หลังจากที่ตัดสินใจจะทำชุดกี่เพ้าแบบโมเดิร์นแล้ว วันต่อมาสองฝาแฝดก็เย็บขึ้นมาคนละ1แบบมาให้ชิงเหมยดู
"ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะพี่ฮุ่ยหลิง พี่ฮุ่ยหลิน แบบนี้แหละค่ะ บางแบบต้องใส่ลายลูกไม้ไปด้วย เดี๋ยวหนูจะไปซื้อผ้าลายลูกไม้กลับมานะคะ"
สองฝาแฝดนี่ฝีมือการตัดเย็บยอดเยี่ยมมาก แบบชุดที่ชิงเหมยเขียนไปให้นั้น มีแต่รูปทรง ส่วนวิธีการเย็บ หรือ ฝีเข็ม สองฝาแฝดต้องไปลองทำกันดูเอาเอง แต่ทั้งคู่ก็ทำออกมาได้ตรงตามที่ชิงเหมยเคยเห็นในยุคที่ตนจากมาเลย
"หลิงเอ๋อ ไปซื้อของกับพี่ไหมจ้ะ"
"ไปค่าาา"
หลี่หลิงผู้ติดพี่สาว ก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว
สองพี่น้องออกจากบ้านไปซื้อผ้าลายลูกไม้ที่ย่าน ต่งต้า กันก่อน แล้วก็พากันนั่งรถโดยสารไปที่ห้างสรรพสินค้า หลี่หลิงอยากได้หนังสือมาอ่านเพิ่ม ชิงเหมยก็เลยพามาซื้อ
ชิงเหมยเคยมาเดินดูที่ห้างสรรพสินค้านี้หลายรอบแล้ว เพื่อจะมาหาที่เปิดร้านฮุ่ยเหมยบูติก แต่หาที่ดีๆไม่ได้เลย โซนเสื้อผ้าที่ก็เต็มหมด ที่ๆว่างอยู่ก็เป็นโซนขายอาหาร ถ้ามาเปิดร้านขายเสื้อผ้าโซนนี้ คงจะไม่ดีแน่ กลิ่นอาหารคงเหม็นติดเสื้อผ้าหมด
ผ้าลายลูกไม้กับด้ายสีต่างๆที่ชิงเหมยไปสั่งไว้จากย่าน ต่งต้า คงจะถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว หลังจากหลี่หลิงซื้อหนังสือเสร็จแล้วก็จะพากันกลับบ้าน
เดินออกมาจากห้างทางด้านหน้าห้าง ชิงเหมยเห็นร้านที่อยู่ตรงข้ามกับห้าง มีหลายร้านที่เปิดอยู่ หลายร้านก็ปิดอยู่ก็มี
บางร้านเปิดเป็นร้านอาหารแต่ประตูยังปิดอยู่ น่าจะเปิดตอนเย็นไปถึงดึก บางร้านเปิดเป็นร้านขายใบชา ที่รู้ว่าเป็นร้านอะไรเพราะอ่านจากป้ายตรงหน้าร้านดู ดูแล้วทำเลตรงนี้ข้อนข้างดี อยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้า คนที่มาเที่ยว ถ้าจะเข้ามาที่ห้าง ก็ต้องสังเกตเห็นโซนนี้แน่นอน
ชิงเหมยเห็นแบบนั้นก็ลองเดินไปสอบถามที่ร้านขายใบชา
"สวัสดีค่ะคุณน้า"
เจ้าของร้านขายใบชาเป็นชายอายุประมาณ 40 เรียกน้าไว้ก่อนก็แล้วกัน
"ว่ายังไงครับ สนใจใบชาชนิดไหนสอบถามได้เลยนะครับ"
"คือหนูอยากถามว่าร้านแถวนี้ มีร้านไหนว่างให้เช่าอยู่ไหมคะ"
"เอ้า มีสิมี มาๆ เข้ามานั่งดื่มชาก่อน"
สองพี่น้องถึงจะอายุน้อย แต่การแต่งตัวค่อนข้างดี เจ้าของเห็นท่าทางของชิงเหมยที่ดูโตกว่าอายุที่เห็น จึงเชิญเข้าไปในร้าน
ทั้งคู่เข้าไปนั่งดื่มชา ทำท่าทางแบบนักธุรกิจใหญ่ซะเลย
แท้จริงแล้วร้านขายใบชาที่นี่ คือเจ้าของพื้นที่ตรงนี้ทั้งหมด เป็นมรดกตกทอดกันมา จึงสร้างเป็นห้องติดๆกันหลายสิบห้อง เพื่อปล่อยให้คนมาเช่า เป็นธุรกิจของตระกูลไป
ค่าเช่าที่นี่ไม่ได้ถูกเลย ค่าเช่าปีละ 1,600หยวน แต่ด้วยทำเลที่ตั้งแล้วแล้วราคานี้ชิงเหมยก็พอจะรับได้
หน้าร้านกว้างประมาณ6เมตร สามารถทำสัญญาได้ทีละ5ปี แต่ถึงจะเลิกเช่าก่อน ก็ไม่มีปัญหา ถือว่าเป็นสัญญาที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้เช่า เพราะถ้าชิงเหมยตกแต่งร้านเสียเงินไปเยอะแล้ว แต่พอผ่านไปปีสองปี ผู้ให้เช่าจะยกเลิก แบบนี้ก็ลำบาก การทำสัญญาทีละ5ปี ถือว่าเหมาะสมแล้ว
เจ้าของพาชิงเหมยไปดูร้านที่ว่างอยู่ ซึ่งชิงเหมยถูกใจ ร้านที่อยู่ใกล้กับร้านขายใบชาไปไม่ไกล อยู่ติดกับถนน ข้างห้างสรรพสินค้า ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องมองเห็นอย่างแน่นอน
เจ้าของที่เช่าลองถามว่า ชิงเหมยคิดจะเปิดร้านขายอะไร ชิงเหมยก็บอกว่าจะเปิดร้านเสื้อผ้า เจ้าของที่เช่าก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่าที่นี่ก็มีร้านขายเสื้อผ้าหลายร้านอยู่เหมือนกัน
ชิงเหมยบอกกับเจ้าของที่เช่าว่า วันพรุ่งนี้จะพาผู้ใหญ่เข้ามาทำสัญญาตอนประมาณเที่ยงวัน เจ้าของที่เช่ารับคำ แต่ดูท่าทางคงจะไม่ได้หวังอะไรมากกับคำพูดของเด็กน้อย
ชิงเหมยกับหลี่หลิงกลับมาถึงบ้านในตอนบ่าย
"แม่คะ พรุ่งนี้แม่ไปดูห้องเช่ากับหนูนะคะ ต้องไปทำสัญญาด้วย"
ชิงเหมยเล่าให้แม่โจวฟังว่า ไปเจอห้องเช่าที่จะเปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าแล้ว บอกว่าทำเลค่อนข้างดีมาก ค่าเช่าปีละ1,600 หยวน
ทีแรกแม่โจวตกใจกับราคาค่าเช่ามาก แต่แม่โจวถือเป็น เอฟซีอันดับหนึ่งของชิงเหมย ไม่ว่าลูกสาวจะทำอะไร แม่โจวย่อมสนับสนุนอยู่แล้ว"
สองฝาแฝดที่กำลังนั่งเย็บชุดกี่เพ้าโมเดิร์นอยู่ ได้ยินชิงเหมยบอกว่าหาร้านได้แล้ว ก็ดีใจไปด้วย เหลียนอี้เฟยถึงกับเข้าไปนับเงินในห้องมาให้ชิงเหมยเลยทีเดียว
"เดี๋ยวก่อนค่ะพี่อี้เฟย เดี๋ยวหนูต้องคำนวณก่อน ว่าแต่ละคนจะต้องออกเงินเท่าไหร่"
"เท่าไหร่พี่ก็เต็มใจจ้า" เหลียนอี้เฟย เอฟซีอันดับสองของชิงเหมย บอก