สร้อยคอแห่งบูลเร็ค
เกรด : ตำนาน
ความคงทน : 420/420
เพิ่มค่าสติปัญญา : +200
เพิ่มค่าสถานะพิเศษ : พลังิญญา+200
*สกิลพาสซิฟ : ดูดกลืนิญญา
*สกิลพาสซิฟ(2) : ประตูนรก
สร้อยที่สร้างขึ้นโดนบูลเร็ค ช่างที่ตีเหล็กในตำนานในอดีตเขาได้รับคำขอจากาาของอาณาจักรโบริเซียร์ที่ล้มสลายให้ช่วยสร้างอาวุธที่ไว้ใช้ต่อกรกับจักรวรรดิอสูรที่กำลังจะทำลายล้างอาณาจักรของเขาบูลเร็คจำใจต้องเดินทางไปเยือนนรกเพื่อทำตามคำขอเพื่อช่วยอาณาจักรของเขา เขาได้ขโมยดวงตาของหนึ่งในอสูรรับใช้ของจอมอสูรระดับมาร์ควิส ซิซิเลีย มาเพื่อสร้างเป็สร้อยคอ
*เอฟเฟคพิเศษ ได้รับการจ้องมองจากจอมอสูรลำดับที่44 ซิซิเลีย
*เอฟเฟคพิเศษ(2) ดึงดูดมอสเตอร์จำพวกกึ่งมนุษย์
เงื่อนไขในการสวมใส่ : ไม่มี
ไอเทมดรอป : เมื่อตาย
**สำคัญ** ไม่ได้รับค่าประสบการณ์จากการใช้สร้อยคอสังหายสัตรู
น้ำหนัก120 หน่วย
...
สกิลพาสซิฟ : ดูดกลืนิญญา
สามารถดูดกลืนดวงิญญาของผู้คนที่ตายในสนามรบในระยะ 7,000 หลา
ทรัพยากรที่ใช้ : ไม่มี , ระยะหน่วง :ไม่มี
จำนวนิญญา 202,468 / 400,000 หน่วย
...
สกิลพาสซิฟ(2) : ประตูนรก
สังเวยดวงิญญาที่สะสมในการอันเชิญเพลิงโลกันต์ใส่ 1เป้าหมาย สร้างความเสียหาย200,000หน่วยแบบคงที่
วิญญานที่ใช้ 4 ดวงต่อ1เป้าหมาย ใช้ได้สูงสุด 50000 เป้าหมาย
ระยะหน่วง 15วัน
…
ในตอนแรกพวกเขาเองก็ยังคิดอยู่ว่ามันจะคุ้มค่าจริงหรือที่ต้องก่อาล้างผลาญถึงขนาดนี้ แต่พวกเค้าไม่ได้คิดเลยว่าไอเทมชิ้นนี้มันจะสุดยอดขนาดนี้
เพียงค่าสถานะของสร้อยก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกันกับไอเทมระดับอีปิคแล้วแต่สิ่งที่พิเศษที่สุดของมันคือสกิลพาสซิฟทั้ง2 และยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีคุณสมบัติสุดหายากที่แถบไม่มีในไอเทมระดับสูง ไม่มีเงื่อนไขในการสวมใส่ เป็ที่รู้กันดีว่าไอเท็มที่เกรดยิ่งสูงและมีสกิลพิเศษแฝงมานั้นคุณสมบัติในการสวมใส่ก็ยิ่งมากขึ้นแต่สร้อยคอเส้นนี้ไม่มี ถึงจะมีข้อเสียอยู่เหมือนกันที่ไอเทมจะดรอปเมื่อตายแต่มันก็ยังสุดยอดอยู่ดี
ในความจริงแล้วมันยังมีอีกอย่างหนึ่งที่พวกเขายังไม่รู้ แต่พวกเขาจะได้รู้ทันทีที่ใช้สกิลของมัน
เคลียร์ที่ได้รับรู้ข้อมูลของสร้อยคอแล้วเริ่มคำนวนกระแสของสนามรบ
“องค์หญิงดูเหมือนพวกจันทราสีชาดจะถอนตัวจากาไปแล้วตอนนี้ในสนามรบมีศัตรูอยู่หลักแสนฉันเกรงว่าสร้อยคอนี้ไม่น่าจะพอให้กระแสาเปลี่ยนไปได้มากนัก”
ยูเฮที่ได้ฟังคำแนะนำของเคลียร์ทำเพียงยิ้มรับก่อนจะพูดออกไป
“ไม่ต้องห่วงหรอก อันที่จริงฉันว่าพวกเธอควรศึกษาข้อมูลในห้องสมุดของจักรวรรดิให้มากกว่านี้หน่อยน่ะเช่นเื่ของเพลิงโลกันต์มันจะเป็ประโยชณ์ไม่น้อยเลย”
เคลียร์ยังคงไม่เข้าใจว่ายูเฮกำลังหมายถึงอะไรแต่เธอก็คิดว่ายูเฮคงมีแผนอะไรสักอย่างอยู่ใจ ยูเฮพูดต่อโดยไม่คิดอธิบาย
“เอาเป็ว่าฉันขอเก็บสร้อยนี้ไวนะ ถึงจะไม่ได้ค่าประสบการณ์แต่มันเหมาะกับคลาสของฉันพอดี”
‘หืม! เหมาะกับคลาสของหัวหน้าเนี้ยนะ เบอร์เซิร์กเกอร์ต้องใช้มานากับพลังวิญญานด้วยงั้นหรอ?’
ไซรัคและเคลียร์ทำได้แค่งงง่วยกับคำอธิบายของยูเฮ
แต่สิ่งที่ยูเฮพูดนั้นไม่ผิดนักมันเหมาะกับเธอจริงๆเพราะวิธีในการเลือนระดับของคลาสของเธอนั้นเข้าใจง่ายมากๆ (ฆ่าคน) นั้นคือวิธีในการพัฒนาเกรดของคลาสเธอ และในเกรดทัดไปนั้นเธอเพียงต้องฆ่าคน100,000ภายในหนึ่งวันไม่ใช้เื่ง่ายกับการต้องบริหารค่าเรี่ยวแรงให้พอกับการฆ่า100,000คนและยังเป็ภายใน1วัน เพราะฉะนั้นสร้อยคอเส้นนี้สามารถเรียกว่าเป็ใบเบิกทางของเธอได้อย่างเติมปาก
***
ณ ทางกองกำลังของจันทราสีชาดที่ถอนกำลังออกมาจากา
ลักเล็สอ่านข้อมูลที่คนของเขาส่งมาอีกครั้งมันเป็ข้อมูลของคลาสเบอร์เซิร์กเกอร์อย่างคร่าวๆและนั้นคือสาเหตุที่ลักเล็สถอยทัพกลับเพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะให้สู้กลับคลาสที่ยิ่งฆ่าก็ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งาเ็ก็ยิ่งบ้าคลั่งอย่างเบอร์เซิร์กเกอร์แม้สุดท้ายค่าเรี่ยวแรงของเธออาจจะยังหมดได้แต่จากข้อมูลมันคงไม่หมดใน5ชั่วโมงอย่างแน่นอนเพราะฉะนั่นลักเล็สจึงไม่คิดจะอยู่ต่อ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เขาคาใจ เธอไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหน จากรูปแบบของาเป็ที่แน่ชัดแล้วว่าเลกิออสเตรียมใจที่จะสู้กันไปจนถึงเลเวลศูนย์
ทำไมกัน? หรือเธอจะเบื่อที่จะเล่นPath of God แล้ว คงไม่ใช้มันต้องมีสาเหตุเพราะจากแผนการทั้งหมดของเธอที่ผ่านมา ไม่ใช้แค่ลักเล็สเท่านั้นที่เสียหายอย่างหนัก แต่หัวหน้ากิลด์ทั้งหมดที่เข้าร่วมาครั้งนี้แถบจะคลั่งจนแถบอยากจะเอาเชือกผูกคอตัวเองอย่างแน่นอน แต่ผู้ที่ฉลาดพอจะวางแผนการทั้งหมดกับกำลังต่อสู้เหมือนกับคนบ้าที่มีดีแต่กล้ามทำไม? เขาจึงคาดการว่าเธอจะต้องว่างแผนการบางอย่างไว้อย่างแน่นอนและเขาก็เบื่อที่จะหลงกลเธอแล้ว ลักเล็กจึงยอมทนเสียชื่อเสียง และตัดสินใจที่จะเดินออกมาจากกระดานหมากของเธอ
‘จะว่าไปเธอก็สุดยอดมากเลยน้า เธอจะมีแฟนหรือยังน่ะ’
หากสาวกเดนตายของเธอมาได้ยินความคิดของลักเล็สเข้าล่ะก็จันทราสีชาดอาจจะต้องยุบตัวในวันนี้เลยก็เป็ได้
กลับมาที่ทางด้านของยูเฮเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเธอก็เตรียมที่จะใช้สกิลจากสร้อยคอทันที เธอเดินออกมากลางสนามรบที่ฝุ่นควันฟุ่งกระจายไปทั่วพร้อมกับให้สมาชิกกิลด์ของเธอทุกคนถอยออกไปและทันทีที่เธอใช้สกิลสีหน้าของทุกคนทั่วทั้งสนามรบก็บิดเบี้ยวอย่างหน้าเกลียด เกิดแสงสว่างสีม่วงปกคลุมไปทั่วทั้งสนามรบเปลวเพลิงสีม่วงที่น่าสะอิดสะเอียนกำลังเผาไหม้ผู้คนอย่างน่าสยดสยอง
ผู้คนในสนามรบที่ไม่ได้โดนเพลิงโลกันต์นั้นเริ่มตั้งสติได้แต่ถึงอย่างนั้นพวกเค้าก็ยังทำตัวไม่ถูกทุกคนทั้งสนามรบเงียบกลิ่บเหลือไว้เพียงเสียงโหยหวนของผู้เคาระห์ร้าย
แต่เพียงไม่นานก็เกิดเสียงหนึ่ง เป็เสียงที่ทำให้หัวใจของพวกมันทุกคนต้องแตกสลายราวกับแก้วน้ำหล่นลงพื้น
“ฆ่า.ให้หมด!! สั่งสอนให้พวกมันได้รู้ว่าอย่าได้ทำตัวอวดดีในจักรวรรด์อสูรอีก!!!”
“เฮ้~.....”