ในยามรุ่งสางของวันถัดมา หลินซูตื่นขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ นางได้นอนหลับไม่สนิท เพราะใจคิดถึงการเดินทางที่กำลังจะมาถึงและความหวังที่จะช่วยมารดาให้หายป่วย แสงอรุณแรกของวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง ทำให้นางรู้สึกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
หลินซูลุกขึ้นจากเตียงอย่างเบามือเบาเท้า เพื่อไม่ให้เสียงรบกวนมารดาที่กำลังหลับอยู่ในห้องข้างๆ นางสวมเสื้อผ้าเรียบง่ายที่เตรียมไว้สำหรับการเดินทาง ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลอ่อนที่สวมใส่สะดวกและไม่เป็ภาระในการเดิน นางมัดผมให้เรียบร้อยด้วยผ้าโพกหัวสีขาว แล้วจึงหยิบถุงเดินทางที่เตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืน
ก่อนออกจากห้อง หลินซูเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อดูใบหน้าของตนเองในกระจกเป็ครั้งสุดท้าย ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาดูซีดเซียวกว่าปกติ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน นางกระซิบกับตัวเองเบาๆ "เพื่อท่านแม่... ข้าจะทำได้"
นางเดินออกจากห้องอย่างเงียบๆ แล้วไปตรวจดูมารดาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนเดินทาง หลินเหมยนอนหลับอยู่อย่างไม่สนิท ใบหน้าซีดเซียวและลมหายใจแ่เบา หลินซูก้มลงจูบหน้าผากมารดาเบาๆ แล้วกระซิบ "ท่านแม่เ้าค่ะ ข้าไปแล้วนะ รอข้ากลับมาด้วย"
เมื่อก้าวออกจากห้อง หลินซูพบว่าเสี่ยวเหมยยืนรออยู่ที่ระเบียง สาวใช้คนสนิทมีใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล "คุณหนูหลิน ข้าเตรียมข้าวปั้นและน้ำชาอุ่นไว้ให้แล้วเ้าค่ะ กินก่อนเดินทางจะได้มีแรง"
"ขอบใจมากเสี่ยวเหมย" หลินซูรับข้าวปั้นมาด้วยความซาบซึ้ง แม้จะไม่ค่อยหิวแต่นางก็รู้ว่าต้องกินให้มีแรงสำหรับการเดินทางที่ยาวไกล "เ้าดูแลท่านแม่ให้ดีนะ หากมีอะไรเร่งด่วนให้ส่งคนมาหาข้าที่เขาเทียนซาน"
"ได้เ้าค่ะ คุณหนู ข้าจะดูแลฮูหยินหลินให้ดีที่สุด" เสี่ยวเหมยตอบด้วยความมั่นใจ "คุณหนูก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะเ้าค่ะ การเดินทางไปเขาเทียนซานนั้นไม่ใช่เื่ง่าย"
หลินซูกินข้าวปั้นอย่างรีบเร่ง แล้วจึงจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็สำหรับการเดินทางอย่างเรียบร้อย นางตรวจดูในถุงเดินทางอีกครั้งหนึ่ง - เสื้อผ้าสำรอง ผ้าห่ม อาหารแห้ง น้ำดื่ม เงินติดตัว และเครื่องรางเล็กๆ ที่เป็ของมารดา ทุกอย่างพร้อมแล้ว
เมื่อก้าวออกจากเรือน นางก็พบกับพ่อบ้านที่ยืนรออยู่พร้อมกับหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวคนนั้นมีรูปร่างเล็กเพรียว ใบหน้าเรียบง่ายแต่มีแววตาที่ฉลาดเฉลียว เสื้อผ้าที่สวมใส่เรียบร้อยแต่ไม่หรูหรา
"คุณหนูหลินขอรับ" พ่อบ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ "ฮูหยินหลินกำชับให้ข้าส่งเสี่ยวชิงชิงไปดูแลคุณหนูระหว่างการเดินทางขอรับ นางเป็สาวใช้คนสนิทที่รับใช้ฮูหยินหลินมาั้แ่เด็ก"
หลินซูมองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างพ่อบ้านด้วยความประหลาดใจ นางคือ "ชิงชิง" สาวใช้คนสนิทที่รับใช้มารดามาั้แ่เด็ก แม้จะไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่หลินซูก็รู้จักนางดี ชิงชิงมีอายุไล่เลี่ยกับหลินซู รูปร่างบอบบางแต่ดูแข็งแรง ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือแววตาที่ฉลาดเฉลียวและท่าทางที่คล่องแคล่วว่องไว
"ชิงชิง... เ้าจะไปกับข้าหรือ?" หลินซูเอ่ยถามด้วยความแปลกใจผสมกับความดีใจ นางไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาร่วมเดินทางด้วย
"เ้าค่ะคุณหนู ฮูหยินหลินเป็ห่วงคุณหนูมาก จึงสั่งให้ข้าตามไปดูแลเ้าค่ะ" ชิงชิงตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น "ข้าเคยไปเขาเทียนซานมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน จึงรู้เส้นทางและสภาพการณ์ที่นั่นดี"
หลินซูรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย การที่มารดาส่งชิงชิงมาดูแลทำให้นางรู้สึกถึงความรักและความเป็ห่วงอย่างลึกซึ้ง การมีชิงชิงร่วมเดินทางไปด้วยทำให้นางรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก เพราะชิงชิงเป็คนฉลาดและรู้จักเอาตัวรอดได้ดีกว่านางนัก อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการเดินทางไกลด้วย
"ข้าดีใจมากที่เ้าจะไปด้วย" หลินซูกล่าวด้วยความจริงใจ "การเดินทางครั้งนี้คงจะไม่เหงาแล้ว"
"คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วงเื่อะไรเลยเ้าค่ะ ข้าจะดูแลทุกอย่าง" ชิงชิงรับปากด้วยความมั่นใจ "ข้าเตรียมอาหารและเครื่องใช้จำเป็มาเพิ่มเติมแล้ว และรู้จักเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดไปยังอาราม"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวออกจากจวน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ทั้งคู่หยุดเดินและหันกลับไปมอง
"ซูเอ๋อร์!"
หลินซูหันกลับไปมองด้วยความใ ก็พบกับ "หลี่ิ" คู่หมั้นหนุ่มของนางที่ยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเสื้อผ้าที่เรียบร้อย หลี่ิเป็ชายหนุ่มรูปงาม ใบหน้าหล่อเหลาด้วยคางที่เหลี่ยมชัด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่อ่อนโยนแต่เฉียบคม เขามีรูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง สง่างามสมกับเป็บุตรชายของขุนนางชั้นสูง ท่าทางของเขาแสดงถึงการศึกษาที่ดีและความมั่นใจในตนเอง
"หลี่ิ... ท่านมาได้อย่างไร?" หลินซูเอ่ยถามด้วยความใ นางไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้เื่การเดินทางของนาง
"ข้าได้ยินข่าวจากคนรับใช้ว่าเ้าจะเดินทางไปเขาเทียนซาน ข้าจึงรีบมาส่งเ้า" หลี่ิเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง เขามองหลินซูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และความรัก "การเดินทางครั้งนี้ลำบากนัก เ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ ข้าเป็ห่วงมาก"
หลินซูรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคู่หมั้นหนุ่ม แม้ว่าทั้งสองจะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ความเอาใจใส่และความรักที่หลี่ิมีให้นางนั้นแท้จริงและลึกซึ้ง นางพยักหน้าช้าๆ ด้วยความซาบซึ้ง "ข้าจะดูแลตัวเองให้ดีเ้าค่ะ ท่านก็เช่นกัน อย่าเป็ห่วงข้ามากเลยเ้าค่ะ"
หลี่ิยื่นมือออกไปกุมมือของหลินซูเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน มือของเขาอุ่นและแข็งแรง ทำให้หลินซูรู้สึกปลอดภัย "ข้าจะรอเ้ากลับมานะซูเอ๋อร์ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าก็จะรอ ขอให้การเดินทางของเ้าปลอดภัย และขอให้ฮูหยินหลินหายป่วยโดยเร็ว"
"ข้าขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ" หลินซูตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "คำพูดของท่านให้กำลังใจข้ามาก"
หลี่ิมองลึกเข้าไปในดวงตาของหลินซู "เ้ารู้ไหมว่าข้าภูมิใจในตัวเ้ามาก? ความกล้าหาญและความรักที่เ้ามีต่อมารดานั้นน่าชื่นชม แต่ข้าก็เป็ห่วงเช่นกัน เขาเทียนซานนั้นสูงชันและอันตราย"
"ข้ารู้เ้าค่ะ แต่เพื่อท่านแม่แล้ว ข้าจะทำทุกอย่าง" หลินซูตอบด้วยความมุ่งมั่น "ข้ามีชิงชิงไปด้วย จะได้ดูแลกันและกัน"
หลี่ิหันไปมองชิงชิงแล้วพยักหน้าให้ "ชิงชิง ข้าฝากดูแลคุณหนูหลินให้ดีด้วย หากมีอันตรายใดๆ ให้พาเธอหนีให้ปลอดภัยก่อน"
"ได้เ้าค่ะท่านหลี่ ข้าจะดูแลคุณหนูให้ดีที่สุด" ชิงชิงตอบด้วยความเคารพ
หลี่ิเอื้อมมือเข้าไปในเสื้อแล้วดึงถุงผ้าเล็กๆ ออกมา "นี่คือเครื่องรางที่ข้าขอมาจากวัดใหญ่ในเมือง เก็บไว้เพื่อป้องกันอันตรายระหว่างทาง"
หลินซูรับเครื่องรางมาด้วยความซาบซึ้ง มันเป็จี้หยกเล็กๆ แกะสลักเป็รูปั ดูประณีตและมีค่า "ข้าจะเก็บไว้ให้ดีเ้าค่ะ ขอบคุณมาก"
"เวลาผ่านไปแล้ว เราควรออกเดินทางแล้วเ้าค่ะคุณหนู" ชิงชิงเตือนเบาๆ "หากออกเดินทางช้าเกินไป อาจจะไปถึงเขาเทียนซานตอนค่ำ ซึ่งไม่ปลอดภัย"
หลินซูพยักหน้าแล้วหันไปมองหลี่ิเป็ครั้งสุดท้าย "ข้าไปแล้วนะเ้าค่ะ"
"ไปเถอะ ข้าจะส่งสายตาไปกับเ้า" หลี่ิกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แม้ดวงตาจะเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
คำพูดของหลี่ิทำให้หลินซูรู้สึกอบอุ่นใจและมีกำลังใจมากขึ้น นางพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะผละมือออกและก้าวเดินต่อไปพร้อมกับชิงชิง โดยมีสายตาของหลี่ิที่มองตามหลังไปจนลับตา
การเดินทางสู่เขาเทียนซานเริ่มต้นขึ้นด้วยเส้นทางที่ค่อนข้างราบเรียบผ่านหมู่บ้านเล็กๆ และทุ่งนาที่เขียวขจี แสงแดดยามเช้าส่องลงมาอย่างอ่อนโยน ทำให้อากาศไม่ร้อนจัดนัก หลินซูและชิงชิงเดินคู่กันไปตามทางเดินที่คุ้นเคยของชาวบ้าน
"คุณหนู เส้นทางใน่แรกนี้จะเดินง่าย แต่พอใกล้ถึงเขาแล้วจะเริ่มสูงชันขึ้น" ชิงชิงอธิบายขณะเดิน "เราต้องหยุดพักบ่อยๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ"
"ชิงชิง เ้าเคยไปอารามบนเขาเทียนซานมาแล้วจริงหรือ?" หลินซูถามด้วยความสนใจ
"เ้าค่ะ ข้าไปกับยายของข้าเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ยายป่วยหนัก" ชิงชิงตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทรงจำ "อารามแห่งนั้นตั้งอยู่บนยอดเขาสูง รายล้อมไปด้วยป่าไผ่และต้นสนใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์มาก"
"แล้วยายของเ้าหายป่วยหรือไม่?" หลินซูถามด้วยความหวัง
"หายเ้าค่ะ หลังจากบำเพ็ญเพียรที่นั่นเจ็ดวัน ยายกลับมาแข็งแรงดีขึ้นมาก" ชิงชิงยิ้ม "ข้าเชื่อว่าฮูหยินหลินก็จะหายป่วยเช่นกัน"
คำพูดของชิงชิงทำให้หลินซูรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น นางเดินต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น
เมื่อเดินไปได้ประมาณสองชั่วโมง พวกเขาก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางที่เป็เนินเขาลูกเล็ก ต้นไม้เริ่มหนาแน่นขึ้น และอากาศก็เริ่มเย็นสบายกว่าเดิม เสียงนกร้องและเสียงลมใส่ใบไม้ทำให้บรรยากาศดูสงบและผ่อนคลาย
"เราหยุดพักกันหน่อยไหมคุณหนู?" ชิงชิงเสนอเมื่อเห็นหลินซูเริ่มหอบเหนื่อย "ข้าเตรียมน้ำชาและขนมมาด้วย"
"ได้เ้าค่ะ ข้าเหนื่อยเล็กน้อยแล้ว" หลินซูยอมรับ พวกเขานั่งลงใต้ร่มไผ่ใหญ่ต้นหนึ่ง
ชิงชิงเอาน้ำชาอุ่นและขนมแป้งออกมาจากถุงเดินทาง "คุณหนูกินให้เต็มที่นะเ้าค่ะ เดี๋ยวเส้นทางจะเริ่มยากขึ้น"
หลินซูดื่มน้ำชาอุ่นๆ แล้วรู้สึกสดชื่นขึ้น นางมองไปรอบๆ ด้วยความประทับใจ "ที่นี่สวยมากเ้าค่ะ ข้าไม่เคยออกมาไกลจากเมืองขนาดนี้มาก่อน"
"ยิ่งขึ้นไปสูงแล้วจะสวยกว่านี้อีกเ้าค่ะ" ชิงชิงกล่าว "แต่ก็จะเหนื่อยกว่านี้ด้วย"
หลังจากพักประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็ออกเดินทางต่อ เส้นทางเริ่มสูงชันขึ้นเรื่อยๆ หลินซูต้องใช้แรงมากขึ้นในการเดิน บางครั้งต้องจับกิ่งไม้หรือหินเพื่อช่วยในการปีนขึ้น
"ระวังเท้าให้ดีนะเ้าคะคุณหนู ทางนี้ลื่น" ชิงชิงเตือนขณะที่ช่วยพยุงหลินซูขึ้นจากหินก้อนใหญ่
"ขอบใจเ้าค่ะ" หลินซูตอบด้วยลมหายใจที่หอบ "ข้าไม่เคยคิดว่าการเดินขึ้นเขาจะเหนื่อยขนาดนี้"
"ช้าๆ ก็ได้เ้าค่ะ สำคัญคือต้องปลอดภัย" ชิงชิงปลอบ "เราไม่ต้องรีบร้อน"
การเดินทางสู่เขาเทียนซานนั้นเป็ไปอย่างยากลำบากมากกว่าที่หลินซูคิดไว้ เส้นทางคดเคี้ยวและสูงชันมากขึ้นเรื่อยๆ หินก้อนใหญ่และรากไม้ทำให้การเดินเป็ไปอย่างลำบาก ทว่าหลินซูก็ไม่ย่อท้อ นางเดินตามชิงชิงไปอย่างไม่ปริปากบ่น แม้ร่างกายจะอ่อนล้าและเท้าจะเ็ปเพียงใด แต่ในใจของนางก็เต็มไปด้วยความหวังที่จะช่วยมารดาให้หายป่วย
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า และแสงสีทองเริ่มส่องผ่านยอดไผ่ พวกเขาก็มาถึงจุดที่สามารถมองเห็นอารามบนยอดเขาเทียนซานได้แล้ว
"นั่นไงเ้าค่ะคุณหนู!" ชิงชิงชี้ไปยังยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก "อารามอยู่ตรงนั้น"
หลินซูมองตามที่ชิงชิงชี้ไป นางเห็นเงาของอาคารโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูง รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่และเมฆหมอกขาว บรรยากาศดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง แสงแดดยามเย็นส่องผ่านเมฆหมอกทำให้อารามดูเหมือนลอยอยู่ใน์
"สวยงามมากเ้าค่ะ" หลินซูกล่าวด้วยความประทับใจ "ดูศักดิ์สิทธิ์จริงๆ"
"ใช่เ้าค่ะ และเราก็เกือบถึงแล้ว" ชิงชิงกล่าวด้วยความดีใจ "อีกไม่นานเราก็จะถึงแล้ว"
ในที่สุด หลังจากเดินทางมาเกือบทั้งวันและผ่านความยากลำบากมากมาย ทั้งสองก็มาถึงอารามบนยอดเขาเทียนซาน อารามแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูง รายล้อมไปด้วยต้นไผ่ใหญ่และต้นสนโบราณที่มีอายุนับร้อยปี เมฆหมอกขาวลอยผ่านไปมาทำให้บรรยากาศดูลึกลับ บรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เสียงเพียงลมใส่ใบไผ่และเสียงระฆังเบาๆ จากภายในอาราม
เมื่อก้าวเข้าไปในอาราม หลินซูและชิงชิงก็ได้รับการต้อนรับจากเหล่าศิษย์นักพรตที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีน้ำตาลเรียบง่าย พวกเขาพาหลินซูไปยังห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สง่างาม ที่นั่นมีชายชราผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นบูชาที่ทำจากไม้สักทอง
ชายชราผู้นั้นมีใบหน้าที่สงบเยือกเย็น ิัเหี่ยวย่นแต่ดูมีชีวิตชีวา หนวดเคราสีขาวยาวพลิ้วไหว ดวงตาเปี่ยมด้วยเมตตาและความเข้าใจ ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความลึกล้ำยากหยั่งถึง ร่างกายของเขาสูงโปร่ง สง่างามราวกับเทพเซียนลงมาจุติ รัศมีที่เปล่งออกมาจากตัวเขาทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้รู้สึกสงบและเคารพ
"คารวะท่านนักพรตเ้าอาราม" หลินซูและชิงชิงคุกเข่าลงคำนับด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง
ชายชราผู้นั้นคือ "จ้าวหลง" นักพรตเ้าอารามแห่งเขาเทียนซาน เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและปัญญาก่อนจะกวาดสายตามองมายังหลินซูด้วยความสนใจ
"เ้าคือหลินซู บุตรสาวของฮูหยินหลินใช่หรือไม่?" จ้าวหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่ากังวาน ดังก้องไปทั่วห้องโถง
"เ้าค่ะท่านนักพรต ข้าคือหลินซู ข้ามาที่นี่เพื่อขอพรให้มารดาของข้าหายป่วยเ้าค่ะ" หลินซูตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและความเคารพ
จ้าวหลงพยักหน้าช้าๆ ด้วยความเข้าใจ "ข้ารับรู้ถึงความตั้งใจอันบริสุทธิ์ของเ้าแล้ว ความรักที่เ้ามีต่อมารดานั้นแท้จริงและลึกซึ้ง หากเ้า้าให้คำอธิษฐานของเ้าสัมฤทธิ์ผล สิ่งที่เ้าต้องมีคือ 'ความบริสุทธิ์ใจ' อย่างสูงสุด ต้องเชื่อมั่นและตั้งใจอย่างแน่วแน่ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากใดๆ"
คำพูดของจ้าวหลงดังก้องอยู่ในใจของหลินซูราวกับเสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ นางรู้สึกราวกับว่านักพรตผู้นี้สามารถมองทะลุเข้าไปในจิตใจของนางได้ เห็นทุกความคิด ทุกความรู้สึก และทุกความปรารถนา นางพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ข้าจะทำตามที่ท่านนักพรตบอกทุกอย่างเ้าค่ะ ข้าพร้อมที่จะบำเพ็ญเพียรเจ็ดวันเจ็ดคืนเพื่อมารดา"
จ้าวหลงยิ้มบางๆ ด้วยความพอใจ "ดีมาก ข้าเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของเ้า เช่นนั้นเ้าจงพักผ่อนให้สบายในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มการบำเพ็ญเพียร การบำเพ็ญเพียรเจ็ดวันนั้นไม่ใช่เื่ง่าย เ้าต้องเตรียมจิตใจให้พร้อม"
หลินซูและชิงชิงได้รับการจัดสรรห้องพักที่เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ห้องมีเพียงเตียงไม้เรียบง่าย โต๊ะเล็กๆ และหน้าต่างที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม หลินซูเดินไปยังหน้าต่างและมองออกไป เห็นทิวทัศน์ของขุนเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกขาว ดาวดวงต่างๆ เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าสีคราม ลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้าทำให้รู้สึกสดชื่น
ในใจของนางเต็มไปด้วยความหวังและความศรัทธาที่แรงกล้า นางคิดถึงมารดาที่นอนป่วยอยู่ที่บ้าน คิดถึงใบหน้าซีดเซียวและลมหายใจที่แ่เบา นางเชื่อมั่นว่าการมาที่นี่จะช่วยมารดาของนางได้อย่างแน่นอน และนางพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้มารดาหายป่วย
"พรุ่งนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของการทดสอบที่แท้จริง" นางกระซิบกับตัวเองขณะมองดูดวงดาวบนท้องฟ้า "เพื่อท่านแม่... ข้าจะทำได้"