ตอนที่ 18 ยืมมือผู้อื่น
“ถูกต้อง สามีภรรยาตระกูลถง แม้ในอดีตแม่นางน้อยตระกูลพวกเ้าจะไม่ค่อยรู้ความนัก มิหนำซ้ำยังยโสโอหังหยาบกระด้าง ทว่ายามนี้กล่าวสองประโยคนั้นออกมาได้น่าประทับใจจริงๆ ในเมื่อเ้าขายลูกสาวไปแล้ว แม่นางน้อยก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับเ้าอีก ก่อนหน้านี้ยังให้เงินพวกเ้าไปตั้งมากมายถึงเพียงนั้น แล้วบัดนี้มาบังคับแม่นางน้อยอีก ไม่ใจแคบไปหน่อยรึ”
แรกเริ่มเดิมทีบิดาได้ฟังถงเชียนเล่าเื่ราวออกมาเสียหมดเปลือกถึงเพียงนั้น มิหนำซ้ำยังไม่เหลือทางรอดไว้ให้อีกต่างหาก ในใจจึงรู้สึกโมโหอยู่มาก ยามปกติตนก็เป็คนอัธยาศัยแย่อยู่แล้ว ยามนี้ยังมาได้ยินคนที่ดูเหมือนจะว่างมากนินทาว่าร้ายตนเองอีก วินาทีนั้นก็รู้สึกหมดความอดทน
ไม่เหลียวมองถงเชียนสักนิด หันไปมองแต่พี่ใหญ่หวัง “พี่หวัง พวกเราอย่าวิ่งห้าสิบก้าวแล้วหัวเราะเยาะวิ่งหนึ่งร้อยก้าวเลย เ้านับเป็ตัวอะไร หากพูดกันอีกที ใครบอกเ้าว่าข้าขายลูกสาว ลูกสาวของพวกข้าแต่งออกไปต่างหากเล่า จี้ซิวผิงผู้นี้ซื้อนางกลับไปเป็สะใภ้ ไม่ใช่เด็กรับใช้เสียหน่อย”
“ลูกเขยของเราแสดงความกตัญญูต่อพวกข้าทั้งสอง มีสิ่งใดไม่เหมาะสมกัน หากจะให้ดี กลับบ้านไปจัดการปากฮูหยินตัวเองเถอะ อย่าให้นางออกมาพูดจาเหลวไหลบ่อยนัก”
เดิมทีป้าหวังก็ชอบอยู่ใกล้ความครึกครื้น ทว่ายามนี้ได้ยินบิดาของถงเชียนต่อว่าสามีของตนเช่นนี้ ย่อมไม่อาจยอมรับได้ ยามปกติตนก็ไม่สนใจอยู่แล้วว่าใครจะพูดอะไร แล้วยามนี้จะสนใจสายตาเ่าั้ได้อย่างไร
จึงอ้าปากร้องะโ “ลูกสาวที่แต่งออกไปแล้ว เ้าลองถามผู้คนในที่นี้ดูสิ มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเ้าขายลูกสาวให้พ่อค้าทาส เป็เพราะจี้ซิวผิงเห็นแม่นางน้อยผู้นั้นน่าสงสาร เลยซื้อตัวกลับมาแล้วเลี้ยงดูด้วยตนเอง หากเป็ลูกสาวที่แต่งออกไปจริงๆ เขาต้องให้สินสอดทองหมั้นกับเ้าแล้ว แต่เหตุใดจึงไม่เห็นสินเดิมของเ้าล่ะ”
“เ้าอย่ารังแกสามีผู้แสนดีของข้านะ มีข้าอยู่ ไม่มีทางยอมให้คนละโมบโลภมากไม่รู้จักพออย่างเ้า รังแกและดูถูกเขาเป็อันขาด”
ถงเชียนเห็นป้าหวังด่าอย่างไม่ไว้หน้าเลยสักนิด ย่อมรู้สึกเบิกบานใจมากเป็ธรรมดา รีบทะเลาะกันเสียเถอะ หากทะเลาะกันขึ้นมา ถือว่าท้ายที่สุดตนเองไม่ต้องพูดอะไร ก็สามารถทำให้บิดามารดาคู่นี้โมโหได้ ถึงแม้วันนี้จะนำเงินกลับมาไม่ได้ แต่ก็ไม่อาจยอมให้พวกเขาไม่สูญเสียสิ่งใดเลยไม่ได้
พอคิดดังนี้ ทั้งได้อยู่ภายใต้การปลอบโยนของจี้ซิวผิง จึงสงบอารมณ์ลง แล้วพูดตะกุกตะกักว่า “ท่านพ่อ แรกเริ่มเดิมทีท่านให้ลูกแต่งเข้าบ้านพี่ซิวผิงหรอกหรือ เช่นนั้นจากนี้ไปลูกก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว ส่วนพี่ซิวผิงเองก็ไปบ้านพวกเราได้เช่นกัน”
บิดาของถงเชียนมองท่าทางไร้เดียงสานี้ของนาง แล้วแค่นเสียงเ็าคำหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้ตนเองไม่อาจพูดสิ่งใดได้ หากบอกว่าได้ เช่นนั้นถ้าในอนาคตถงเชียนพาจี้ซิวผิงกลับไปทุกวันล่ะ ก็ต้องสิ้นเปลืองเสบียงอาหารภายในครอบครัว แต่หากบอกไม่ได้ เช่นนั้นเงินในอดีตจำนวนนั้น มีความเป็ไปได้ว่าต้องมีคำแก้ตัวให้ถงเชียน
ถงเชียนมองเห็นท่าทางเช่นนี้ของบิดา ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่นางจะไม่ยอมให้เขาสมปรารถนาเป็อันขาด
จึงเริ่มร้องไห้โฮและพูดว่า “ท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงไม่พูดล่ะ เชียนเอ๋อร์ผิดไปแล้วหรือ บางทีตอนนั้นท่านพ่ออาจอยากขายเชียนเอ๋อร์จริงๆ แต่พอเห็นพี่ซิวผิงฐานะดี เลยคิดจะใช้ความสัมพันธ์ของลูกสาวเพื่อผูกพี่ซิวผิงไว้ด้วยกันสินะ มิน่าล่ะ...”
ถงเชียนทำทีเหมือนนึกอะไรออก ยามที่เอ่ยถึงตรงนี้ ก็หยุดชะงักไปเสียดื้อๆ แล้วปล่อยให้ผู้คนคาดเดาไปต่างๆ นาๆ
ป้าหวังที่กำลังโกรธเพราะคำพูดของบิดาถงเชียน บัดนี้พอได้ยินคำพูดที่ชวนให้คนครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งของถงเชียนแล้ว ก็รู้สึกอยากรู้จนทนไม่ไหว
ถามเร่งรัด “เชียนเอ๋อร์เด็กดี บอกป้ามาเถอะ ที่เ้าพูดว่ามิน่าล่ะท่านพ่อของเ้าทำไมรึ”
ถงเชียนมองคล้อยป้าหวังแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองบิดา พลางส่ายหน้าไปด้วยก้มหน้าไปด้วย ทว่าคิ้วงามกลับขมวดแน่นเป็ปม คล้ายกำลังตัดสินใจบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากก็มิปาน
หากตั้งใจฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะได้ยินเสียงนางพูดพึมพำกับตัวเอง “ไม่ ข้าไม่กล้าพูด หากพูดไปท่านพ่อจะตีข้า พี่ซิวผิงก็จะไม่้าข้า เชียนเอ๋อร์จะไม่พูด”
พวกชาวบ้านได้ยินถงเชียนเอ่ยเช่นนี้ ต่างพากันมองไปที่บิดาของถงเชียนด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ป้าหวังจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร แหวกทางฝูงชนเดินเข้าไป แล้วรับถงเชียนมาจากอ้อมแขนของจี้ซิวผิง
พลางลูบศีรษะด้วยใบหน้าที่ดูราวกับมารดาบังเกิดเกล้าก็มิปาน ปลอบประโลมความรู้สึกของนาง พลางค่อยๆ เอ่ยโน้มน้าว “เชียนเอ๋อร์เด็กดี มีป้าอยู่ที่นี่ มิหนำซ้ำพวกชาวบ้านต่างก็อยู่กัน เ้าวางใจเสียเถอะ พ่อของเ้าไม่มีทางตีเ้าแน่ พวกเราก็จะไม่ยอมให้เขาตีเ้าอย่างไร้เหตุผลด้วยเช่นกัน เชียนเอ๋อร์อยากพูดสิ่งใดก็พูดออกมาเถอะ ให้ทุกคนช่วยตัดสินให้เ้า”
ในยามที่เชียนเอ๋อร์ผละออกจากอ้อมแขนของจี้ซิวผิง ฉับพลันนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งพอได้ััการกระทำของป้าหวังแล้ว ในใจก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์ หญิงชราที่ชื่นชอบความวุ่นวายเช่นเ้า ไม่รู้ว่าวันนั้นใครกันนะที่มองข้าอย่างจงเกลียดจงชังราวกับศัตรู มิหนำซ้ำยังยื่นมือทวงความยุติธรรมให้ผู้อื่นอีก
เพียงแต่ตอนนี้ตนเอง้าให้นางอยู่ข้างตน หากไม่ใช่เพราะบิดาของตนผู้นั้นทำตัวคลุมเครือ กล่าวโทษผู้อื่นตามใจชอบ ยามนี้ตนก็คงไม่ได้ผู้ช่วยที่มีประโยชน์ถึงเพียงนี้ เมื่อมีนางถามเช่นนี้ ตนจึงสามารถพูดคำที่ทุกคนคิดว่าเป็การดูิ่ออกมาได้อย่างสะดวก
ได้ยินเช่นนี้ จึงแสร้งทำเป็แหงนหน้าขึ้น ไม่ให้นางย่ำยีผมของตนเองอีก แล้วเอ่ยอย่างขลาดกลัว “ท่านป้า ท่านพูดจริงรึ บิดาจะไม่ตีข้าจริงๆ รึ” ขณะที่ถามเช่นนี้ ก็แสร้งทำเป็ได้ที่พึ่งและจ้องเข้าไปในดวงตาของป้าหวังตรงๆ
เมื่อป้าหวังเห็นเช่นนี้ ในใจก็ยิ่งรู้สึกสงสัยเป็เท่าตัว วันนั้นแม่หนูผู้นี้เพิ่งจะรังแกหรูเยียน พอผ่านไปไม่กี่วัน ก็เปลี่ยนเป็ขี้ขลาดตาขาว ไม่ใช่ท่าทางที่นางรู้จักเหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด แต่ถึงจะสงสัยแค่ไหน ก็ไม่อาจเทียบกับเื่ที่บิดาถงเชียนรังแกสามีของตน
“เชียนเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว ท่านลุงท่านป้าทั้งหลายล้วนปกป้องเ้า ไม่มีทางยอมให้บิดารังแกเ้าเป็อันขาด เ้าพูดสิ่งที่เ้าอยากจะพูดเถอะ กล่าวความในใจทั้งหมดออกมา”
ถงเชียนมองบิดาอย่างระวังครู่หนึ่ง แล้วสูดหายใจเฮือกใหญ่ “เมื่อก่อนบิดารังเกียจที่ข้าเป็เด็กผู้หญิง ฉะนั้นในยามที่พี่ใหญ่แต่งงาน จึงได้ขายข้าออกไป เพื่อให้พี่ใหญ่ได้แต่งภรรยา แต่หลังจากที่รู้ฐานะของพี่ซิวผิงแล้ว ก็มาหาข้า...”
“ให้ข้าทำท่าทางหยิ่งผยองใช้อำนาจบาตรใหญ่เช่นนั้น ทั้งพยายามให้พี่ซิวผิงมอบเงินให้ข้าใช้จ่าย ในยามที่เขามาก่อกวน ก็ยังให้พี่ซิวผิงมอบเงินให้พวกเขา มิเช่นนั้น มิเช่นนั้น พวกเขาจะให้คนอื่นลักพาตัวข้าไป ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่พี่ซิวผิงจะไม่้าข้า คนอื่นๆ ก็จะไม่้าข้าเช่นกัน ดังนั้น... ”
“ดังนั้นเชียนเอ๋อร์จึงหวาดกลัว กลัวว่าพี่ซิวผิงจะไม่้าข้าจริงๆ” เมื่อพูดเช่นนี้ ก็ร้องไห้โฮออกมา ดิ้นจนหลุดจากมือป้าหวัง แล้วโผเข้ากอดจี้ซิวผิงไว้แน่น ราวกับเด็กที่กลัวถูกทอดทิ้งก็มิปาน ไหนเลยจะมีท่าทางหยิ่งยโสเฉกเช่นที่ผู้คนเคยเห็นเมื่อในอดีต