บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 4 บทที่ 91 อยู่ด้วยกัน?

            ณ จวนเจ้าเมือง เมืองกวงฮุย

            หมู่ตึกมากมายเรียงรายต่อๆ กันไป ทั้งใหญ่โตโอ่อ่า ประดับด้วยศาลาชมสวนน้อยใหญ่แซมด้วยสะพานเล็กๆ ข้ามธารน้ำ เป็นทิวทัศน์อันงดงามตระการตา ขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้ยังแน่นหนาไปด้วยผู้คุ้มกัน ยามทุกคนล้วนเป็นนักสู้ระดับเงินมองเห็นนักสู้ระดับทองเดินสวนกันตรวจเวรยามเป็นระยะพูดกันว่านักสู้บางคนยังเป็นระดับทองดำและผู้ควบคุมจิตอสูร

            ที่นี่คือแกนหลักของทั้งเมืองกวงฮุย

            เนี่ยหลีและเนี่ยอวี่ได้รับการจัดสรรให้เข้าพักในตึกหลังหนึ่ง ตราบใดที่ไม่มีการโจมตีจวนเจ้าเมืองจากยอดฝีมือระดับทองดำสถานที่แห่งนี้ถือว่าปลอดภัยที่สุดเห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ของเนี่ยหลีนี้มีความหมายความสำคัญอย่างยิ่ง

            “พี่เนี่ยหลี เหตุใดพวกเราต้องย้ายมาอยู่ในจวนเจ้าเมืองแห่งนี้ด้วย?”เนี่ยอวี่เอ่ยถาม ตั้งแต่เข้ามาในจวนเจ้าเมืองนางมีความตึงเครียดอย่างยิ่ง

            “ก็เพราะว่าที่นี่ปลอดภัยน่ะสิ!” เนี่ยหลียิ้มแย้มตบไหล่ของเนี่ยอวี่คราหนึ่งและพูด “เจ้าไม่ต้องกลัวไปมีพี่เนี่ยหลีอยู่ทั้งคน เจ้าวางใจได้ นอกจากนี้ ธิดาของท่านเจ้าเมืองยังจะเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าอีกด้วยอีกหน่อยเมื่อพบนาง เจ้าต้องเรียกนางว่าพี่สะใภ้ รู้หรือไม่?”

            “พี่สะใภ้รึ? อ้อ” เนี่ยอวี่มองๆเนี่ยหลีอย่างประหลาดใจ พี่เนี่ยหลีหาพี่สะใภ้ให้นางได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?ทั้งยังเป็นถึงธิดาของท่านเจ้าเมืองอีกด้วย?”

            เนี่ยอวี่เต็มไปด้วยความสงสัย ทว่าเนี่ยหลีไม่ให้คำอธิบายเพิ่มเติมแต่อย่างใดท่านเจ้าเมืองอย่างไรก็คงคิดไม่ถึง การให้ความคุ้มครองปกป้องอัจฉริยะของเขากลับกลายเป็นการชักสุนัขจิ้งจอกเข้าบ้าน (ชักศึกเข้าบ้าน)เนี่ยหลีมีเจตนาชั่วร้ายตั้งแต่ต้นทีเดียว

            ‘หึหึ มาถึงจวนเจ้าเมืองแล้ว ปกติมุ่งมั่นฝึกยุทธ์ พอเบื่อก็สามารถไปหยอกเย้าเยี่ยจื่ออวิ๋นได้ชีวิตช่างสุขสบายเสียจริง หากไม่มีตระกูลเสินเซิ่งและสมาคมมืดไม่มีการโจมตีจากสัตว์อสูรมากมาย เช่นนั้นก็ยิ่งน่าเบิกบานใจแล้ว’

            เพื่อชีวิตที่มีความสุขในวันหน้าได้แต่หาวิธีกำจัดตระกูลเสินเซิ่งให้พ้นไปจากสายตา ในชีวิตหนก่อนหากมิใช่เพราะการทรยศของตระกูลเสินเซิ่ง เมืองกวงฮุยก็คงไม่ถูกทำลายได้โดยง่ายรากฐานแห่งหายนะที่สำคัญที่สุด ส่วนใหญ่ล้วนมาจากภายใน

            เวลานี้เนี่ยหลีเพิ่งอยู่ในระดับเงินสองดาวทว่าด้วยความสามารถในการควบคุมพลัง จะต่อกรกับยอดฝีมือระดับทองหนึ่งดาวหรือสองดาวทั่วไปผู้หนึ่งยังไม่นับว่าเป็นปัญหาอย่างไรก็ตาม นี่ยังห่างไกลกับคำว่าเพียงพอนัก จะต้องตั้งใจฝึกยุทธ์ให้มาก

            “ยังมีสิ่งใดที่จะสามารถช่วยให้พลังของข้าก้าวหน้าขึ้นให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้บ้าง?”เนี่ยหลีตบศีรษะ “ทำไมข้าจึงลืมสิ่งนี้ไปได้?ลืมเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน ในโรงเรียนเซิ่งหลันสิ่งเดียวที่ทำให้เขาสนใจได้ ก็คือการเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน

            ‘เตรียมตัวให้ดีก่อน จากนั้นค่อยหาโอกาสเข้าไปในด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน!’ เนี่ยหลีครุ่นคิด

            เนี่ยหลีนั่งลงเริ่มฝึกยุทธ์เนี่ยอวี่ที่อยู่ด้านข้างก็นั่งตามเนี่ยหลีลงไปฝึกยุทธ์อย่างว่าง่ายนางเฉลียวฉลาดยิ่ง ไม่รบกวนเนี่ยหลี ทั้งยังตั้งใจฝึกยุทธ์เอง

            หนึ่งวัน สองวัน...

            เวลาผันผ่านไป เนี่ยหลีและเนี่ยอวี่รู้สึกว่าที่นี่ไม่เลวนอกจากพื้นที่หวงห้ามซึ่งไม่อนุญาตให้ล่วงล้ำเข้าไปได้แล้ว ที่เหลือก็ไม่เข้มงวดยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนในจวนมาส่งอาหารให้ครบทั้งสามมื้อคนภายนอกก็สามารถมาเยี่ยมเยียนได้ตลอดเวลา พูดกันว่าอีกไม่กี่วันท่านเจ้าเมืองและท่านเยี่ยโม่จะมาพบเนี่ยหลีเป็นการส่วนตัวอีกด้วยดังนั้นพวกยามและสาวใช้รอบด้านจึงสุภาพกับเนี่ยหลี พี่น้องคู่นี้อย่างยิ่ง

            วรยุทธ์ของเนี่ยหลีมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมั่นคง พอถึงวันที่ห้าในที่สุดก็เลื่อนขึ้นอีกขั้นหนึ่งได้สำเร็จ พลังวิญญาณก้าวถึงระดับเงินสามดาว

            หลังจากที่เลื่อนขึ้นถึงระดับเงินสามดาว เนี่ยหลีก็ไม่เดินหน้าฝึกต่ออีกในระยะเริ่มแรกของการฝึกยุทธ์ ไม่ควรก้าวหน้ารวดเร็วเกินไปเว้นช่องไว้บ้างจะดีกว่า ไม่ควรใจร้อนเกินไป เขากระพริบตาปริบๆ ครุ่นคิดมาอยู่ในจวนเจ้าเมืองตั้งหลายวันแล้ว เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่มาหาเขาสักที

            ใกล้ค่ำแล้ว แสงสายัณห์ยามพระอาทิตย์ตกฉาบทาทั่วทั้งจวนเจ้าเมืองจนเป็นสีทองอร่ามทำให้หมู่ตึกแห่งนี้ยิ่งดูงดงามเป็นพิเศษ

            “เดาว่านางคงหน้าบาง จึงไม่ยอมเสียหน้ามาหากระมังดูท่าข้าคงได้แต่ยอมทำผิดสักครั้งไปหาเจ้า!” เนี่ยหลีคิดๆหัวเราะฮาๆ และหันไปชำเลืองมองเนี่ยอวี่ที่อยู่ข้างกัน “เสี่ยวอวี่ข้าจะไปหาพี่สะใภ้ของเจ้า เจ้าอยู่ที่นี่ตั้งใจฝึกยุทธ์ต่อไปให้ดี”

            “อ้อ” ดวงตากลมโตเป็นประกายของเนี่ยอวี่เต็มไปด้วยความสงสัยจ้องมองเนี่ยหลี พี่เนี่ยหลีกำลังจะไปหาพี่สะใภ้หรือ? แม้ในใจจะสงสัยทว่านางก็ไม่ปริปากถาม ตั้งใจฝึกยุทธ์อยู่ที่ลานบ้านต่อไปอย่างเชื่อฟัง

            สองเท้าของเนี่ยหลีก้าวพ้นลานบ้านออกมาแล้วเขาจึงเรียกจิตอสูรปีศาจเงาออกมาและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

            ยอดฝีมือระดับทองหลายคนที่ยืนยามอยู่บริเวณหน้าหมู่ตึกที่เนี่ยหลีพำนักอยู่สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอแปลกๆอย่างหนึ่ง พวกเขาหันไปมองรอบด้าน แต่กลับไม่พบอะไร จึงถอนสายตากลับยังคิดว่าตนเข้าใจผิด

            “จิตอสูรปีศาจเงาของข้ายังไม่สมบูรณ์ความสามารถในการปิดซ่อนกลิ่นไอของตนยังไม่ดีพอยามพบเจอกับยอดฝีมือระดับทองยังพอจะผ่านไปได้อย่างเฉียดฉิวทว่าหากพบเจอยอดฝีมือระดับทองดำหรือกระทั่งระดับตำนาน คงต้องถูกพบตัวอย่างแน่นอน”เนี่ยหลีแอบครุ่นคิดในใจเร่งฝีเท้าตรงไปยังหมู่ตึกอีกหลังหนึ่งซึ่งเยี่ยจื่ออวิ๋นพำนักอยู่

            แม้เนี่ยหลีไม่เคยมาที่นี่มาก่อนทว่าเคยได้ยินเยี่ยจื่ออวิ๋นเล่าเรื่องราวต่างๆ ในจวนเจ้าเมืองให้ฟัง ดังนั้นจึงพอจะรู้ว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นอาศัยอยู่บริเวณไหน

            ‘คิดขโมยลูกสาวของท่านเจ้าเมือง รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างจริงๆ’ เนี่ยหลีแอบคิด อดยิ้มออกมาน้อยๆ ไม่ได้

            จวนเจ้าเมืองที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือ ถูกเนี่ยหลีลอบเข้าไปในเขตหวงห้ามได้ นักสู้ระดับทองไม่นับว่าเป็นภัยต่อเนี่ยหลีแม้แต่น้อย

            หมู่ตึกและสวนหน้าลานบ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งปรากฏสู่สายตาของเนี่ยหลีที่นี่เป็นลานบ้านที่ตกแต่งเป็นพิเศษ แวดล้อมด้วยดอกไม้ต้นไม้นานาพรรณกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยตามลมมา มองจากที่ไกล เห็นตึกสองชั้นสวยงามขนาดเล็กหลังหนึ่งที่นี่ก็คือสถานที่พำนักของเยี่ยจื่ออวิ๋นแล้ว

            ซุ้มประตูในสวนขนาดเล็กถูกเนี่ยหลีแฝงกายเร้นผ่านไปในสภาพล่องหนได้อย่างง่ายดายครั้นพอผ่านไป จึงคลายจากสภาพล่องหน เนี่ยหลีเดินหรากร่างเข้าไปทันที

            บนแท่นหินมุมหนึ่งของสวนขนาดเล็ก เยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินพลังวิญญาณพันวนอยู่รอบกาย ด้านหลังมีเงาภูตพล่าเลือนสีขาวลอยอยู่ตนหนึ่ง

            ภูติขาวตนนี้สวมชุดคลุมสีขาวยาวสยาย ใบหน้างดงามยิ่งบนศีรษะของนางมีมงกุฎน้ำแข็งสวมอยู่ แลดูสูงส่งจนไม่อาจบรรยายได้จิตอสูรตนนี้ก็คือราชินีวายุเหมันต์ ในบรรดาสัตว์อสูรชนิดต่างๆถือว่ามีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดมีตำนานกล่าวไว้ว่าราชินีวายุเหมันต์เป็นเทพธิดาในยุคโบราณ

            ราชินีวายุเหมันต์เป็นจิตอสูรที่หาได้ยากยิ่งนอกจากนี้ยังมีทักษะยุทธ์วายุเหมันต์อันทรงพลังแข็งแกร่งยิ่งนับว่าเข้าคู่เหมาะเจาะกับเยี่ยจื่ออวิ๋นที่ฝึกเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรอย่างยิ่ง

            สายตาของเนี่ยหลีไล่ละลงไปตามเรือนร่างของเยี่ยจื่ออวิ๋นทันใดก็รู้สึกว่าจมูกของตนอุ่นร้อนขึ้นมาจนเลือดกำเดาแทบไหลเยี่ยจื่ออวิ๋นคงเพิ่งอาบน้ำเสร็จเป็นแน่ เรือนผมของนางยังเปียกชื้นอยู่ เสริมกับท่วงท่าน่ารักอีกสองสามส่วนขณะเดียวกันบนร่างกายก็สวมใส่ชุดผ้าไหมผืนบางแนบเนื้ออยู่เพียงชุดเดียวมองเห็นยอดชูชันบนทรวงอกงดงามได้เลือนๆ

            ภาพฉากนี้ทำให้เนี่ยหลีอดหวนคิดถึงชีวิตในชาติที่แล้วไม่ได้ คืนนั้นเยี่ยจื่ออวิ๋นใต้แสงจันทร์ช่างดูนวลตา แลดูบริสุทธิ์สูงส่ง งดงามราวเทพธิดาสองคนตระกองกอดกันและกัน ฟังเสียงลมหายใจของกันมือของเนี่ยหลีคลึงเค้นความอ่อนนุ่มคู่นั้นอย่างอ่อนโยน มีคนกล่าวไว้ว่าความภาคภูมิใจสูงสุดของบุรุษผู้หนึ่งก็คือช่วงเวลาที่ได้เกาะกุมยอดปทุมของรักครั้งแรก

            เนี่ยหลีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คำหนึ่งแม้เวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นยังไม่เติบโตเป็นสาวสะพรั่งทว่าก็เริ่มเติบโตเป็นบุปผาที่งดงามราวหยกแล้วผนวกกับได้ฝึกเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร ผิวพรรณของนางก็ยิ่งเปล่งปลั่งแลดูยวนตาตรึงใจยิ่ง

            เวลานี้ เยี่ยจื่ออวิ๋นที่กำลังเดินลมปราณอยู่รับรู้ได้ถึงบางสิ่งนางลืมตาขึ้น ตวาดออกมาคำหนึ่ง “ผู้ใด?” ครั้นเมื่อนางเห็นว่าเป็นเนี่ยหลี จึงคลายใจลงและเอ่ยถามขึ้นด้วยความงุนงงว่า“เป็นเจ้าได้อย่างไร? เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

            หากเป็นผู้อื่น จู่ๆ มาปรากฏตัวอยู่ในสวนแห่งนี้ เยี่ยจื่ออวิ๋นคงสงสัยถึงเจตนาของอีกฝ่ายแล้วต่อให้เป็นคนที่คุ้นเคยก็ตาม เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่อาจวางใจจากความระมัดระวังตนได้ทว่าแม้แต่เยี่ยจื่ออวิ๋นก็ยังไม่รู้ตัว ทันทีที่นางเห็นเนี่ยหลีนางกลับเผลอคลายใจ

            “ข้าแวะมาชมดู สวนของเจ้าดูงดงามพิเศษยิ่ง ทว่าอาศัยอยู่คนเดียวเช่นนี้คงต้องน่าเบื่อแย่หรือข้าควรจะย้ายมาอยู่ด้วยกันกับเจ้าดีกว่า” เนี่ยหลีกวาดตามองรอบด้านท่าทางพึงพอใจพยักหน้าหงึกๆ

            เยี่ยจื่ออวิ๋นจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความงุนงงเซ่อซ่า รู้สึกทั้งอายทั้งโกรธเจ้าคนผู้นี้ เหตุใดจึงหน้าไม่อายถึงเพียงนี้ได้! ข้าเคยพูดตั้งแต่เมื่อใดว่าอยู่คนเดียวแล้วเบื่อ?ต่อให้ข้าเบื่อนักหนา ก็ไม่คิดให้เจ้าย้ายเข้ามาอยู่ด้วยอย่างแน่นอน! 

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน