อู๋จือยกมือขึ้นเป็เชิงห้าม พร้อมถอยไปสองสามก้าว “พอได้แล้ว คุณชายใหญ่ ท่านปลอดภัยแล้ว ข้าไปดีกว่า” นางรีบผลุบออกจากเรือนของเขาโดยเร็ว
ฮัวหยางยักไหล่ “จือจือ! ถ้าได้ยินเสียงข้าร้องเรียกก็เข้ามาดูด้วยล่ะ”
“ไม่มีทาง!” นางร้องะโกลับมา
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ อู๋จือมีสีหน้ายุ่งยากใจ นางรู้สึกว่าพอตนเองไปยืนใกล้ๆ คนผู้นั้นแล้วอดจะเคลิบเคลิ้มมิได้ วันพรุ่งนี้นางจำต้องไปปรึกษาหวังหวั่นเพื่อหาวิธีรับมือกับบุรุษรูปงามสักหน่อย นางชักจะกลัวแล้วสิว่าตนเองจะเผลอใจไปชอบเ้าหมอโฉดเข้า
พ่อบ้านฝูที่ยืนดูอยู่ห่างออกไปเห็นเหตุการณ์แล้วถึงกับส่ายหน้า เขาไม่เคยเห็นคุณชายใหญ่หยอกเย้ากับสตรีนางใด มือปราบหญิงผู้นี้ก็หน้าตาไม่ได้โดดเด่นนัก เหตุใดคุณชายจึงชอบแกล้งนาง
พ่อบ้านนำสิ่งที่ตนเห็นไปแจ้งให้กับคหบดีฮัวได้ทราบ
“เสี่ยวหยางน่ะหรือ ”
“ขอรับ คุณชายเหมือนจะชอบแกล้งนาง”
“เขาหยอกล้อกับสตรีผู้นี้ บางทีนางอาจจะมีวาสนาได้เป็อนุคฤหาสน์เรา เ้าคอยจับตาดูให้ดี และส่งคนไปสืบเื่ครอบครัวของนางให้ข้าด้วย หากว่าลูกชายข้าชอบนางขึ้นมาจริงๆ ข้าจะได้เตรียมตัว”
“ขอรับ”
หวังหวั่นเห็นใบหน้าสหายมือปราบหญิงอย่างอู๋จือดูอึมครึม ดวงตาอิดโรยก็รีบฉุดกระชากลากสหายมือปราบไปยังมุมตึก
“เ้าไปอยู่คฤหาสน์สกุลฮัวเป็อย่างไรบ้าง พวกเขาใช้งานเ้าทารุณเกินไปหรือ เหตุใดจึงได้ดูทรุดโทรมเยี่ยงนี้ ”
อู๋จือเห็นภรรยาของหัวหน้าจางก็ดีใจ “หวังหวั่น ข้ากำลังคิดถึงเ้าอยู่พอดี ไปหาที่เงียบๆ คุยกันหน่อยได้หรือไม่ ”
“เ้ามีเื่ไม่สบายใจหรือ ”
อู๋จือพยักหน้าเนือยๆ “อือ”
“ถ้าเช่นนั้นเราไปศาลาเล็กกันเถอะ ที่นั้นไม่มีคนไปแอบฟังแน่”
มือปราบหญิงทั้งสองเดินตามกันไปด้านหลังอาคารสำนักมือปราบ บริเวณนั้นมีสระน้ำใหญ่และมีศาลาไม้ขนาดกลางอยู่ จางเจิ้งจีที่ยืนอยู่ระเบียงชั้นสองมองเห็นภรรยาของตนกับอู๋จือเดินตามกันไปที่ลับตาคนก็มองด้วยความสนใจ
หัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามสงสัยว่าสหายเ้าเล่ห์จะมีจุดประสงค์ไม่ดีกับลูกน้องสาวของตน แต่จะไปถามตรงๆ ฮัวหยางอาจจะไม่ยอมบอก หัวหน้ามือปราบหวังว่าภรรยาของตนจะล้วงความลับของอู๋จือมาได้
เมื่อเดินเข้าไปในศาลาเล็กริมน้ำที่อยู่ห่างจากตัวอาคารพอประมาณ มือปราบอู๋รีบพูดสิ่งที่ตนพบเจอให้หวังหวั่นฟัง แต่ไม่ยอมบอกว่าตนเองถูกฮัวหยางจูบไปแล้วหลายครั้ง
“ข้าถูกเขาแกล้งครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ก็พลาดไปทำงานในคฤหาสน์ให้เขาอีก จะยกเลิกสัญญาก็คงไม่ได้ ต้องอดทนทำไปจนถึงสิ้นเดือน เป็เพราะข้าเห็นแก่เงินค่าจ้างจำนวนมากจึงได้ตกปากรับคำ ไม่คิดว่าจะเป็แผนของเ้าหมอโฉดนั่น”
หวังหวั่นขมวดคิ้ว ครู่หนึ่งก็ยิ้มออกมา“เขาแกล้งเ้างั้นหรือ หรือว่านี่เป็วิธีแสดงความพึงพอใจในตัวสตรีของคุณชายที่ถูกทุกคนเอาอกเอาใจมาั้แ่เด็ก”
“เขาน่ะหรือจะชอบข้า ฮัวหยางเป็หมอโฉด ชอบรังแกเพราะเห็นว่าข้าสู้เขาไม่ได้ต่างหาก ปากเขาก็อ้างว่าไม่มีวรยุทธ์ แต่เ้ารู้หรือไม่ เรี่ยวแรงเขามีเยอะมาก ข้าสู้เขาไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าพูดมา เขารังแกเ้าอย่างไร ”
อู๋จือหน้าเป็สีชมพู ก้มหน้าลงท่าทางอึกอัก หวังหวั่นยกนิ้วขึ้นชี้หน้า “แน่ะๆ ดูเ้ามีพิรุธนะ ตกลงว่าเขาทำอย่างไร ให้ข้าเดา ข้าว่าเ้ากับคุณชายใหญ่ฮัวนั่น ท่าจะก่อหนี้รักกันซะแล้ว”
มือปราบหญิงผู้ไม่เคยชอบบุรุษคนใดถูมือสองข้างไปมา ใบหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม และลามไปถึงใบหู พอถูกคะยั้นคะยอ อู๋จือจึงเล่าถึงคืนอัปยศที่นางบุกเข้าไปในเรือนปรุงยาของฮัวหยางเพราะตามจางเจิ้งจีไปแล้วก็ถูกคนผู้นั้นปล้นจูบแรก จากนั้นในคืนวันแต่งงานของหัวหน้าจางกับหวังหวั่น นางก็ถูกเขาปล้นจูบที่สองริมถนน และถือโอกาสอุ้มนางขึ้นรถม้าไปส่งที่บ้าน
“เ้าหมอชั่ว ไม่ได้ทำแค่นี้หรอกนะ ยังฉวยโอกาสตอนที่ข้าไปทำงานในคฤหาสน์ ให้สาวใช้หลอกข้าไปอาบน้ำในเรือนของเขาด้วย”อู๋จือไม่กล้าเล่ารายละเอียดในห้องอาบน้ำเพราะสภาพของตนกึ่งเปลือยกาย
“ไอหยา! ท่านหมออู๋ทำขนาดนี้แสดงว่าคงจะชอบเ้าแล้วล่ะ”
อู๋จือนิ่งอึ้ง “ไม่ใช่หรอก คุณชายใหญ่ฮัวฐานะร่ำรวย รูปงามอย่างนั้น จะเลือกคุณหนูจากตระกูลใดก็ได้ จะมาชอบมือปราบซอมซ่ออย่างข้าได้อย่างไร ”
“จือจือ ความชอบของคนเรา บางคราวไม่มีเหตุผลหรอกนะ เ้าไม่เคยได้ยินหรือ ชอบก็คือชอบ บางทีก็หาเหตุผลไม่ได้ คุณชายใหญ่ฮัวพบเจอหญิงงามมามากมาย หากเขาชอบผู้หญิงเช่นนั้นก็คงเลือกแต่งงานไปนานแล้ว ท่านพี่ของข้าเคยเล่าให้ฟังเขาไม่เคยเข้าใกล้สตรีใดมาก่อน เ้า...เ้าเป็คนแรก”
ยิ่งฟัง อู๋จือก็ยิ่งยุ่งยากใจ “แต่....แต่ระหว่างข้ากับเขาแตกต่างกันมาก ข้าไม่อยากเป็อนุภรรยาของเขาหรอก”
“สหายอู๋ ข้าว่าเ้าเองก็หวั่นไหวกับคุณชายใหญ่ฮัวแล้วนะ ดูหน้าเ้าสิแดงไปจนถึงคอแล้ว ซ้ำยังมีอาการเหม่อลอยเวลาพูดถึงเขาอีก ใช่แน่ๆ เ้าตกหลุมรักเขาไปแล้ว”
“ขะ ข้า ไม่ได้ตกหลุมรักเขาสักหน่อย ที่ผ่านมาเป็เพราะเ้าหมอชั่วผู้นั้นฉวยโอกาสต่างหาก”
“อืม....ถ้าอย่างนั้นเ้าตอบคำถามข้ามาตามตรง ตอนที่เขาจูบเ้า เ้าใจสั่นหวั่นไหวบ้างหรือไม่ ”
“ก็...ก็มีบ้าง” คนถูกถามส่งเสียงตอบตะกุกตะกัก
“จือจือ....หากว่าเ้ารู้สึกเช่นนั้นแต่ยังไม่แน่ใจ เ้าก็ต้องลองอีก คราวนี้ทำให้มากกว่าเดิม”
สายตาของอู๋จือตื่นตระหนก นางไม่กล้าสารภาพต่อว่านางถูกเขาจูบไปสี่ครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งก็ไม่อาจจะต้านทานฮัวหยางได้เลย “ที่ข้าปรึกษาเพราะอยากหาทางเลี่ยงหมอโฉดนั่น เ้ายังจะให้ข้าไป...ไปทำบัดสีกับเ้าหมอบ้านั่นอีก”
“คุณชายใหญ่ฮัวเป็บุรุษรูปงามยิ่งนัก หากเป็ข้าล่ะก็ ข้าไม่ปล่อยให้เขาหลุดรอดไปแน่ เล่ามาๆ ตอนที่เขาจูบเ้า เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ” หวังหวั่นรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รู้ว่าสหายมือปราบของนางคือสตรีที่ทำให้คุณชายใหญ่ฮัวรูปงามตามพัวพันด้วย
“ข้าก็...ก็ตัวแข็งเกร็ง ไม่รู้ว่าจะทำเช่นใด จากนั้นก็ค่อยต่อสู้กับเขา”
“ฮ่าๆ นั่นน่ะ เรียกว่าเ้ามีใจแล้ว” หวังหวั่นในฐานะสตรีที่เพิ่งแต่งงานถือว่ามีประสบการณ์ความรักมากกว่าหรี่ตาลง “มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้ารู้ว่าเ้าต้องเคยเก็บเอาเขาไปฝันถึงแน่ๆ”
อู๋จือทำตาเหลือก “เ้าก็เคยเป็หรือ ”
“อือ แต่ก่อนข้ามาแอบดูตอนท่านพี่ออกตรวจท้องที่ทีไรก็เก็บกลับไปฝันว่าได้กอด ได้จูบกับเขาทุกที บางทีก็ฝันมาเขามานอนอยู่ข้างๆ เลยด้วย” หวังหวั่นทำสายตาเพ้อฝัน ประสานสองมือเข้าหากันรองที่ใต้คาง
อู๋จือที่กำลังสับสนในตนเองถึงกับหน้าเสีย ยกมือสองข้างขึ้นเป็เชิงห้ามสหายมิให้พูดต่อ “หยุดก่อน เ้าอย่าพูดต่อ เื่นี้ขอให้ข้ากลับไปทบทวนตัวเองให้ถี่ถ้วนก่อนก็แล้วกัน ข้าจะหาวิธีตรวจสอบว่าตนเองชอบเขาจริงหรือไม่ ”
หวังหวั่นมองดูสหายด้วยความเห็นใจ “ถึงขนาดนี้แล้ว เ้ายังไม่ยอมรับอีก เอาเถิด เื่อย่างนี้ก็พูดยาก ไม่แน่ว่าเ้าอาจจะหวั่นไหวไปชั่วคราว เช่นนั้นเลิกงานแล้วข้าจะเอาตำราให้เ้าไปลองดูก็แล้วกัน”
“ตำราอันใด ”
หวังหวั่นยิ้มอายๆ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบ “ตำราที่จะช่วยเขาไขคำตอบว่าเ้าชอบคุณชายใหญ่ฮัวจริงหรือไม่ ”
*****************
