สายลมหนาวพัดผ่านเงียบงันใต้แสงจันทร์ดวงโต หลีเฮงยืนยิ้มกึ่งขันกึ่งเครียดอยู่ต่อหน้าดรุณีหิมะหลินเสวี่ยเหยาที่กำลังจ้องเขม็งราวกับจะกินเืกินเนื้อ กลิ่นอายมารสีม่วงอ่อน ๆ ของเยี่ยหลัวอินที่ติดมากับตัวเขานั้นเบาบางแต่ไม่อาจรอดพ้นประสาทััอันเฉียบคมของระดับ SSS ไปได้
“เอ่อ... เสวี่ยเหยา ยอดรักของข้า ฟังข้าอธิบายก่อนสิจ๊ะ” หลีเฮงรีบเอ่ยปลอบ น้ำเสียงนุ่มนวลชวนคล้อยตาม “ความจริงแล้วที่ข้าหายไปทั้งคืนก็เพราะคำสั่งของอาจารย์หลัวเจินและผู้อำนวยการกู้ต่างหากล่ะ พวกเขาพาข้าลงไปยังคุกสะกดส่วนลึกใต้ดิน เพื่อให้ข้าไปใช้ทักษะนวดช่วยบำบัดรักษาอาการชีพจรตีกลับของนางมาร ‘เยี่ยหลัวอิน’ ที่ขังอยู่ข้างใต้”
“เยี่ยหลัวอินงั้นรึ?!” หลินเสวี่ยเหยาเบิกตากว้างขึ้นทันควัน แววตาสั่นระริกด้วยความใอย่างปิดไม่มิด ร่างระหงขยับเข้ามาดึงสาบเสื้อของหลีเฮงไว้แน่น น้ำเสียงที่เคยเ็าแปรเปลี่ยนเป็ความกังวลและตื่นตระหนก “เ้า... เ้าเข้าไปรักษานางงั้นรึ?! เ้ารู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่! ยัยนางมารผู้นั้นบ้าคลั่งไร้สติ พลังมารรัตติกาลกลืนแสงของนางอันตรายและดุร้ายอย่างยิ่ง ย้อนกลับไปปีก่อนนางคลั่งสังหารพวกพี่ ๆ ระดับ S และ SS ตายไปถึงสามคนเชียวนะ! อาจารย์ระดับ A สามคนยังสยบนางไม่ได้เลย เ้ามันก็แค่ Rank F ตัวแค่นี้ เข้าไปทำไมกัน! ทำไมไม่ปฏิเสธไป!”
น้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความเป็ห่วงอย่างท่วมท้นและการจิกแขนเสื้อแน่นไม่ยอมปล่อย ทำให้หลีเฮงรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างอบอวล เขาไม่นึกเลยว่าจักรพรรดินีเหมันต์ผู้เคยเ็าบัดนี้จะแสดงความห่วงใยในชีวิตของเขาถึงขนาดนี้
หลีเฮงส่งยิ้มอ่อนโยน เขากุมมือเรียวบางของนางไว้บีบเบา ๆ “ข้ารู้... ข้ารู้ว่านางอันตรายมากจ้ะเสวี่ยเหยา แต่ผู้อำนวยการกู้ข่มขู่ข้า ข้าปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ... อีกอย่าง ข้าก็เอาตัวรอดกลับมาหาเ้าได้อย่างปลอดภัยแล้วนี่อย่างไรล่ะจ๊ะ”
หลินเสวี่ยเหยาหน้าแดงระเรื่อจากการโดนกุมมือ นางเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็แง่งอนบูดบึ้งระบายอารมณ์ “ชิ! รอดมาได้ก็ดีแล้ว คราวหน้าอย่าไปเอาตัวเองไปเสี่ยงกับนางมารนั่นอีกเด็ดขาดเลยนะ ข้าไม่อยาก... ไม่อยากได้ยินว่าเ้าโดนนางสูบเืจนตายหรอก!”
หลีเฮงลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะแสร้งทำหน้าเศร้าสร้อยหยอดมุกถัดไป “โอย... เสวี่ยเหยา ยอดรัก... ถ้าอย่างนั้นข้ามีเื่แย่ ๆ อีกเื่ต้องบอกเ้าจ้ะ ั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป ข้าคงไม่มีเวลามานวดบำบัดให้เ้าเหมือนเคยแล้วล่ะจ๊ะ เพราะทางผู้อำนวยการกู้สั่งการแกมบังคับให้ข้าต้องลงไปคุกใต้ดินเพื่อกดจุดบำบัดสะกดชีพจรมารของนางทุกค่ำวันเลย...”
“ว่าอย่างไรนะ!” หลินเสวี่ยเหยาหันขวับกลับมาทันควัน ใบหน้าสวยบูดบึ้งทันที แววตาแง่งอนหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ “เ้ารับปากนางงั้นรึ? แล้วยังจะทิ้งข้าเพื่อไปดูแลนางมารนั่นทุกวันอีกงั้นรึ?! เ้าคนกะล่อน เห็นคนใหม่แล้วลืมคนเก่าล่ะสิ!”
“ไม่ใช่แบบนั้นเลยยอดรักของข้า!” หลีเฮงรีบสวมรอยขยับตัวเข้ากอดประคองร่างระหงจากด้านหลัง รวบเอวคอดกิ่วเข้ามาชิดอกแกร่ง ก้มลงกระซิบง้อข้างหูที่ขึ้นสีแดงซ่าน “ข้าโดนบังคับจริง ๆ จ้ะ ในหัวใจของข้ามีเ้าเป็อันดับหนึ่งเสมอ ไม่มีใครเทียบเ้าได้เลยนะจ๊ะ... เพื่อเป็การไถ่โทษและยืนยันความรักของข้า คืนนี้ข้าจะดูแลเ้าให้เต็มอิ่มเองจ้ะ...”
“ปล่อยนะ... คนลามก... อื้อ...”
คำพูดประท้วงของหลินเสวี่ยเหยาถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อหลีเฮงก้มลงปิดปากบางด้วยจุมพิตอันแสนเร่าร้อนและหิวกระหาย ลิ้นอุ่นรุกรานสอดแทรกชิมความหวานใสในโพรงปากนางอย่างดูดดื่มหวานล้ำ มือหนาทั้งสองข้างลูบไล้ลงไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ก่อนจะเลื่อนลงมากอดเอวคอดกิ่วและดันสะโพกกลมกลึงของนางชิดเข้ามาแนบสนิทกับความแข็งแกร่งที่กำลังตื่นตัว
สองร่างประคองพากันกลับเข้าสู่เรือนพักกระจกเงียบงัน ประตูหินปิดลงสนิทด้วยพลังน้ำแข็งบาง ๆ ที่นางเรียกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับอยากกักขังความลับและความปรารถนาที่กำลังปะทุนี้ไว้ในโลกส่วนตัวของทั้งคู่
หลีเฮงโคจรทักษะ ‘ลมหายใจยั่ว์’ ทันที ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะกับลมหายใจเย็นะเืของนาง เกิดเป็กระแสปราณที่หมุนวนปะทะกันอย่างรุนแรงแต่กลมกลืน ทุกครั้งที่เขาจูบลึก ลิ้นวนรอบปทุมถันอวบอิ่มที่แข็งชูชัน หรือนิ้วเรียวสอดแทรกเข้าไปในร่องทางรักที่ชุ่มชื้นด้วยหยาดน้ำหวาน หลินเสวี่ยเหยาจะตัวสั่นเทา ร้องครางเสียงแ่หวานที่ค่อย ๆ ดังขึ้นเป็ระลอก
“อ๊ะ… หลีเฮง… เ้า… ลามก…” นางกัดริมฝีปากพยายามกลั้นเสียง แต่สะโพกกลับบิดไหวรับััของเขาอย่างไม่รู้ตัว
หลีเฮงยิ้มกวน มือข้างหนึ่งนวดไล้เนินอกกลมกลึงที่กระเพื่อมไหว ขณะที่อีกมือเลื่อนลงไปกระตุ้นปุ่มเกสรดอกรักสีแดงระเรื่อฉ่ำหวานอย่างละเมียดละไม “ข้าจะทำให้เ้า… ลืมทุกอย่างไปเลยคืนนี้”
เขาปรับท่าให้ร่างระหงของนางหงายขึ้นบนเตียงขนสัตว์หนานุ่ม ช้อนยกเรียวขาขาวเนียนขึ้นพาดบนไหล่กว้างของตัวเอง แล้วค่อย ๆ กดแก่นกายแกร่งที่ร้อนระอุสอดแทรกตัวผ่านช่องทางรักอันแคบตันเปียกชื้นที่หลั่งน้ำหวานตอบรับััรักอย่างเต็มใจ
“อื้อออ…!!”
หลินเสวี่ยเหยากรีดร้องเสียงหลง ร่างกายเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ความเสียวซ่านที่ทวีคูณจากสกิลลมหายใจยั่ว์ทำให้ทุกจุดัักลายเป็ประกายไฟที่ลุกโหม หลีเฮงเริ่มขยับสะโพกเคลื่อนไหวเป็จังหวะเน้นย้ำหนักหน่วงทว่าแฝงความทะนุถนอมประคับประคอง ทุกครั้งที่เขากดลึกสุดตัว ร่องทางรักจะหดเกร็งรัดรึงแก่นกายของเขาแน่น ราวกับไม่อยากปล่อย
“อ๊าา… ลึก… ลึกเกินไปแล้ว… ฮืมม์…!” นางร้องครางระรัว มือเรียวจิกแผ่นหลังกว้างของเขาจนมีรอยแดง สะโพกงามแอ่นเบียดขยับรับจังหวะรุกรานกระแทกกระทั้นของเขาตามแรงเสน่หา
พลังเหมันต์ในร่างของนางไหลเวียนปั่นป่วนก่อนจะสมดุลอย่างก้าวะโ ความเย็นะเืที่เคยกัดกินตัวเองถูกแทนที่ด้วยความร้อนอบอุ่นจากหยาดน้ำหวานและแก่นกายของเขา ทุกครั้งที่ทั้งสองประสานกันสุดลึก ปราณหยินหยางก็หมุนวนกลมกลืนกันมากขึ้น
หลีเฮงก้มลงจูบลึก ดูดดึงริมฝีปากอิ่มของนาง ขณะที่สะโพกยังคงกระแทกไม่หยุด “เ้าเป็ของข้า… เสวี่ยเหยา… เท่านั้น”
นางไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ร่างกายที่เกร็งกระตุกและร้องครางระงมระรัวคือคำตอบที่ดีที่สุด ทั้งสองโอบกอดรัดรึงกันแน่นสนิท กระแทกกระทั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งร่างกายทั้งคู่ถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน
“อ๊าาาา… หลีเฮง…!!”
เสียงหวานกรีดร้องสั่นสะท้านสะอื้นไห้ด้วยความเสียวซ่านสุดประมาณ ร่างระหงของหลินเสวี่ยเหยาเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ธารน้ำหวานใสอุ่นหลั่งไหลพรั่งพรูชโลมแก่นกายร้อนผ่าวของเขาจนเปียกชุ่ม นางสิ้นฤทธิ์ตัวอ่อนยวบยาบ ล้มฟุบลงในอ้อมกอดของหลีเฮงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยความอิ่มเอมและหวั่นไหวที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
*ปิ๊ง!*
> [ประสานหยินหยางสำเร็จสมบูรณ์: หลินเสวี่ยเหยา (ระดับ SSS)]
> [เปิดใช้งาน ‘ลมหายใจยั่ว์ ขั้น 1’ ทำงาน: ทวีคูณค่าความรู้สึก +3 เท่า / เร่งการบำเพ็ญคู่ขึ้น 3 เท่า!]
> [ค่าความเชื่อใจ (Trust) เพิ่มขึ้น: +5 แต้ม (รวมปัจจุบัน: 35 แต้ม)]
> [ค่าความเสน่หา (Desire) ทวีคูณ: +10 x 3 = +30 แต้ม (รวมปัจจุบัน: 150 แต้ม)]
> [ค่าความหึงหวง (Possessiveness) เพิ่มขึ้น: +5 แต้ม (รวมปัจจุบัน: 20 แต้ม)]
> [แต้มบำเพ็ญคู่ (Yin-Yang Resonance) พัฒนา: +10 แต้ม (รวมปัจจุบัน: 50 แต้ม)]
> [ค่าพลังรัก (Bond Sync) พัฒนา: 50% -> 53%]
> [ได้รับแต้มแมงดาโบนัสจากการประสานรักคู่บำเพ็ญ SSS: +500 แต้ม]
> [แต้มแมงดาคงเหลือสะสมในระบบปัจจุบัน: 1,030 แต้ม]
หลังจากพายุรักอันยาวนานสงบลง หลินเสวี่ยเหยานอนทอดกายหมดเรี่ยวแรงอยู่ใต้ผ้าห่มขนสัตว์หนานุ่ม ใบหน้าสวยปรือฉ่ำหวานด้วยความรักใคร่อย่างลึกซึ้ง หลีเฮงนอนตะแคงประคองกอดนางไว้แ่เบา ลูบไล้เส้นผมยาวสลวยพลางเอ่ยอธิบายอย่างจริงจัง
“เสวี่ยเหยาจ๊ะ... เ้าวางใจเถอะ การรักษาเยี่ยหลัวอินนั้นไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด เพราะทุกครั้งที่ข้าทำ ผู้อำนวยการกู้จะคุมสถานการณ์และยืนเฝ้าผ่านห้องควบคุมค่ายกลข้าง ๆ ตลอดเวลา หากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ค่ายกลสะกดจะปิดกั้นทันที ข้าจึงไม่มีวันเป็อันตรายอย่างแน่นอนจ้ะ”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายและรู้ว่าผู้อำนวยการคอยควบคุมความปลอดภัยอยู่ด้วย หลินเสวี่ยเหยาจึงค่อยลอบผ่อนลมหายใจลดความกังวลลง ทว่าดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยยังคงตวัดมองค้อนหลีเฮงขวับหนึ่ง แอบเอื้อมมือไปจิกบิดเนื้อที่เอวของเขาเบา ๆ แก้หมั่นไส้
“หึ... วางใจเื่อันตรายได้ก็จริง แต่เื่อื่นข้ายังไม่วางใจหรอกนะ!” นางแอบบีบเอวเขาพลางจิกกัดกระซิบเตือน “ข้าขอเตือนไว้ก่อน... เ้าไปนวดบำบัดรักษาให้นางมารนั่น ห้ามใช้ ‘ััเล้าโลมลามก’ หรือทำเื่บำบัดซาบซ่านเหมือนที่ทำกับข้าเด็ดขาดเชียวนะ! หากข้ารู้ว่าเ้าไปทำร่องรอยสวาทหรือทำตัวเ้าชู้ประสานหยินหยางกับยัยนั่นล่ะก็... เ้าโดนข้าแช่แข็งกลายเป็น้ำแข็งแน่!”
“จ้ะ ๆ ข้าสาบานเลยจ้ะยอดรัก ข้าจะรักษาตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดเลยจ้ะ!” หลีเฮงรีบรับปากด้วยเสียงกระตือรือร้นพลางดึงนางเข้ามากอดแน่น รอดชีวิตพ้น 'มนุษย์เมียขี้หึง' ไปได้หวุดหวิด
---
เช้าวันรุ่งขึ้น ตารางการแข่งขันประลองยุทธ์คัดเลือกทีมตัวแทนของแต่ละห้องเรียนระดับต้นก็ถูกประกาศติดป้ายกลางลานกว้างของสถาบันหลงเหมิน
หลีเฮง ลี่อวี่ และซูเมิ่ง เดินมาตรวจสอบตารางพร้อมกัน ทว่าภาพที่เห็นบนกระดานประกาศกลับทำให้ทั้งสามคนถึงกับยืนงงอ้าปากค้าง
เนื่องจากห้อง F เป็ห้องเรียนของพวกศิษย์ระดับขยะที่อ่อนแอที่สุดในรุ่น และไม่มีศิษย์คนไหนในห้อง F ที่กล้าฟอร์มทีมต่อสู้ขึ้นมาเลยสักคนเดียว ผลลัพธ์ในตารางแข่งจึงระบุไว้อย่างชัดเจนว่าทีมของหลีเฮงกับสองสาว “ชนะผ่าน” (Bye) เข้าสู่รอบการแข่งขันจริงระหว่างห้องเรียนอื่น ๆ ทันทีโดยไม่ต้องออกแรงประลองคัดเลือกในห้องเรียนให้เหนื่อย!
“เอ๋?! พวกเราชนะผ่านเลยเหรอเนี่ย?!” ลี่อวี่อุทานด้วยความงงงวยระคนตื่นเต้นดวงตากลมอวบอิ่มเป็ประกาย
“ก็ดีแล้วนี่นา... แปลว่าเรามีเวลาไปฝึกซ้อมเตรียมรับมือทีมโหด ๆ ของห้องเรียนอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีกตั้งหลายวัน” ซูเมิ่งกล่าวพลางถอนหายใจโล่งอก มือบางกุมอกสะท้อนใจเบา ๆ
“ใช่แล้วล่ะสาว ๆ... พลังคอมโบของพวกเรายังต้องขัดเกลาอีกเยอะ เตรียมตัวแข่งระหว่างห้องรอบหน้าได้เลย” หลีเฮงพูดพลางยิ้มย่องในใจ รู้สึกว่าโชคชะตานี้เข้าทางเขาไม่น้อย
ตกเย็นยามพลบค่ำ หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม หลีเฮงก้าวเท้าเดินออกมาตามโถงทางเดินกลางของตึกสถาบัน เตรียมตัวจะมุ่งหน้าลงไปทางคุกใต้ดินลึกตามนัดหมายบำบัดรักษา ทว่าขณะที่เดินผ่านระเบียงทางเดินเงียบเชียบ ร่างระหงของหลินเสวี่ยเหยาก็พลันปรากฏตัวก้าวเท้าออกมาดักหน้าเขาอีกครั้ง!
คราวนี้นางไม่พูดพร่ำทำเพลง มือเรียวบางเอื้อมไปดึงข้อมือของหลีเฮงกระชากลากตัวเขาเข้าหลบมุมเสาใหญ่ที่ห่างไกลสายตาคนทันควัน หลินเสวี่ยเหยาเบียดร่างนุ่มนิ่มเข้าชิดกับแกร่ง ยื่นหน้าสวยเข้าไปจูบประกบริมฝีปากเขาอย่างหน่วงหนักเร่าร้อนและลึกซึ้ง แสดงความเป็เ้าของอย่างเต็มเปี่ยมจนหลีเฮงถึงกับตั้งตัวไม่ทันครางอื้ออึงในลำคอด้วยความซ่านใจ
ทว่ายามเมื่อบทจูบแสนเร่าร้อนดำเนินไปได้ครู่หนึ่ง เสียงฝีเท้าของศิษย์สถาบันกลุ่มหนึ่งพลันดังแว่วเดินผ่านมาทางโถงทางเดินใกล้ ๆ
หลินเสวี่ยเหยาสะดุ้งโหยง รีบผละริมฝีปากออก หน้าแดงก่ำเป็ลูกตำลึงสุก เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์รักลับ ๆ เสื่อมเสียชื่อเสียงเทพธิดาน้ำแข็ง นางจึงสวมิญญาจอมเผด็จการทันควัน ปรับสีหน้าเป็เ็าและตวาดสั่งการหลีเฮงด้วยเสียงดังฟังชัดก้องทางเดินทันที!
“หลีเฮง! ยืนนิ่งอยู่ทำไม! วันนี้ขาของข้าล้าจากการซ้อมวิชายุทธ์มาก เ้าจงทำหน้าที่นวดน่องและขาของข้าให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้เลยนะ! ห้ามอู้งานเด็ดขาด!”
หลีเฮงเลิกคิ้วสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในใจรวดเร็ว พยักหน้ารับคำเสียงดังตอบกลับ “ครับคุณหนูหลิน! ข้าจะนวดขาให้ท่านอย่างสุดความสามารถเดี๋ยวนี้เลยครับ!”
หลินเสวี่ยเหยาเห็นว่าคนเดินผ่านไปแล้ว จึงแสร้งทำสะบัดหน้าเชิดใส่แล้วก้าวเท้าเดินนวยนาดจากไปอย่างหยิ่งยะโส ปล่อยให้หลีเฮงยืนยิ้มกริ่มเอามือแตะปากที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายรสจูบหวานล้ำของนางอยู่
---
ในค่ำคืนดึกสงัด ณ ทางเข้าคุกสะกดส่วนลึกใต้ดิน
หลีเฮงเดินลงมาสมทบกับอาจารย์หลัวเจินที่ยืนกอดอกรออยู่หน้าค่ายกลประตูเหล็กั์ หลังจากปลดล็อกอักขระอ้อยอิ่งห้าชั้นเรียบร้อย ประตูเลื่อนเปิดออก หลีเฮงก็เดินก้าวเข้าไปพบนางมารน้อยเยี่ยหลัวอินทันที
ยามเมื่อเข้าไปด้านใน หลีเฮงพบว่าเยี่ยหลัวอินไม่มีท่าทีคุ้มคลั่งบ้าคลั่งกระหายเือีกต่อไปแล้ว จิตมารของนางสงบลงอย่างมากจากผลลัพธ์ของสกิลััผ่อนคลายขั้น 4 ที่เขาทิ้งไว้เมื่อคืน นางนั่งเงียบสงบอยู่บนศิลา แววตาสีม่วงจับจ้องมองหลีเฮงอย่างมีสติปนเอียงอายสะขัดเขิน
หลีเฮงอยู่เป็เพื่อนคุยและตรวจเช็กพลังงานของเธออยู่สักพักใหญ่ เขาพบว่าการถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนเวทมนตร์ั์หนาหนักตลอดเวลานั้น ยิ่งทำให้พลังปราณมารในร่างของนางเกิดการคั่งค้างและกดทับจนเกิดความเครียดสะสมทางจิตใจ ซึ่งเป็ต้นเหตุให้เกิดพลังมารตีกลับได้ง่ายขึ้น
หลีเฮงหันไปหาอาจารย์หลัวเจินแล้วกล่าวเสนอแนะ “อาจารย์ครับ ข้าว่าเพื่อความสะดวกในการนวดบำบัดรักษาและกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณของนางให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น เราควรจะปลดโซ่ตรวนตรึงแขนขาที่กักขังนางออกดีกว่าครับ ค้างไว้อย่างนี้เส้นชีพจรของนางจะเกร็งและหายยากขึ้น”
หลัวเจินขมวดคิ้วแน่น สีหน้าแฝงความไม่มั่นใจอย่างรุนแรง “ปลดโซ่งั้นรึ?... เื่นี้ข้าตัดสินใจคนเดียวไม่ได้หรอก พลังมารของนางร้ายกาจเกินไป หากปลดโซ่แล้วเกิดนางคลั่งกะทันหันค่ายกลอาจต้านไม่อยู่... เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะเดินไปขออนุญาตและสอบถามความเห็นจากผู้อำนวยการกู้ที่ห้องทำงานใหญ่ก่อน เ้าเฝ้านางไว้และห้ามทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด!”
“ครับอาจารย์” หลีเฮงพยักหน้ารับคำ
อาจารย์หลัวเจินหมุนตัวก้าวเท้าเดินจากไป ทิ้งให้ภายในห้องขังค่ายกลกว้างขวางเหลือเพียงหลีเฮงและเยี่ยหลัวอินอยู่ด้วยกันสองต่อสองในความมืดสลัวรำไร
บรรยากาศเงียบงันลงทันที เยี่ยหลัวอินชำเลืองดวงตาสีม่วงมองหลีเฮงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ใบหน้าสวยขึ้นริ้วแดงบางเบา “เ้า... เ้าจะนวดคลายเส้นให้ข้าอีกรึ...”
หลีเฮงยิ้มมุมปากส่อแววเ้าเล่ห์กวนประสาท แววตาของเขากลับมาจับจ้องมองเรือนร่างสะคราญกึ่งเปลือยของนางอย่างละโมบ เขาเปิดใช้ทักษะ ‘อุ้งมือมาร’ ที่สะสมพลังลมปราณสีทองหนาแน่นไว้บนฝ่ามือ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ร่างระหงช้า ๆ ก่อนจะยื่นมือทาบทับลงบนสะโพกมนและเนินอกอวบอิ่มชุ่มชื้นของนางมารน้อยทันที!
ฝ่ามืออุ่นหนาบีบนวดเน้นน้ำหนัก สอดแทรกความร้อนเร่ากระตุ้นจุดอ่อนไหวปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาเย้าหยวน เยี่ยหลัวอินสะดุ้งเฮือก ร่างกายระหงเกร็งสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้าสวยงดงามร้อนผ่าวขัดขึ้นสีแดงก่ำฉ่ำวาว รอยยิ้มอายเหนียมปนเสียวสยิวที่ไม่เคยมีมาก่อนเริ่มปรากฏบนดวงหน้าของยอดสตรีมารระดับ SSS...!