ตอนที่ 17 ไฟ ปะทะ ไฟ
เสียงเงียบงันแผ่กระจายไปทั่วลานประลอง
ผู้ชมโดยรอบสนามต่าง ตะลึงงัน — ไม่มีเสียงโห่ร้อง ไม่มีเสียงเชียร์ มีเพียงเสียงลมหายใจเบา ๆ ที่แสดงถึงความตกตะลึงของทุกคน
“รู้ว่าแพ้แน่… แต่ไม่นึกว่าจะจบเร็วขนาดนี้…”
“แมงมุมหน้าคนกับอสรพิษน้ำแข็งนะนั่น… สองตัวนั้นน่ากลัวไม่น้อย แต่นี่แค่พริบตาเดียว…”
เสียงซุบซิบแว่วไปทั่วสนาม หลายคนยังเบิกตากว้าง มองร่างของหมาป่าวายุที่ยืนตระหง่านอยู่กลางเวทีอย่างสงบนิ่ง ราวกับยังไม่ได้ออกแรงเลยสักนิด
“นี่มันสัตว์อสูรหรือปีศาจกันแน่…”
หลี่เฉินเฟิงยืนสงบ ไม่กล่าวคำใดก่อนจะหันหลังกลับลงเวที ท่ามกลางสายตานับร้อยที่ยังคงจับจ้องราวต้องมนต์
“คู่ที่สอง — หลี่ซูเหยา ปะทะ หลี่เหอหรง!”
เสียงประกาศของาุโดังชัดทั่วลานประลอง
หลี่ซูเหยา ผู้ที่สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วสนามจากการใช้เพียงหมาป่าเพลิงตัวเดียว และพลิกเกมด้วย ตุ๊กแกล่องหน ที่แฝงกายอยู่ในเงา จนเอาชนะหลี่เวินเฉียงได้อย่างเหนือชั้น ยังคงได้รับการจับตามองมากที่สุดในรอบนี้
ส่วน หลี่เหอหรง แม้จะไม่ได้เด่นชัดเท่า แต่รอบก่อนก็โชว์ฝีมือไม่น้อย เขาใช้ นกเพลิงหางเข็ม และ สิงห์ดำหุ้มเหล็ก โจมตีอย่างแข็งแกร่งจนสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในเวลาไม่นาน
สัตว์อสูรของหลี่เหอหรง:
1. นกเพลิงหางเข็ม
• ชนชั้น: สูง
• ระดับ: นักรบขั้น 4
• ธาตุหลัก: ไฟ
• ประเภท: สัตว์ปีก/โจมตีระยะไกล
• เพศ: ผู้
• ลักษณะเด่น: ปีกยาวสีแดงเพลิง ปลายหางแหลมคล้ายเข็ม สามารถยิงออกเป็ลูกไฟที่แหลมคมและเร็วจัด เสียงร้องของมันสามารถรบกวนจิตใจศัตรูได้
2. สิงห์ดำหุ้มเหล็ก
• ชนชั้น: สูง
• ระดับ: นักรบขั้น 4
• ธาตุหลัก: ดิน
• ประเภท: ถึก/แนวหน้า
• เพศ: ผู้
• ลักษณะเด่น: ร่างใหญ่ หนาทึบ หุ้มด้วยเกราะหินสีดำทั้งตัว ความแข็งแกร่งเทียบเท่าเกราะเหล็กชั้นดี เหมาะใช้รับแรงปะทะโดยเฉพาะ
ทั้งสองขึ้นเวทีด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ฝูงชนเริ่มส่งเสียงเชียร์ ชื่อของหลี่ซูเหยาถูกะโมากกว่าฝ่ายตรงข้ามหลายเท่า
“หลี่ซูเหยาจะใช้แค่หมาป่าเพลิงหรือไม่?”
“หรือตุ๊กแกตัวนั้นจะโผล่มาอีกครั้ง…”
ผู้คนเริ่มตั้งข้อสงสัย ต่างลุ้นว่าการประลองระหว่างอัจฉริยะหญิงเ็า กับนักสู้สายบู๊อย่างหลี่เหอหรงจะลงเอยเช่นไร
ทันทีที่เสียงเริ่มต้นการประลองดังขึ้น หลี่เหอหรงไม่รอช้า เขาตวัดมือขึ้นกลางอากาศ เรียกสัตว์อสูรทั้งสองของเขาออกมาพร้อมกัน!
พริบตานั้น เปลวเพลิงสีส้มแดงพลุ่งพวยขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะรวมตัวเป็รูปร่างของสัตว์ปีกขนาดใหญ่
“นกเพลิงหางเข็ม” ปรากฏกายกลางอากาศ ดวงตาสีทองฉายแววกร้าว หางเรียวยาวดั่งเข็มเพลิงโบกสะบัดไปมา เสียงร้องแหลมสูงพุ่งแทงโสตประสาทของทุกคนรอบเวที
ต่อจากนั้น พื้นลานสั่นะเืเล็กน้อยก่อนที่ร่างหนาหนักสีดำขลับจะปรากฏขึ้น
“สิงห์ดำหุ้มเหล็ก” คำรามเสียงต่ำพร้อมเกราะหินแกร่งหุ้มทั้งร่าง กรงเล็บกระแทกกับพื้นจนหินแตกร้าว มันยืนเป็แนวหน้าประดุจโล่เหล็กเคลื่อนที่ ปกป้องเ้านายด้วยสัญชาตญาณของนักสู้
เสียงผู้ชมดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น บางคนถึงกับลุกขึ้นยืน:
“เรียกมาพร้อมกันทั้งสองเลยเรอะ! ไม่ประมาทเลยนะ!”
“สิงห์ดำแนวหน้า นกเพลิงระยะไกล นี่มันการจับคู่ที่แข็งแกร่งชัดๆ!”
แต่หลี่ซูเหยายังคงยืนนิ่ง สายตาเ็า ท่ามกลางลมที่พัดปลิวผ่านเส้นผมของนาง
หลี่ซูเหยาเหยียบพื้นเวทีอย่างมั่นคง ยกมือขึ้นเรียกสัตว์อสูรคู่ใจ
แสงจากวงเวทสีแดงอมม่วงเปล่งประกายก่อนจะปรากฏร่างของ “หมาป่าเพลิง” ขึ้นกลางเวที มันคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจพ่นไอร้อนออกมา ขนที่พลิ้วไหวราวเปลวไฟสร้างแรงกดดันให้ทุกสายตา
แต่เมื่อแสงจากวงเวทจางหาย…ไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้นอีก
คนดูเริ่มหันมองกันด้วยความแปลกใจ
“ยังไงกัน? หลี่ซูเหยามีสัตว์อสูรสองตนนี่?”
“หรือว่ายังไม่ได้เรียกอีกตัว?”
“ไม่สิ… วงเวทนั่นปรากฏแล้ว!”
ทางด้านหลี่เหอหรง สีหน้าของเขาเริ่มตึงเครียด เขากำอาวุธแน่น กวาดสายตาไปรอบเวทีอย่างระแวดระวัง
“ตุ๊กแกล่องหน…” เขาพึมพำเบา ๆ
แม้จะมองไม่เห็น แต่นั่นคือความน่ากลัวที่สุด — การมีศัตรูที่โจมตีจากเงามืดโดยไร้สัญญาณเตือน
“การต่อสู้ที่มองไม่เห็น… มันยากกว่าที่คิด…”
หลี่เหอหรงเริ่มสั่งการให้สัตว์อสูรของเขาจัดรูปขบวนเตรียมต่อสู้ทันที
เสียงประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ยังไม่ทันจางหาย หลี่เหอหรงก็แผดเสียงสั่งการทันที
“นกเพลิงหางเข็ม! โจมตีหมาป่าเพลิงนั่น! สิงห์ดำหุ้มเหล็ก คอยคุมเชิงโดยรอบ!”
ทันใดนั้นเอง เสียงหวีดแหลมของปีกที่แหวกอากาศก็ดังก้อง นกเพลิงหางเข็มพุ่งทะยานออกจากไหล่ของผู้เป็นาย มันบินโฉบเหนือสนามอย่างรวดเร็ว ลำตัวเพรียวบางหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีส้มแดง หางเรียวยาวเหมือนเข็มคมเจาะทะลุทุกสิ่ง ปีกทั้งสองแผ่กว้างปล่อยลูกไฟแหลมพุ่งลงมาเป็สาย
หมาป่าเพลิงของหลี่ซูเหยาคำรามก้อง ะโหลบการโจมตีอย่างพลิ้วไหว ร่างกายของมันแผ่ไอความร้อนสูง พุ่งทะยานสวนขึ้นกลางอากาศ สะบัดกรงเล็บอาบเพลิงเข้าใส่กลางลำตัวของนกเพลิง!
เสียงปะทะของไฟกับไฟะเิกลางเวหา เปลวเพลิงสาดกระจายดั่งพลุ
ในขณะเดียวกัน… สิงห์ดำหุ้มเหล็ก — สัตว์อสูรร่างั์ที่เหมือนสิงโตผิวโลหะ — ยังคงก้าวช้าๆ อยู่รอบนอกสนาม ดวงตาคมจับจ้องทุกเงามืด มันไม่ได้ถูกส่งเข้าโจมตีตามคำสั่งของหลี่เหอหรง เพราะเ้าของของมันรู้ดีว่า มีศัตรูอีกตน ซ่อนอยู่ในสนามแห่งนี้
แม้ยังไม่มีใครเห็นร่างของ ตุ๊กแกล่องหน แต่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยยังคงเกาะกินในใจของหลี่เหอหรง เขากัดฟันแน่น คิ้วขมวด ่ชิงจังหวะและเฝ้าระวังเงาทุกมุม…
“อย่าคิดว่าข้าจะพลาดง่ายๆเหมือนหลี่เวินเฉียง…” เขาพึมพำในลำคอ ขณะการต่อสู้กลางอากาศยังดำเนินอย่างดุเดือด เปลวเพลิงะเิกลางฟ้าอีกครั้ง
กลางเวทีการต่อสู้ เปลวเพลิงของนกเพลิงหางเข็มและหมาป่าเพลิงะเิใส่กันไม่หยุด ต่างฝ่ายต่างแผดคำราม ใช้ทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และพลังโจมตีอันดุเดือด สร้างภาพการต่อสู้ที่ร้อนแรงดั่งไฟนรกกลางสนาม!
นกเพลิงหางเข็มตวัดหางเฉียบคมแทงใส่หมาป่าเพลิง หมาป่าพลิกตัวหลบในเสี้ยววินาที แล้วอ้าปากพ่นไฟสวนกลับอย่างรุนแรง ความสูสีของทั้งคู่ทำให้ผู้ชมแทบกลั้นหายใจ
และในจังหวะที่ใครๆ ต่างจับจ้องอยู่ที่ศึกกลางอากาศนั้นเอง…
เสียง “ฟึบ!” เบาๆ ดังแ่ที่ริมสนาม ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะเคลื่อนผ่านสายตาทุกคนไปโดยไม่มีใครทันสังเกต
ตุ๊กแกล่องหน!
มันผสานร่างกับเงาใต้พื้นสนามมานาน และพอถึงจังหวะที่นกเพลิงหางเข็มโฉบต่ำลงมาเพื่อหลบการโจมตี มันก็ พุ่งออกจากเงาในพริบตา!
“ฉัวะ!!”
กรงเล็บของมันฟาดใส่ปีกด้านขวาของนกเพลิงหางเข็มอย่างแม่นยำ เสียงกรีดร้องของมันดังลั่น ขณะที่เืสีเพลิงพุ่งกระเซ็นกลางอากาศ ปีกข้างนั้นฉีกขาด นกเพลิงหางเข็มเซถลา ตกลงมากระแทกพื้นสนามอย่างแรง กลิ้งไปหลายตลบ
“เป็ไปได้ยังไง!” หลี่เหอหรงเบิกตาโพลง ใบหน้าซีดเผือด
แม้จะระวังตัว แต่เขาก็ประเมินตำแหน่งของตุ๊กแกล่องหนผิดไปโดยสิ้นเชิง ความเงียบไร้ตัวตนของมันอันตรายกว่าที่คิด และบัดนี้ อสูรคู่ใจของเขาก็ได้รับาเ็สาหัสเสียแล้ว