“นางอยากหย่าก็ให้นางหย่าไปเ้าสาม บ้านเราใช่ว่าจะ้าสะใภ้ที่แข็งข้อเช่นนี้ ข้าจะหาภรรยาใหม่ที่งดงามกว่านี้ให้เ้าเอง! สะใภ้สามถ้าเ้าก้าวเท้าออกจากบ้านหลินไปเ้าจะไม่ได้เงินแม้แต่อีแปะเดียว เ้าลองตรองเอาก็แล้วกันว่าเ้ากับนังลูกสาวตัวดีของเ้าจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร”
“ท่านย่าท่านพูดไม่ครบนะเ้าคะ หากหาภรรยาให้ท่านพ่อใหม่ ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าภรรยาใหม่ของท่านพ่อจะเป็คนดี มีคำกล่าวว่ามีแม่เลี้ยงก็เหมือนมีพ่อเลี้ยง แล้วนี่พี่ใหญ่กับน้องเล็กข้าจะอยู่ในบ้านนี้ได้อย่างไร ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องให้ทั้งสองคนไปกับข้าด้วย” หลินหยุนซีบุ้ยหน้าไปทางที่หลินหยูเจ๋อและหลินจุนจุนยืนอยู่ เดิมทีทั้งสองคนรู้สึกเศร้าเพราะหากพ่อแม่หย่าร้างกัน พวกเขาต้องอยู่ที่นี่กันสองคน บิดาก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน แล้วแม่เลี้ยงจะทำร้ายเขาหรือเปล่า? แค่ที่ถูกกระทำจากคนในบ้านหลินทุกวันก็แย่มากพอแล้ว
“ข้าอยากไปอยู่กับท่านแม่กับพี่รอง” จุนจุนน้อยเอ่ยทั้งน้ำตา
“พวกเ้าเป็ลูกชายข้า ถ้าเ้าไปข้าจะฆ่าเ้าให้ตาย!” หลินไห่เทากระชากแขนจุนจุนน้อยจนแขนเขียวช้ำไปหมด หลินหยุนซีจึงคว้าจับข้อมือของหลินไห่เทาแล้วบิดมันอย่างแรงด้วยท่าทางประหลาด จนหลินไห่เทาร้องจ๊าก
“เด็กสองคนนี้แซ่หลิน เติบโตมาจากอาหารของบ้านหลิน หากจะเอาไปก็จ่ายเงินไถ่ตัวมาสิ ถ้าพวกเ้ามีเงินข้าจะให้พี่สามหย่ากับพี่สะใภ้ก็ได้ อืม อีกทั้งยังให้อยู่บ้านนี้ต่ออีกสองสามวันด้วย เป็อย่างไรข้าใจกว้างหรือไม่ มีอย่างที่ไหนที่หย่ากันแล้วยังยอมให้ภรรยาเก่าอยู่ที่บ้านสามี คิดดูดีๆ หยูเจ๋อก็ถึงวัยตบแต่งภรรยาแล้ว หากอยู่บ้านหลินก็ยังมีสินสอดให้ แต่หากไปต้องเร่ร่อน..ไม่รู้จะได้ตบแต่งภรรยาวันไหน” หลินเอ๋อชุนเอ่ยราวกับว่าเขาทำบุญกุศลครั้งยิ่งใหญ่
‘ถุยๆๆ ใจกว้างกับผีน่ะสิ’
หลินหยุนซีเหยียดยิ้ม นี่หลินเอ๋อชุนคงรู้จากนางหลิวลี่ฮวาไม่ก็หลินตี้กระมังว่านางกับหลินอี้เหมยหาเงินจากการขายกำไลลูกปัดได้ ช่างน่าประทับใจเสียจริง พึ่งกลับมาบ้านไม่นานก็รู้เื่เสียแล้ว รู้ดีเสียด้วย
ชาวบ้านต่างอ้าปากค้าง วาจาของบัณฑิตนี้ช่างคมคาย หย่าร้างกันแต่ไม่ให้เงินภรรยาเดิมสักอีแปะ แถมยังต้องให้จ่ายเงินสำหรับการพาบุตรชายทั้งสองออกไปด้วย นี่เหมือนกับไถ่ตัวทาสเลยมิใช่รึ? เื่นี้ช่างใจดำยิ่งนักแต่เมื่อคำพูดนี้ออกจากปากของบัณฑิตมันช่างดูมีน้ำใจจริงๆ นั่นแหละ ไม่ให้เงินค่าแยกทางกันก็ไม่เห็นจะเป็ไรเพราะอย่างไรก็ยังให้อยู่บ้านเดิมอยู่ เื่นี้ดูแปลกแต่ก็ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน
พ่อเฒ่ากับแม่เฒ่าหลินก็ไม่ได้แย้งอะไรในเื่นี้ ลูกชายที่แสนฉลาดพูดอะไรออกมาก็ถูกทั้งนั้น ส่วนหลินหยุนซีเองแม้จะอยากตัดขาดกับบ้านหลินจะแย่อยู่แล้ว แต่ก็จะทำอย่างไรได้ นี่ไม่ใช่ยุคของนางที่มีวัดมีสนามบินมีสวนสาธารณะ คนไร้บ้านไปนอนตามที่แบบนั้นได้
นางเคยได้ยินตอนฝึกสอนที่ไทยว่าคนที่ยากจนบางคนไปขอข้าววัดกิน มีที่พึ่งพิง บางคนแอบอาศัยที่สนามบินตากแอร์เย็นฉ่ำอยู่หลายเดือน ส่วนที่นี่ล่ะ..มีแต่ป่าเขา จะอยู่อาศัยก็ไม่ได้เพราะน่ากลัวและยังมีสัตว์ป่าอีก หรือนางจะไปอยู่โรงเตี๊ยมในอำเภอดี? แบบนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาแต่ว่าไหนๆ ก็ต้องไถ่ตัวพี่ชายกับน้องชายแล้ว นางขออยู่บ้านนี้สักคืนก็แล้วกันจะได้ไม่ขาดทุนเพราะอย่างไรนางก็มีเื่ที่ต้องทำอีกในวันนี้
“อาสี่ท่านพูดเหมือนกับพี่ชายน้องชายข้าเป็ทาสบ้านหลิน แม่ข้าทำงานต่างๆ มากมายเงินทุกอีแปะส่งเข้ากองกลางหมด พี่ชายข้าก็หาเงินั้แ่อายุยังน้อย แต่พอจะย้ายออกไปกลับต้องไถ่ตัว ที่ท่านพูดเื่ตบแต่งภรรยาของพี่ชายข้า ข้าขอถามหน่อยว่าบ้านหลังนี้คิดให้ค่าสินสอดจริงๆ หรือ มิใช่ว่าเงินของบ้านมีไว้สำหรับบ้านสี่หรือเ้าคะ ถ้าท่านคิดห่วงใยหลานชายจริงข้าขอหน้าหนาขอเงินสินสอดล่วงหน้าแทนพี่ใหญ่เ้าค่ะอาสี่ ท่านคิดค่าไถ่ตัวเท่าไรค่าขอสินสอดเท่านั้น”
“มันจะมากไปแล้วนะนังนี่!!” นางหลิวลี่ฮวาตะคอกใส่ ส่วนแม่เฒ่าหลินก็ฮึดฮัดไม่พอใจ ต้องเสียคนทำงานดีของบ้านสามไปถึงสองคน นางจะทำใจจ่ายเงินได้อย่างไร
“หลานพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกนะซีซี เป็เ้าเองที่ยั่วยุให้สามีภรรยาหย่าร้าง ปกติแล้วบุตรนั้นต้องอยู่ในความดูแลของผู้เป็บิดา บิดานั้นหาเงินมาจุนเจือครอบครัวได้มีความสามารถ”
หลินหยุนซีอยากจะหัวเราะให้ฟันหัก ดูแลหรือ ดูแลอย่างอดๆ อยากๆ นางไม่เถียงที่หลินไห่เทาขยันทำงานเพื่อครอบครัว แต่ครอบครัวที่ว่านั่นไม่ใช่ครอบครัวของนางแต่เป็ครอบครัวของอาสี่ทั้งนั้น
“ฮ่าๆ ถ้าว่าเช่นนี้ข้าจะพาท่านแม่และพี่ใหญ่ไปตีกลองร้องทุกข์ที่หน้าที่ว่าการอำเภอ เปิดศาลกันไปเลย ท่านแม่ข้ามีฝีมืองานปักถ้าไม่ต้องส่งเงินเข้ากองกลางเผลอๆ อาจมีรายได้มากกว่าท่านพ่อด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรนั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าท่านพ่อเลย ข้าสามคนพี่น้องมั่นใจว่าพวกเราพึ่งพากันได้ และอีกอย่างพี่ใหญ่ก็พึ่งพาตัวเองได้ พวกเรามีมือมีเท้าไม่ต้องให้ท่านพ่อมาดูแลหรอกเ้าค่ะ ส่วนจุนจุนข้าก็หาเงินเลี้ยงได้เช่นกัน! ท่านลุงท่านป้าข้ารบกวนตามหัวหน้าหมู่บ้านมาหน่อยเถิดเ้าค่ะ พวกเรา้าหย่าขาดและตัดขาดกับบ้านหลินจริงๆ”
น้ำเสียงอ้อนวอนของนางสะกิดใจชาวบ้านหลายคน จนมีสหายคนหนึ่งของหลินหยูเจ๋อวิ่งไปตามหัวหน้าหมู่บ้านให้
พ่อเฒ่าหลินรู้สึกว่าเื่ราวไปกันใหญ่โตแล้ว เหตุใดแค่หย่าร้างถึงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลตีกลองร้องทุกข์ด้วยเล่า
“พอๆ หยุดเถอะซีซี ไม่เห็นต้องทำให้เป็เื่ใหญ่เลย อยากหย่าก็อย่าไป แต่พวกเ้าจะไม่ได้เงินจากบ้านหลินสักอีแปะนะ และบ้านข้าจะไม่เอาเงินจากพวกเ้าสี่คนแม่ลูกเช่นกัน ถึงเ้าจะบอกว่ามีความสามารถหาเงินกันเองได้ แต่ตอนนี้เ้าไม่มีที่อยู่อาศัย เ้าคิดว่าไปร้องทุกข์เ้าจะชนะหรือ”
ที่พ่อเฒ่าหลินเอ่ยมาใช่ว่าหลินหยุนซีไม่ได้คิดไว้ก่อน เื่ที่อยู่อาศัยนางจะจัดการแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย
“ท่านปู่ ในเมื่ออาสี่เสนอให้พวกข้าอาศัยอยู่บ้านนี้สักสองสามวันข้าเองก็จะรับความปรารถนาดีนี้ไว้เ้าค่ะ และข้าจะจ่ายเงินค่าค้างคืนให้เสมือนว่านี่คือโรงเตี๊ยม แต่หากให้จ่ายเงินไถ่ตัวพี่ใหญ่กับน้องเล็กของข้า ข้าคงต้องปฏิเสธ แล้วหากพวกท่านไม่ยินยอมให้พวกเราอาศัยสักวันสองวันก็ไม่เป็ไร ข้าจะลองถามชาวบ้านดูนอนในคอกวัวหรืออะไรก็ได้แล้วจะจ่ายเงินให้คืนละสี่อีแปะ” นางไม่พูดว่าจะไปพักโรงเตี๊ยมเพราะกลัวว่าคนบ้านหลินจะหาวิธีฉกเงินนาง สู้แสร้งว่ามีเงินให้แค่เท่านี้จะดีกว่า
หลินเอ๋อชุนที่กำลังจะโก่งราคาค่าที่พักให้แพงๆ ถึงกับสำลักน้ำลาย เพราะชาวบ้านต่างโบกไม้โบกมือเสนอตัวให้พวกนางไปค้างที่บ้านตนเอง
ใช้เวลาไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านก็เดินมาพร้อมกับหนังสือแยกบ้านและหนังสือหย่าร้าง
“เกิดเื่วุ่นวายเลยนะพ่อเฒ่าหลิน” เขาเอ่ยแล้วมองหน้าพ่อเฒ่าหลิน
“วุ่นวายอันใดกัน เดี๋ยวเดียวก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว” พ่อเฒ่าหลินบอกปัดก่อนจะรีบหันมาพูดสรุปเื่ราวจะได้จบๆ กันไป มีหัวหน้าหมู่บ้านมายุ่งเขาไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร