บทที่ 30 เหตุะเิไม่คาดฝัน
ฝั่งเจียงหนานกำลังจะออกไปทานข้าวกับเซี่ยเหยา และจงอิ๋งเสวี่ย
ส่วนอีกฝั่ง อู๋เหลียงกำลังก้มหน้าก้มตาเรียนอยู่ที่บ้าน แม้แต่ข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กิน
พ่อของอู๋เหลียงใส่กางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะ และเดินเข้ามาในห้องของอู๋เหลียง
“ลูกชาย! กินข้าวหน่อยสิ แม่เพิ่งทำเสร็จ…”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นอู๋เหลียงกำลังก้มหน้าทำโจทย์อยู่ ดวงตาของเขาเบิกโพลงจนเกือบจะถลนออกมา!
“ลูก… ลูกกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”
แน่… แน่นอนว่ากำลังขีดเขียนบนหนังสือ นักเรียนน่ะ ชอบทำแบบนี้กันทั้งนั้น!
เขาเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ…
โอ้โห?
ไม่น่าเชื่อ เขากำลังทำโจทย์จริง ๆ?
“ลูกชาย! ลูกเป็บ้าไปแล้วเหรอ? ไม่น่าเชื่อว่าลูกกำลังเรียนอยู่จริง ๆ?”
เขามองไปที่โต๊ะซึ่งมีหนังสืออ้างอิงเล่มหนากองอยู่เต็มไปหมด ‘สามปีแห่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ห้าปีแห่งการจำลอง’!
อู๋เหลียงทำหน้าดำคร่ำเครียด “พ่อรีบไปกินข้าวเถอะ อย่ามารบกวนการเรียนของผมเลย ปลายภาคนี้ผมต้องสอบให้ติดสามอันดับบนของชั้นปีให้ได้!”
พ่อของอู๋เหลียงงงงวย เขารู้สึกร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย “สามอันดับบนของชั้นปี? แล้วที่ลูกสัญญากับพ่อว่าจะไม่เรียนจบมัธยมปลายล่ะ?”
“เรียนไม่จบมัธยม! ทำเื่ไม่ดี! เข้าวงการนักเลงมารับตำแหน่งของพ่อ แบบนี้แหละถึงจะทำให้พ่อสบายใจได้!”
อู๋เหลียงทำสีหน้ารังเกียจ “ผมไม่อยากใช้ชีวิตที่ราบรื่นแบบนั้นหรอก!”
พ่ออู๋เริ่มจะเป็ห่วง “เป็อะไรไปหรือเปล่า? โดนอะไรกระทบมา? บอกพ่อมาสิว่าใคร? พ่อจะให้คนไป…”
อู๋เหลียงลุกขึ้นแล้วผลักเขาออกไป “พ่อ! ผมจะเรียนหนังสือ! พ่ออย่ามารบกวนผมเลย!”
พ่ออู๋ยืนอยู่หน้าประตูขณะที่สงสัยในชีวิต “แม่! ลูกชายเราเป็โรคประหลาดอะไรหรือเปล่า?”
แม่อู๋ส่งเสียงถาม “ลูกชายเป็อะไรไป?”
“เขากำลังนั่งเรียนหนังสือ! แถมยังจะสอบให้ได้หนึ่งในสามของชั้นปีอีก!”
แม่อู๋ะโด่าด้วยสีหน้าดำคล้ำ “ฉันว่าแกนั่นแหละที่เป็บ้า! รีบมากินข้าวกับฉันเดี๋ยวนี้!”
...
บนถนน เจียงหนานสวมกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ และเสื้อแขนสั้นลายเซเลอร์มูน สีสันฉูดฉาดสะดุดตา
ระหว่างทาง หลายคนหันมามองเขาเต็มไปหมด!
ั้แ่คุณยายวัยแปดสิบไปจนถึงสาวน้อยวัยสิบสาม!
“โอ้วพระเ้า! หนุ่มน้อยคนนี้หล่อมากเลย! ฉันละสายตาไม่ได้เลยสักนิด!”
“หล่อสุด ๆ! เป็ดาราหนุ่มคนไหนหรือเปล่านะ?”
“ดาราก็ไม่มีใครหล่อเท่าเขาหรอก!”
“รีบถ่ายรูปเร็วเข้า เขาทำผมทรงใหม่แล้ว! ผมสั้นเกรียนเข้ากับเขามากเลย!”
“ฉัน… ฉันอยากไปขอวีแชตจากเขา!”
ระหว่างทางเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ ไม่ใช่แค่ผู้หญิง แม้แต่ผู้ชายพอเห็นเจียงหนานก็อดไม่ได้ที่จะหันมองถึงสองสามครั้ง
กว่าจะเดินมาถึงจัตุรัสซื่อจี้ เจียงหนานก็โดนขอวีแชตไปแล้วสิบเจ็ดครั้ง ถ่ายรูปคู่อีกครั้ง...
แน่นอนว่าเจียงหนานเพิ่มพวกเขาทุกคนเป็เพื่อน!
วีแชตเป็แหล่งสำคัญของแต้มความคับแค้น เขาจะพลาดได้ยังไง?
“เสี่ยวหนาน! ทางนี้!” จงอิ๋งเสวี่ยยืนโบกมือไม่หยุดอยู่ใต้เสาไฟ
วันนี้จงอิ๋งเสวี่ยใส่ชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน รองเท้าแตะสีขาวโชว์เท้าเล็ก ๆ น่ารัก
ผมสีดำรวบเป็หางม้า เรียบง่ายแต่ไม่สูญเสียความสวยงาม ดูสง่างามและเป็ธรรมชาติ!
ส่วนเซี่ยเหยาร้อนแรงกว่ามาก เธอสวมเสื้อกล้ามสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อกันแดดสีขาวและกางเกงยีนขาสั้น ขาเรียวยาวสะดุดตาเป็อย่างยิ่ง
เมื่อทั้งสามมารวมตัวกัน ในทันทีก็ดึงดูดสายตาผู้คนมากมายให้พากันหันมามอง
เซี่ยเหยามองไปที่เจียงหนานด้วยสีหน้าใก่อนจะขยี้ตา
“โอ้พระเ้า ฉันนึกว่านายเปิดฟิลเตอร์หน้าหล่อซะอีก! ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน ทำไมหล่อขนาดนี้ล่ะ? กินมะละกอหรือไง?”
เจียงหนานขมวดคิ้ว
เขาเหลือบมองหน้าอกของเซี่ยเหยาก่อนจะออกปากบ่น “มะละกอบ้านเธอมันบำรุงผิวหรือไง? เธอนั่นแหละกินมะละกอเยอะไปหรือเปล่า?”
เซี่ยเหยายิ้มเห็นฟัน ก่อนจะยื่นมือปีศาจออกมาขยำหน้าของเจียงหนานอย่างแรง
[แต้มความคับแค้นจากเซี่ยเหยา 333 แต้ม!]
ว้าว!
ผิวเนียนมาก แถมยังขาวชะมัด! เซี่ยเหยาชักจะอิจฉานิดหน่อย
“รีบบอกมา! ทำยังไงเนี่ย? ผ่าตัดหรือเปล่า?”
เจียงหนานพูดอย่างจริงจัง “ไม่! ฉันแค่ล้างหน้าเท่านั้นเอง!”
เซี่ยเหยาปล่อยมือด้วยสีหน้ารังเกียจ!
นายไม่ได้ล้างหน้ามานานแค่ไหนเนี่ย? ล้างหน้าแล้วเปลี่ยนไปขนาดนี้เลย? นายหลอกใครอยู่เนี่ย?
จงอิ๋งเสวี่ยหัวเราะ “เสี่ยวหนานมีพื้นฐานที่ดี! สมควรแล้วที่เขาจะหล่อขนาดนี้! ไปกินหม้อไฟกันเถอะ!”
เจียงหนานหัวเราะแหะ ๆ
เสี่ยวเสวี่ยใจดีที่สุด! แต่ทำไมฟังดูแปลก ๆ นะ?
สมควรหล่อแล้ว?
อืม...
“ทำไมอยู่ดี ๆ ก็ชวนมากินข้าวล่ะ? วันนี้เพิ่งจะวันจันทร์เองนะ?” เจียงหนานถามขึ้นมาลอย ๆ
จงอิ๋งเสวี่ยหัวเราะ “คิดถึงนายไม่ได้หรือไง?”
เซี่ยเหยาหัวเราะฮี่ ๆ แล้วพูดว่า “คนที่มีนามสกุล ‘ลั่ว’ ลาหยุดไปสองสัปดาห์ ในที่สุดก็ไม่ต้องถูกรบกวนตอนไปโรงเรียนแล้ว เสวี่ยเสวี่ยเลยดีใจน่ะ ใช่ไหม?”
เจียงหนานกับเซี่ยเหยา ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างเ้าเล่ห์ แล้วแปะมือกันและกัน!
จงอิ๋งเสวี่ยทำหน้าสงสัย “ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพวกเธอสองคนมีเื่ปิดบังฉันอยู่กันนะ?”
“ไม่มี! ฉันสาบานต่อมโนธรรมของฉันเลย!”
เซี่ยเหยาลูบอกตัวเอง ขณะที่เจียงหนานกลอกตา
ยอมแพ้เถอะน้องสาวเซี่ยเหยา! เธอไม่มีทางเอื้อมถึงมโนธรรมหรอก!
ระยะทางมันไกลเกินไป!
เจียงหนานล้วงลูกอมนมกระต่ายสีขาวก้อนใหญ่ออกจากกระเป๋า และยัดใส่มือจงอิ๋งเสวี่ย
“ลูกอมนี่ให้เธอ! กลับบ้านค่อยกินนะ!”
จงอิ๋งเสวี่ยมองลูกอมนมกระต่ายสีขาวในมือ ความทรงจำหลั่งไหลกลับมาราวกับคลื่นั์
เธอหัวเราะพลางเอ่ยตอบ “อืม กลับบ้านค่อยกิน!”
แต่เซี่ยเหยาก็ยื่นมือเล็ก ๆ ของเธอมาด้วย “ของฉันล่ะ? ฉันก็อยากกินลูกอมเหมือนกัน!”
เจียงหนานย่นจมูก “เด็กที่ไม่เชื่อฟังไม่มีลูกอมให้กิน!”
เซี่ยเหยาโมโหจนคันฟัน ก่อนจะกระโจนเข้ามาล็อกคอเจียงหนานจนตาเหลือก!
“นายจะให้หรือไม่ให้?”
เจียงหนานละล่ำละลักตอบ “จริง ๆ มันหมดแล้ว! มีแค่เม็ดเดียว! ไว้ครั้งหน้าฉันจะให้เธอ! ครั้งหน้า!”
เขาพูดพลางกระซิบกับเซี่ยเหยา “ฉันหาตัวโล่ได้แล้ว! รอให้ฉันได้ที่หนึ่ง แล้วจะพาเขามาให้พวกเธอสองคนรู้จัก โอเคไหม?”
เซี่ยเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะ “ได้ที่หนึ่ง? มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? นายไม่เคยเข้าถ้ำิญญามาก่อนไม่ใช่เหรอ?”
เจียงหนานเบ้ปาก “เฮอะ! ด้วยหน้าตาของฉันสัตว์อสูริญญาจะกล้าทำร้ายฉันได้ยังไง?”
“โห! ไม่รู้จักอาย! ตราบใดที่นายตั้งใจ…”
จงอิ๋งเสวี่ยหันหลังกลับมาอย่างสงสัย “พวกเธอสองคนกำลังคุยอะไรกันอยู่น่ะ?”
เซี่ยเหยากับเจียงหนานส่ายหัวทันที!
จงอิ๋งเสวี่ยมีสีหน้าสงสัย และกำลังจะเอ่ยถาม…
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น
ตู้ม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
เปลวไฟพุ่งทะยานขึ้นฟ้าปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืนทั้งหมด! ในชั่วพริบตาทั่วบริเวณก็สว่างไสวราวกับกลางวัน!
เสียงดังจนกระจกของอาคารที่พักอาศัยแตกกระจาย!
ห้างสรรพสินค้าวอลล์มาร์ตที่อยู่ห่างออกไปสอง่ตึกเกิดการะเิครั้งใหญ่!
ฝูงชนต่างตื่นตระหนกใ วิ่งหนีเศษแก้วที่ร่วงหล่นกระจัดกระจาย
ห้างสรรพสินค้าเกิดเปลวไฟลุกโชนอย่างรุนแรง ในพริบตาก็กลืนกินไปถึงสองชั้น!
กลุ่มควันดำลอยออกมาอย่างน่าใ กลิ่นไหม้คละคลุ้งอยู่ในอากาศ!
ทั้งสามสบตากัน ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง!
ในห้างสรรพสินค้าเกิดะเิที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลขนาดนี้ได้ยังไงกัน? ไม่ใช่โรงงานเคมีเสียหน่อย?
อีกทั้งในห้างสรรพสินค้ามีประชาชนจำนวนมาก และยังเป็่เวลาเร่งด่วนตอนกลางคืนอีกด้วย เมื่อเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น ก็เห็นได้ชัดว่าผลที่ตามมาจะร้ายแรงแค่ไหน!
ใบหน้าของเจียงหนานเคร่งขรึม “ไปกันเถอะ! พวกเราไปดูกัน!”
จงอิ๋งเสวี่ยและเซี่ยเหยาก็เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเช่นกัน ในขณะที่ทุกคนตื่นตระหนกและหนีไป หรือหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูป!
ทั้งสามกลับฝ่าฟันกระแสน้ำและวิ่งย้อนขึ้นไป!
ในฐานะผู้ปลุกพลังิญญา! มีพลังที่คนธรรมดาไม่มี…
การเผชิญหน้ากับอันตรายและความไม่รู้ คือหน้าที่และพันธกิจที่จะต้องพุ่งไปให้สุด ถึงแม้จะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องทำในสิ่งที่พอจะทำได้!
เหตุใดประเทศจีนจึงแข็งแกร่ง? ถึงแม้ว่าพลังิญญาจะฟื้นคืนชีพ แต่ก็ยังคงเป็ประเทศที่ปลอดภัยและสงบสุขที่สุดในโลก?
นั่นก็เพราะว่าในใจของทุกคนมีความภาคภูมิใจในชนชาติอยู่ส่วนหนึ่ง และมีใจรักชาติอยู่อีกส่วน!