เช้าวันถัดมา มีนาไม่กล้าออกไปเจอเพชรเลย เธอรู้สึกเหมือนเมื่อคืนตัวเอง ‘เผลอใจ’ ไปมากเกินไป
แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า…ความอบอุ่นจากการที่เพชรซบลงมาตรงอกนั้นยังค้างอยู่ในใจอย่างชัดเจน
เย็นวันนั้น ฝนยังตกพรำ ๆ ฟ้าเริ่มครึ้มอีกครั้ง และไฟในหอพักก็ยังไม่เสถียร
มีนาออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย พอกลับมาเจอเพชรยืนถือร่มรออยู่หน้าห้อง
“หนูเอาข้าวกล่องมาให้ค่ะ เห็นพี่ชอบกินข้าวผัดไข่”
เธอยื่นกล่องมาให้พร้อมรอยยิ้ม
“ฉันไม่ได้บอกนี่ว่าอยากกินอะไร” มีนารับกล่องไปอย่างงง ๆ
“แต่พี่ซื้อเมนูเดิมเกือบทุกวันค่ะ หนูแอบเห็น”
มีนาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเบี่ยงตัวเปิดประตูห้อง
“เข้ามากินด้วยกันไหม?”
ค่ำคืนนั้นกลายเป็อีกหนึ่งคืนที่เพชรมานั่งเล่นที่ห้องของมีนา เสียงฝนซาเบาลง แต่บรรยากาศในห้องกลับแน่นขึ้น
มีนาเปิดแสงโคมสลัว ๆ ดูซีรีส์บนโน้ตบุ๊กเก่า ๆ ส่วนเพชรก็นั่งพิงโซฟาข้าง ๆ ชิดมากกว่าปกติ
ฉากในซีรีส์เป็ฉากจูบ ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไร แต่มือของเพชรกลับค่อย ๆ เลื่อนมาจับปลายแขนของมีนา
“หนูอยากรู้ว่าจูบแบบในหนัง…มันรู้สึกยังไง”
เสียงนั้นเบาและอ่อนโยนจนมีนาต้องเบือนหน้าหนี
“แล้วไง? จะให้ฉันเป็ตัวทดลองหรือไง?”
“ก็…ถ้าพี่ไม่รังเกียจ” เพชรหันมา ใบหน้าใกล้แค่คืบ มีนาหลบตาพยายามกลั้นลมหายใจที่เริ่มร้อนผ่าวในอก
แต่เพชรไม่รอคำตอบ เธอค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแตะกัน
มีนาหลับตาไปเสี้ยววินาที…ก่อนจะรับรู้ว่าริมฝีปากนุ่ม ๆ ของเพชรแตะลงมาเบา ๆ
ไม่ใช่จูบดูดดื่ม ไม่ใช่จูบหื่นกระหาย
แต่เป็จูบที่อุ่น…และร้อนในใจเกินกว่าจะอธิบาย
เมื่อริมฝีปากผละออกจากกัน มีนาไม่กล้ามองหน้าเพชรเลย เธอลุกขึ้นเดินหนีไปหยิบแก้วน้ำ
เพชรไม่ได้พูดอะไร นอกจากยิ้มบาง ๆ แล้วพูดแ่เบา
“ถ้าไม่ชอบ…ก็ลืมมันไปนะคะ”
เธอลุกขึ้น หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับ
มีนามองบานประตูที่เพิ่งปิดลง หัวใจเธอเต้นถี่ ริมฝีปากยังอุ่นจากัันั้นอยู่เลย
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือ…ข้างนอกฝนเริ่มตกอีกครั้ง
และภายในใจเธอเอง…ก็กำลังเริ่มเปียกแฉะไปด้วยความรู้สึกที่เรียกว่าความ้า