บทที่ 31 ขอบคุณธรรมชาติสำหรับของขวัญ
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์มีการพัฒนาตัวเอง ทักษะ ‘การถลกหนังขั้นพื้นฐาน’ ถูกเปิดใช้งานแล้ว]
[ติ๊ง! โฮสต์ปลดล็อกทักษะด้วยตัวเอง ได้รับรางวัลเป็กรีนพอยต์ 1,000 แต้ม!]
เป็ไปตามคาด หลังจากที่ถลกหนังแกะทั้งชิ้นสำเร็จ เฉียวซู่ก็ปลดล็อกทักษะชีวิตอีกครั้ง
ความยากในการถลกหนังน้อยกว่าการปีนหน้าผาหรือปาร์กัวร์อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นจึงได้รับกรีนพอยต์เพียง 1,000 แต้มเท่านั้น แน่นอน นี่อาจเป็เหตุผลว่าทำไมสองทักษะหลังถึงสามารถนำไปสู่ความตายได้ง่ายหากไม่ชำนาญพอ
เฉียวซู่มองละมั่งตรงหน้า ยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายที่มุมปากของตัวเอง จากนั้นจึงยื่นมืออีกข้างไปช่วยเช็ดน้ำลายให้กับอาหลี
“เลิกมองได้แล้ว มันยังไม่สุก แกยังกินไม่ได้”
“หงิง~”
อาหลีส่งเสียงร้องเบา ๆ และมองไปด้านข้างด้วยตากลมโตของมัน พยายามไม่มองไปที่ชิ้นเนื้อตรงหน้า
“หลังจากถลกหนัง เราก็ต้องแล่เนื้อต่อ” เฉียวซู่ยิ้ม
ละมั่งตัวนี้เพิ่งตายมาได้ไม่นาน แม้ว่าจะอยู่ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนเช่นนี้ เนื้อของมันก็ยังไม่เน่าเปื่อย
เฉียวซู่กวาดตามองส่วนต่าง ๆ
ขา ไหล่ สมองส่วนบน เนื้อสันใน กระดูกสันหลังส่วนนอก...
นอกเหนือจากส่วนอกที่ถูกกัดโดยสัตว์มีเขี้ยวที่ไม่รู้จัก ส่วนอื่น ๆ ยังคงสมบูรณ์และสามารถกินได้ ที่มากไปกว่านั้นคือทั้งหมดนี้ล้วนเป็อาหารหายาก
ส่วนที่เป็สมบัติล้ำค่าอย่างอวัยวะสืบพันธุ์ ไข่ และอัณฑะ เฮ้อ ลืมมันไปซะ การอยู่คนเดียวในทะเลทรายมันไม่สนุกเลยจริง ๆ...
เฉียวซู่ถือมีดทหารไว้ในแนวนอนและตัดเนื้อขาที่มีน้ำหนักครึ่งกิโลกรัมสองชิ้นออกมา
น้ำหนักที่น้อยกว่ามาตรฐานของละมั่งหมายความว่ามันไม่สามารถผลิตเนื้อได้มากนัก แต่สัตว์ชนิดนี้แข็งแกร่งและมีชีวิตชีวามาก ดังนั้นเนื้อของมันจึงเป็กล้ามเนื้อเสียส่วนใหญ่
เทียบกับเนื้อตายที่ผลิตอย่างเร่งรีบจากคอกเพาะพันธุ์ เนื้อธรรมชาตินี้อร่อยและเคี้ยวหนุบกว่า
จากนั้นเฉียวซู่จึงตัดสมองส่วนบนที่มีน้ำหนักครึ่งกิโลกรัมออกมา
นี่เป็ชิ้นเนื้อที่อยู่ด้านหลังคอใกล้กลับส่วนหัว ซึ่งเป็ส่วนที่นุ่มที่สุดของละมั่ง และเมื่อนำไปย่างไฟอ่อน ๆ มันจะกลายเป็อาหารอันโอชะที่แสนหายาก
หลังจากห่อเนื้อสดเหล่านี้ด้วยแผ่นพลาสติกในกระเป๋าเป้ เฉียวซู่ก็หยุดแล่เนื้อและลุกยืนขึ้น ยื่นมือที่เปื้อนเืออกไปทุบขาที่ชาจากการนั่งยองของตัวเอง
[พี่ซู่ ละมั่งตัวใหญ่ขนาดนี้ มันจะไม่น่าเสียดายเกินไปเหรอที่แล่เนื้อออกมาแค่เล็กน้อยเท่านั้น?] คอมเมนต์ถาม
เมื่อเห็นคำถามจากผู้ชม เฉียวซู่จึงตอบด้วยรอยยิ้ม “ทุกคน เราไม่ควรโลภเกินไป เนื้อละมั่งเท่านี้เพียงพอแล้วที่ผมและอาหลีจะเพลิดเพลินกับมัน สำหรับส่วนที่เหลือ ต่อให้นำกลับไปด้วยเราก็คงกินไม่หมดและทำได้แค่ปล่อยให้มันเน่าอยู่ในถุงเท่านั้น”
“เราปล่อยมันคืนสู่ธรรมชาติจะดีกว่า” เฉียวซู่ชี้ขึ้นไปบนฟ้า นกแร้งยังคงบินวนอยู่อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เห็นได้ชัดว่าการที่เฉียวซู่แย่งอาหารเย็นของพวกมันทำให้พวกมันรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “และเป็เพราะพี่น้องที่แสนดีเหล่านี้นำเรามาที่นี่”
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น เฉียวซู่จึงกดหัวเล็ก ๆ ของอาหลีเบา ๆ และเอ่ย “มาเถอะ อาหลี รีบขอบคุณธรรมชาติสำหรับของขวัญเร็วเข้า”
อาหลีน้อยก้มหัวลงด้วยสีหน้าสับสนและโค้งคำนับให้ท้องฟ้า
“ขอบคุณลุงแร้งที่ส่งอาหารมาให้เรา คำนับครั้งที่สอง…”
เฉียวซู่จับอุ้งเท้านุ่มโบกไปมาให้นกแร้งบนท้องฟ้า
นกแร้ง : ขอบคุณสำหรับคำขอบคุณ
ในฐานะผู้พิทักษ์ทะเลทราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พิทักษ์ทะเลทรายในทะเลทรายแห่งความตายของเขตพื้นที่ปกครอง 044 เฉียวซู่น่าจะเป็ผู้เอาชีวิตรอดที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก
ไม่มีผู้เอาชีวิตรอดคนไหนที่เกลียดสิ่งมีชีวิตอย่างนกแร้ง
ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลจำเป็ต้องได้รับการชี้แจ้ง ไม่ใช่นกแร้งที่นำมาซึ่งความตาย แต่เป็ความตายที่นำมาซึ่งนกแร้ง
เช่นเดียวกับแอปโซล*[1]ในเื่โปเกมอนจากชาติที่แล้วที่ผู้คนมักเรียกมันว่า ‘โปเกมอนแห่งหายนะ’
เห็นได้ชัดว่าความสามารถของมันคือการมองคาดการณ์ภัยพิบัติและพยายามเตือนมนุษย์เกี่ยวกับภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง แต่พวกมันกลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็สัตว์ร้ายที่นำมาซึ่งภัยพิบัติ
นกแร้งเองก็เช่นกัน มันคือคนเก็บขยะของธรรมชาติ ผู้ย่อยสลายที่สำคัญที่สุดในห่วงโซ่อาหาร และเป็ ‘นกที่เป็ประโยชน์’ อย่างแท้จริง
ดังนั้นมันจึงถือเป็นกศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่แถบธิเบตของประเทศของเขา
“เอาละ ในเมื่อขอบคุณเสร็จแล้ว เราก็ไปกันเถอะ” เฉียบซู่อุ้มจิ้งจอกตัวน้อยที่ยังสับสนขึ้นมาและเดินไปข้างหน้า
เป้าหมายของเขาคือหุบเขาที่อยู่ไม่ไกลออกไป
เนื่องจากมีละมั่งอาศัยอยู่ไม่ไกล มันก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่ามันมีความเป็ไปได้สูงที่จะมีแหล่งน้ำอยู่ในหุบเขา
หรือต่อให้ไม่มีแหล่งน้ำ มันก็เป็ไปไม่ได้ที่เฉียวซู่จะไม่เดินทางต่อ
เนื่องจากอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วใน่กลางคืนของทะเลทราย หากคุณไม่หาที่หลบภัยเพื่อก่อไฟและหยุดพัก แค่อุณหภูมิที่ลดต่ำมากเพียงอย่างเดียวก็สามารถฆ่าคุณได้
ทันทีที่เดินไปถึงทางเข้าหุบเขา ดวงตาของเฉียวซู่ก็ฉายแววประหลาดใจ
หุบเขาตรงหน้าของพวกเขาปกคลุมไปด้วยต้นไม้ แม้ว่าจะไม่สามารถเรียกได้ว่าเขียวชอุ่ม แต่มันก็นำความเขียวขจีมาสู่ทะเลทรายที่น่าเบื่อหน่ายนี้
นี่เป็ครั้งแรกที่เฉียวซู่ได้เห็นต้นไม้ที่โตเต็มที่ในเขตพื้นที่ปกครอง 044 ซึ่งเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งน้ำอยู่ในหุบเขาจริง ๆ
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฉียวซู่จึงรีบเร่งฝีเท้าและเดินเข้าไปในหุบเขา
หลังจากเดินมาได้ไม่กี่ก้าว เขาก็พูดเบา ๆ “หืม มีของดีอยู่ด้วยเหรอ?”
กล้องซูมเข้าไป และเหล่าผู้ชมก็เห็นพืชหน้าตาแปลกประหลาดที่ปกคลุมด้วยหนามที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วผืนทรายบริเวณใกล้เคียง
“นี่คือแก้วัสตรอว์เบอร์รี เป็สายพันธุ์ย่อยของแก้วัที่หลายคนนิยมกิน ที่มันถูกเรียกแบบนี้ก็เพราะว่าผลของมันมีขนาดใกล้เคียงกับสตรอว์เบอร์รี”
เฉียวซู่ใช้มีดทหารตัดผ่านกลุ่มหนามอยู่นานก่อนจะหยิบผลไม้สีแดงที่มีขนาดเท่าสตรอว์เบอร์รีออกมาผลหนึ่ง
เมื่อเปลือกของผลไม้ถูกปอกออก มันก็เผยให้เห็นเนื้อสีขาวที่มีจุดสีดำเล็ก ๆ อยู่ เหมือนกับแก้วัทั่วไป
เฉียวซู่นำเนื้อผลไม้เข้าปากด้วยรอยยิ้มพอใจบนใบหน้า
แก้วัแบ่งออกเป็สองสายพันธุ์ เนื้อขาวและเนื้อแดง โดยปกติแล้ว แก้วัเนื้อขาวจะมีรสชาติปกติ ขณะที่แก้วัเนื้อแดงจะมีรสชาติที่หวานกว่า
แม้ว่าแก้วัที่เฉียวซู่กินจะมีเนื้อขาวเช่นกัน แต่มันกลับมีรสหวานอย่างไม่คาดคิด
เฉียวซู่กลืนเนื้อที่ชุ่มน้ำลงไป น้ำหวานของแก้วัช่วยบรรเทาความกระหายน้ำได้เป็อย่างดี เขาอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้กับกล้อง “มันหวานและมีน้ำเยอะมาก”
“ผลไม้ที่เจริญเติบโตในสถานที่ที่มีความแตกต่างทางอุณหภูมิอย่างมากระหว่างกลางวันและกลางคืนมักจะมีรสหวาน ที่เป็แบบนี้ก็เพราะว่ายิ่งความแตกต่างทางอุณหภูมิมากเท่าไหร่ ความสามารถในการสังเคราะห์แสงของผลไม้ก็จะยิ่งดีขึ้น ส่งผลให้น้ำตาลถูกผลิตออกมามากขึ้นด้วย”
“ผมต้องเก็บแก้วัพวกนี้ไปเพิ่ม มันสามารถช่วยเติมน้ำ น้ำตาล พลังงาน หรือแม้แต่ช่วยชีวิตในยามฉุกเฉินได้ด้วย”
หลังจากเอ่ยเช่นนี้ เฉียวซู่ก็เริ่มเก็บแก้วัลงในกระเป๋าเป้ของตน
อาหลีน้อยที่อยู่ด้านข้างเองก็ยื่นอุ้งเท้าของมันไปัักับแก้วัสตรอว์เบอร์รีที่เต็มไปด้วยหนามอย่างอยากรู้อยากเห็น และอุ้งเท้าของมันก็ได้รับาเ็จากหนามแหลมทันที
“หงิงหงิงหงิง~”
เ้าตัวเล็กเงยหน้ามองเฉียวซู่ด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา มันชูอุ้งเท้าเล็ก ๆ ที่ถูกหนามทิ่มขึ้น ใบหน้าจิ้งจองฉายแววเศร้าสร้อย
เฉียวซู่ไม่รู้ว่าตนควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ เขาอุ้มอาหลีน้อยขึ้นมา ปอกเปลือกแก้วัส่งเข้าปากเ้าตัวเล็ก และทำการปลดล็อกข้อมูลภาพประกอบของแก้วมังสตรอว์เบอร์รีควบคู่ไปด้วย
[1]แอปโซล โปเกมอนธาตุมืด ที่ได้ชื่อว่า ‘โปเกมอนแห่งหายนะ’ เพราะมีความมารถในการรับรู้เภทภัย จึงทำให้เป็ที่รังเกียจของผู้คน