ควีนเนตต้า วิโอเรล... หญิงสาวที่งดงามดั่งดอกไม้ป่าหายาก เธอเกิดในตระกูลขุนนางลำดับชั้นสูงสุดในจักรวรรดิ ั้แ่เปิดตัวครั้งแรกในงานบรรลุนิติภาวะ องค์จักรพรรดิก็ต้องตาเธออยากได้เป็นางสนมทันที แต่ด้วยความดื้อรั้นและหยิ่งยโสตามแบบฉบับของคนตระกูลวิโอเรล ควีนเนตต้าจึงแต่งงานกับดยุกอายุรุ่นราวคราวพ่อจากตระกูล 'เรเวน' ที่มีบรรดาศักดิ์ทัดเทียมกัน
หลังจากแต่งงานไม่นานควีนเนตต้าที่อายุ 15 ปีก็ได้ให้กำเนิดลูกชาย... 'รีรอยด์ เรเวน' ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเรเวน เด็กน้อยลืมตามาดูโลกได้เพียงแค่ 9 ปี พ่อที่แสนเข้มงวดและเอาแต่ทุบตีเขาก็ได้จากไปในวัย 60 ด้วยโรคไข้ทรพิษ
ในตอนนั้นควีนเนตต้าที่ยังสาวอายุเพียงแค่ 24 ปีก็ได้แต่งงานใหม่กับชายสามัญชนผู้ร่ำรวยและมีลูกติด ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากวงศ์ตระกูล
ทั้งหมดนี้เป็เพราะรักงั้นหรือ? ไม่ใช่เลย...
เธอผลาญสมบัติของตระกูลเรเวนจนหมดสิ้นแล้วต่างหาก พ่อค้าหนุ่มผู้หล่อเหลาและร่ำรวยได้กลายเป็ทางออกสุดท้ายของเธอ แม้ว่าเขาจะมีลูกที่บกพร่องทางการเรียนรู้และสมองไม่เต็มเต็งติดมาด้วย แต่เธอก็อดทนอดกลั้น เมื่อสามีออกไปทำการค้าก็ปล่อยปละละเลย หรือร้ายที่สุดคือทุบตีลูกติดของสามีเพื่อระบายความเครียด จนกระทั่งควีนเนตต้าอายุได้ 30 สามีคนที่สองของเธอก็ป่วยตายระหว่างเส้นทางค้าขาย สมบัติทุกชิ้นจึงถูกสูบจนแห้งเหือด
ทว่าโชคก็เข้าข้างอีกครั้งเมื่อฟ้าบันดาลให้ควีนเนตต้าได้เจอกับเอิร์ลหนุ่มผู้ร่ำรวยจากตระกูลขุนนางบ้านนอกคนหนึ่งที่ปรารถนาชื่อเสียงทางสังคมของเธอแต่ไม่้าจะมีลูก ขณะเดียวกันควีนเนตต้าก็จดจ้องสมบัติของเขาตาเป็มัน พวกเขาทั้งสองคนได้ตกลงแต่งงานกัน ความซวยจึงมาเยือนแก่เด็กน้อยทั้งสอง...
'รีรอยด์' ที่มีสายเืสูงส่งทั้งจากตระกูลวิโอเรลและเรเวนถูกขายให้กับพ่อเลี้ยงใจร้ายใช้สืบสกุล ส่วน 'ซินเดอริออน' ที่เป็แค่ลูกของพ่อค้าไม่ได้มีสายเืขุนนางก็ถูกใช้เป็ที่ระบายอารมณ์ ขณะที่แม่เลี้ยงใจร้ายลอยตัวเสวยสุขอยู่บนกองทรัพย์สมบัติ
เด็กน้อยที่น่าสงสารทั้งสอง...
และเพื่อปกป้องโชตะทั้งสองให้โตขึ้นมาเป็หนุ่มอิเคะเมงที่มีคุณภาพ ฉันจะต้องไม่แต่งงานใหม่อีกเด็ดขาด! แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ ควีนเนตต้าก่อนที่ฉันจะมาประทับร่างได้ใช้สมบัติไปจนเกือบหมดแล้ว และเพื่อลดค่าใช้จ่ายจึงได้ไล่คนใช้ออกไปหมด ในบ้านเหลือแค่สามคนแม่ลูกก็ว่าได้
ก๊าซซซซซ ฉันจะบ้าตาย!!!
ตุ้บๆๆๆ
ฉันระบายอารมณ์ใส่แป้งโด ระหว่างที่รอมันขึ้นฟูก็มานั่งกลุ้มคิดหาทางว่าจะทำยังไงต่อ ข้าวเช้าก็ต้องทำ ตลาดก็ต้องจ่ายแต่ดันขี่ม้าไม่เป็ ในคฤหาสน์มีแต่อุปกรณ์โบราณหน้าตาประหลาด
แต่ตอนนี้ปากท้องต้องมาก่อนละนะ หลังจากทำข้าวเช้าเสร็จแล้วรีรอยด์ที่ลงมาพอดีก็ทำหน้าใ เขาแทบจะวิ่งลงมาชนโต๊ะเมื่อเห็นฉันใส่ผ้ากันเปื้อนเหมือนสาวใช้
"ท่านแม่! ทำไมถึงแต่งตัวแบบนั้น แล้วนี่ท่านทำเองหมดเลยหรือครับ"
"ก็ทำเองน่ะสิ ถ้าไม่ทำแล้วใครจะทำ"
"ตะ แต่ ปกติท่านแม่จะใช้ซินดริลนี่ครับ?"
ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ จะว่าไปก็ไม่เห็นพระเอกมาั้แ่เมื่อวานแล้วนี่นา
"แล้วเขาอยู่ไหนทำไมไม่มากินข้าวเช้า"
รีรอยด์ยิ่งทำหน้าพิลึกเข้าไปใหญ่
"หลังจากท่านแม่ตีเขาแล้ว ปกติท่านแม่ก็จะขังไว้ในห้องเก็บของไม่ใช่หรือครับ"
"หะ... ห้องเก็บของ... ตายแล้ว!"
ฉันรีบแจ้นออกไปทันทีจนผ้ากันเปื้อนปลิวหลุด ก่อนวิ่งตรงไปทางห้องที่เดินผ่านเมื่อเช้าแล้วได้ยินเสียงกุกกัก
เมื่อเปิดออกก็พบร่างของเด็กชายตัวผอมนอนสลบไสล ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแดงที่ถูกตีจนเืซิบออกมา แถมเขายังมีไข้หนาวสั่น ฉันจึงรีบอุ้มเขาขึ้นมาจากพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่น
"รีรอยด์ไปเอาถังใส่น้ำกับผ้าเช็ดตัวมาทีสิลูก! แล้วก็หยิบยาทาแผลมาด้วยนะ"
เด็กหนุ่มมองแม่ด้วยสายตาประหลาด
ทั้งที่ปกติแล้วแม่เกลียดเด็กคนนี้จะตายไป...
รีรอยด์หยิบถังน้ำสะอาดกับผ้าขนหนูมาโดยไม่ปริปากถาม เขามองแม่เช็ดฝุ่นเช็ดแผลอย่างเดือดเนื้อร้อนใจด้วยความรู้สึกประหลาดอีกครั้ง
"มาช่วยทาแผลให้น้องหน่อย เดี๋ยวแม่จะไปหยิบของกิน" พูดจบฉันก็ยัดยาทาแผลใส่มือของรีรอยด์และวิ่งไปหยิบของกินบนโต๊ะกินข้าว หวังจะป้อนให้กับเด็กชายที่นอนซมอยู่ตรงโซฟา ทว่าทันทีที่ฉันจ่อช้อนซุปไปที่ปาก ดวงตาสีฟ้าของอีกฝ่ายก็มองมาทางฉันอย่างตื่นกลัวพร้อมกับปัดชามคว่ำลงบนพื้น
"ไอ้..."
รีรอยด์คำรามจนซินเดอริออนใวิ่งหนี
ฉันรีบลุกห้ามรีรอยด์ที่เืขึ้นหน้าก่อนจะส่ายหัว ไม่ให้เขาระบายความโกรธลงกับน้องชาย ยังไงซะที่ผ่านมาควีนเนตต้าก็ร้ายกับเด็กคนนี้โดยตลอด จะโดนเกลียดขี้หน้าก็ไม่แปลก
"เมื่อกี้นี้แขนท่านแม่โดนลวกรึเปล่าครับ"
ฉันส่ายหัว "เดี๋ยวแม่ทำความสะอาดตรงนี้เอง เสร็จแล้วลูกก็หาอะไรไปให้น้องกินด้วยล่ะ"
ยังไงซะตอนนี้รีรอยด์กับซินเดอริออนก็ยังไม่ได้มีเื่บาดหมางอะไรกัน เขาน่าจะเชื่อใจรีรอยด์มากกว่าฉันละนะ...
"ออ... แล้วก็ให้น้องกลับไปนอนห้องเดิมของตัวเองด้วยล่ะเข้าใจมั้ย? ไม่ต้องให้เขาไปอยู่ห้องคนใช้อีกแล้ว ดูแลเขาดีๆ"
รีรอยด์รับคำอย่างว่าง่าย ส่วนฉันก็ก้มเช็ดพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าที่ผ่านมาควีนเนตต้าใช้เด็กสิบขวบทำทุกอย่างในคฤหาสน์
ที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นคือซินเดริออนในตอนนี้อ่านหนังสือแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่กลับทำงานบ้านและปรุงอาหารได้อย่างคล่องแคล่วเกินผู้ใหญ่
นี่มันจะน่าเศร้าเกินไปแล้ว...
ดีล่ะ! ต่อไปนี้ฉันจะอุทิศชีวิตของแม่เลี้ยงใจร้ายเพื่อรักษาสมบัติของชาติในอนาคตเอาไว้เอง! จะต้องคิดวิธีหาเงินเลี้ยงเด็กสองคนนี้ให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีให้ได้!
ฉันตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ ก่อนจะไปแอบแง้มประตูห้องเด็กๆ รีรอยด์นั้นกำลังป้อนข้าวป้อนน้ำดูแลน้องชายอย่างดี จนฉันอดที่จะปลื้มปริ่มกับภาพโชตะรักใคร่กลมเกลียวที่เห็นตรงหน้าไม่ได้
มันช่างงดงาม... (T ^ T) ปริ่ม
ดวงตาสีม่วงส่องประกายวิบวับจนกระทั่งเห็นเด็กชายบนเตียงหลับไป เลยแอบย่องเข้ามาเงียบๆ
มือบางเอื้อมไปลูบเส้นผมสีทองนุ่มสลวยของเด็กชายบนเตียงอย่างอ่อนโยน ใบหน้านั้นแสดงความเอ็นดูปนสงสารออกมา ดวงตาสีอเมทิสต์ที่เคยเ็าก็อ่อนโยนขึ้นราวกับเป็คนละคน
"ทำไมอยู่ดีๆ ท่านแม่ถึงได้ทำดีกับเขาละครับ" รีรอยด์เอ่ยถามขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำหันมามองฉันอย่างสับสน
"กับผมก็ด้วย...ทำไมท่านแม่ถึงได้กอดผมกันครับ ทำไมถึงบอกรักผม ทำกับข้าวให้ผมกิน..."
เมื่อฉันมองสายตาของเขา หน้าอกก็บีบรัดขึ้นมา รู้สึกเสียใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ควีนเนตต้าทำลงไปกับชีวิตของเด็กสองคนนี้ ชะตากรรมที่คล้ายกันของทั้งสองกลับต้องบิดเบี้ยวไปเพราะแม่เลี้ยงใจร้าย
ทำให้สองพี่น้องเข้าห้ำหั่นกันด้วยความเกลียดชังจนไปสู่จุดจบอันน่าเศร้า ทั้งที่กุญแจที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างคือสิ่งที่เรียกว่า 'ความรัก' เท่านั้นเอง
"นั่นสินะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่เป็แม่เลวร้ายมาตลอดเลยสินะ" ฉันหลุบตาลงก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อย
"ในตอนที่แม่เฉียดความตายถึงได้คิดขึ้นได้ว่าที่ผ่านมาตัวเองเป็แม่ที่แย่แค่ไหน ทั้งตอนที่ลูกฝึกดาบจนกระดูกร้าว หรือฝืนเรียนหนักจนล้มป่วย แม่ควรจะอยู่ข้างลูกแท้ๆ แม่ขอโทษนะรีรอยด์"
โดยที่ไม่รู้ตัวขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าว ทั้งที่นี่มันก็ไม่ใช่ความผิดของฉันแท้ๆ แต่ทำไมสายตาที่รีรอยด์มองมาถึงได้ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเองขนาดนี้กัน...
เด็กหนุ่มที่เห็นแบบนั้นก็รีบเข้ามาจับมือทั้งสองข้างของแม่เอาไว้ทันที ใบหน้าของเขานั้นเหมือนคนที่ยังไม่แน่ใจว่านี่เป็ความจริงหรือความฝัน คำพูดทุกอย่างขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้สักคำ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเพียงอยากให้แม่หันมามองเขาบ้างเท่านั้น ไม่เคย้าอะไรมากไปกว่านั้นเลย ขอแค่สายตาคู่นั้นมองมาทางเขาที่พยายามอย่างเต็มที่ ชีวิตนี้ก็ไม่้าอะไรอีกแล้ว...
เขาเฝ้าบอกตัวเองแบบนั้นมาตลอด... แต่ไม่คิดเลยว่าเื่กระดูกร้าวที่เขาพยายามปิดบังไม่ให้ทุกคนรู้ หรือการออกไปซ้อมขี่ม้าทุกวัน แม่จะรู้เื่พวกนั้นอยู่แล้วทั้งหมด
นี่มันเป็ความฝันรึเปล่านะ
"แค่สนใจผมบ้างแค่นั้นก็พอแล้วครับ" รีรอยด์ยิ้ม
ไม่จริง...
ผมกำลังโกหก ผมหลอกตัวเองมาตลอด
ความจริงแล้วอยากให้แม่กอดผม จูบผม
รีรอยด์มองเข้าในดวงตาของผู้เป็แม่อย่างใสซื่อพร้อมกับคลี่ยิ้ม "ผมไม่ได้้าอะไรไปมากว่านั้นเลย จริงๆ นะครับ..."
ไม่จริงหรอก ท่านแม่...
ได้โปรดช่วยรักผมให้มากกว่านี้ทีเถอะครับ
"ขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบาก"
เสียงอ่อนโยนพูดก่อนจะสวมกอดลูกชายเอาไว้ในอ้อมแขน เธอในฐานะควีนเนตต้าคนใหม่จะไม่ยอมให้จุดจบแบบในนิยายเกิดขึ้นเด็ดขาด!
ต่อไปนี้ฉันจะดิ้นรนหาเงินมาให้ได้!
.
.
.
ถึงจะอยากหาเงินก็เถอะ
วันนี้ก็เป็อีกวันที่ฉันยังวุ่นสายตัวแทบขาด...
ส่วนที่ยุ่งมากที่สุดก็คือการสอนซินดริลให้รู้เื่อะไรอย่างอื่นบ้างนอกจากปัดกวาดเช็ดถู และเมื่อฉันลองไปเปิดหนังสือของเขาดู มันกลับเป็หนังสือกลอนแบบบทละครเชกสเปียร์ ไม่ก็หนังสือเศรษฐศาสตร์เล่มขนาดปาหัวหมาแตก ไม่เหมาะให้เด็กอ่านเลยสักนิด (ถึงรีรอยด์จะบอกว่าตอนเด็กๆ เขาก็อ่านแบบนี้เป็ปกติก็เถอะ)
ฉันเลยตัดสินใจใช้สกิลงานฝีมือทั้งหมดที่มีทำนิทานจากกระดาษสี และใช้เวลาที่เหลือไล่ซินดริลออกจากครัว รวมไปถึงแกะไม้กวาดออกจากมือของเขา จนผ่านไปหนึ่งเดือน ในที่สุดก็ได้เห็นเขาออกมาวิ่งเล่นเหมือนเด็กปกติสักที
ที่น่าเศร้าคือซินดริลไม่ยอมเล่นกับฉันเลย...
นอกเสียจากว่าฉันจะเอาของเล่นผูกกับเบ็ดตกปลาแล้วนั่งโบกคันเบ็ดจากชั้นสอง ปล่อยให้เขาวิ่งไล่ของเล่นที่เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา
แต่ข่าวดีคือ... ซินดริลชอบนิทานทำมือของฉันด้วยละ แล้วเขาก็เริ่มอ่านประโยคง่ายๆ ได้แล้วด้วย ต้องขอบคุณที่รีรอยด์ช่วยสอน
ฉันเดินเข้ามาในครัวอย่างอารมณ์ดีเพื่อทำอาหารค่ำ เนื่องจากวันนี้รีรอยด์ขี่ม้าออกไปซื้อเนื้อกับพวกวัตถุดิบทำขนมมาเลยว่าจะลองทำขนมเค้กง่ายๆ ดูสักหน่อย ไม่สิ... ทำเค้กน้ำผึ้งไปเลยดีกว่า!
ฟึ่บๆ
เสียงบางอย่างดังมาจากในครัว อย่าบอกนะว่าซินดริลกลับมาถือไม้กวาดอีกแล้วน่ะ? ฉันรีบเดินเข้าไปดูอย่างสงสัย ก่อนจะพบเด็กหนุ่มผมสีดำสนิทกำลังปัดกวาดในครัว
"รีรอยด์ ลูกเข้ามาทำอะไรในนี้ ทำไมไม่ไปอยู่ข้างบนล่ะจ๊ะ"
"ท่านแม่จะเตรียมมื้อเย็นแล้วหรือครับ? ให้ผมช่วยเถอะครับ" เขายิ้มก่อนจะเดินเข้ามาด้วยดวงตาสดใสแต่ก็ถูกอีกฝ่ายตีมือ
"ลูกไม่เคยทำงานพวกนี้มาก่อนนะ อีกอย่างเป็ขุนนางมาทำเื่แบบนี้จะดูไม่สง่างาม"
"ท่านแม่เองก็ไม่เคยทำงานบ้านมาก่อนเหมือนกัน ถึงท่านแม่จะแต่งงานกับคนธรรมดา แต่ท่านแม่ก็ยังเป็ดัสเชสอยู่นะครับ"
จริงสิ... ควีนเนตต้าเกิดในตระกูลวิโอเรล แถมยังแต่งงานกับดยุกตระกูลเรเวนที่เป็ขุนนางชั้นสูงเหมือนกัน เธอเลยมีศักดิ์เป็ดัสเชส รวมถึงยังมีนามสกุลของเหล่าสามีเก่าที่ติดตามมาเหมือนตราที่ประทับบนร่างกายซ้ำๆ ด้วย
"อย่างน้อยก็ให้ผมได้ช่วยงานผ่าฟืนเถอะครับ มือที่ท่านแม่ถนอมไว้ก็สากขึ้นมากขนาดนี้แล้วด้วย" เขาพูดพร้อมกับถูมือของฉันไปมา
"ละ... แล้วมือของลูกล่ะ?"
"มือของผมมันด้านเพราะฝึกดาบอยู่แล้ว ไม่เป็ไรหรอกครับ" รีรอยด์คลี่ยิ้มหวาน
ทำไมถึงได้เป็เด็กดีขนาดนี้ T^T รีรอยด์ลูกแม่~
พ่อหนูนี่กำลังทำหัวใจป้าแก่สำลักความตื้นตัน
ทั้งสองคนช่วยกันเตรียมมื้อค่ำและพูดคุยกันตามประสาแม่ลูกจนไม่ทันสังเกตเห็นดวงตาสีฟ้าคู่เล็กที่แอบมองอยู่อีกฟากหนึ่งอย่างเหงาหงอย
เด็กน้อยนั้นอยากจะเข้าไปร่วงวงด้วยแต่ก็ไม่มีความกล้าพอ ได้แต่แอบมองบรรยากาศที่เขาโหยหาอยู่ห่างๆ และคิดว่าหากเขาออกไปละก็
จะได้พูดคุยอย่างสนุกสนานแบบนั้นมั้ยนะ?
แล้วทุกคนจะยิ้มเหมือนกับที่ยิ้มอยู่ตอนนี้มั้ยนะ?