ตอนที่ 10 ถูกบีบให้ ‘เฉือนเนื้อ’ (1)
ในชั่วพริบตา อันเสี่ยวเฟิ่งครุ่นคิดถึงผลลัพธ์จากการกระทำด้วยวิธีการต่างๆ นานา แต่สุดท้ายนางก็ยังรู้สึกว่ามีแต่การโค้งตัวขอโทษเท่านั้นถึงจะเป็วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เื่นี้ยุติลงได้ เื่นี้จะให้เป็เื่ใหญ่ไม่ได้ มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบเป็อย่างมากกับงานแต่งของนาง
ในสายตาของอันเสี่ยวเฟิ่ง แม้การโค้งขอโทษจะดูน่าอายอยู่บ้าง แต่นางในฐานะลูกสาว การรับโทษแทนแม่ก็นับว่าเป็ความกตัญญูอย่างหนึ่ง และเวลาที่คนตระกูลใหญ่คัดเลือกลูกสะใภ้เข้าบ้าน ก็มักจะดูที่ความ ‘กตัญญู’ ด้วย ดังนั้น ต่อให้เื่นี้แพร่ออกไป แต่สำหรับนางไม่ถือว่าเป็เื่แย่อะไร
พอลองเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียดูแล้ว สุดท้ายอันเสี่ยวเฟิ่งก็ตัดสินใจเดินไปตรงหน้าอันเสี่ยวหลี แล้วโค้งอย่างเคารพนอบน้อม ทั้งยังจับมือของอันเสี่ยวหลีขึ้นมา พร้อมใช้น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลพูดว่า “น้องหญิงเสี่ยวหลี เื่ก่อนหน้านี้ เป็ท่านแม่ข้าที่เข้าใจเ้าผิดไป ข้าจะชดใช้ให้เ้าแทนท่านแม่ข้าเอง หวังว่าน้องหญิงจะไม่ถือโทษโกรธเคือง อย่างไรพวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน เ้ากับข้าเป็พี่น้องกัน ควรช่วยเหลือกันและกันส่งเสริมกันและกัน ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างทำลายกัน เหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่บ้านพูด ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวถึงจะเป็เื่ที่ดีที่สุด!”
เห็นได้ชัดว่าอันเสี่ยวเฟิ่งกำลังขอโทษ แต่คำพูดที่เอ่ยออกมากลับแอบกระทบกระเทียบ เป็การบอกว่าอันเสี่ยวหลีและอันเสี่ยวเย่ว์เป็คนที่ไม่มีเหตุผล เป็พวกใจแคบ แค่ความเข้าใจผิดเล็กน้อยก็เก็บไปคิดแค้น ไม่สนใจความสัมพันธ์ในครอบครัว
อันเสี่ยวหลีนิ่งอึ้ง ไม่รู้จะพูดอะไร แต่อันเสี่ยวเย่ว์กลับหัวเราะออกมา “ไอ้หยา! พี่หญิงเสี่ยวเฟิ่งพูดว่าพวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันหรือ ดี ดีมากจริงๆ!”
อันเสี่ยวเย่ว์พลันขัดจังหวะ ทำให้อันเสี่ยวเฟิ่งมึนงงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าอันเสี่ยวเย่ว์คิดจะลงมืออะไร แต่นางมั่นใจว่าต่อจากนี้จะต้องมีเื่ยุ่งยากแน่ นางรู้สึกว่าอันเสี่ยวเย่ว์ที่สมองกลับมาเป็ปกติดีแล้วเป็คนเ้าเล่ห์เกินไป นางกลัวว่ายิ่งพูดมากก็ยิ่งผิดมากและจะไปเข้าทางของอันเสี่ยวเย่ว์อีก
อันเสี่ยวเย่ว์รีบลากอันเสี่ยวหลีและอันหยวนเซิงให้ลุกขึ้นทันที “พี่หญิงเสี่ยวเฟิ่ง เสื้อผ้าที่ท่านใส่ทำมาจากอะไรหรือ ดีกว่าพวกเราพี่น้องมากนัก ยืนต่อหน้าท่าน พวกเราพี่น้องต่างก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจริงๆ!”
อันเสี่ยวเย่ว์พูดพลางลูบเสื้อผ้าหยาบกระด้างที่มีรอยปะชุนของตัวเอง “ถ้าไม่ใช่ว่าพี่หญิงเสี่ยวเฟิ่งพูดขึ้นมา ข้าก็คงหลงลืมและคิดว่าท่านเป็คุณหนูมาจากตระกูลใหญ่ ส่วนพวกเราเป็เพียงขอทานน่าสงสาร”
คำพูดของอันเสี่ยวเย่ว์สามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนให้มองมายังเสื้อผ้าบนร่างของเด็กๆ บ้านผู้เฒ่าอันได้สำเร็จ เสื้อผ้าที่อันเสี่ยวเฟิ่งสวมใส่เทียบกับทั้งหมู่บ้านป๋ายซาก็ยังถือว่าโดดเด่น ส่วนเสื้อผ้าที่พี่น้องอันเสี่ยวเย่ว์ใส่กลับดูเก่าและโทรมมาก พอเปรียบเทียบแบบนี้แล้ว ก็ทำให้ชาวบ้านที่มามุงดูต้องพากันถอนหายใจอีกครั้ง
ในใจอันเสี่ยวเย่ว์คิดว่าถ้าเกิดอันเสี่ยวเฟิ่งโค้งยอมขอโทษดีๆ วันนี้ก็จะปล่อยแม่ลูกคู่นี้ไป แต่นางกลับอาศัยคำพูดขอโทษมาพูดจาเสียดสี ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้นางชดใช้อะไรสักหน่อย
“ลูกสาวข้าคือสาวงามของหมู่บ้าน แน่นอนว่าต้องใส่เสื้อผ้าที่สวยงาม พวกเ้าหน้าตาราวกับดิน ไม่ให้พวกเ้าแก้ผ้าก็ดีเท่าไรแล้ว” น้ำเสียงของเสิ่นซื่อเต็มไปด้วยความดูถูก ในสายตานาง ไม่มีเด็กคนไหนเทียบกับลูกทั้งสองของนางได้ ลูกชายนางเป็ซิ่วไฉ ลูกสาวนางเป็สาวงาม อนาคตจะต้องไร้ขีดจำกัดแน่ ต้องมีสักวันที่จะได้แก้แค้นความแค้นในวันนี้แน่
“อาสะใภ้สาม ท่านไม่เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่าไว้หรือ หน้าตานับเป็สามส่วน การแต่งตัวนับเป็เจ็ดส่วน ถ้าหากพี่หญิงเสี่ยวเฟิ่งเปลี่ยนชุดมาใส่แบบพวกเรา นางเองก็เป็ดินเหมือนกัน ส่วนพี่หญิงข้าถ้าได้ใส่ชุดแบบพี่หญิงเสี่ยวเฟิ่ง ไม่แน่ว่าอาจจะสวยกว่านางหลายส่วนเลยก็ได้!” อันเสี่ยวเย่ว์พูดเสียงหนักแน่น มั่นใจเป็อย่างยิ่ง
ในสายตาของอันเสี่ยวเย่ว์ พื้นฐานหน้าตาของอันเสี่ยวหลีถือว่าค่อนข้างดี เพียงแต่งหน้าแต่งตัวสักหน่อยจะต้องเป็สาวงามตัวน้อยคนหนึ่งแน่
“ผายลม! อันเสี่ยวหลีที่รูปร่างเหมือนไม้ฟืนจะมาเทียบกับเสี่ยวเฟิ่งของข้าได้หรือ ถุย!” เสิ่นซื่อทำท่าราวกับจะพุ่งเข้าไปกัดคน
อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มน้อยๆ แล้วพูดกับเสิ่นซื่อเรียบๆ ว่า “หากว่าอาสะใภ้สามไม่เชื่อ สู้ให้พี่หญิงเสี่ยวเฟิ่งกับพี่หญิงเสี่ยวหลีของข้าลองเปลี่ยนชุดกันดู ให้...”
“น้องหญิงเสี่ยวเย่ว์...” อันเสี่ยวเฟิ่งไม่รอให้อันเสี่ยวเย่ว์พูดจบ นางรีบตัดบททันที นางไม่มีทางให้เกิดเื่แบบนี้แน่ ถ้าเกิดนางสวมชุดของอันเสี่ยวหลีแล้วทำให้ทุกคนเห็นด้านที่น่าเกลียดที่สุดของตัวเอง แบบนั้นนางก็ไม่ต้องมีชีวิตต่อแล้ว เทียบกับการให้นางโค้งตัวขอโทษ ยังทำให้นางขายหน้ายิ่งกว่า
นอกจากนี้ อันเสี่ยวเฟิ่งไม่มีทางยอมให้อันเสี่ยวหลีได้ใส่ชุดสวยๆ ของนาง นางไม่มีทางให้อันเสี่ยวหลีได้มีโอกาสแต่งตัวสวย นางไม่อยากให้อันเสี่ยวหลีแสดงความสวยออกมา นางไม่ยอมให้อันเสี่ยวหลีมีหน้ามีตา
อันเสี่ยวเย่ว์มองอันเสี่ยวเฟิ่งที่เหมือนดอกบัวขาว แววตาเต็มไปด้วยความหยอกเย้า นางรู้อยู่แล้วว่าอันเสี่ยวเฟิ่งจะต้องะโออกมาแน่