นตระหนกแม้ว่าจะเป็การตายในเกมแต่ภาพที่เพื่อนของเธอช่วยชีวิตเธอเอาไว้โดยแลกด้วยชีวิตของตนเองทำให้หญิงสาวรู้สึกสะท้านใจยิ่งนัก
การเสียสละของหลินหลินเปิดโอกาสให้เมฆครามสามารถโจมตีและดึงความเกลียดชังกลับไปที่ตนเองได้สำเร็จ
“ฟ้า นี่เป็โอกาสครั้งสุดท้ายแล้ว!” เมฆครามเอ่ยอย่างจริงจังพร้อมกับใช้ทักษะคำรามก้องตอนนี้ความเกลียดชังได้ถูกดึงไว้กับตัวเขาค่อนข้างหนาแน่นแล้ว แต่เพราะครูโซ่รวดเร็วมากทำให้เขามีโอกาสโจมตีน้อยนิดเมื่อเทียบกับฟ้าใสดังนั้นจึงมีความเป็ไปได้ที่ความเกลียดชังจะถูกดึงกลับไปอีกครั้ง
ฟ้าใสพยักหน้าด้วยท่าทีจริงจังยิ่งนี่เป็ครั้งแรกที่เธออยากจะเอาชนะให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่เธอแค่เล่นเกมไปอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้คิดอะไรและมักจะคิดพึ่งพาคนอื่นๆในกลุ่มที่เธอเชื่อว่าพวกเขาเก่งกาจกว่าตนเอง
ฟ้าใสเริ่มการโจมตีด้วยทักษะบทเพลงต่อเนื่องและโน้ตจู่โจมสลับกันเธอโจมตีโดยไม่กังวลแม้แต่น้อยว่าบอสจะหันกลับมาโจมตีใส่ตนเองอีกครั้ง
เมฆครามไม่ได้ว่าอะไรในสถานการณ์บางอย่างการปล่อยให้คนในทีมตัดสินใจและลงมือด้วยตนเองจะส่งผลดีมากกว่าการควบคุมอย่างสมบูรณ์และเมฆครามเชื่อว่าฟ้ามีความคิดบางอย่างเป็ของตนเองจึงลงมือเช่นนี้
ในที่สุดความเกลียดชังของบอสก็ถูกดึงกลับไปหาหญิงสาว
2%
ครูโซ่รวดเร็วมากและใช้ทักษะบดขยี้โจมตีใส่หญิงสาวทันทีแต่ตอนนั้นเองเหล่าิญญาทั้งสามดวงที่เชื่อว่าฟ้าใสจะกลายเป็สหายิญญาดวงที่สี่ของพวกตนกลับต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
“เธอหลบได้ยังไง?” ัคำรามอุทานแม้แต่ตัวเขาเองที่มั่นใจในการตอบสนองและเคลื่อนไหวก็ยังไม่สามารถรับมือความเร็วของครูโซ่ในตอนนี้ได้ทัน
“ดูอัตราการตอบสนองของเธอสิ” กระต่ายหมายจันทร์มีสติกว่าคนอื่นๆแต่เธอก็ยังถูกภาพตรงหน้าทำให้อ้าปากค้างโดยเฉพาะเมื่อเห็นหน้าจอที่คำนวณอัตราการเชื่อมต่อคลื่นสมองของฟ้าใสในขณะนี้
450 หน่วย!
เมฆครามเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าฟ้าใสจะมีความสามารถมากขนาดนี้ต่อให้เป็ตัวเขาที่ใช้เครื่องเล่นที่ดีที่สุดก็มีอัตราการเชื่อมต่อสูงสุดแค่ 470หน่วยเท่านั้นแต่ฟ้าใสกลับทำได้ในระดับใกล้เคียงกับเขาด้วยหมวกเล่นเกมระดับต่ำสุด! ถ้าเธอเปลี่ยนมาใช้แคปซูลเกมเป็ไปได้ว่าเธอจะสามารถทะลุอัตราการเชื่อมต่อ500 หน่วยได้นั่นเป็อัตราการตอบสนองระดับสัตว์ประหลาดเทียบเท่ากับชาโดว์ผู้เล่นอันดับหนึ่งในชีวิตก่อนหน้าของเมฆคราม
แม้จะตกตะลึงแต่เมฆครามกลับไม่หยุดเคลื่อนไหวแม้แต่เสี้ยววินาทีโอกาสที่น้องสาวสร้างขึ้นเขาย่อมไม่ปล่อยให้มันเสียเปล่า
แทงทะลวง!
512!
แทงสามครั้ง!
417! 518! 612!
พลังชีวิตของบอสกระตุกอย่างรุนแรงและเหลือเพียง 1%
ดวงตาแดงก่ำของครูโซ่ตวัดมองเมฆครามอย่างโเี้ทักษะคมเขี้ยวฉีกกระชากถูกใช้ออกสร้างการโจมตีที่รวดเร็วและบ้าคลั่งหมายจะปลิดชีพชายหนุ่มในคราเดียว
เมฆครามไม่มีอัตราการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมเท่ากับฟ้าใสต่อให้เร่งจนถึงขีดสุดเขาก็ทำได้เพียงสี่ร้อยหน่วยเท่านั้น แต่เมฆครามกลับไม่ได้ทำเช่นนั้นอัตราการตอบสนองของเขายังอยู่ที่สามร้อยห้าสิบหน่วย แต่เขาก็ยังแสดงการตอบสนองที่น่าตกตะลึงในสายตาของทุกคน
เมฆครามใช้หอกทิ่มลงบนพื้นและอาศัยด้ามหอกค้ำและเหวี่ยงร่างของตนเองหลบจากระยะการโจมตีของทักษะคมเขี้ยวฉีกกระชากอย่างน่าอัศจรรย์