ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ยามจื่อ (23.00-24.59)
รถม้าของหยางมี่ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอจูซาน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟจากตะเกียง
ทั้งยังมีอากาศที่หนาวเย็น ด้วยร่างกายของหยางมี่ผอมแห้ง มีเพียงหนังที่ติดกระดูกจึงไม่อาจทนความหนาวนี้ได้
"นะ หนาว ขะข้าไม่ไหว ละ..แล้ว"
หยางมี่พูดออกมาด้วยเสียงที่แ่เบาทั้งยังสั่นสะท้าน ม้าสองตัวราวกับได้ยินเสียง จึงเลี้ยวรถม้าเข้าข้างทางเพื่อไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่
"พะ..พวกเ้า ข้ายังไม่ได้บังคับบังเหียนเลยนะ หะ เหตุใดถึงได้พาข้ามาตรงนี้"
...ฮี้…
"หืม..ตรงนี้ไม่ค่อยมีลม หรือว่าพวกเ้าพาข้ามาหลบหนาว!! จะแสนรู้เกินไปแล้ว!!"
หยางมี่รีบลงจากรถม้า แล้วเดินกอดตัวเองเพื่อไปถอดตัวรถกับม้าทั้งสอง
"พวกเ้าจะหนาวหรือไม่ ข้าไม่มีผ้าห่มเลย"
...ฟื้ดด...
ม้าทั้งสองตัวส่ายหัวให้แล้วก็เดินไปนอนเบียดกันกับม้าอีกตัว ทำให้หยางมี่ทั้งอึ้ง ทั้งตะลึง
"เหตุใดเ้าฟังข้าเข้าใจล่ะ"
".."
ไม่มีเสียงตอบรับจากม้าทั้งสอง หยางมี่จึงถอนหายใจออกมาอย่างเซงๆ
"โถ่..คิดว่าจะได้พรจากท่านเทพ ช่างเหอะๆ"
หยางมี่รีบปีนขึ้นรถม้าและเมื่อเดินเข้าไปข้างในนางััได้ถึงความอบอุ่น นางจึงรีบนอนขดตัวข้างๆน้องชายทันที
"ในนี้อุ่นมาก ไม่น่าล่ะเฉินเอ๋อร์ถึงได้หลับมาตลอดทาง นอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"
ยามเหม่า (05.00-06.59)
หยางมี่ตื่นขึ้นมาเพราะเ้าหมาทั้งสี่ตัวของนางมาปลุก เมื่อนางลืมตาขึ้นมา จึงได้เห็นภาพภายในรถม้าอย่างชัดเจน และก็ทำให้นางตะลึงอีกครั้ง
"กว้างมาก!!...ไม่น่าล่ะ พวกเ้าถึงอยู่ในนี้ได้ ข้าก็คิดว่าพวกเ้าอยู่กันอย่างเบียดเสียดซะอีก
ภายนอกรถม้าเล็กๆ ไม่น่าเชื่อว่าข้างในจะกว้างได้ขนาดนี้ อย่างกับรถบ้าน "
หยางมี่เดินสำรวจรถม้า ส่วนแรกเป็ที่นั่งบังคับบังเหียน และเมื่อเข้ามาข้างในก็จะเห็นชุดเก้าอี้รับแขกขนาดกลางเป็ไม้สีดำเงา ตั้งอยู่ติดกับริมหน้าต่าง
ส่วนอีกฝั่งเป็บันไดเล็กๆขึ้นไปบนหลังคา
"หืม..บันไดทางขึ้นไปหลังคาหรอหรือว่าเอาไว้ปีนเพื่อดูทางในที่สูง"
หยางมี่ลองปีนขึ้นไปและเลื่อนประตูออก และนางก็ได้ตกตะลึงอีกครั้ง นางมองไปรอบๆอย่างอึ้งๆ
และรีบวิ่งลงมาและออกไปข้างนอกรถม้า เพื่อสำรวจตัวรถม้าอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
เมื่อเห็นว่าบนหลังคารถม้ามีหลังคาเล็กๆขึ้นขึ้นมาอีกชั้น ซึ่งมันเล็กจนหยางมี่ไม่อยางจะเชื่อในสิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้
และรีบวิ่งกลับขึ้นไปดูอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด
"โอ้แม่เ้า!!...ขอบคุณท่านเทพที่ไม่ทอดทิ้งหนูไว้อย่างโดดเดี่ยว ขอบคุณท่านเทพที่ไม่ปล่อยหนูไปตามยถากรรม"
หยางมี่คุกเข่าคำนับท่านเทพอย่างดีใจ ถึงแม้จะไม่ใช่เงินทอง แต่สิ่งที่หยางมี่้ามากที่สุดตอนนี้ก็คือผ้าห่มหนาๆ
และอาหารประทังชีวิตเท่านั้น
แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อสำหรับหยางมี่ก็คือของที่อยู่ตรงหน้า
มันเป็ห้องนอนขนาดเล็กกระทัดรัด มีเตียงสองชั้นถึงสองเตียงพร้อมผ้าปูที่นอนหนานุ่ม
มีโต๊ะเขียนหนังสือเล็กๆ มีตู้ใส่เสื้อผ้าหมอนและผ้าห่ม รวมถึงกระสอบอาหารเม็ดสำหรับหมาน้อยทั้งสี่ตัวของนางด้วย
"รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย สู้โว้ย.."
เมื่อให้กำลังใจตัวเองเสร็จแล้วนางลงไปข้างลางเพื่อสำรวจต่อไป หยางมี่ลองเปิดประตูข้างหลังออกไป
และนางก็ตกตะลึงอีกเป็รอบที่สี่ มือสั่นๆของหยางมี่ยกขึ้นเพื่อลูบไล้อุปกรณ์ทำมาหากินของนาง
"หม้อราเมน เตาทาโก๊ะยากิ เตาเทปัน ใช่เลย ชัวร์ป้าบ...นี่มันของๆข้า ขอบคุณท่านเทพอีกครั้งเ้าค่ะ ขอบคุณจริงๆ และข้าขอโทษที่ด่าพวกท่านในใจ ต่อไปนี้ข้าจะไม่ด่าท่านในใจอีก"
หยางมี่คุกเข่าคำนับท่านเทพอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นไปสำรวจตู้ใส่ของต่างๆ
"ไหนๆก็ส่งเตามาให้ข้าแล้ว ข้าขอให้มีวัตถุดิบในการทำมาหากินด้วยเถิด สาธุ เพี๊ยง..ๆ ๆ"
หยางมี่หวังไว้ว่าจะมีวัตถุดิบในการทำราเมน กับทาโกะยากิ เนื่องจากของพวกนี้มันหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีก แล้ว นางค่อยๆเปิดประตูตู้เก็บของออกมาและค่อยๆดูด้านในอย่างลุ้นๆ
"กรี๊ดดด….มีจริงๆด้วย นี่มันของๆข้าที่อยู่บนรถฟู้ดทรัคทั้งหมดนี่ ฮ่าๆๆๆๆ ข้ารอดแล้ว"
"พี่สาว...ท่านอยู่ไหน ฮึก..ท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ "
เมื่อหยางมี่ได้ยินเสียงร้องของน้องชาย ก็รีบวิ่งเข้าไปดูน้องทันที
"โอ๋..ๆๆ เฉินเอ๋อร์ พี่ขอโทษนะที่ให้เ้าใ พี่สาวไม่ได้เป็อะไร"
"แต่ ฮึก..พี่สาวร้อง"
"พี่ดีใจเท่านั้น ที่ตาเฒ่าคนที่ขายรถม้าให้พี่แถมอุปกรณ์ขายของมาให้เราด้วยนะ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่าจะอด พี่จะพาเ้าขายของเอง"
"จริงหรือขอรับท่านพี่"
"จริงแน่นอน พี่เคยโกหกเ้าหรือ"
"เคยขอรับ...ท่านโกหกว่าท่านพ่อกับท่านพี่ไปทำงานยังไม่กลับ แต่ข้ารู้นะว่าท่านพ่อท่านใหญ่ไม่อยู่กับพวกเราแล้ว ฮึกๆ"
...กึก...
"เฉินเอ๋อร์พี่ขอโทษที่โกหกเ้า "
สองพี่น้องกอดกันกลมดิก พร้อมกับนึกถึงท่านพ่อและพี่ชายที่หายสาบสูญไปนางถึงสองปี
"เ้ายังมีพี่นะ พี่จะเลี้ยงดูเ้าเอง เอาล่ะ เดี๋ยวพี่ไปทำบะหมี่มาให้เ้ากินดีกว่า เ้านอนรอพี่ก่อนน่ะ"
"ขอรับ"
หยางมี่กลับเข้าไปข้างหลังอีกครั้ง เพื่อไปทำราเมนให้น้องชาย
"เวรละ ...เป็เตาฟืนหรอเนี่ย"
หยางมี่ต้องออกไปข้างนอกรถม้าเพื่อไปหาฟืนมาเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด
นางเกรงว่าหากหนาวมากกว่านี้จะหาฟืนไม่ได้หยางมี่จุดไฟเข้าที่เตา พร้อมกับทำน้ำซุปราเมน นาง
นำหมูสามชั้นทั้งหมดที่มีมาทำเป็หมูชาชู เนื่องจากนางกลัวว่าหมูจะเน่าก่อนที่จะได้กิน
ระหว่างรอน้ำซุปนางสำรวจตามตู้ต่างๆ และนางก็เจอเข้ากับถุงใส่ของ นางจำได้ว่าก่อนที่นางจะขับรถออกมาขายของ
นางแวะซื้อสารส้มทาเต่า สบู่ และยาสระผมขวดเล็กที่ร้านขายของชำ
"เฮ้ออ!...เสียดายไม่ได้ซื้อแปรงสีฟันกับยาสีฟัน คงจะต้องอมเกลืออย่างเดียวแล้วล่ะ แล้วของพวกนี้คงจะใช้ได้เพียง 2 อาทิตย์เท่านั้นน่าจะซื้อมาเยอะๆ เสียดายจัง"
เมื่อน้ำซุปราเมนและหมูชาชูได้ที่ นางก็จัดการลวกเส้นราเมน ระหว่างรอเส้นสุกนางตักน้ำปรุงรสโชยุใส่ถ้วยเตรียมเอาไว้สองถ้วย แล้วตักน้ำซุปใส่ถ้วย
เมื่อเส้นลวกสุกดีแล้วจึงนำมาเทใส่ถ้วย พร้อมกับหันหมูชาชูแผ่นหนาๆให้กับเฉินเอ๋อร์ โรยหน้าด้วยต้นหอมและสาหร่าย
"เฉินเอ๋อร์ พี่ทำเสร็วแล้ว ดูสิน่ากินหรือไม่"
"น่ากินมากขอรับ หอมมากด้วย ข้าจะกินแล้วนะขอรับ"
"ได้ๆ เ้ากินเลย"
สองพี่น้องก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวโดยไม่เคยหน้าขึ้นมาเลย ร่างกายของหยางมี่และเฉินเอ๋อร์ขาดอาหารมานานถึงสองวัน มีเพียงน้ำเท่านั้นที่ตกถึงท้อง
'ยัยป้ามหาภัยนั้นทำไมถึงได้โหดร้ายกับเด็กตัวน้อยๆได้ถึงเพียงนี้กันน่ะ'
"โอ้ย..พี่อิ่มมากเลยเฉินเอ๋อร์ "
"ข้าก็อิ่มขอรับ ข้าเพิ่งรู้ว่าการกินอิ่มมันเป็เช่นนี้"
หยางมี่รู้สึกจุกอยู่ในลำคอ ทำให้นางนึกถึงเพื่อนของนางหลายๆคนในภพก่อน ที่ชอบกินทิ้งกินขว้าง
เพื่อนของนางบางคนมักจะมีคำพูดว่าอันนี้กินไม่เป็อันนี้กินไม่ได้ และอีกหลายๆคนมักจะพูดว่าเบื่อข้าวแต่อยากกินอย่างอื่น
ในขณะที่คนหลายๆคนตื่นมาต้องทุกข์ใจว่ามีอะไรที่พอจะกินเพื่อประทังชีวิตได้บ้าง
"เฉินเอ๋อร์ ต่อไปเราสองคนจะได้กินอิ่มเช่นนี้ทุกวันดีหรือไม่"
"ดี ฮึก.. ดีขอรับ "
หยางมี่เช็ดน้ำตาให้น้องชายพร้อมกับโอบกอดน้องเอาไว้
"เอาล่ะ...พี่ขอดูขาของเ้าได้หรือไม่"
"ขอรับท่านพี่"
เฉินเอ๋อร์ยกชายกางเกงขึ้นเพื่อให้พี่สาวดูขาด้วนสีหน้าเศร้าหมองที่ตนเองกลายเป็คนพิการไม่อาจเดินได้อีกแล้ว
"เ้าปวดขาหรือไม่"
"ปวดขอรับ ข้าปวดมากเลย"
เมื่อได้เห็นขาของน้องชาย หยางมี่เช็ดน้ำตาตัวเองกับแขนเสื้อ กระดูกหักผิดรูปแบบนี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจจะติดเชื้อถึงขั้นต้องตัดขาทิ้งก็เป็ได้
"พี่จะหาเงินมารักษาเ้าเอง เ้าเชื่อใจพี่นะพี่ต้องช่วยเ้าให้ได้"
"ขอรับ ข้าเชื่อใจท่าน"
หยางมี่ออกไปหาท่อนไม้มาดามขาให้เฉินเอ๋อร์ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เฉินเอ๋อร์ได้ขยับเขยื้อนขา เพราะมันอาจจะทำให้เป็หนักกว่านี้
"เฉินเอ๋อร์เ้านั่งนิ่งๆเช่นนี้ก่อนน่ะ ถ้าปวดปวดหนักปวดเบาเ้าต้องเรียกพี่นะ พี่จะนำกระบอกไม้ไผ่มาให้เ้า "
"ขอรับ"
หลังจากที่หยางมี่ออกไปตัดไม้ไผ่ด้วยมีดหันหมูธรรมดา ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานเป็อย่างมากกว่าอยางมี่จะตัดได้แต่ล่ะท่อน
นางนำไม้ไผ่ไปกรอก
น้ำ10กระบอก ไปเทใส่ถังไม้ใบใหญ่ และเหลือให้เฉินเอ๋อร์เอาไว้ถ่ายหนักถ่ายเบาสองกระบอก
"เอาล่ะเฉินเอ๋อร์ พวกเราต้องรีบออกเดินทางกันแล้วนะ"
"ขอรับ"
หลังจากนั้นหยางมี่นำรถม้าต่อเข้ากับม้าทั้งสอง และออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองจูซานในทันที
><><><><><><><><><><><><>