ณ ชายแดนใต้ของแคว้นฟ่านหรง สภาพแวดล้อมของทางทิศใต้จะเต็มไปด้วยป่าไม้ที่สมบูรณ์ มีแม่น้ำสี่สายไหลมากันที่นี่แล้วค่อยไหลลงสู่ทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำประมงเลี้ยงชีพ และในแม่น้ำสี่สายก็มีปลาเนื้อดีเป็ปลาขึ้นชื่อของที่นี่ซึ่งก็มีอยู่มากมาย ดังนั้นจึงทำให้เหล่าบรรดาพ่อค้าจากทั่วสารทิศต่างก็มาแย่งกันซื้อปลาจากที่นี่เพื่อไปขายทำกำไร เหล่าชาวบ้านก็ออกจับปลากันแต่เช้าตรูเพื่อเอาไปขายและไว้กินกันอย่างขมีขมัน ตรงจุดที่มีแม่น้ำไหลมารวมกันได้มีเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่งลอยเด่นอยู่กลางแม่น้ำ โดยเรือลำนั้นมิได้เคลื่อนตัวไปไหนกลับจอดนิ่งอยู่กลางแม่น้ำอย่างนั้น ครั้นเมื่อมองไปบนเรือมีชายหนุ่มรูปงามรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้มจมูกโด่งคมเป็สันดวงตาคมดุแข็งเกล้า ริมฝีปากของเขาเรียวบางได้รูป แต่ในมุมกลับกันถึงแม้จะดูว่าเป็ชายหนุ่มรูปงาม แต่เขากลับปกปิดมันด้วยหนวดเครารุงรังมองแล้วทำให้ดูน่ากลัวดั่งเช่นโจร ชายผู้นี้จะเป็ใครไปเสียมิได้เขาก็คือองค์ชายเก้าอี้เจ๋อ ซึ่งบัดนี้เขามีอายุยี่สิบเจ็ดปี หากองค์ชายหนุ่มอายุเท่าเขาป่านนี้คงแต่งชายาไม่รู้กี่คนแล้ว แต่ตัวเขาเองกลับไร้วี่แววที่จะแต่งพระชายาเข้าจวน และตัวเขาเองก็มิได้สนใจที่จะหาพระชายามาเคียงข้าง เพียงแต่เขาคิดว่าสตรีนั้นเป็สิ่งที่น่ารำคาญเป็ที่สุด ในระหว่างที่เขากำลังเอนกายนอนดูเบ็ดตกปลาของเขาอยู่นั้นครั้นก็มีเสียงของจ่งเล่ยลูกน้องคนสนิทของเขาเข้ามารายงาน
“เรียนท่านอ๋องมีคนมานำราชโองมาจากเมืองหลวงพะยะค่ะ”
“มีราชโองอะไรกันอีก ช่างหน้ารำคาญยิ่งนักกวนใจข้าเสียเหลือเกิน”
เขาพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวครั้นไม่นานก็มีทหารนำราชโองขึ้นมาที่เรือที่เขาอยู่ ส่วนเขาก็คุกเข่ารับราชโองการ
“มีราชโองการ....ฮองเต้พระราชทานงานอภิเษกสมรสให้องค์ชายเก้าอี้เจ๋อกับแม่ทัพใหญ่ซีซวนงานอภิเษกจะจัดที่เมืองหลวงดังนั้นฝ่าาจึงมีราชโองการให้องค์ชายเก้ากลับเมืองหลวงบัดเดี๋ยวนี้ รับราชโองการ”
“อยู่ดีๆก็หาเมียให้ข้า ช่างเป็กษัตริย์ที่ปราดเปรื่องเสียเหลือเกิน”
เขาพูดด้วยความหงุดหงิดใจที่อยู่ดีๆฮองเต้ก็ให้เขาแต่งงานฟ้าผ่าเช่นนี้ และก่อนหน้านี้ฮองเต้ก็ตกลงกับเขาแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้แต่เหตุใดถึงได้ล้ำเส้นเขาถึงเพียงนี้ และชื่อแม่ทัพใหญ่ซีซวนนั้นเขาก็ช่างคุ้นหูยิ่งนักหรือนางจะเป็เด็กน้อยที่เคยช่วยเขาไว้หรือไม่ เขาก้ได้แต่คิดว่าโลกคงไม่กลมขนาดนี้ที่ทำให้ต้องมาเจอกันได้ง่ายๆเพราะที่ผ่านมาเขาให้คนออกไปตามสืบหาสาวน้อยแม่นธนูคนนั้น แต่ก็ไร้วี่แววจนเขาล้มเลิกความคิดที่จะตามหาสาวนน้อยซีซวนคนนั้นเสียแล้ว
“ท่านอ๋องจะเสด็จกลับเดี่ยวนี้เหรือไม่พะยะค่ะ”
จ่งเล่ยถามนายของตนอย่างตื่นเต้น เพราะใจจริงเขาก็อยากกลับเมืองหลวงเสียเต็มทีแล้ว มันนานหลายปีแล้วที่เขาเตร็ดเตร่ไปกับท่านอ๋องมิได้อยู่เป็หลักแหล่งเพราะนิสัยชอบอิสระของนายตนจึงทำให้ตนต้องติดตามไปทุกๆที่
“ข้ายังไม่อยากกลับตอนนี้กลับช้าไปสักสองสามวันจะเป็ไรกันเล่า คิดหรือว่าข้าจะรีบกลับตามคำสั่งของเขาไม่มีทาง”
ด้วยตัวของอี้เจ๋อเองก็เป็ไม้เบื่อไม้เมากับผู้เป็บิดาของตนมาั้แ่ที่เขาถูกส่งไปเป็ตัวประกันให้กับแคว้นเฉียนสู ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของแคว้นฟ่านหรงเพื่อมิต้องตกเป็เมืองขึ้นต่อแคว้นนั่น เขาถูกส่งตัวไปั้แ่ตอนอายุยี่สิบเอ็ดปี ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจในตัวเสด็จพ่อของเขาเหตุใดถึงได้ส่งเขาไปตกระกำลำบากเช่นนี้ ซึ่งเขาก็คิดน้อยใจผู้เป็บิดาของเขามาโดยตลอด เขาคิดว่าเป็เพียงเพราะผู้เป็บิดาของเขานั้นให้ความสำคัญต่อองค์รัชทายาทผู้ที่จะสืบต่อบัลลังก์มากกว่าตน และมิเคยรักและเห็นความสำคัญของลูกคนสุดท้องเช่นตน หากแต่เพียงมีวิธีอื่นที่จะต่อรองกับแคว้นเฉียนสูได้แต่เหตุใดถึงได้เลือกให้เขาต้องไปทุกข์ทรมาน เขาโดนทรมานร่างกายประหนึ่งสัตว์ป่าที่แคว้นนั่นเสียหลายปี โดยที่เขาเคยคิดจะฆ่าตัวตายก็หลายหนแต่สุดท้ายฮองเต้แคว้นนั่น้าทรมานเขาจึงไม่ยอมให้เขานั้นฆ่าตัวตาย ถึงแม้ว่าห้าปีให้หลังผู้เป็บิดาจะยกทัพไปตีแคว้นเฉียนสูและรับตัวเขากลับมา เขาก็มิได้นึกว่าเป็บุญคุณอะไรเขากลับคิดว่าหากได้เป็ตัวประกันอยู่ที่แคว้นเฉียนสู ก็จะหาทางเอาตัวรอดให้จงได้ หากแต่ไม่ใชเพราะบิดาตนเองส่งมาเป็ตัวประกันตนก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเยี่ยงสัตว์เช่นนี้
ทางด้านซีซวนก็เดินทางมาถึงวังหลวงด้วยความราบรื่น นางก็รีบเข้าวังเพื่อไปรายงานตัวกับองค์ฮองเต้ เมื่อฮองเต้เห็นนางมาก็แสดงความดีใจจนออกนอกหน้า เพราะมิได้เจอหน้าผู้เป็แม่ทัพใหญ่ก็ร่วมเวลาหลายปี ความสามารถของนางที่สามารถเป็แม่ทัพใหญ่และควบคุมกองทัพที่มีทหารมากมาย อกีทั้งนางยังสามารถเกลี้ยกล่อมยอดฝีมือจากทั่วทั้งแคว้นเข้าร่วมรบปกป้องบ้านเมือง นับได้ว่านางนั้นมีความสามารถกว่าขุนนางที่รับเบี้ยเลี้ยงของทางการไปวันๆ สาเหตุที่ยอดฝีมือเข้าร่วมทัพกับนางนั้นก็เป็เพราะความมีน้ำใจของนาง ที่คอยเข้าช่วยเหลือชาวบ้านแถบชายแดนที่มักจะโดนโจรและข้าศึกแอบแฝงเข้ามาปล้นและสร้างความเดือดร้อน และชาวบ้านเหล่านนั้นต่างก็มีฝีมือสู้รบเป็ทุนเดิม และพวกเขาอยากตอบแทนความมีน้ำใจของนางจึงรวมตัวกันเข้าร่วมรบและเป็ทหารยอดฝีมือดีภายใต้การควบคุมของซีซวน ถึงแม้นางจะอายุเพียงแค่ยี่สิบปีแต่ความสามารถทั้งบู้และบุ๋นของนางนั้นเป็ที่ยอมรับของเหล่าแม่ทัพที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชา นางวางแผนการรบอย่างรัดกุมแม่นยำถึงแม้ว่าจะต้องต่อสู้กับสามแคว้น แต่นางก็สามารถควบคุมศึกนั้นได้อยู่หมัด และฝีมืออีกอย่างหนึ่งของนางที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้คือฝีมือยิงธนู หากนางได้เล็งลูกธนูไปที่ใครแล้วคนนั้นมิอาจมีชีวิตรอดได้ เหล่าทหารมักจะเรียกนางว่าเทพาลงมาจุติบนโลกมนุษย์โดยแท้
“หม่อมฉันซีซวนขอถวายพระพรฝ่าาขอให้พระองค์อายุยืนหมื่นปี หมื่น หมื่นปีเพค่ะ”
“เ้าลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพใหญ่ข้าดีใจยิ่งนักที่เ้ายอมกลับมาหาข้าเสียที”
“ฝ่าาเรียกหม่อมฉันมาที่เมืองหลวงเพราะเหตุใดกันหรือเพค่ะ”
นางไม่รอช้ารีบถามเอาใจความสำคัญ
“อืม...เดิมทีข้าอยากแต่งตั้งเ้าเป็บุตรสาวของข้าอีกคนข้าจะให้เ้าเป็องค์หญิงสิบแต่ก็โดนคัดค้านจากเหล่าขุนนางใจแคบพวกนั้น”
“หม่อมฉันมิได้้าลาภยศใดๆอีกแล้วเพค่ะฝ่าาตำแหน่งแม่ทัพใหญ่คุมสามกองทัพก็เกินพอแล้ว หากพ่วงตำแหน่งองค์หญิงไปอีก ฝ่าาต้องโดนเหล่าขุนนางคัดค้านอยู่แล้วเพค่ะเพราะกลัวหม่อมฉันจะมีอำนาจล้นมือใครก็มิอาจต้านได้”
“แต่เ้าก็มิได้เป็คนเช่นนั้นเ้ามิเคยหลงในลาภยศอำนาจใด ๆ ข้าเคยจะแต่งตั้งเ้าเป็องค์หญิงสิบก็หลายครั้งแต่เ้าก็บ่ายเบี่ยงข้าตลอดมาหากแต่เป็ขุนนางที่มักมากในลาภยศมีหรือจะปฏิเสธข้าเช่นเ้า”
“หม่อมฉันขอเป็แค่สามัญชนธรรมดามิอาจเอื้อมจะเป็องค์หญิงเทียบเชื้อพระวงค์เพค่ะ ฝ่าาโปรดไตร่ตรองให้ดีเถิดเพค่ะ”
นางมิได้อยากเข้ามาอยู่ในวังหลวง นางเพียงแค่อยากใช้ชีวิตดั่งชาวบ้านธรรมดาเมื่อปลดประจำการแล้ว นางคิดว่าในวังหลวงนั้นช่างวุ่นวายสิ้นดีแก่งแย่งอำนาจมิจบสิ้น ส่วนฮองเต้เห็นนางปฏิเสธเช่นนั้นแล้วก็มิรู้ว่าจะต้องทำเช่นใดหากบอกนางให้แต่งงานกับบุตรชายชื่อเสียงฉาวโฉ่เช่นองค์ชายเก้าบุตรชายตนนางก็คงปฏิเสธเป็แน่ ดังนั้นพระองค์จึงรวบรัดตัดตอนนางโดยการให้หวังกงกง ขันทีรับใช้ประจำตัวประกาศราชโองการทันที ครั้นเมื่อพระองค์พยักหน้าเพื่อเป็สัญญาณแก่หวังกง กง ขันทีรับใช้ประจำกายก็จัดแจงอ่านราชโองการตามที่เตรียมกันมา
“ท่านแม่ทัพใหญ่รับราชโองการ.....”
ซีซวนก็ใแต่ก็รีบคุกเข่ารับราชโองการต่อหน้าของฝ่าาอย่างเลี่ยงมิได้ ใจของนางก็เต้นแรงประหนึ่งจะดันทะลุออกมาเพราะลุ้นกับราชโองการนั่น
“ฮองเต้พระราชทานงานอภิเษกสมรสให้แก่ท่านแม่ทัพใหญ่ซีซวนกับองค์ชายเก้าอี้เจ๋องานอภิเษกจะจัดขึ้นในเร็ววันทันทีที่องค์ชายอี้เจ๋อกลับมา รับราชโองการ......”
ครั้นเมื่อจบราชโองการนางก็รับมาด้วยอาการที่ทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้างามของนางซีดเผือดทันที เหงื่อไหลมาตามใบหน้าของนางโดยที่นางนั้นมิได้ร้อนอบอ้าวแต่อย่างใด แต่เพราะว่ายังงงงวยกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่
“ฝ่า..ฝ่าาเพค่ะโปรดไตร่ตรองอีกรอบเถิดเพค่ะ หม่อมฉันยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน หากแต่งงานแล้วใครจะไปประจำการที่ชายแดนเหนือเพค่ะ ฝ่าาได้โปรดไตร่ตรองด้วยเถิด”
“เื่นั้นเ้ามิต้องกังวล เ้ามีแม่ทัพยอดฝีมืออยู่มิใช่หรือข้าจะให้พวกเขาอยู่ที่นั่นเ้ามิต้องลำบากไปอยู่ที่ทุรกันดารเช่นนั้น”
“คือ....แต่ว่า...ฝ่าาเพค่ะหม่อมฉัน...”
นางพูดไม่ออกได้แต่อ้ำอึ้งติดอ่าง
“เอาล่ะ..เอาล่ะเ้ากลับไปพักผ่อนเถิด แล้วก็เตรียมตัวแต่งเป็ลูกสะใภ้ของข้าอย่าให้ข้าผิดหวัง หากเ้ามิอยากเป็องค์หญิงก็ไม่เป็ไรเช่นนั้นเ้าก็มาเป็ลูกสะใภ้ข้าเสีย”
ฝ่าาพูดตัดบทแล้วพระองค์ก็รีบเดินออกจากตรงนั้นไปปล่อยให้ซีซวนยืนนิ่งอึ้งคนเดียวต่อไป นางคิดว่าเหตุใดชีวิตของนางถึงต้องเป็เช่นนี้ความใฝ่ฝันที่จะท่องยุทธภพตามลำพังใน่บั้นปลายของชีวิตกลับต้องพังทลายลงอย่างไม่เป็ท่า หากแต่เพียงชายที่จะต้องแต่งงานด้วยนั้นก็มิใช่คนดีมีคุณธรรม กลับเป็อ๋องทรราชสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอยู่เป็นิจ มิหน้ำซ้ำยังมักมากในกามนอนกับสตรีมิซ้ำหน้า คนเช่นนี้หรือที่ฝ่าาจะให้แต่งงานกับนาง นางคิดว่าพระองค์หวังดีหรือหวังร้ายกับนางเป็แน่ หากแต่เพียงพระองค์กลับเห็นด้วยกับเหล่าขุนนางหรือที่มีความเห็นให้นางอภิเษกกับอ๋องเก้า เพียงแค่กลัวนางมีอำนาจทางทหารมากเกินไป หากคิดจะขัดราชโองการท่านพ่อกับท่านแม่ก็จะลำบากตามไปด้วย มีหวังต้องโทษปะาไปเก้าชั่วโคตร ประหนึ่งว่ามีก้างติดในคอดึงไม่ออกกลืนก็ไม่ได้ ชีวิตมีหวังได้วิบัติหากต้องอยู่กับอ๋องทรราชที่มีเื่ฉาวโฉ่เช่นนี้
“โอ้ย..ข้าอยากตาย ข้าอยากตาย”
ครั้นหวังกงกง เห็นเพื่อนของตนแสดงความทุกข์ใจเช่นนั้นก็เข้าไปประคองเพื่อนเอาไว้
“เ้าอย่าคิดมากไปเลยซีซวนข้าว่าฝ่าาคงคิดมาดีแล้วข้าว่าพระองค์รักเ้าประหนึ่งบุตรสาวคนหนึ่งถึงได้ทำเช่นนี้”
“ให้ข้าแต่งงานกับคนเลวเช่นองค์ชายเก้าเช่นนี้จะหวังดีได้เช่นไร”
“นี่..เ้าพูดเบาๆใครได้ยินจะลำบากเ้าแต่งไปก่อนเถิดหากอยู่ด้วยกันมิได้ก็ขอหย่ามิเห็นจะต้องคิดมาก”
หวังกงกง แสดงความคิดเห็นให้กับสหายของตนเพื่อให้นางสบายใจ
“อืม....ใช่ๆแล้วเหตุใด้ข้าถึงคิดมิได้ หากอยู่กับเขามิได้ข้าก็จะขอหย่าขอบคุณหวังกงกง มากนะที่แนะนำข้า ข้าสบายใจแล้วล่ะ”
นางพูดพร้อมกับจับมือของหวังกง กง ไว้ด้วยสีหน้าดีใจมีความหวัง ใบหน้าที่งดงามของนางนั้นแม้กระทั่งหวังกงกง ที่เป็ขันทียังมิอาจห้ามใจให้หลงเสน่ห์มิได้ ใบหน้าเรียวได้รูปปากเป็กระจับเรียวสาว จมูกสันโด่งเป็คม ตาคมโตขนตาหนายาวงอนเรียงกันสวย เมื่อเห็นแล้วก็ชวนให้บุรุษที่ได้เห็นหลงใหลในหน้าตาของนาง แต่ซีซวานนั้นมักจะแต่งตัวในชุดบุรุษทะมัดทะแมงรูปร่างสูงโปร่งพอๆกับบุรุษก็ไม่ปาน และมันก็ทำให้นางดูเด่นเป็สง่าเวลาเดินย่างกราย
“หวังกงกง หวังกง กง....ท่านๆ ถ้าเช่นนั้นข้ากลับแล้วนะ”
ครั้นหวังกงกง สะดุ้งตื่นจากภวังค์ก็รีบขานรับนางทันที
“อืมๆ.....กลับไปพักผ่อนเถิดซีซวนไว้ข้าว่างข้าจะไปดื่มกับเ้าที่จวน”
“ข้ายินดีอย่างยิ่งท่านมาหาข้าได้เลยพวกเราก็ไม่ได้ดื่มด้วยกันก็นานมากแล้วแล้วข้าจะรอท่านนะ”
พูดแล้วนางก็ออกจากวังไปโดยมีสายตาของหวังกง กง มองนางตามหลังนางไปด้วยความชื่นชม นางสวยสดใสมีเสน่ห์หากใครอยู่ใกล้ก็มักจะอารมณ์ดีไปกับนาง เขากลับคิดว่าถ้าหากมิได้เป็ขันทีจะตามจีบนางมาเป็ฮูหยินของตนเสีย คิดไปแล้วหวังกง กงก็รีบเอามือขึ้นมาตีหน้าตัวเองเบาๆให้หยุดความคิดฟุ้งซ่าน