เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 14 ศึกสายเลือดมนุษย์และหมาป่า


    “มารดาเถอะ ทุกคนตั้งสติกันเอาไว้หน่อย อย่าได้ปล่อยให้เป็นไปอย่างที่เดรัจฉานพวกนี้คิดเอาไว้ ทั้งสามคนได้เกาะกลุ่มกันจนเกิดเป็นขบวนดาบ” เตาป้าแผดเสียงดังก้อง ตะโกนขึ้นเสียงดังกังวาน จนศิษย์ทุกคนภายในพรรคล้วนแต่สามารถได้ยินกัน ลูกศิษย์ที่สามารถร่วมทางมาด้วยย่อมไม่ใช่อาหารอันโต๊ะเรียงรายให้อย่างแน่นอน แต่ละคนถือได้ว่าเป็นมือถือที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจในสถานการณ์ของตัวเอง ก็ถึงกับอดไม่ได้ที่จะพร่ำบ่นออกมา เพียงแต่ปฏิบัติตามคำสั่งกันอย่างแข็งขัน พวกเขาได้รวมตัวกลุ่มละสามคน รายล้อมจนเกิดเป็นค่ายกลสามดาบ ในมือยังได้มีดาบใหญ่หนาเตอะอีกเล่มหนึ่งสาดเป็นประกายระยิบระยับ บนดาบใหญ่หนาเตอะยังดูแข็งแกร่งเกินพรรณนาได้ เห็นได้ชัดว่า ทุกคนล้วนแต่ได้ปลดปล่อยพลังยุทธ์จนถึงขั้นสูงสุดออกมา “ขงยี่ เจ้านับว่ามีวิชามีดบินที่ดีที่สุดในพรรค แม่นยำราวกับจำต้องได้ หมาป่ามากมายถึงเพียงนี้ ย่อมต้องมีราชาหมาป่าอยู่แน่นอน รอจนกระทั่งเจ้าอยู่ที่ข้างกายข้า ขอเพียงราชาหมาป่าปรากฏกาย เจ้าก็ใช้มีดบินจบสิ้นชีวิตมัน เมื่อราชาหมาป่าตาย พวกมันย่อมต้องล่าถอยกันอย่างแน่นอน ครั้งนี้จะรอดพ้นไปจากภยันตรายได้หรือไม่นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว” ยามนี้ ฉวีชุยก็ได้หันไปมองผู้ที่มีรูปร่างซูบผอมอยู่อีกคน หันไปกล่าวต่อสาดทอแววตาเป็นประกายคมกล้าดุจคมดาบ เพียงแต่พบว่าเขานั้นมีความแตกต่างจากศิษย์ในพรรคอยู่ นั่นก็คือไม่ได้ใช้ศัสตราเป็นดาบใหญ่หนาเตอะ เพียงแต่เป็นมีดบินที่มีขนาดสั้นเพียงสามชุ่น (นิ้ว) เขามีนิ้วมือที่เรียวยาว เสมือนกับว่าได้รับการดูแลมาดีเสียยิ่งกว่าสตรีเพศอีก นี่ก็คือนิ้วมือที่สามารถใช้มีดบินได้มาตั้งแต่กำเนิดคู่หนึ่ง “ท่านหัวหน้าพรรคโปรดวางใจ ขอเพียงราชาหมาป่าปรากฏกาย ข้าขอรับรองว่า มีดบินในมือจะต้องเสียบเข้าไปที่คอหอยของมันได้อย่างแน่นอน” “ดี! วันนี้พรรคหมาป่าโลหิตคลั่งพวกเรามีแต่ต้องสู้จนตัวตายกันแล้ว เช่นนั้นก็ต้องดูกันแล้วว่าแท้จริงแล้วจะเป็นหมาป่าที่ร้ายกาจ หรือว่าจะเป็นพวกเราหมาป่าคลั่งที่จะร้ายกาจเสียยิ่งกว่าและมีชีวิตรอดไปได้!” “บุก!” “ลุย!” “ฆ่า!” …… คนทั้งกลุ่มเมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าพรรค ต่างก็เลือดลมในกายพลุ่งพล่านกันขึ้น จนเกิดเป็นสำนึกการต่อสู้พุ่งขึ้นสูงเสียดฟ้า “โบร๋ว——!” ยามนี้ เสียงหมาป่าหอนที่ดังก้องกังวานไร้เสียงใดทัดเทียมก็ได้ดังขึ้นมาจากท่ามกลางฝูงหมาป่า เสียงนี้ เปี่ยมไปด้วยพลัง มีพลังตรึงอยู่อย่างยาวนาน ดังอยู่นานจึงค่อยขาดช่วงลง ดุจทะลวงเมฆาชั้นหินผาสะท้อนไปทั่วขุนเขาพงไพร ทันใดนั้นในเวลานี้ ที่ด้านนอกป่าพงไพร ในแต่ละแห่งหน ได้เกิดเป็นเสียงหมาป่าหอนตามขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน เมื่อเป็นเช่นนี้ ยังถึงกับเกิดเป็นพลังเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน “โบร๋ว!” “โบร๋ว!” ฝูงหมาป่ารับขาน แต่ละตัวที่มีสายตาเข้มข้นเป็นประกายมรกต จนคล้ายกับได้รับสัญญาณอะไรบางอย่าง วินาทีนั้น แต่ละตนกลับมีความสูงกลับมีความสูงใหญ่ในประมาณหมาป่าโดยทั่วไปได้เคลื่อนไหวกันอย่างพร้อมเพรียง เหมือนกับไม่ได้มองเห็นโคมไฟในมือศิษย์ในพรรคและคนในค่ายอยู่ในสายตา เพียงแต่กระโจนเข้าโจมตีใส่มนุษย์หมาป่าขึ้น หันเข้าโจมตีใส่มนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่กันอย่างโหดเหี้ยมดุดัน ใบหน้าหมาป่าที่เหี้ยมโหด กับคมเขี้ยวที่คมกล้า พร้อมกับกรงเล็บหมาป่าที่แหลมคม แฝงเอาไว้ด้วยพลังที่โหดร้ายสุดเปรียบปาน โดยที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ภายในใจกลางกลุ่มคนหลายสิบคนกันเข้าไป “ตายซะ!” เสียงตะโกนที่ดังก้อง คนของพรรคหมาป่าโลหิตคลั่งก็พลันเคลื่อนไหวกันแล้ว บนร่างได้ปะทุพลังสภาวะออกมาอย่างรุนแรง ทุกคนล้วนแต่รวมตัวกันเพื่อสร้างเป็นค่ายกลสามดาบประสาน เริงรำรังสีดาบออกมาเป็นสาย ดุดันรุนแรงพุ่งโจมตีเข้าใส่ฝูงหมาป่าไป ภายใต้การเผชิญหน้ากับประกายดาบที่แหลมคม ฝูงหมาป่ากลับยังไม่หมดหวัง ทั้งคมเคี้ยวกรงเล็บ ได้แยกกรีดเข้าห้ำหั่นใส่ศิษย์ของพรรคหมาป่าโลหิตคลั่งโดยไม่สนใจต่อสิ่งใด ถึงแม้ว่าพวกมันจะถูกคมดาบกรีดจนเลือดเนื้อไหลนอง แต่ก็ใช่ว่าจะมีท่าทีว่าจะละทิ้งซึ่งการโจมตีไม่ กรงเล็บหรือไม่ก็คมเขี้ยวหาได้หวาดกลัวที่จะเข้าขย้ำทันทีลงบนศิษย์ที่ล้มลงไปกองอยู่บนพื้น ถูกอีกฝ่ายกัดแยกจนกลายเป็นเพียงแค่เศษเนื้อเท่านั้น แน่นอนว่าพรรคหมาป่าโลหิตคลั่งย่อมต้องถือเป็นมือดีระดับหัวกะทิกันทุกคน ย่อมต้องมีพละกำลังที่ไม่ด้อยเลยทีเดียว อีกทั้งยังแตกฉานต่อค่ายกลสามดาบประสาน แต่ถึงอย่างไรก็ยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องด้วยการที่หมาป่าเหล่านั้นมีชัยเหนือกว่าในด้านของจำนวน อีกทั้งยังหาได้หวาดกลัวต่อความตาย จนเข้าแลกเพื่อเอาชนะศัตรู ด้วยสภาพที่ต้องอยู่ในระหว่างตาต่อตาฟันต่อฟัน ทำให้พรรคหมาป่าโลหิตคลั่งเริ่มที่จะตกเป็นเบี้ยล่างอย่างแน่นอน “กร๊อบ!” ในยามที่ศิษย์คนหนึ่งที่ตกอยู่ในความประมาท หมาป่าร้ายได้กระโจนอยู่ท่ามกลางอากาศ อ้าปากฉีกกัดกระชาก ใช้เขี้ยวฝังเข้าไปที่ลำคอขอศิษย์ผู้นั้นไปอย่างรุนแรง ไม่ทันไรก็ได้กัดจนลำคอของคนผู้นั้นจนป่นปี้ เลือดไหลนองออกมาเป็นสายทาง ทันใดนั้นพลันมีหมาป่าดุร้ายแหว่งถุงผ้าและศพนั้นออกไป กัดขย้ำจนสาดทอแววตาหันไปมองคนอีกคนหนึ่ง “บัดซบ!” ฉวีชุยตกอยู่ในอาการเลือดขึ้นหน้า กวาดดาบฟันใส่หมาป่าสามตัวในดาบเดียว ระเบิดกำลังภายในปะทุออกมาด้วยความเดือดดาล ถ่ายเทพลังรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันกับใบดาบ ฟาดฟันเข้าใส่หมาป่าที่กำลังผยองลำพองที่พึ่งจะฆ่าคนผู้นั้นไปได้ พรวด! เพียงการกวาดดาบเพียงครั้งเดียว หมาป่าพลันแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นสองเสี่ยง กู่ร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด ล้มลงไปกองอยู่บนพื้นธรณี ดุจดั่งฉวีชุยได้ระเบิดพลังก้าวย่างออกดุจสัตว์อสูรร้ายในร่างมนุษย์ กระตุ้นใช้วิชาดาบออกมา จนเกิดเป็นสายฝนโลหิตปกคลุมไปทั้งฟ้า สภาพฉากเช่นนี้กลับเป็นสิ่งที่สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง หากไม่อยากให้ตกเป็นที่สังเกตก็คงเป็นเรื่องยากจนเกินไปแล้ว “โบร๋ว!!” เป็นอีกครั้งที่เรียกเกิดเสียงเห่าหอนที่ผิดแปลกไปดังขึ้นอีกครั้ง นี่ก็คือเสียงเห่าหอนอันเป็นเอกลักษณ์ของราชาหมาป่า ที่ทั้งสั้น ทรงพลังและเปี่ยมอำนาจ! เมื่อหันไปมองยังทางด้านของต้นเสียง ก็จะพบเห็นท่ามกลางฝูงหมาป่า ได้มีหมาป่าที่มีขนสีขาวเงินปกคลุมไปทั้งร่าง พร้อมกับถูกหมาป่าองครักษ์ดำที่มีความสูงใหญ่เทียบเท่าหัวไหล่บุรุษร่างกำยำคอยคุ้มกันอยู่ อีกทั้งยังได้แหงนหน้าขึ้นฟ้าส่งเสียงเห่าหอน ร่างกายของมันถือได้ว่าสูงใหญ่เป็นอย่างยิ่ง โดยที่เมื่อเทียบเปรียบกันดูแล้วยังถือว่าสูงได้เสียยิ่งกว่า ภายในดวงตายังเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิและความทระนง มันก็คือราชาหมาป่า! ได้เองก็สังเกตเห็นฉวีชุยแล้วแน่นอน มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่คนหลายสิบคน กลับสาดทอแววตาที่แสนเจ้าเล่ห์ออกมาเล็กน้อย และยังได้กู่ร้องคำรามออกมาด้วยเสียงที่แฝงเอาไว้ด้วยความหมายพิเศษ จึงเห็นได้ว่า เสียงหอนนี้ก็เปรียบเสมือนกับการสั่งการให้ฝูงหมาป่าเข้าสู่การบุกโจมตี คล้ายกับการออกคำสั่งให้แก่เหล่าพลทหาร การที่เปลี่ยนรูปขบวนอย่างกะทันหันจากที่ไม่เป็นระเบียบแบบแผน ก็คล้ายกับได้แยกย้ายรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน โดยหันเข้าไปบุกโจมตีศิษย์ของพรรคทุกคนกันอย่างเป็นระเบียบแบบแผน และฉวีชุยที่ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่คอยบัญชาการคนหนึ่ง เขาเพียงคนเดียวกลับต้องเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าที่ล้อมโจมตีกันเข้ามานับสิบตัว “ขงยี่ ตอนนี้ยังไม่ลงมือ แล้วจะรอไปถึงเมื่อไหร่กัน!” ฉวีชุยที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์จากการฝ่าคลื่นวงล้อมออกมาได้ ก็ได้หันไปตะโกนต่อขงยี่ “ขอรับ!ท่านหัวหน้าพรรค” ขงยี่สาดแววตาคมกล้าเล็งเป้าที่ราชาหมาป่าสีขาวโพลนดุจหิมะท่ามกลางฝูงหมาป่า ทันทีที่สายตาระเบิดออกมาเป็นประกายระยิบระยับ ทันใดนั้นมีดบินในมือก็ได้หลุดออกจากมือ! พลังปราณแท้ทั้งหมดในร่างได้ถ่ายเทเข้าใส่ตัวมีดจนเกิดเป็นประกาย ดุจดั่งประกายสายฟ้าแลบผ่าน ตัดฝ่ามวลอากาศไป “ซวบ!” เร็ว! เรียกได้ว่าเป็นความเร็วที่ยากเกินคาดเดาได้เลย!! เร็วจนผ่าอากาศอย่างถึงขีดสุด เพียงพริบตาเดียว ก็ได้มาถึงยังเบื้องหน้าของราชาหมาป่า จนพบว่าบนร่างของราชาหมาป่าได้เกิดเป็นรูกลวงขึ้น ภายในช่วงวิกฤติกาลอันยิ่งใหญ่ หมาป่าองครักษ์สูงใหญ่ที่ข้างกายมัน ก็พลันกระโดดใช้ตัวเข้ากำบัง ถึงกับเป็นฝ่ายหันไปหามีดสั้นเล่มนี้ไป ซวบ! มีดบินได้แทงหมาป่าองครักษ์จนบนร่างเกิดเป็นรูกลวง ฝังเข้าสู่ภายในร่างกายของมัน เสี้ยววินาทีที่ได้กระตุ้นพลังปราณแท้จากทั้งร่างถ่ายเทออกมาเพื่อปลิดชีวิตของมัน หมาป่าองครักษ์ร่างใหญ่โตนั้น ได้ล้มลงกลางอากาศ ภายใต้การดิ้นรนอยู่เพียงไม่กี่ครา ก็คร่ำครวญและสิ้นลมหายใจไปในที่สุด มีดบินอันน่าสะพรึงกลัว ร้ายกาจอย่างไร้ที่เปรียบ ตายลงในดาบเดียว! “โฮก!!” ช่วงขณะนั้น ราชาหมาป่าถึงกับเดือดดาลอย่างเหลืออด หลังจากที่แผดเสียงคำรามดังก้องฟ้าไป สาดทอแววตาเป็นประกายจับจ้องมองไปที่ขงยี่ จากนั้นก็ได้ตะกุยขาเข้าใส่ไปอย่างรุนแรง ชั่วพริบตาเดียว ฝูงหมาป่ายังได้เข้าสู่บ้าคลั่งและเดือดดาลแล้ว เป้าหมายของหมาป่ายักษ์หลายร้อยตัวได้แปรเปลี่ยนไป พร้อมกับพุ่งถลาเข้าใส่ขงยี่ไปตามๆ กันอย่างดุร้าย “ตายซะ!!” ฉวีชุยกู่ร้องตะโกนขึ้นเสียงดัง ร่ายรำดาบยาวในมือขึ้นวุ่นวาย กระแสดาบแต่ละสาย ได้แผ่กระจายออกไปโดยรอบในอาณาบริเวณสี่ห้าร้อยหมี่ ปกคลุมทุกแห่งหนเอาไว้จนหมดสิ้น ภายใต้ท่ามกลางกระแสดาบสายนี้ หมาป่าทั้งหมดที่เข้าใกล้ล้วนแต่ถูกเชือดเฉือนจนกลายเป็นชิ้นๆ ไปในพริบตา ถูกสับจนขาดเป็นชิ้นๆ “ซวบซวบซวบ!” ขงยี่ที่ยังไม่ทันได้เข้าใจความหมายของฉวีชุย ความจริงแล้วเขาทำไปก็เพื่อจะเป็นการซื้อเวลาให้แก่ตัวเอง แต่ตัวเองจะอย่างไรก็มีแต่ต้องทำตามคำสั่งของท่านหัวหน้าพรรคได้ เมื่อปะทุมีดบินในมือออก ถึงกับรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ จนเกิดเป็นภาพเงาติดตา! มีดบินสามเล่มนั้นได้แทงเข้าในมุมอับ อีกทั้งยังมีความเร็วที่แยบคาบ จนทำให้ยากที่จะป้องกันได้ “เอ๋ง!” ราชาหมาป่าถึงแม้จะหลบมีดบินรอดไปได้สองเล่ม แต่ในเล่มที่สามกลับไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ จนจำต้องปล่อยให้มีดบินแทงเข้าไปที่ลำคอของมันไปทั้งอย่างนั้น ห้วงวิกฤติที่คับขัน ภายในดวงตาของราชาหมาป่ายังคงแสดงอาการไม่แยแสสนใจ อีกทั้งยังได้เผยความเจ้าเล่ห์กลับกลอกและสีหน้าดูแคลนเล็กๆ น้อยๆ ออกมา “โฮก!” “กร๊อบ!” เมื่อได้พบเห็นราชาหมาป่าอ้าปากกว้าง ดุดันจนพ่นแสงวงกลมสีดำวงหนึ่งออกมา วงล้อมแสงสายนี้ได้กระแทกชนเข้ากับมีดบินไปในบัดดล ชั่วพริบตานั้น เมื่อมีดบินดังก็พลันสลายไป แสงวงล้อมสีดำหาได้มีพลังทำลายลดลงไม่ ท่ามกลางแววตาที่ทั้งแตกตื่นสิ้นหวังของขงยี่ กระแทกเข้าใส่บนร่างกายของเขาอย่างรุนแรง เปรี้ยง! “ขงยี่!” ฉวีชุยกวาดดาบฟันเข้าใส่หมาป่าตนหนึ่งจนลอยกระเด็นออกไป จนเมื่อกระทั่งเกิดภาพฉากหนึ่งขึ้น แตกตื่นจนต้องตะโกนขึ้นเสียงดังก้องด้วยความตกใจ แต่ชั่วเวลาต่อมา ขงยี่ก็ได้ถูกวงแสงสีดำกระแทกเข้าใส่ จนทั่วทั้งคนคล้ายกับถูกลูกหนังกระแทกเข้าใส่อย่างรุนแรง กระแทกชนเข้ากับพื้นธรณีไปอย่างรุนแรง หลังจากที่ขงยี่ตาย ความจริงแล้วคนอื่นๆ เองก็ได้แทบจะสิ้นชีพไปในอีกไม่ช้า ต่างก็ได้ถูกหมาป่าบดขยี้ไม่ช้าก็เร็วเท่านั้น หลังจากนั้น ในท้ายที่สุดก็หลงเหลือแค่เพียงฉวีชุยที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ภายใต้ร่างที่อยู่รอบกายของเขา ที่กองเต็มไปด้วยซากหมาป่ากองเกลื่อนกลาดกันเต็มพื้น ซึ่งล้วนแต่ถูกเขาฆ่าไปจนหมดสิ้น แต่ทว่าเมื่อจิตใจของเขาได้ดำดิ่งลงถึงก้นบึ้ง ที่พบเห็นแต่เพียงความสิ้นหวัง แม้แต่เรี่ยวแรงที่จะกุมดาบก็คล้ายกับมลายหายไปแล้ว ราชาหมาป่าที่แผดเสียงร้องอย่างลำพอง ก้าวเข้ามาทีก้าวสองก้าว……ทั้งเงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยพลังเดินเข้าไปจนถึงเบื้องหน้าของฉวีชุยไป ราวกับเป็นสัญญาณคำตัดสินจากยมบาล คล้ายกับเข้าตัดสินชะตาชีวิตของฉวีชุย ฉวีชุยได้หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง ดาบใหญ่หนาเตอะถึงกับร่วงหล่นลงสู่พื้นดุจดั่งไร้เรี่ยวแรง “โฮก!” ราชาหมาป่าแหงนคำรามขึ้นเสียงดังก้องฟ้า ภายในแววตายังฉายออกมาด้วยแววตาดุร้าย ร่างกายโกงไปทางด้านหลัง แขนขาเหยียดตึง จนคล้ายกับสวมไว้ด้วยสปริง ทั้งบีบทั้งอัดเพื่อสะสมเป็นพลังหมายดีดตัว ชั่วขณะที่ฉวีชุยกำลังจะถูกราชาหมาป่าฉีกกระชาก เจวี๋ยหวู่หมิงก็พลันพูดขึ้นในใจ: “ข้ายังไม่ทันจะได้ล่วงรู้เป้าหมายของคนพวกนี้ ยังไม่อาจปล่อยให้เขาตายเช่นนี้ได้!” ฉวีชุยที่กำลังหลับตาลงเพื่อรอรับความตาย ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงคำรามออกมาดังก้องทีละสาย ดังขึ้นมาจากทุกสารทิศ และขยับขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาที่เกิดความรู้สึกประหลาดใจ จนอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้น รูม่านตาถึงกับถึงกับแข็งทื่อขึ้นอย่างกะทันหัน เพียงแต่พบเห็นฉากที่ยากจะลืมเลือนได้ในท้ายที่สุด! เมื่อได้พบเห็นสิ่งที่มีสีแดงซ่านดุจเลือด กลับเป็นงูเหลือมยักษ์ที่มีขนาดร่างกายสูงถึงแปดจั้ง หนากำยำขนาดหนึ่งคนโอบรัด ทันใดนั้นก็ปรากฏฝูงหมาป่านอกเหนือจากนั้นอีก! “โฮก!” งูเหลือมเลือดนี้นอนขดร่างอยู่ โดยที่มีความสูงกว่าสี่ห้าจั้ง มีขนาดแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากภูเขาลูกเล็กๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า หรือแม้แต่แสงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปแล้วก็ยังช่วยทำให้มันปกปิดตัวตนเอาไว้ได้...