บทที่ 5 การพนันของเ้ากับข้าและการมาของโจรร้าย
ณ จวนของหลินเยว่อิง
“ข้าน้อยตงฟาง มือปราบสำนักต้าหลี่ ขอคารวะ คุณหนูหลินเยว่อิงจากนี้ข้าจะมาค่อยปกป้องคุณหนู...” เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆเป็ที่น่าตลกขบขัน ตงฟางพูดยังไม่ทันจบคำ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ ของคนในที่นี้ก็หันมองทุกคนอย่างน่าฉงนใจ ผางนึกในใจ “ข้าพูดอะไรให้พวกเขาน่าขำกันหรืพวกเขากำลังดูถูกข้าอยู่” เมื่อเสียงหัวเราะจบลงเซียงหยางก็พูดขึ้น
“ท่านจะเอาอะไรมาปกป้อง คุณหนูของข้ากันด้วยฝีมืออย่างท่านยังงันหรือ”
“ถึงวรยุทธข้าอาจจะเทียบท่านไม่ได้แต่เื่การหาคนร้าย และสืบสวนคดี ข้ามั่นใจว่าข้าพอมีความสามารถอยู่บ้าง”
“เช่นนั่นข้าคงต้องฟังความเห็นของท่านมือปราบเสียแล้ว”
“ขออภัย คุณหนูด้วย การสืบสวนเป็เื่ของทางการข้ามิอาจเปิดเผยได้ ขอเพียงท่านได้โปรดให้ขอได้ทำงานข้าน้อยรับประกันว่าจะต้องจับคนร้าย ไม่ให้ท่านเป็อันตรายอย่างแน่นอน”
“ข้าขอพูดตรงๆกับท่านมือปราบหากข้าอยากให้ท่านเปิดปาก เชื่อไหมว่าข้าสามารถทำได้ และคนที่เป็หนี้ชีวิตข้าจะเอาอะไรมาประกันข้ากัน”
“คุณหนูหมายความว่าอย่างไร” ทันใดนั่นเยว่อิงก้มองไปที่เซียงหยาง เซียงหยางรู้ได้ทันทีจึงใช้แรงกดดันลมปราณออกใส่ ตงฟางทันที ทันทีที่ตงฟางััถึงพลังปราณได้ขาทั้งสองข้างก็ทรุดลงไปกับพื้นทันที
“ฮึก อา!”ตงฟางพยายามจะกัดฟันเค้นพลังสู้ เพื่อหลุดพ้นจากแรงกดดันพลังนี้ ในใจก็คิด “นี้มัน พลังยุทธระดับห้าขึ้นไป ผู้หญิงคนที่เป็ยอดยุทธระดับห้าจริงๆข้ามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสี่ขั้นกลาง ไม่อาจจะสู้กับแรงกดดันนี้ได้เลยถ้าเป็แบบนี้ ข้าต้องตายแน่ๆ บ้านนี้มันอะไรกัน “คุณหนู! ข้าน้อยขออภัย ได้โปรดละเว้นข้าด้วย”
“เซียงหยาง อย่ารุนแรงนักท่านมือปราบทนไม่ไหวแล้ว” เซียงหยางจึงหยุดแรงกดดันของพลัง
“ท่านมือปราบที่นี้ท่านก็เป็หนี้ชีวิตข้าสองครั้งแล้วสิ ท่านไม่คิดจะตอบแทนข้าบ้างหรือ”
“เป็ข้าน้อยที่เสียมารยาทเอง ท่าน้าสิ่งใดกับมือปราบเล็กๆอย่างข้ากันถึงต้องกลั่นแกล้งกันด้วย”
“ข้าไม่กลั่นแกล้งท่านแล้วก็ได้ข้าอยากรู้เื่คดีที่เป็อยู่ตอนนี้ ท่านจะบอกข้าได้หรือไม่”
“ท่านผู้บัญชาการให้ปิดเื่นี้เป็ความลับและที่พวกข้ามา ก็ทำกันแบบลับๆ จะมีก็แต่เฉพาะผู้ใหญ่ในจวนท่านที่ทราบเื่ ส่วนเด็กอย่างพวกท่านมิให้บอก กลัวพวกท่านจะตื่นกลัว”
“ฮึ ฮึ ฮึถึงขนาดนี้ท่านคิดว่าข้าต้องตื่นกลัวกับโจรกระจอกอย่างนั่นหรือ”
“จากเมื่อกี้ที่ข้าน้อยเพิ่งพบเจอเื่แค่นี้คงไม่ทำให้ท่านกลัวได้ แต่ในเมื่อท่านอย่างรู้และข้าก็ไม่อาจสู้พวกท่านได้ ข้าขอต่อรองกับข้อมูลได้หรือไม่”
“น่าสนุกดี ต่อรองเช่นไร”
“ท่านกำลังเดินหมาก หากไม่เป็การเสียมารยาทข้าขอเดินหมากกับคุณหนูสักตา หากข้าแพ้เชิญท่านถามมาได้ หากข้าชนะขอท่านอย่าได้ถามถึงคดีอีก” ในใจก็คิด “พ่อบุญธรรมได้ชื่อว่า เป็นักเดินหมากที่เก่งที่สุดในสำนักต้าหลี่เพราะท่านเป็ผู้ที่วางแผนได้เยี่ยม จึงสามารถคลี่คลายคดีได้มานักต่อนักท่านสามารถมองความคิดผู้อื่นออกก่อนเสมอและข้าก็เดินหมากกับท่านได้เรียนรู้มาไม่น้อย ถึงจะยังเทียบกับพ่อบุญธรรมไม่ได้แต่แค่เอาชนะ เด็กคนหนึ่ง คงไม่ยาก เพราะในสำนักต้าหลี่ ก็มีข้าตอนนี้ที่เป็อันดับหนึ่ง”
“เอาสิ เชิญท่านนั่ง” ตงฟางก็ได้ค่อยๆเดินไปนั่งตรงกระดานหมากประจันหน้ากับหลินเยว่อิง ในใจของตงฟาง เมื่อเห็นหน้านางตรงๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่านางคือหญิงสาวที่งดงามที่สุดเท่าที่พบมา หากว่าตนเป็ชายแท้จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้นางสนใจเป็แน่แท้
“ก่อนที่เราจะเล่นกันข้าขอคุยกับคนของข้าก่อน เชิญท่านตามสบาย”
“เซียงหยาง ถิงถิง”
“ค่ะ คุณหนู”
“เดียวเ้าสองคนแยกกันดูแลน้องของข้าทั้งสองั้แ่ตอนนี้ หากมีใครคิดจะจับตัวน้องข้า พวกเ้าจัดการได้เลยเน้นจับเป็”
“ค่ะ คุณหนู” แล้วเซียงหยางและถิงถิงก็เดินออกไป
“ส่วนเ้า ถังเทียน มีประสาทััที่ดีที่สุดให้เ้าดูทั้งจวน หากมีใครรอบเข้ามา หากมันมาทางข้า ให้ปล่อยมันเข้ามาแต่ถ้าหากไปทางอื่น ให้เ้าจัดการ”
“ข้าน้อย รับทราบ” และถังเทียนก็ออกไป
“เอาละ ที่นี้ท่านมือปราบเรามาเล่นเดิมพันที่คุยกันไว้เถอะ ท่านเป็แขก ข้าให้ท่านวางหมากก่อน”
ตงฟางเมื่อได้ยินจึงคิดในใจ “อะไรกัน ผู้ที่วางหมากก่อน จะได้เปรียบในการวางกลยุทธ์นางกลับให้ข้าวางก่อน นี้คิดว่าเหนือกว่ายังงันหรือ ช่างเถอะ เมื่อให้ข้าวางก่อนข้าก็ไม่ออมมือให้หรอก”
ตงฟางวางหมากตัวแรกลงไปในกระดาน แต่ก็ต้องใเพราะทันทีที่ปล่อยมือจากหมาก หลินเยว่อิงก็วางวางลงในกระดานทันที “นี้มันอะไรกัน คิดจะยั่วโมโหข้าอยู่สินะ ไม่เป็ผลหรอก แพ้เด็กแบบนี้”และตงฟางก็วางหมากต่อไป แปะ! แปะ! แปะ! แปะ! แปะ!แปะ! เสียงหมากกระทบกระดานของหลินเยว่อิง ดังขึ้นทุกครั้งที่ ตงฟางวางหมากและปล่อยมือ ไม่มีช่องว่างหรือเสี้ยววินาที ที่หลินเยว่อิงจะคิดเป็แบบนี้อยู่ครู่หนึ่ง
“ป...ป....เป็ไปได้ยังไง ข...ข...ข้าแพ้” หมากยังเดินไม่ถึงครึ่งกระดานแต่หมากของข้าถูกปิดล้อมไร้ทางสู้หมดแล้ว ทั้งที่นางเดินทีหลังเป็หมากรองแท้ๆ การเดินแต่ละครั้งนางก็ไม่แม้แต่จะคิดแต่หมากที่ออกมากลับแยบยลไร้ที่ติ เหมือนนางจะรู้ว่าข้าจะเดินเช่นไรหมากวางลงมาเพียงแค่หนึ่งตัวก็สามารถปิดกันข้าได้ข้าที่พยายามจะเปลี่ยนหมากและกลยุทธ์แต่ทุกครั้งที่นางลงหมากก็สกัดตาเดินของข้าไว้ ไม่มีหมากที่เสียเลยแม้สักตัวเดียวความรู้สึกเหมือนฝูงหมาป่า ที่ปิดล้อมกระต่ายเพียงตัวเดียว ความห่างชั้นนี้แม้แต่พ่อของข้าก็ไม่อาจจะเทียบได้เลย ข้าที่มั่นใจในการวางแผนและการเดินหมากกลับเป็คนที่คิดไปเองว่าฉลาด คนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ไม่ใช่เด็กทั่วไป นี้สินะคุณหนูใหญ่ของตระกูลแม่ทัพประจำแคว้น
“ข้าแพ้แล้ว ตามสัญญาคุณหนูอยากรู้เื่ใดเชิญถามมาได้เลย ข้าจะตอบทุกคำถาม”
“ทำไมเ้าถึงไม่เป็ขันทีทำไมถึงมาเป็มือปราบ”
“นี้ท่าน!ไหนท่านบอกอยากรู้เื่คดี ทำไมถึง”
“เื่นั่นข้าต้องถามอยู่แล้วแต่ข้าอยากรู้เื่ของเ้ามากกว่า” หลินเยว่อิงเื่ปล่อยตัวในท่าสบายไม่ได้สำรวมเหมือนก่อนหน้านี้
“ข้าจะตอบคำถามท่านคำถามเดียว”
“ก่อนเดิมพันเ้าไม่ได้บอกว่าจะตอบคำถามข้าคำถามเดียว แต่เ้าบอกว่า จะตอบตามที่ข้าถามหรือเ้าคิดจะไม่ซื่อสัตย์ ถ้าเป็แบบนั่น งันข้าคงไม่มีอะไรจะคุยกับเ้าแล้ว”
“ไม่ ข้าไม่ใช่คนอย่างนั่น เอาเถอะหากท่านอยากรู้ข้าจะตอบ ข้าไม่มีเื่ที่ต้องปิดบังอยู่แล้ว ตัวข้านั่นเป็เพียงแค่ลูกของนายพรานอยู่เมืองห่างไกล ปีนั่นข้าอายุ ห้าขวบ เกิดอุทกภัย ข้าวอาหารขาดแคลนสัตว์ก็หนีภัย ทำให้การล่าทำได้ยาก และชาวเมืองก็ขาดแคลน ทำให้การใช้ชีวิตลำบากทางการก็ช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ปีนั่นมีการประกาศรับเด็กเป็ขันทีเข้าวัง เพื่อความอยู่รอดพ่อแม่ข้าเลยตัดสินใจให้ลูกคนหนึ่งเป็ขันที ข้าเป็ลูกคนโต จึงต้องรับชะตากรรมและได้หนังสือรับรองการเป็ขันทีเข้าวังพร้อมเงินจำนวนหนึ่ง ทั้งครอบครัวจึงได้เดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อมาตั้งตัวและเริ่มชีวิตใหม่ ระหว่างทางที่เดินทางก็ถูกโจรป่าเข้าปล้นผู้ที่เดินทางโดนฆ่าตายไปหลายคน พร้อมกับพ่อแม่และน้องของข้าข้านั่นวิ่งหนีพลัดกับครอบครัว เข้าไปในป่า ด้วยการที่ข้าเคยเรียนวิชาหลบตัวตนจากสัตว์มากับพ่อที่เป็นายพรานข้าจึงสามารถเอาตัวรอดจากสัตว์ป่าได้ ข้าหลงป่าอยู่3วัน3คืน จนสลบไป ตื่นขึ้นมาข้าก็ถูกพ่อบุญธรรมช่วยเอาไว้แต่เพราะหนังสือรับรองก็หายไปแล้ว จึงทำให้ปีนั่นไม่สามารถเข้าไปเป็ขันทีได้และพ่อบุญธรรมตงจิงก็เลี้ยงดูข้ามาั้แ่นั่น และเมื่อเวลาผ่านไปท่านพ่อบุญธรรมจึงสอนวรยุทธและวิชาการสืบสวนให้กับข้า บอกให้ข้าอย่าไปเป็ขันทีเพราะมันเป็ชีวิตที่น่าอนาถพอข้าโตขึ้นจึงเข้ามาทำงานในตำแหน่งมือปราบของสำนักต้าหลี่ ถึงข้าจะตัดสิ่งนั่นไปแล้วแต่ก็ไม่คิดที่จะเป็ขันที แต่ถึงข้าจะไม่ปรกติเหมือนผู้อื่นแต่ข้าก็จะแสดงให้ดูว่าข้าเองก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้เช่นกัน”
“มิน่า รูปร่างเ้าถึงเหมือนผู้หญิงเป็เช่นนี้”
“ข้าตอบตามที่คุณหนูถามแล้วเช่นนั่นถือว่าข้าจ่ายค่าเดิมพันแล้ว”
“ยัง เ้าจะตอบตามที่ข้าอยากถามกลับมาที่เื่ของคดี พ่อบุญธรรมของเ้าเป็ถึงยอดมือหนึ่งที่คลีคลายคดีได้เก่งที่สุดในต้าหลี่เ้ารู้ตัวคนร้ายแล้วหรือยัง”
“นี้ท่านรู้เื่ของพ่อข้าได้อย่างไร”
“ก็แค่เื่ของมือปราบคนหนึ่ง ก็ไม่ได้เป็ความลับอะไรสักหน่อยแม้แต่เื่ที่เขาตาย เพราะคดีของเ้ากรมพระคลัง จนถูกฆ่า ใครๆเขาก็รู้กันเพียงแต่เพราะพ่อเ้าไม่มีอำนาจ แต่กลับยุ่งเื่ที่ตัวเองไม่สามารถจัดการได้สุดท้ายก็ถูกกำจัดสะเอง”
“พอเทอญ ขอคุณหนูอย่าได้พูดถึงท่านพ่ออีกเลย”
“งันมาพูดถึงคดีตอนนี้ก็แล้วกัน”
“หลายวันมานี้ ข้าได้สืบทุกคดีที่เกิดขึ้นในเื่นี้่แรกคดีเกิดขึ้นที่เมืองตงผิง และหลังจากนั่นก็มาเกิดขึ้นที่เมืองหลวง่ที่เกิดคดีขึ้นที่เมืองหลวง ทางเมืองตงผิงก็ไม่เกิดคดีขึ้น ข้าจึงคิดว่าเป็ผู้ที่โยกย้ายเข้ามาในเมืองหลวงอย่างแน่นอนและคนนั่นต้องเป็คนที่ทำงานของทางการ เพราะคนที่จะรู้แผนผังในจวนของขุนนางได้มีแค่กรมโยธา หน่วยข่าวกรองสำนักต่างๆรวมถึงสำนักต้าหลี่ ซึ่งข้าได้ผู้ต้องสงสัยที่ย้ายมาจากเมืองตงผิงมาประจำการที่เมืองหลวง สามคน และคนที่น่าสงสัยที่สุด คือ เฉินจู สังกัดกลมโยธา”
“ทำไมเ้าถึงพุ่งเป้าไปที่คนของทางการไม่คิดว่าเป็ชาวยุทธ”
“เพราะคดีเกิดขึ้นในจวนขุนนางเป็หลัก และจวนของคนร่ำรวยซึ่งทุกจวนข้าตรวจสอบมาแล้ว ถูกสร้างขึ้นโดยกรมโยธาเพราะแผนผังจวนขุนนางเป็ความลับไม่อนุญาตให้ชาวบ้านมีครองครอง และบ้านของคนร่ำรวยก็จ้างให้ทางกรมโยธาสร้างให้ คนร้ายเข้าออกทุกจวนอย่างแม่นยำ และรู้ทางดีแสดงว่าต้องรู้ว่าจวนนั่นเป็แบบใด และส่วนไหนเป็อะไรบ้าง หากเป็โจรทั่วไปต้องเข้าไปและหาทางเดิน จึงมีรอยเท้าอยู่ทั่ว ทั้งหลังคาและพื้นแต่การเข้าออกแต่ละจวน เข้าครั้งเดียวตรงไปที่ผู้หญิงที่หายตัวไปอยู่ได้ในทันทีและออกไปได้อย่างว่องไว ข้าจึงคิดว่าต้องเป็คนของทางการที่มีข้อมูลนี้อยู่”
“ข้อมูลพวกนี้ก็หาซื้อได้จากตลาดมืดหรือมีคนสบคบกับทางการก็เป็ได้”
“ตรงนั่นข้าเองก็ไม่ได้ทิ้งประเด็นไปแต่มันมีอีกข้อที่ทำให้ข้าเชื่อว่าเป็บุคคลเหล่านี้คือคดีเกิดขึ้นในตอนที่สามคนนี้ ประจำการอยู่ที่นั่นและหลังจากที่ย้ายเข้ามาที่เมืองหลวง คดีที่ตงผิงก็หยุดไป และเกิดขึ้นที่เมืองหลวงแทนแต่สิ่งที่ข้ากำลังสงสัยและพยายามคิดอยู่คือ มันมีคดีเกิดขึ้นที่ตงผิงอีกหนึ่งคดีซึ่งตอนนั่นทั้งสามคนก็ยังอยู่ที่เมืองหลวง แต่มีแค่เฉินจู ที่ขอลาหยุดในเวลานั่นแต่เขาก็ไม่ได้ออกจากเมืองไปไหน และไม่กี่วันเขาก็ไปเที่ยวที่หอนางโรม การไปกลับเมืองหลวงกับตงผิง ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งวันหากใช้ม้าเร็วและคนที่เดินเท้าก็ใช้เวลามากกว่านั่น แต่เฉินจูหายไปเพียงแค่วันเดียวก็มีคนพบเขาที่หอนางโรม ข้าจึงต้องตัดเขาออกจากผู้ต้องสงสัยและอีกสองคนก็มาทำงานตามปรกติ ตอนนี้ข้าเลยไม่เบาะแสใดแล้ว”
“ถ้าเป็ผู้ฝึกยุทธระดับ5ขึ้นไปด้านวิชาตัวเบาการไปกลับเมืองตงผิงภายในหนึ่งวันไม่ใช่เื่ยาก”
“แต่จากที่ทราบมา เฉินจู ไม่ได้มีวรยุทธขนาดนั่นหลายปีแล้วที่เขาไม่พัฒนาขึ้น ตัวเขาเองเป็เพียงแค่ คนของกรมโยธาตำแหน่งขั้น6ไม่ได้โดดเด่นด้านวรยุทธ หากเขาโดดเด่นเขาคงก้าวหน้ามากกว่านี้ในสายงานอื่นแล้ว”
“แต่ข้าสงสัยว่าจะเป็เขานะ”
“เป็ไปไม่ได้ข้าได้บอกท่านไปแล้วถึงเหตุผลไม่มีทางเป็เขา”
“งันเรามาเดิมพันกันอีกสักครั้งดีหรือไม่”
“ท่านพูดแบบนี้ จะเดิมพันสิ่งใด”
“ข้าเดิมพันว่า เป็เฉินจู หากเ้าชนะเ้าอยากได้อะไรเ้าบอกมา ตำแหน่ง หรือวรยุทธไร้เทียมทาน ข้าให้เ้าได้”
ตงฟางคิดในใจ “เด็กบ้านรวยก็ยังงี้สินะหาซื้อได้ทุกสิ่งด้วยเงินและอำนาจ”
“แล้วถ้าข้าแพ้ ท่าน้าสิ่งใด”
“เ้าไง”
“นี้ท่านหมายความว่าไงนี้ท่าน้าร่างกายของข้ายังงันหรือ นี้ท่านเป็พวก...”
“เ้าคิดอะไร ข้าก็แค่ขาดคนใช้อยากได้เ้าเพิ่มอีกสักคน ก็แค่นั่น”
“ที่แท้ก็อย่างนี้ ก็ได้ข้าเดิมพันกับท่านเพราะข้าก็มั่นใจในการสืบสวนของข้า ไม่ใช่เขาแน่นอน”
“ดี เป็อันเดิมพัน” หลินเยว่อิงคิดในใจ “ที่ข้ากล้าเดิมพันเพราะข้าได้ตรวจสอบข้อมูลของชาวยุทธที่อยู่ในเมืองหลวงมาทั้งหมดแล้ววรยุทธทุกสำนักข้าย่อมรู้ดีทั้งหมด ว่าใครมีความสามารเช่นไร ฝึกวิชาแขนงใดมีเพียงแค่เฉินจูที่เ้าว่ามาน่าสงสัยที่สุด และเป็ไปได้มากที่สุด เ้านั่นสืบมาถูกทางแล้วแต่ความรู้ในยุทธภพเ้ายังน้อย ถ้าหากเฉินจู ได้ฝึกยอดวิชาตัวเบา การที่เขาหายไปหนึ่งวันก็สมเหตุสมผลเพื่อที่จะทำให้ตัวเองหลุดจากการเป็ผู้ต้องสงสัย จึงต้องกลับไปก่อคดีในพื้นที่เดิมอีกครั้ง อีกอย่างหลายปีมานี้หากฝึกยุทธบ้างก็ต้องมีการพัฒนาเหตุผลเดียวที่เขาไม่พัฒนาคือทุ่มทุกอย่างในการฝึกวิชาตัวเบาหรือหากไม่ฝึกฝนเลยพลังยุทธก็ต้องถดถอยถึงแม้จะยังไม่แน่ชัดแต่ข้าก็มั่นใจ เก้าในสิบส่วน”
“จากการสืบของเ้า โจรน่าจะลงมือเมื่อไร”
“ไม่เกิน เจ็ดวันมันต้องลงมือแน่นอนจากทุกคดีที่เกิด ขนาดมีทหารเฝ้ายาม มันก็สามารถลงมือได้ และยิ่งตอนนี้ที่จวนของท่านไม่มีผู้คุมกันเลย เป็ไปได้ว่าอาจจะลงมือภายในคืนนี้”
“ดุเหมือนมันจะรีบร้อนนะ และหญิงสาวที่หายไปตามไม่พบเจอเลยหรือไง”
“เื่นี้ก็น่าแปลก มีคนหายไปหลายคนในทุกเมืองได้ส่งสายสืบออกไปเพื่อค้นหาทั้งในที่ลับและในที่แจ้งแต่ก็ไม่พบคนที่หายไปหรือเบาะแสเลย ถ้าเพียงแค่จับไปขาย ก็ต้องมีร่องรอยบ้าง แต่กลับไม่มีเลยขาดว่าน่าจะเป็การลักพาตัวและฆ่าอย่างแน่นอน”
“โหดร้ายจริงๆ เอาเถอะ ยังไงตอนนี้ไม่ข้าก็น้องรองของข้าที่ตกเป็เป้าหมาย ขอให้มันมาหาข้าก็แล้วกันเพราะถ้ามันไปหาน้องข้า มันต้องตายทันที”
“คุณหนู ท่านพูดเหมือนไม่เกรงกลัวเลย หรือท่านมั่นใจในฝีมือของคนของท่านกัน”
“ไว้รอดูเองเถอะ ถ้ามันมาจริงๆนะตอนนี้ข้าเบื่อแล้วข้าจะกลับห้อง ส่วนท่านอยากจะทำอะไรก็ตามสบายแต่ห้ามแตะต้องของที่นี้แม้แต่ชิ้นเดียว ท่านคงไม่ลืมคืนที่ท่านติดอยู่ในค่ายกลหรอกนะ”
“ข้าทราบ เชิญคุณหนู” จากนั่นหลินเยว่อิงก็เข้าไปพักผ่อนที่ห้องและปิดประตูเงียบ ซึ่งจริงๆแล้วนางไม่ได้นอนแต่กลับเข้าห้องไปฝึกพลังยุทธ ส่วนทางตงฟาง ไม่มีสิ่งใดทำ ก็ได้แต่เฝ้าอยู่ในจวนของหลินเยว่อิงเวลาผ่านไปจนพบค่ำ ผ่านไปนาน จนผู้หญิงต่างก็หลับนอน เสียงก็เงียบสงบในยามค่ำคืนก็มีกลุ่มก้อนสีดำๆ ลอยไปมาอย่างรวดเร็วบนหลังคาบ้านต่างๆ ใช่มันคนคนที่ใส่ชุดดำ และหยุดบนหลังคาบ้านหนึ่งไกลออกไปจากจวนของหลินเยว่อิงไม่มากนัก
“ฮึ ดูท่าจะมีคนมาต้อนรับเยอะพอสมควรอย่างพวกเ้าก็เป็แค่พวกโง่เท่านั่น ด้วยวิชาของข้า พวกเ้าตามไม่ทันแน่นอน นอกจากผู้อยู่ในระดับหกขั้นสูงสุดแล้วจะจับข้าไม่ใช่เื่ง่ายหรอก คงต้องล่อพวกมันให้ห่างออกไปจากจวนแล้วค่อยย้อนกลับมาอีกครั้ง ต่อให้พวกมันจะย้อนกลับมา ข้าก็คงพาแม่คนงามไปไกลแล้วเอาละมาวิ่งแข่งกัน สำนักต้าหลี่”
คนชุดดำรู้ว่า มีคนของสำนักต้าหลี่ดักซุ่มอยู่แต่ก็มั่นใจในฝีเท้าของตน จึงได้ปรากฏตัวแล้ววิ่งเข้าไปหาจวนสกุลหลินแบบโจงแจ้งเมื่อคนของสำนักต้าหลี่เห็น จะมั่นใจว่าเป็คนร้ายที่ตามหา จึงรีบวิ่งไล่ตามไปออกห่างจากจวนสกุลหลิน เหลือคนที่เฝ้าจวนเพียงแค่ไม่กี่คน
“เจอคนร้ายแล้วตามไป จับมันให้ได้”
หลังจากทุกคนตามมาจนถึงทางแยก กลับต้องใเพราะมีชายชุดดำ อยู่อีกถึงสองคน กลายเป็สามคนและชายชุดดำทั้งสามก็วิ่งแยกไปคนละทาง คนของสำนักต้าหลี่ จึงแยกกันออกไปทั้งสามทางเพื่อจับคนชุดดำ ผ่านไปสักพักใหญ่ คนชุดดำถูกจับได้สองคนอีกคนหนีรอดไปได้ คนที่จับคนชุดดำได้ จึงได้ส่งสัญญาณไฟเย็นออกไป ทำให้ทุกคนรู้ว่าจับคนร้ายได้แล้วทุกคนจึงได้ตามไปที่สัญญาณไฟนั่น รวมถึง คนที่เฝ้าในจวนสกุลหลินตอนนี้ไม่เหลือคนของสำนักต้าหลี่แล้ว เหลือแต่เพียงตงฟางเท่านั่นที่อยู่กับหลินเยว่อิง
“สัญญาณนั่น พวกของเ้าน่าจะจับคนได้แล้วเ้าไม่ตามไปหรือ”
“คนร้ายที่ตามจับไม่ได้มาหลายคดีจะโดนจับง่ายๆอย่างนี้ได้อย่างไร อีกอย่างถึงข้าอยากออกไปแต่ค่ายกลที่ทำงานอยู่ของท่าน คงจะฆ่าข้าก่อนข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านถึงไม่เกรงกลัว”
“ค่ายกลนี้ข้าตั้งไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาที่จวนข้าในยามกลางคืนแต่ไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องข้าหรอก ข้าแค่ใช้มันกันพวกอยากรู้อยากเห็นเท่านั่นแต่ก็ถ้าไม่ใช่พวกที่มีความรู้ค่ายกล การจะทำลายกลนี้ ถ้าไม่ยอดยุทธระดับหกคงเป็ไปไม่ได้ เอาละ ข้ามาแขกของเราใกล้มาแล้ว มารอดุกันเถอะ”
ตงฟางคิดในใจ “เด็กคนนี้อะไรกัน ดูเหมือนว่าจะมั่นใจตัวเองสูงมาก เหมือนว่าอยู่เหนือทุกสิ่งขนาดที่ตัวเองอาจจะเป็อันตราย แต่ก็ทำเหมือนเป็เื่สนุก ข้าไม่เข้าใจเลยแต่ปัญญาของนางนั่นเป็ของจริง หมากเมื่อกลางวัน ทำข้าตาสว่างแล้วแต่แค่มีปัญญาใช่ว่าจะเอาตัวรอดได้ ยังไงคงต้องปกป้องนางก่อน”
ภายนอกจวนสกุลหลิน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ารู้ว่าพวกเ้าต้องมาเฝ้าข้าเลยให้ข้อมูลหลอกล้อโจรพวกนั่นให้มาคืนนี้ และข้าก็แค่วิ่งไปที่จุดนัดพบพอถึงตรงนั่น ก็แยกกันไป เ้าพวกนั่นก็ไม่รู้ว่าจะเจอคนของสำนักต้าหลี่กลัวจนวิ่งหนีไม่คิดชีวิต จนตอนนี้เพิ่งจะจับได้และกว่าจะรู้ว่าพวกนั่นมันเป็แค่เหยื่อล่อ ทางข้าก็เข้าไปเอาตัวคุณหนูใหญ่ที่งดงามโดยที่พวกเ้าไม่รู้ตัว”
ชายชุดดำได้แอบเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็วคนเฝ้าในจวนไม่ทันรู้ตัว และตรงมาทางจวนด้านในที่หลินเยว่อิงอยู่ ถังเทียนก็รู้ตัวและเฝ้ามองจากหลังคา แต่ไม่ได้จัดการอะไร เพราะชายชุดดำมุ่งตรงไปที่หลินเยว่อิงอยู่
“ฮึ แมลงโง่ หากเ้าไปทางอื่นเ้าคงตายสบายไปแล้ว”
ชายชุดดำไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนเฝ้ามองอยู่ตรงมาหยุดที่หน้าจวนของหลินเยว่อิง
“นางเด็กนั่น น่าจะอยู่ด้านในนี้เป็จวนของฮูหยินใหญ่ที่สมัยก่อนมีชีวิตอยู่ คือตรงนี้สินะ แปลกจริงทำไมถึงดูเงียบเช่นนี้ จุดอื่น มีคนเฝ้าอยู่พอสมควร มีแต่จวนนี้ที่ไม่มีคนเลยนี้หรือคุณหนูใหญ่ตระกูลนี้ จะไม่ถูกดูแลอย่างดีกันนะข้าคิดว่าจะต้องใช้ผงสลบกับพวกเฝ้ายาม แต่กลับไม่มีเลย ก็ดี ข้าจะได้ไม่ลำบาก”
ชายชุดดำไม่บุกเข้ามาภายใน อย่างระวังระวังจนเข้าไปถึงในจวนของหลินเยว่อิง เห็นหญิงสาวนั่งอยู่เพียงคนเดียวในแสงเทียนพร้อมกับมองชมดวงจันทร์และหมู่ดาวในยามค่ำคืน
“เมื่อเ้ามาแล้ว วันนี้เ้าคงไม่ได้ออกไป”หลินเยว่อิงพูดขึ้นพร้อม หันมามองที่ชายชุดดำที่กำลังเข้ามาพร้อมกับดีดก้อนหินออกไปโดยที่ชายชุดดำไม่รู้ตัว และค่ายกลในสวนรอบจวนของหลินเยว่อิงก็ทำงานขึ้นแต่ชายชุดดำก็ไม่รู้อะไรเลยว่าชีวิตของตนนั่น จะถึงคราวเสียแล้ว
“สาวน้อย เ้ารู้ตัวแล้วข้ามารับเ้าไปเป็เ้าสาวของข้าในคืนนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า งามช่างงามนักข้าไม่เคยเจอใครงามเท่านี้มาก่อนเลย”
“วันนี้ข้าจะต้องจับเ้าให้ได้” ตงฟางพุ่งออกมาจากมุมมืด ชักกระบี่ตรงเข้าใส่ชายชุดดำ ชายชุดดำแม้จะใแต่ด้วยวิชาตัวเบาที่เป็เลิศ จึงหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับออกฝ่ามือสวยกลับใส่ตงฟางตงฟางเห็นดังนั่นจึงรีบปาดกระใส่สวนกลับทันที กระบี่ยังไม่ถึงตัวของชายชุดดำชายชุดดำก็หายไปอย่างรวดเร็ว และไปปรากฏอยู่ด้านหลังตงฟางแม้ไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ จึงแทงกระบี่อีกครั้งตามสัญชาตญาณแต่ก็เป็อีกครั้งที่ชายชุดดำหายไปก่อนกระบี่จะถึงตัว กลายเป็เงาพุบๆโพล่ๆรอบตัวของตงฟาง ตงฟางได้แต่หันไปมา มองไม่ทันการเคลื่อนไวของชายชุดดำและชั่วพริบตานั่น มือของชายชุดดำก็จับเขาที่คอของตงฟางและอีกมือจับมือที่ถือกระบี่อยู่ ชายชุดดำคอยๆบีบรัดที่ข้อมือและคอของตงฟางจนกระบี่หลุดออกจากมือ และทันใดนั่น ชายชุดดำก็ชัดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของตงฟางกระเด็นออกหลังชนกำแพง ตกลงทีพื้นกระอักเื ทำให้ตงฟางลุกขึ้นไม่ไหว
“เ้านี้เป็หนูสกปรกที่ใช้ได้ ข้าไม่รู้ตัวเลยว่าเ้าแอบซ่อนอยู่แต่วรยุทธระดับเ้ามันยังอ่อนหัดเกินไป ด้วยก้าวย่างภูตผีของข้าไม่มีใครที่ตามข้าได้ทัน ก่อนจะจับสาวน้อยไป ข้าจะฆ่าเ้าก่อน ตอนนี้นางคงหนี....”ชายชุดดำพูดและหันไปมองทางหยินเยว่อิง เกิดอาหารอึ้งเมื่อเห็นหลินเยว่อิงมองอยู่ โดยไม่ใหรือวิ่งหนี พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย”
“ทำไมหรือ ท่านคิดว่าข้าจะหนีไปแล้วทำไมกันนะ ทำไมข้าถึงไม่ใหรือหนีไป”
“ไม่หรอก เ้าอาจจะกลัวจนขยับไปไหนไม่ได้แต่ไม่ต้องกลัว คืนนี้ข้าจะดูแลเ้าอย่างดี แต่ก่อนนั่นขอข้าจัดการกับหนูตัวนี้ก่อน”ชายชุดดำใช้พลังปราณดึงดาบที่ตกอยู่ที่พื้น ขึ้นมาที่มือพร้อมที่จะเข้าไปปิดชีวิตของตงฟาง ตงฟางตอนนี้าเ็ ถึงอยากจะหนีก็ลำบากตนมีพลังยุทธอยู่ในเขตแดนที่สี่ แต่ศัตรูอยู่ในเขตแดนที่ห้าความห่างชั้นของฝีมือมีมากเกินไป แต่ในใจก็คิดที่จะแลกชีวิตกับชายชุดดำ หากเข้ามาใกล้ตนก็ใช้อาวุธลับที่พกติดตัว
“เลิกสนใจเขา แล้วมาสนใจข้าดีกว่าเพราะตอนนี้ที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพราะข้ายังมีสิ่งที่อยากรู้อีกอย่างเขาคนนั่นต่อไปต้องรับใช้ข้า ข้ายังไม่อยากให้เขาตาย”
“สาวน้อย เ้าพูดเหมือนว่าฆ่าข้าได้หรือเ้าคิดว่าคนพวกนั่นจะมาช่วยเ้าตอนนี้พวกมันไม่มีทางมาได้เพราะกำลังยุ่งอยู่กับเหยื่อล่อที่ข้าวางไว้และถ้าเ้าคิดจะร้องให้คนช่วย ข้าจะฆ่าเ้าทันที”
“คุกเข่าลง”
“เ้าว่าไงนะ”
“ข้าบอกว่า คุกเข่าลง!” หลินเยว่อิงพูดพร้อมกับปลดปล่อยการซ่อนเร้นพลังและจิตสังหารใส่ชายชุดดำ
“ข...ข...ขั้นหก” ชายชุดดำใกลัวทันทีที่ได้ััจิตสังหารและพลังของหลินเยว่อิงจึงรีบกระโจนหนีออกทันที รู้ได้ในทันทีว่าหากไม่รีบความตายมาถึงตัวแน่แต่พอเท้าก้าวออกจากเรือน ถูกเข้าที่ในสวน ค่ายกลที่หลินเยว่อิงเปิดไว้ก็ทำงานทันทีชายชุดดำถูกโจมตีจากหิน ไม้ น้ำ จนหลบแทบไม่ทันสุดท้ายถูกโจมตีกระเด็นกลับเข้ามาในเรือน ในขณะที่ ชายชุดดำจะลุกขึ้นเพื่อหนีต่อด้านหลังก็มีผู้หนึ่งอยู่ข้างหลังแล้ว พร้อมกับมือจับเข้าที่หัวของชายชุดดำและชายชุดดำก็ไม่อาจขยับตัวได้ นั่นคือหลินเยว่อิงนั่นเองพร้อมกับเปิดหน้าของชายชุดดำ
“เฉินจู!เป็เ้าจริงๆ” ตงฟางค่อยๆ พยุงตัวขึ้น ในใจก็คิด “นี้ไม่ตลกแล้วนะ นางมีพลังในขั้นที่หกขั้นหกมีแต่ผู้มีพร์ถึงจะเข้าถึงได้บ้างคนต้องฝึกเกิน30ปีถึงจะอยู่ในระดับนี้ได้ แต่นางเป็เด็กอายุแค่สิบสามกลับอยู่ในระดับนี้แล้ว หากเื่นี้รู้ออกไป ต้องโกลาหลแน่นอน พวกราชวงศ์ต้องวุ่นวายแน่ลูกสาวแม่ทัพใหญ่มีความสามารถขนาดนี้”
“พลังของเ้าแค่มดปลอกขอจะเอามันออกมาให้หมด” หลินเยว่อิงดูดพลังของเฉินจูเขามาในตัวเหมือนคนที่กำลังดูดน้ำ เฉินจูกรี๊ดร้องออกมาด้วยความเ็ปแต่หน้าของหลินเยว่อิง กลับยิ้มออกด้วยความสะใจและน่ากลัวต่อผู้ที่ได้พบเห็น
“นี้มัน มารร้ายชัดๆนี้มันจะเกินจิตนาการข้าไปมากแล้ว นี้ข้ากำลังอยู่ที่ใดกันทุกเื่ที่พบเห็นหากข้าพูดออกไป นั่นคือชีวิตข้าต้องดับสูญเป็แน่” ตงฟางได้แต่ยืนมองสิ่งตรงหน้า และทำสิ่งใดไม่ถูก
“คุณหนูไว้ชีวิตเขาด้วย เรายังต้องถามเขาอยู่”
หลินเยว่อิงได้ยิน แต่ก็ไม่สนใจดูดพลังเฉินจูจนหมดสิ้น กลายเป็คนพิการ แขนขาอ่อนแรงขยับไม่ได้และหลินเยว่อิงก็ค่อยเดินกลับมานั่นที่เดิมของนางและได้ใช้พลังปราณกระชากตัวของเฉินจูมานอนกองอยู่ตรงหน้า
“คุณหนู เขา.....”
“ไม่ต้องห่วง ข้ายังไม่ฆ่าเขาหรอก”
“ฆ่าข้าสะ ข้าจะไม่บอกอะไรมารร้ายอย่างเ้านางมารร้าย”
“อิ อิ อิ เชื่อไหมว่า มารร้ายอย่างข้าจะทำให้เ้าเปิดปากพูดทุกอย่างออกมาเอง” หลินเยว่อิงได้ใช้นิ้วชัดพลังเล็กน้อยที่จุดในร่างกายของเฉินจู
“ อ้าาา! เจ็บ!เจ็บเหลือเกิน ได้โปรดหยุด ได้โปรด อ้าาาาา!” หลินเยว่อิงปล่อยให้เฉินจูดิ้นทุรนทุรายอยู่พักหนึ่งพร้อมทั้งมองแล้วยิ้มเล็กน้อยอย่างเ็าผ่านไปครู่หนึ่งก็คลายจุดที่ชัดพลังปรานออกให้เฉินจู
“ที่นี้เ้าจะตอบตามที่ข้าถามได้หรือยังหากเ้ายังไม่ตอบอีก ข้าจะทำให้เ้าเ็ปมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า ถึงเ้าจะทนได้ข้าก็ยังเพิ่มระดับได้อีกถึงสองระดับ ถ้าถึงระดับสุดท้ายแล้วเ้ายังไม่พูดข้าก็จะยอมรับ และฆ่าเ้าไม่ทรมานเ้าอีก”
ตงฟางคิดในใจ “โหดร้ายยิ่งนัก”
“ข้า...ข้าพูด ข้ายอมพูด”
“ดี! เ้าจับผู้หญิงพวกนั่นไปทำไมพูด!”
“ข้าจับผู้หญิงพวกนั่นมา เพราะมีคนหนึ่ง้าหญิงสาวอายุไม่เกิน18ปี จะเป็ใครก็ได้ ข้าจึงจับพวกนางไปให้กับเขา”
“เขาเอาพวกนางไปทำอะไร”
“ข้าไม่ทราบ หลังจากที่ข้าจับผู้หญิงมาได้ข้าจะเล่นสนุกกับพวกนางจนพอใจ แล้วส่งให้เขา เขาจะมารับตัวพวกนางไป”
“เ้าติดต่อกับคนผู้นั่นยังไง”
“สิ่งนี้ ข้าจะใช้สิ่งนี้ไปแขวนไว้ที่หอนางโรงดอกเหมยหลังจากนั่นหนึ่งวัน จะมีคนมารับตัวนางในจุดนัดพบ พร้อมกับคืนป้ายนี้กลับมา”
“สำนักเงาทมิฬ”
“เ้ารู้จักงันหรือ”
“ครับ สัญลักษณ์นี้เป็ของสำนักนักฆ่าเงาทมิฬ”
“ใครเป็คนสอนวิชาตัวเบาให้กับเ้า”
“คนที่ถือป้ายนี้มาให้ข้าพร้อมกับถ่ายทอดวิชานี้ให้ เขาบอกว่าหากข้าอยากแก้แค้นเขาจะมองหนทางให้แต่ต้องทำงานให้เขา ตอนนั่นข้าไม่รู้ เลยตอบตกลงเพื่อให้ได้สุดยอดวิชามาสามปีให้หลังข้าฝึกวิชานี้จนสำเร็จ ข้าจึงไปแก้แค้นคู่หมั่นของข้าที่ทอดทิ้งข้าไปเพราะเห็นว่าข้าเป็เพียงขุนนางเล็กๆในอำเภอบ้านนอก หลังจากนั่นหนึ่งเดือนชายชุดดำก็มาหาข้า และพาตัวคู่หมั่นข้าไป หลังจากนั่น ข้าก็ไม่พบนางอีกเลยและต่อมา เขาก็ให้ข้าไปจับผู้หญิงมาอีกหลายคนข้าจึงเลือกลูกของพวกขุนนางและคนร่ำรวย พวกมันจะได้รู้ถึงความทุกข์ของคนจนบ้างข้าเป็เพียงแค่ลูกคนจน มีโอกาสได้สอบติดบัญทิต ได้เป็ขุนนางชั้นผู้น้อย แต่ก็ไม่มีเส้นสายแต่พอได้วิชานี้มา นอกจากข้าจะลักพาตัวผู้หญิงแล้ว ข้าก็ออกปล้นขโมยสมบัติและนำมันมาเป็สินบนเพื่อเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา”
“เ้าเอาป้ายไปแขวนไว้อย่างไรและนัดพบกับชายชุดดำที่ใด”
“ข้าจะเรียกใช้บริการในหอดอกเหมยและทุกครั้งจะเลือกห้องในสุดด้านล่าง และแขวนป้ายไว้หน้าห้องในมุมมืดเมื่อข้าออกมาป้ายก็จะหายไป ส่วนจุดนัดพบเขาจะแขวนไว้กับที่เดิมที่แขวนป้ายไว้แต่ละครั้งจะเป็ที่ลับตาคน ตามตอกซอยไม่แน่นอน”
“ในเมืองหลวงเ้าใช้หอดอกเหมยแล้วเมืองตงผิง เ้าใช้ที่ใดติดต่อกัน”
“ใช้หอนางโรมเหมือนกันชายชุดดำจะเป็คนบอกว่าที่ไหน ในเมืองหลวงนี้ เขาให้ใช้ที่หอดอกเหมย”
“ข้ากับสำนักต้าหลี่ตาหาตามหอนางโรมต่างๆแล้วทั้งในที่ลับและที่แจ้ง กลับไม่พบผู้หญิงพวกนั่นเลยพวกเ้าเอาพวกนางไปทำอะไรกันแน่ ถ้าหากเป็การค้ามนุษย์พวกข้าต้องเจอบ้างแน่นอน”
“นั่นสิข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันแต่ข้าไม่กล้าถามพวกเขา เพราะข้าก็กลัวตายเหมือนกัน แรกๆข้าก็หวดกลัวแต่พอทำครั้งที่สอง และสาม และต่อมาเรื่อยๆ ก็รู้สึกชินชาเสียแล้ว”
“เ้านี้มันชั่วช้า จริงๆ คุณหนูข้าขอเอาตัวมันไปรับโทษ”
“อย่าใจร้อน ข้ามีเื่ที่อยากรู้อีกเ้าบอกว่าไม่รู้ว่ามันเอาผู้หญิงไปไว้ที่ไหน เ้าไม่เคยสงสัยและอยากรู้เลยหรือข้าว่าคนอย่างเ้าต้องรู้อะไรแน่ จะพูดหรือไม่พูด”
“ข้าไม่รู้จริงๆแต่มีครั้งหนึ่งที่ข้าได้ยิน ว่าท่านประมุขต้องชอบนางแน่ๆ”
“แค่ครั้งเดียวยังงันหรือ”
“ใช้แค่ครั้งเดียว”
“ผู้หญิงคนนั่นพิเศษยังไงแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นยังไง”
“ข้าพอจำนางได้ นางเป็คนขี้โรค อ่อนแอมากและตัวของนางเย็นกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย”
“นางมีพลังหยินมากกว่าปรกติสินะ”
“คุณหนู ท่านพอจะรู้อะไรหรือไม่”
“ก็ไม่แน่ชัด แต่ถ้าชอบผู้หญิงที่มีกายพลังหยินมากกว่าปรกติต้องเป็หญิงที่อายุไม่เกินสิบแปดปี และบวกกับไม่สามารถหาตัวหญิงพวกนั่นได้เลยข้าคิดว่า หญิงพวกนั่นคงกลายเป็อาหารสำหรับผู้ฝึกวิชาสายมารแล้วก็ได้”
“อะไรนะ! เป็อาหารสำหรับวิชามารนี้หรือว่าเขามันกินคน”
“ไม่ใช่อย่างนั่น อาหารของวิชามารนี้เป็พลังปราณและจิติญญาบริสุทธิ์ ยิ่งพลังหยินมากเท่าไร ิญญาบริสุทธ์มากเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนผู้นั่นสำเร็จวิชาได้เร็วขึ้น ที่ข้านึกได้ก็คือ วิชาิญญาหวนคืนของอารามภูตผีเมื่อก่อนสำนักนี้เป็สำนักมีชื่อในยุทธภพ แต่เพราะฝึกวิชาชั่วร้ายจึงถูกชาวยุทธไล่ฆ่าทำลายและตัวเ้าสำนักอารามภูตผี ก็ถูกจอมมารอีกคนฆ่าตาย วิชานี้มีแปดขั้นโดยขั้นที่แปดจะต้องใช้ิญญาในการสังเวย”
“ทำไมคุณหนูถึงคิดว่า เป็อารามภูตผีกัน”
“ก็เ้านี้ไงละเ้าเคยเห็นวิชาตัวเบาของมันมาก่อนหรือไม่”
“ไม่ครับ ช่างรวดเร็ว และร้ายกาจยิ่งนัก”
“มันมีชื่อว่า ก้าวย่างภูตพรายแม้จะไม่ใช้วิชาตัวเบาอันดับหนึ่ง แต่ก็จัดอยู่ที่ยอดวิชาตัวเบา”
“เมื่อเื่เริ่มกระจ่างขึ้นแล้วข้าขอตัวเขาไปที่สำนักต้าหลี่ ขอคุณหนูปิดค่ายกลให้ข้าด้วย”
“ได้สิ” ตงฟางคอยๆพยุงตัวเฉินจูขึ้นเพื่อที่เดินออกไปแต่ทันใดนั่นหลินเยว่อิงก็ใช้พลังปราณควบคุมกระบี่ที่อยู่บนพื้นตรงพุ่งเสียบเข้าที่หัวใจของเฉินจูในทันที ฉึก!
“คุณหนูนี้ท่าน!”
“เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้มันรอดออกไปยังงันหรือมีแต่ความตายเท่านั่นที่ทำให้คนผู้นี้ไม่พูดเื่ของข้าออกไป แล้วเ้าละ”
ตงฟางเมื่อเห็นเฉินจูล้มลงไปตายตรงหน้าพร้อมด้วยคำพูดของหลินเยว่อิง ตัวก็ยืนแข็ง แล้วก็ค่อยๆ คุกเข่าลง “ข้าสาบานว่าจะไม่พูดเื่นี้ออกไป หากผิดคำสาบาน ขอให้ตายในสามวันเจ็ดวัน”
“ข้าไม่เชื่อคำสาบานหรอกนะ”
“แล้วคุณหนู้าอย่างไร ด้วยพลังของท่านข้าคงไม่มีทางหนี ถ้าท่านจะฆ่าข้าคงตายไปแล้ว”
“เ้าลืมแล้วหรือ ว่าเราเดิมพันสิ่งใดเอาไว้”
“ได้ เมื่อข้าจัดการเื่นี้จบข้าจะลาออกจากสำนักต้าหลี่ มาเป็คนรับใช้ให้ท่าน”
“ไม่ ไม่ ไม่ หากข้า้าคนรับใช้ธรรมดาข้าหาจากที่ไหนก็ได้ ที่ข้า้าคือสำนักต้าหลี่ของเ้าต่างหาก”
“ท่าน ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“เอาไว้ค่อยคุยกันแต่ตอนนี้มาทำให้การเดิมพันของเราจบลงเถอะ ข้าให้เ้าสองทางเลือกคือ ตายอยู่ที่นี้หรือจะเป็ทาสของข้า”
“ท่านให้ทางเลือกเหมือนไม่ได้ให้เลยขุนเขายังอยู่จะกลัวสิ่งใด ข้ายอมรับท่านเป็นายของข้าจากนี้ไป”
“ดี ปล่อยจิติญญาของเ้า อย่าต่อต้าน”
“ท่านจะทำสิ่งใดข้าไม่รู้แต่เมื่อท่านสั่งข้าคงต้องทำตาม” หลินเยว่อิงได้ใช้วิชาผูกจิตคุ้มิญญากับตงฟางตงฟางก็รู้ได้ในทันทีถึงข้อผูกมัดนี้
“นี้มันวิชาใดกัน”
“จากนี้เ้าเป็คนของข้าแล้วไม่ว่าใครจากนี้คำสั่งของข้าคือที่สุด จัดการเื่ทุกอย่างให้เสร็จแล้วพรุ้งนี้ค่อยมาหาข้า ส่วนเื่อารามภูตผียังไม่ต้องจัดการเ้ายังไม่มีพลังมากพอที่จะเข้าไปยุ่งเื่นี้”
“ครับ”
“ก่อนที่เ้าจะออกไปข้ามีของขวัญให้เ้าเล็กน้อย” ทันใดนั่นหลินเยว่อิง ก็ชัดพลังก้อนหนึ่งไปที่ตัวของตงฟาง
“นี้มัน พลังกำลังพุ่งพล่านอาการาเ็ค่อยหายไป”
“นี้คือพลังทั้งหมดของเ้านั่นที่ข้าชิงมาพลังไม่มีประโยชน์กับข้า ข้าใช้มันขัดเกลาและเพิ่มพลังให้กับเ้า เป็คนของข้าไม่มีคนอ่อนแอหรอกนะ นี้แค่เริ่มต้น”
“อาการาเ็หายไปแล้ว พลังตอนนี้เพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นสี่ระดับสูงสุดรู้สึกเหมือนอยากจะทะลวงขั้นขึ้นขั้นที่ห้าเลยจากที่ข้าคิดไว้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปีกว่าจะถึงระดับนี้ตอนนี้ไม่ต้องเสียเวลาฝึกแล้ว ขอบคุณคุณหนู”
“จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วพรุ้งนี้ค่อยมาหาข้า ข้าจะช่วยเ้าทะทวงสู้ขั้นห้า”
“ขอบคุณคุณหนู”ตงฟางคิดในใจ “นี้มันโชคหรือดวงซวยกันแน่ ระดับห้าข้าคิดไว้ต้องฝึกหลายปีกว่าจะสำเร็จ แต่นางบอกว่าพรุ้งนี้จะทำให้ข้าขึ้นสู้ขั้นที่ห้าได้หากข้าขึ้นสู้ขั้นห้าได้ ก็ถือเป็ยอดยุทธผู้หนึ่ง สามารถหาที่ยืนในยุทธภพได้ไม่ใช่แค่มือปราบตัวเล็กๆอีกต่อไป ของขวัญที่มากมายเช่นนี้ ได้มาในชั่วข้ามคืนแล้วสิ่งที่ต้องตอบแทนมันคืออะไร หวั่นใจเหลือว่า การตอบนั่นนี้ต้องใหญ่หลวงสักแค่ไหน”
หลังจากนั่นคนของสำนักต้าหลี่ก็รีบแห่กันกลับมาที่จวนสกุลหลิน เพราะโจรที่จับได้สองคนเป็เพียงแค่โจรในยุทธภพธรรมดา มีชื่อในรายการประกาศจับ แต่คนชุดดำที่จับไม่ได้อีกหนึ่งคนที่หนีไปก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็กลลวง แต่พอกลับมา ก็เห็นตงฟาง ลากศพของเฉินจูออกมาจากจวนและแจ้งกับทุกคนว่า เฉินจูเป็คนร้ายตัวจริง ได้ต่อสู้กันในจวนแต่ด้วยฝีมือที่ตนมีนั่นไม่อาจจะจับเป็คนร้ายได้ จึงต้องสู้แลกชีวิตและผลคือตงฟางสามารถเอาชีวิตเฉินจูได้ เื่นี้เป็คนจบลง จากนั่นสามวันทางการก็มีประกาศออกมาว่าคนร้ายในคดีลักพาตัวเป็ฝีมือของโจรสองคนที่จับได้ในคืนนั่น และทำการปะาต่อหน้าประชาชนส่วนเฉินจูนั่น ทางการก็แจ้งแก่กรมโยธาว่า โดนโจรปล้นและฆ่าตาย ไม่สามารถจับโจรได้ทางราชสำนัก้าบิดเบือนความจริงแก่ประชาชน เพราะถ้าหากรู้ว่าคนร้ายเป็คนของทางการจะทำให้ผู้คนหมดศรัทธาในหน่วยงานราชการ และอาจจะเกิดจลาจลในพื้นที่ ที่เกิดคดีอย่างเมืองตงพิงได้ ส่วนเหล่าผู้หญิงทางการก็ประกาศออกมาง่ายๆว่าถูกขายออกไปยังต่างแดน ทางการไม่สามารถตามช่วยเหลือกลับมาได้เพราะอยู่ใน่า เื่ราวของโจรผ้าแดง ก็จบลงตรงนี้ แต่คนที่อยู่เื้ัในเื่นี้ไม่ได้จบลงแต่เพียงเท่านี้เพราะเื่นี้ได้เข้าไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง
“รอกก่อนเถอะ อารามภูตผี ตอนนั่นจอมมารอี้นัวฆ่าเ้าสำนักพวกเ้าไปแล้ว ยังจะมีผู้สืบทอดหลงเหลืออีก แทนที่พวกเ้าจะอยู่กันเงียบๆกลับมาทำให้บ้านข้าต้องเดือดร้อน ขึ้นขั้นเจ็ดได้เมื่อไรข้าจะตามฆ่าล้างไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว อิ อิ อิ” รอยยิ้มอันชั่วร้าย