หน้าคฤหาสน์หลังงามของตระกูลสุไลมานเมืองสงขลา
รถรับจ้างแล่นมาจอดตรงหน้าบ้านจางไห่จูก้าวลงจากรถก่อนจะจ่ายค่าจ้างให้คนขับ เธอแปลกใจที่เห็นมีรถยนต์จอดหน้าบ้านหลายคันหรือวันนี้จะมีงานอะไรที่บ้านของฮาซัน
เมื่อหล่อนก้าวเท้าเข้าไปในบ้านก็พบชายแปลกหน้ามากมาย นั่งบ้าง ยืนบ้างอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน
เหล่าชายฉกรรจ์ครั้นเห็นหญิงสาวหน้าตาดีเข้ามาในบ้านก็ทำตาลุกวาว เหมือนหมาป่าจ้องจะกินลูกแกะ ต่างก็เดินเข้ามาหาอาจู เพื่อจะลวนลามแต่จางไห่จูทำใจดีสู้เสือ แล้วถามว่า
“พวกพี่มาทำอะไรที่นี่แล้วมะซากินาไปไหน”
“ไม่ต้องห่วงหรอกทุกคนอยู่ในบ้าน กำลังมีความสุขกับพวกเราน่ะ น้องก็เข้าไปกับพวกพี่ ๆ สิ” ชายนั้นกล่าวแล้วก็เอื้อมมือมาจะจับแก้มของสาวสวยแต่จางไห่จูดีดนิ้วเพียงเล็กน้อย ไอ้หนุ่มล่ำสันก็พลันปลิวไปกระแทกราวระเบียงบ้านจนหลังหักนอนดิ้นอยู่ตรงนั้น พวกที่เหลือก็กรูกันเข้ามาจะทำร้าย แต่อาจูเพียงโบกมือเบา ๆพวกคนร้ายก็เหมือนโดนพายุทอร์นาโดพัดไปติดกำแพงบ้าน นอนสลบไสลกันหมด
สาวหมวยเดินเข้าไปในบ้านร้องหาแม่ของฮาซัน
“มะคะอยู่มั๊ยคะ” แต่ไม่มีเสียงตอบรับ หล่อนจึงเดินขึ้นไปชั้นบน เปิดประตูดูทีละห้องห้องของซากินาไม่มีใคร ห้องของลาฟินาก็เช่นกัน ห้องของลีนะห์หล่อนไม่อยากไปแตะกลัวจะมีเื่ กระทั่งมาถึงห้องของโต๊ะมาเรียม เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่า ลีนะห์สาวงามผู้เย่อหยิ่งชอบวางตัวเป็สาวไฮโซ กำลังถูกชายคนหนึ่งกระทำย่ำยี โดยที่ร่างของหล่อนไร้อาภรณ์ปกปิดกายมือทั้งสองถูกชายอีกสองคนดึงไว้ โดยมีชายอีกนับยี่สิบคนยืนรอคิวและอาจูยังเห็นมะซากินา ก๊ะลาฟินา แล้วก็โต๊ะมาเรียม โดนจับมัดมือมัดเท้าแถมมัดปากไม่ให้ส่งเสียงร้อง ทั้งสามคนนั้นสะบัดหน้าบอกใบ้ให้อาจูหนีไปแต่จางไห่จูดีดนิ้วครั้งหนึ่ง ไอ้คนที่กำลังขย่มลีนะห์อย่างเมามันก็พลันหัวขาดกระเด็นเืพุ่งกระฉูด น่าสยดสยองจนลีนะห์กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว สติของหล่อนขาดผึงกลายเป็คนวิกลจริตนับแต่นั้น พวกคนร้ายที่เหลือพากันวิ่งหนีไปสิ้น
เมื่อจัดการแก้มัดให้แม่พี่สาว และย่าของฮาซันแล้ว อาจูก็ไต่ถามสาเหตุของเื่ร้ายในคราวนี้
“พวกมันเป็ลูกน้องเก่าของฮาซันที่ถูกไล่ออกเพราะกินเหล้า เล่นการพนัน มันเลยกลับมาแก้แค้น เข้ามาปล้นแล้วก็ข่มขืนลีนะห์เรียงคิวกันสามสิบคน แต่มันไม่ได้ทำอะไรมะ ก๊ะ กับโต๊ะ เพราะแก่แล้ว มันไม่เอา ส่วนพวกทองและเงินสดมันก็ขนไปหมดตอนนี้เราเหลือแต่ที่ดินกับกิจการเดินเรือ สวนยาง การทำประมงเท่านั้นแหละอาจู”
“แล้วมะรู้มั๊ยคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนูและบัง มีใครมาเล่าให้ฟังมั๊ย”
“รู้แล้วลูกน้องของบังที่รอดตายสองสามคนกลับมาบอก น่าสงสารลูก ๆ ยังไม่ทันได้เข้านิกะห์ก็ต้องมาจากกันเสียก่อน แล้วอาจูไปอยู่ที่ไหนมา”
จางไห่จูก็เล่าเื่ที่ไปติดเกาะไผ่เขียวจนได้รับการช่วยเหลือจากนักพรตหญิง กระทั่งได้กลับมาหามะอีกครั้ง
“อ๋อมะก็ดีใจที่อาจูรอดชีวิตกลับมา แล้วนี่จะใช้ชีวิตยังไงต่อไปล่ะ”
“ก่อนอื่นหนูต้องบอกความจริงกับมะ ที่หนูปิดบังมาตลอด”
แล้วอาจูก็เล่าเื่ที่พี่ชายถูกฆ่าและเธอถูกใส่ความว่าฆ่าหวังเกา จนแม่ตาย ตัวเองต้องลอยทะเลมาพบฮาซัน
“หนูคิดว่าจะหาทางสืบความจริงให้ได้ว่าใครฆ่าพี่ชายหนูคนใส่ร้ายหนูจนแม่ต้องตาย และตามล่าพวกโจร 7 พี่น้อง ล้างแค้นให้บังฮาซันค่ะ”
“แต่หนูยังไม่มีอาชีพแล้วจะเอาเงินทองค่าใช้จ่ายที่ไหนไปทำงานที่ว่า เอาอย่างนี้นะกิจการเดินเรือสินค้าของฮาซัน พวกแม่ก็ทำไม่ไหว ขอยกให้อาจูไปดูแลต่อก็แล้วกันส่วนมะกับก๊ะจะไปเปิดร้านขายข้าวหมกไก่ที่ตลาด คงพอจะมีรายได้เลี้ยงตัวเองไปได้อยู่หรอกมะฝากพวกลูกน้องเก่าของฮาซันให้อยู่ในความดูแลของอาจูทั้งหมดนะ”
“ที่จริงหนูก็ไม่อยากได้ทรัพย์สินอะไรของบังสักอย่างเพราะหนูยังไม่ใช่สะใภ้ที่ถูกต้องตามกฎหมายและศาสนา แต่ในเมื่อมะจำเป็ต้องยกให้หนูดูแลก็จะช่วยมะดูแลให้ดีที่สุดค่ะ”
“ขอบใจมากนะอาจู” ซากินากุมมือของอดีตว่าที่ลูกสะใภ้ แล้วน้ำตาซึม
“อาจูเอ้ย”เสียงของโต๊ะมาเรียม ที่เดินเข้ามาหาจางไห่จู
“โต๊ะขอโทษทุกสิ่งที่ผ่านมา เคยทำไม่ดีกับหนูมาก่อน อภัยให้โต๊ะด้วยนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะโต๊ะหนูไม่เคยคิดแค้นอะไร หนูเข้าใจค่ะ ว่าโต๊ะอยากให้พี่ฮาซันได้คู่ครองที่ดี”
“ตอนนี้ฮาซันมันก็ไปอยู่กับอัลเลาะห์แล้วโต๊ะก็จะถือว่าหนูเป็หลานคนนึง ที่ซากินายกกิจการให้ดูแลก็สมควรแล้ว”ว่าแล้วหญิงชราก็เข้ามาสวมกอดอาจูไว้ ซากินากับลาฟินาก็เข้ามากอดด้วยทั้งหมดก็น้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในบ้านของฮาซัน
ซากินาและทุกคนในบ้านกำลังช่วยกันจับลีนะห์ที่เสียสติวิ่งไปหน้าบ้านแล้วพยายามจะถอดเสื้อผ้าพร้อมกับหัวเราะเชิญชวนให้คนมาสมสู่ด้วย
ซากินาจับลูกสาวขังเอาไว้ในห้องน้องสาวของฮาซันก็ร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวว่าใครจะมารุมโทรมอีก
“ต้องขังไว้ในห้องอย่างนี้ไม่งั้นได้วิ่งไล่จับกันทั้งวัน ไม่เป็อันทำอย่างอื่นหรอก สมน้ำหน้ามันที่เคยทำไม่ดีกับอาจูไว้” ลาฟินากล่าวกับมารดา
“อย่าไปซ้ำเติมเขาเลยค่ะแค่นี้เขาก็ได้รับการลงโทษจากอัลเลาะห์มากพอแล้ว” อาจูสงสารลีนะห์จับใจ
บังเลาะลูกน้องเก่าของฮาซันเดินเข้ามารายงานต่ออาจู
“เรือและสินค้าที่ให้เตรียมเรียบร้อยหมดแล้วครับนายหญิง พรุ่งนี้พร้อมจะเดินทางได้”
“ดีมากจ้ะขอบใจบังมากนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้ลูกก็จะไปอีกแล้วไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก” ซากินากล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาเยี่ยมอีกค่ะมะดูแลสุขภาพนะคะ”
เช้าวันรุ่งขึ้น
จางไห่จูก็เดินทางด้วยรถยนต์จากบ้านสุไลมานไปลงเรือสินค้าที่ตำมะลัง จังหวัดสตูล แล้วแล่นขึ้นไปทางเหนือผ่านภูเก็ต ทวาย จนถึงท่าเรือเมืองสะกอเมืองท่าแห่งหนึ่งของประเทศโซวันน่า พวกอาจูก็แวะพักขึ้นบกไปหาอาหารและน้ำจืดมาไว้ในเรือ
ระหว่างที่อาจูกำลังเลือกซื้อปลาแห้งปลาเค็มสำหรับเป็เสบียงในเรือนั้นก็มีคนมารีดไถเงินกับแม่ค้าร้านปลาแห้งนั้น
“ขอร้องเถอะค่ะเดือนนี้ยังไม่มีจะให้เลย ค้าขายไม่ค่อยดี ใคร ๆ ก็บ่นว่าเศรษฐกิจซบเซาเห็นหนังสือพิมพ์เขาลงว่าทั่วโลกก็เป็เหมือนกันหมดหลังจากาโลกครั้งที่หนึ่งน่ะ” แม่ค้าวิงวอนกลุ่มคนเ่าั้
“ไม่ต้องมาอ้างอะไรทั้งนั้นถ้าแกไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครองก็จะขายที่นี่ไม่ได้ เอามาเดี๋ยวนี้ เงินในกระป๋องนั่น”
“ไม่ได้นะอย่าเอาไปนะ นั่นค่าข้าวค่านมให้ลูกของฉันทั้งวันนะ อย่าเอาไป” แม่ค้าพยายามยื้อยุดกับนักเลงนั้น
แต่แล้วพวกมันก็ต้องหยุดเมื่ออาจูจับมือของมันไว้แล้วกล่าวว่า
“เฮ้พี่ชาย คุยกันดี ๆ ก็ได้ แม่ค้าเขาก็บอกว่าค้าขายไม่ดี จะเอาตังที่ไหนมาจ่ายค่าคุ้มครองให้พวกพี่ล่ะเงินแค่นี้พอมั๊ย อ่ะ ฉันจ่ายแทนก็ได้” ว่าแล้วอาจูก็ส่งเงินปึกหนึ่งประมาณหนึ่งร้อยรูปีให้หัวหน้านักเลง
ชายนั้นรับเงินไปนับดูแล้วก็ว่า
“เออแบบนี้ค่อยคุยกันได้หน่อย แกโชคดีนะ ที่วันนี้มีคนช่วย แต่วันหน้าถ้าไม่มีจ่ายอีกแกเจอดีแน่ เฮ้ยไปกันเว้ย” ชายนั้นกล่าว ก่อนจะพาลูกน้องจากไป
“ขอบคุณน้องสาวมากนะคะแต่ไม่จำเป็ต้องมาลำบากกับพี่ก็ได้ค่ะ เงินตั้งมากมาย น่าเสียดาย”
“ไม่เป็ไรค่ะหนูทนเห็นมันรังแกคนจนปากกัดตีนถีบไม่ได้”
“ว่าแต่น้องจะไปไหนคะหรือว่ามาเที่ยว”
“อ๋อหนูเดินเรือค้าขายไปเรื่อยน่ะค่ะ นี่ว่าจะไปพม่า ศรีลังกา แล้วก็อินเดีย”
“แหมดีจังเลยได้ไปเที่ยวต่างแดนด้วย อ้อ เอาปลาแห้ง ปลาเค็มไปทานนะคะ พี่ให้” แม่ค้ารีบนำปลาห่อกระดาษส่งให้อาจู
“อุ๊ยไม่เอาค่ะ พี่เก็บไว้ขายเถอะ”
“อย่าเกรงใจไปเลยค่ะเทียบกับที่น้องช่วยพี่แล้ว มันเล็กน้อยเท่านั้น รับไปเถอะ”
“งั้นก็ขอบคุณนะคะขอให้ขายดี ๆ นะ” อาจูรับของตอบแทนแล้วก็เดินซื้อของต่อไป
เมื่อเดินไปถึงย่านหมู่บ้านทำประมงที่มีปลาสดขายมากมาย
จางไห่จูยืนเลือกปลาเพื่อจะนำไปทำกับข้าวบนเรือ ก็มีเสียงอื้ออึงมาจากแผงขายปลาข้าง ๆ
“อย่าจับลูกฉันไปขอร้องละ”เสียงแม่คนหนึ่งร้องวิงวอนขณะที่ลูกสาวกำลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จับกุมตัวฉุดกระชากลากถูไป
“นั่นพวกนายทำอะไรกันจะจับเด็กไปไหน” อาจูวิ่งเข้าไปขัดขวาง
“ช่วยด้วยค่ะพวกนี้จะจับเด็กผู้หญิงไปพวกพระยากำแหงหาญ เพื่อคอยเป็นางบำเรอ”
“ปล่อยเด็กเดี๋ยวนี้นะไอ้พวกชั่ว”
“ปล่อยก็ได้แต่เธอต้องไปแทนนังเด็กนี่แทน หน้าตาน้องก็สวยดีนี่หว่า” ชายเ่าั้ปล่อยเด็กสาวแล้วหันเข้ามาหาอาจูอย่างหื่นกระหาย
สาวมุกทะเลโบกมือสองสามทีเ้าพวกเดนนรกก็พากันล้มกลิ้งตายอยู่ชายทะเลนั้น เืออกทั้ง 7 ทวาร ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
แม่ของเด็กสาวตรงเข้ามาก้มกราบอาจูแล้วร้องไห้ด้วยความตื้นตัน
“ขอบพระคุณมากค่ะที่ช่วยเหลือดิฉัน จะไม่ลืมบุญคุณเลย”
“ไม่ต้องกราบหนูก็ได้ค่ะว่าแต่แถวนี้มีคนมารังแกชาวบ้านเยอะหรือคะ”
“โอ้ยไม่อยากจะเล่า มันเพลียหัวใจ ั้แ่ไอ้พระยากำแหงหาญมันยึดอำนาจจากพระเ้าหมื่นฟ้าปาดีแล้วเปลี่ยนการปกครองใหม่ อ้างว่าเป็ประชาธิปไตยโดยมีกษัตริย์เป็ประมุข ภายใต้กฎหมายแต่ที่จริงแล้วตัวมันนั่นแหละกฎหมาย ไอ้นี่มันเผด็จการรวบอำนาจ จนชาวบ้านตาดำ ๆ จะอดตายกันอยู่แล้วเพราะมันให้พรรคพวกของมันผูกขาดกิจการทุกอย่าง บ้านเมืองมีแต่โจรผู้ร้าย ปล่อยเงินกู้รีดไถชาวบ้าน ข้าราชการก็โกงกิน ไอ้พวกที่มานี่ก็ลูกน้องไอ้พระยานั่นแหละค่ะ”
“แล้วพวกน้าทำมาค้าขายเป็ยังไงล่ะปลาพวกนี้ก็จับมาจากทะเล ไม่ต้องใช้ทุนอะไรมาก แค่แรงกายกับน้ำมันเติมเรือไม่ใช่เหรอ”
“มันก็ใช่แต่พวกเราก็มีรายจ่ายอย่างอื่น ต้องเสียภาษีให้รัฐบาล ไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ข้าวยากหมากแพงอย่างยุคนี้ หาเท่าไหร่ก็ไม่พอกินหรอกหลานเอ้ย”
“เอาแบบนี้ไหมล่ะน้าก็ให้ครอบครัวนำเรือออกติดตามฉัน จะได้คุ้มครองกันไปด้วย ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปก็จะโดนพวกมันข่มเหงไม่รู้จบ หรือน้าคิดยังไง”
หญิงนั้นก็ปรึกษาสามีครู่หนึ่งแล้วกลับมาบอกอาจูว่า
“ฉันถามผัวฉันแล้วเขาตอบตกลง เพราะทนไม่ไหวกับไอ้พวกนั้นแล้ว หนูจะรีบไปหรือเปล่าล่ะให้พวกฉันเก็บข้าวของขึ้นเรือก่อนได้ไหม”
“ได้สิจ้ะหนูจะรอ” จางไห่จูยิ้มด้วยความจริงใจ
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง
ชาวประมงครอบครัวเดิมก็เดินมาบอกอาจูว่า
“เอ่อหนู ไม่รู้ฉันจะบอกยังไง คือว่าเพื่อนบ้านฉันน่ะ เขาก็อยากติดตามหนูไปด้วย รวม 20ครอบครัว มีเรือ 20 ลำ ส่วนเื่อาหารการกินไม่ต้องห่วงนะ พวกฉันจับปลากินเองได้ข้าวสารอาหารแห้งก็พอมี ขอแค่ให้หนูคุ้มครองเราเท่านั้นแหละ หนูจะอนุญาตไหมจ๊ะ”
“อ๋อได้สิจ๊ะ ไม่มีปัญหา ถ้าพร้อมก็เดินทางกันได้เลย”
หลังจากนั้นขบวนเรือของจางไห่จูก็เพิ่มจำนวนสมาชิกมากขึ้นๆ ตามรายทางที่หล่อนไปแวะช่วยเหลือตามเมืองต่าง ๆ กระทั่งกลับจากอินเดีย เธอก็มีเรือในปกครองถึง 2000 ลำ
อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ออกเรือมาจากพม่าได้ไม่นาน ลูกเรือก็มารายงานว่า
“นายหญิงครับเรือของเราจู่ ๆ ก็หายไปนับสิบลำหาร่องรอยไม่พบเลยครับ”
“จริงเหรอให้คนออกตระเวนดูหรือยัง พายุก็ไม่มี คลื่นทะเลก็สงบ ไม่น่าจะทำให้เรือล่มได้นะ”
“ตรวจดูทั่วแล้วครับไม่เจอเบาะแสอะไรเลย”
“อืมถ้าอย่างนั้นส่งสัญญาณบอกเรือทุกลำให้หยุดการเดินทางไว้ก่อน เดี๋ยวฉันจับยามสามตาดูก็คงพอจะรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้น” ว่าแล้ว อาจูก็ใช้วิชาจับยามตามที่เรียนมาจากสำนักฉุนเจี๋ยนับนิ้วดูตามฤกษ์ยามและดวงดาว
“ตามที่ฉันััได้คนเ่าั้ยังอยู่ แต่มีบางสิ่งบางอย่างบดบังไว้ อาเฉิน ไปเอาอุปกรณ์บูชาเทพมาซิ”
“ครับนายหญิง”
อาเฉินเข้าไปเอาโต๊ะมาตั้งแล้ววางอุปกรณ์ในการทำพิธีแบบจีน เพื่อบูชาเทพเ้า มีกระถางธูป เทียนเล่มใหญ่ธงตะขาบที่มีฮู้หรือยันต์แบบจีนเขียนไว้ แล้วอาจูก็ร่ายมนต์ทำพิธีเปิดทางให้พบคนที่หายไป
ลมแรงพัดวูบมาท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าอาจูหยิบธนูมนต์ขึ้นมายิงลูกศรไปยังท้องทะเลด้านหนึ่ง พลันก็เผยให้เห็นบรรดาเรือที่ถูกนำไปซ่อนเอาไว้นับสิบลำ
“เราเห็นแล้วแต่อย่าเพิ่งเข้าไปนะ เผื่อมันมีกับดัก” อาจูสั่งลูกน้องก่อนจะหยิบนกกระดาษตัวหนึ่งขึ้นมาร่ายคาถา แล้วขว้างไปมันก็กลับกลายเป็นกที่มีชีวิต บินไปยังทิศทางที่กลุ่มเรือนั้นอยู่ เมื่อบินวนเวียนสักครู่หนึ่งก็บินกลับมาหาอาจู
“เอาล่ะเราเข้าไปกันได้แล้ว ไปช่วยพวกนั้นออกมาเร็ว”
เมื่อไปถึงเรือที่ถูกซ่อนเ่าั้กลับพบว่ามีแต่เรือ แต่ผู้คนบนเรือหายไปหมด
“อะไรกันนี่คนในเรือหายไปไหนหมด” อาจูจับยามอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า
“พวกมันจับคนไปขังไว้ไม่ไกลจากที่นี่แหละ”
แล้วอาจูก็ทำพิธีไสยศาสตร์ตามแบบสำนักชิงหลิ่วซือไท่ทำการเผาหุ่นกระดาษสองตัว ฉับพลันก็เกิดภูตพรายสองตนขึ้นมาจากเปลวไฟนั้น อาจูก็ออกคำสั่ง
“พาพวกเราไปหาคนที่ถูกขังไว้เดี๋ยวนี้”
ภูตสองตนนำเรือไปจนถึงท้องทะเลแห่งหนึ่งก็เกิดหมอกหนาปกคลุมเหนือท้องน้ำแห่งนั้น อาจูจุดเทียนขึ้นแล้วยกกระจกแปดเหลี่ยมที่มีสัญลักษณ์หยินหยางกับโป๊ยก่วยสะท้อนแสงจากเทียนไปยังกลุ่มเมฆหมอกนั้น ม่านหมอกก็เปิดออกให้เห็นเกาะแห่งหนึ่ง มีสัณฐานคล้ายหัวกะโหลก
“นี่มันหมู่เกาะหัวกะโหลกในตำนาน”อาเฉินอุทานออกมา
“แล่นเข้าไป”อาจูออกคำสั่ง
กลุ่มเรือของจางไห่จูแล่นเข้าไปจนใกล้ถึงชายหาดก็จอดเรือไว้ แล้วลงเรือเล็กเข้าไปยังเกาะแห่งนั้น
อาจูกับลูกน้องอีกราวสิบคนเดินลุยน้ำขึ้นไปยังชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดขุนเขาบนเกาะนั้นมีถ้ำเป็ช่องมากมาย คล้ายเบาตา จมูก และถ้ำใหญ่ที่เหมือนปาก และแล้วก็มีกลุ่มคนกรูกันออกมาขัดขวาง
“หยุดนะใครบุกรุกเข้ามามันต้องตาย” หนึ่งในฝูงชนถือปืนขู่
“พวกเรามาตามหาคนหายไม่ได้คิดจะมาร้ายเลยท่าน” อาจูกล่าว
“อ๋อคนในเรือสิบลำนั้นน่ะเหรอ เราจับขังไว้เอง เพราะมันล่วงล้ำน่านน้ำของเรา”
“ขอคนพวกนั้นคืนเถอะเราจะรีบออกไป ไม่มารบกวนท่านอีก” จางไห่จูต่อรอง
“ถ้าอย่างนั้นก็ลองไปคุยกับท่านเ้าเกาะดูก่อนสิ”
“ได้เลยเชิญท่านนำเราไปเถิด”
อาจูเดินตามคนดูแลเกาะเข้าไปถึงในถ้ำซึ่งตกแต่งภายในไว้ราวกับวิมานทอง
และที่กลางห้องด้านในปรากฏเป็ชายชราแต่งกายคล้ายชาวเปอร์เซียโบราณในชุดคลุมยาวนั่งอยู่บนบัลลังก์
“ท่านคือเ้าเกาะแห่งนี้หรือ”จางไห่จูถาม
“ใช่เราเอง พวกเ้าจะมาตามคนที่เราจับมาละสิ”
“ถูกต้องแล้วเราต้องขออภัยท่านด้วย ที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของท่าน เราขอไถ่ตัวคนของเราคืนหากท่านจะคิดค่าใช้จ่ายเพียงใดก็แจ้งมา เรายินดีจ่าย”
“ฮึปัญหามันไม่ใช่เื่เงิน สาวน้อย” ชายชราลูบหนวดเคราที่หงอกเป็สีดอกเลา
“แล้วอะไรคือปัญหาล่ะท่าน”
“ข้ามีลูกสาวอยู่คนหนึ่งเธอถูกพ่อมดวางยาพิษทำให้หลับใหลมานับสองพันปีแล้ว พวกข้าไม่อาจตาย และไม่อาจอยู่อย่างคนปกติในโลกทั่วไปต้องถูกขังไว้ในเกาะแห่งนี้ จนกว่าจะมีคนมาถอนพิษให้ลูกสาวข้าได้ ก็จะเป็อิสระหากว่าเ้าช่วยให้ลูกข้าฟื้นคืนมา ข้าจะปล่อยตัวคนของเ้า พร้อมทั้งยกเกาะนี้ให้เ้าด้วยเ้าทำได้ไหมล่ะ”
“เื่นั้นต้องให้ฉันลองดูก่อนเชิญท่านพาไปหาลูกสาวสิ”
“ตามข้ามา”
เ้าของเกาะพาไปยังที่นอนของลูกสาวที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอน ยังดูเป็สาวน้อยแรกรุ่น แม้กาลเวลาจะผ่านมานับ20 ศตวรรษ จางไห่จูจับชีพจรดู เปิดดูดวงตา ดูลิ้น กระพุ้งแก้ม จากนั้นก็หันไปส่งอาเฉินว่า
“อาเฉินไปเอากระเป๋าอุปกรณ์การแพทย์มา แล้วกระดาษกับพู่กันหมึกฝนมาให้พร้อม ข้าจะจัดยาให้คนไข้”
“ครับผม”
ระหว่างรอลูกน้องไปเอาของอาจูก็หันไปถามชายชราลึกลับว่า
“แล้วทำไมท่านถึงมาอยู่บนเกาะนี้ได้ละคะ”
“เื่มันเกิดขึ้นเมื่อ333 ปีก่อนคริสตกาล ตอนนั้นอเล็กซานเดอร์แห่งมาซิโดเนีย ยกกองทัพบุกซีเรีย อียิปต์จนกระทั่งมาถึงเปอร์เซีย ข้าคือดาไรอัสที่ 3 ผู้เป็กษัตริย์เมื่อพ่ายแพ้ต่อผู้รุกรานก็รีบพาราชธิดาลงเรือหนีมายังสุวรรณภูมิ เข้าไปขอพึ่งใบบุญพระเ้าเมืองทองคูบัวแต่ปุโรหิตแห่งเมืองนั้นเห็นลูกสาวข้าแล้วพึงพอใจ หมายจะเอาเป็เมียเมื่อข้าไม่ยกให้ เขาก็ลอบวางยาพิษ แล้วจับพวกเรามาขังไว้ในเกาะแห่งนี้โดยร่ายมนต์สะกดไว้ ใครที่เดินทางผ่านมาทางเกาะนี้ จะเข้าได้แต่ออกไม่ได้เว้นแต่ผู้นั้นสามารถถอนพิษในตัวลูกข้าได้เท่านั้น”
อาเฉินไปนำอุปกรณ์มาแล้วจางไห่จูก็ใช้พู่กันจุ่มน้ำหมึกเขียนใบสั่งยาส่งให้ลูกน้อง
“ไปจัดยามาตามนี้นะ”
อาจูหันไปบอกาาแห่งเปอร์เซียว่า
“ธิดาของท่านไม่ได้ป่วยธรรมดาแต่ว่าโดนยาสั่ง ผสมกันระหว่างยาพิษกับไสยศาสตร์จึงต้องใช้วิธีแก้ทั้งสองแนวทางรวมกัน”
ว่าแล้วจางไห่จูก็นำเข็มทองปักลงบนจุดต่างๆ บนร่างกายของเ้าหญิงเปอร์เซีย แล้วใช้ปลายนิ้วหมุนเข็มเบา ๆ เพื่อกระตุ้นชีพจร
ครั้นอาเฉินจัดยามาให้ตามคำสั่งแล้วอาจูก็แบ่งยาออกตามประเภทของการปรุง
บางชนิดต้องสกัดด้วยสุรา
บางชนิดต้องย่างด้วยไฟก่อนนำมาบด
บางชนิดต้องต้มด้วยน้ำ
แล้วนำส่วนผสมแต่ละอย่างมารวมกันเป็ตำรับยามีทั้งยาน้ำ ยาเม็ดลูกกลอน
เมื่อได้ตัวยาเรียบร้อยแล้วอาจูก็ยกตัวเ้าหญิงให้นั่งก่อนจะป้อนยาน้ำเข้าไปในปากทีละนิด ๆตามด้วยยาเม็ดยัดเข้าไปในลำคอของยุวธิดาเ้าเปอร์เซียนั้น ตามด้วยน้ำมนต์ล้างอาถรรพ์จำนวนสองช้อนโต๊ะ
สักพักใหญ่ สาวน้อยผู้หลับใหลมากว่าสองพันปีก็ลืมตาตื่นขึ้น
“ลูกพ่อลุกขึ้นเถิด” ดาไรอัสส่งเสียงเรียกด้วยความดีใจ
“เสด็จพ่อ”ราชธิดาโผเข้ากอดพระบิดา
“พ่อดีใจจริงๆ ที่ลูกฟื้นแล้ว” าาเ้าของเกาะหัวกะโหลกหันมาหาอาจู
“ในเมื่อท่านช่วยให้ลูกข้าฟื้นคืนได้ข้าก็จะทำตามสัญญา ขอคืนคนของท่านและยกเกาะนี้ไว้เป็สิทธิแก่ท่าน”
“ขอบพระทัยเพคะว่าแต่พระองค์จะเสด็จไปอยู่ที่ไหนล่ะ ในเมื่อกาลเวลาล่วงมากว่าสองพันปีแล้วยุคสมัยเปลี่ยนไป ท่านจะใช้ชีวิตได้อย่างไร”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงในถ้ำนี้มีประตูมิติ ที่คนในยุคของข้าเดินทางเข้าออกเป็ประจำ เขามาเยี่ยมข้าบ่อยๆ เพียงแต่เมื่อก่อนข้าไม่สามารถจะกลับไปตามทางนั้นได้ บัดนี้ถ้าเป็อิสระแล้วก็ขอลงพวกท่านทุกคนไปก่อน ขอให้โชคดี เราไปกันเถอะลูก”
เมื่อส่งดาไรอัสและราชบุตรีคืนสู่ยุคสมัยของตนแล้วจางไห่จูก็ให้ปล่อยตัวคนที่ถูกกักขังไว้เป็อิสระทั้งหมดและเห็นว่าชัยภูมิของเกาะนี้ดี มีมุมที่หลบพายุและมรสุมได้ จึงสั่งลูกน้องว่า
“ฉันเห็นเกาะนี้น่าสนใจดีขอให้พวกท่านไปสำรวจสภาพรอบ ๆ หมู่เกาะนี้นะ ว่าจะใช้ทำอะไรได้บ้างแล้วรีบมารายงาน”
ผ่านไปหนึ่งวันลูกน้องก็กลับมารายงานว่า
“ผมไปเจอเกาะที่มีพื้นราบเหมาะจะทำนาครับ”
“ส่วนผมไปเจอเกาะที่มีอ่างเก็บน้ำบนเกาะน้ำจืดสนิท ใสสะอาด น่าดื่มกิน เหมาะจะตักใส่ถังมาบริโภคครับ”
“ฉันไปเจอเกาะที่มีผลไม้มากมายทั้งเงาะ ทุเรียน กล้วย ฯลฯ”
“ฉันไปเจอเกาะสมุนไพรเครื่องเทศมากมาย น่านำมาทำอาหารและยาสมุนไพร”
“ฉันไปเจอเกาะที่มีถ้ำรังนกสามารถเก็บรังนกไปขายได้”
ฯลฯ
“อืมดีมาก ถ้าอย่างนั้นฉันว่า เราควรตั้งฐานที่มั่นไว้บนหมู่เกาะนี้แหละขอให้ช่วยกันปลูกเรือนที่พักไว้ให้เพียงพอทุกครอบครัว เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเราถึงจะออกเดินทางไปค้าขายต่อไป”
ครั้นแล้วบรรดาบริวารลูกเรือของจางไห่จู ก็ช่วยกันปลูกกระท่อม โรงเรือนด้วยไม้ไผ่บ้างไม้อื่น ๆ ตามแต่จะหาได้บนเกาะนั้น ๆ บ้าง ใช้เป็ที่อยู่อาศัยและทำกิจกรรมต่าง ๆจนแล้วเสร็จ
บังเลาะถามว่า
“นายหญิงครับขอถามอะไรหน่อย อย่าโกรธผมนะ”
“ว่ามาฉันเป็คนมีเหตุผล ไม่โกรธใครส่งเดชหรอก”
“ผมเห็นว่านายหญิงเคยเข้ารับอิสลามเป็มุสลิมะห์แล้วไม่ใช่หรือครับแต่ทำไมวันก่อนเห็นทำพิธีทางไสยศาสตร์ของลัทธิเต๋าอยู่เลย”
จางไห่จูยิ้มก่อนจะตอบว่า
“บังเลาะในใจฉันก็ยังนับถืออัลเลาะห์อยู่นั่นแหละแต่หน้าที่ทางโลกฉันยังต้องทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การทำพิธีพวกนั้นมันก็เปรียบเสมือนเรือแพพาเราข้ามแม่น้ำไปสู่อีกฝั่ง เมื่อข้ามได้แล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องใช้มันแล้ว แต่พระเ้าก็ยังอยู่ในใจฉันเหมือนพ่อแม่ที่รอเราอยู่ในบ้าน เข้าใจหรือยังล่ะ”
“อ่อเข้าใจแล้วครับ”
ต่อมา ลูกน้องของเ้าเกาะคนใหม่ก็นำเอกสารบางอย่างเข้ามารายงานว่า
“นายหญิงครับมีข่าวจากสายของเรารายงานมาครับ”
“ว่ามาซิ”
“ทางการประเทศโซวันน่ามีประกาศจับขุนโจรจางไห่จู โจรสลัดแห่งน่านน้ำอันดามัน ตั้งรางวัลนำจับ หนึ่งล้านรูปี”ลูกน้องอ่านแล้วก็นำส่งให้จางไห่จู นางหยิบมาดูแล้วก็หัวเราะร่า เพราะเห็นรูปตัวเอง
“ในเมื่ออยากให้ฉันเป็โจรสลัดดีนักฉันก็จะเป็ให้ดู!!!”
จบตอนที่ 9 โปรดติดตามตอนที่ 10 กัปตันฝรั่งกลับใจ