ประตูเมืองเหมันตนครที่สูงตระหง่านปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เฟิงหลงปรับลมหายใจของตนเองให้สงบนิ่ง ระงับไอสังหารที่คุกรุ่นอยู่ภายในจนหมดสิ้น เขาดึงผ้าคลุมหน้าขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง เผยให้เห็นเพียงดวงตาที่ดำสนิทและเ็า ก่อนจะเดินปะปนไปกับเหล่าพ่อค้าและชาวบ้านที่กำลังจะเข้าเมือง
ทหารยามที่เฝ้าประตูเมือง บัดนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็คนของตระกูลเซียวทั้งหมด พวกมันสวมชุดเกราะสีทองอร่าม ยืนกอดอกด้วยท่าทางหยิ่งผยองและกร่างไปทั่ว สายตาของพวกมันกวาดมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เมื่อเห็นชุดศิษย์ตระกูลเซียวที่เฟิงหลงสวมใส่อยู่ พวกมันก็รีบโค้งคำนับให้เล็กน้อยและเปิดทางให้โดยไม่คิดจะซักถามแม้แต่คำเดียว อำนาจที่เบ็ดเสร็จได้สร้างความเย่อหยิ่งจนกลายเป็ความประมาท
เฟิงหลงก้าวเท้าผ่านประตูเมืองเข้ามา... ในที่สุด เขาก็ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดที่เขาถูกขับไล่ออกไปอีกครั้ง
บรรยากาศในเมืองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถนนหนทางที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บัดนี้กลับเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทหารของตระกูลเซียวในชุดสีทองเดินตรวจตราอยู่ทุกหัวระแหงราวกับเป็เ้าชีวิต ผู้คนทั่วไปต่างเดินก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าสบตากับผู้ที่สวมชุดสีทองโดยตรง ความกลัวได้กลายเป็ม่านหมอกที่มองไม่เห็นซึ่งปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง
"หนึ่งปีผ่านไป... พวกมันเปลี่ยนเมืองแห่งนี้ให้กลายเป็กรงขังของพวกมันโดยสมบูรณ์แล้ว" เฟิงหลงคิดในใจพลางเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยในความทรงจำ เขามุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกของเมือง ที่ซึ่งเคยเป็ที่ตั้งของคฤหาสน์สองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... แต่บัดนี้ มันได้ถูกรวมเป็หนึ่งเดียวแล้ว
คฤหาสน์ของตระกูลเซียวในปัจจุบันนั้นใหญ่โตและโอ่อ่ากว่าเดิมเกือบเท่าตัว มันได้กลืนกินอาณาเขตทั้งหมดของตระกูลเฟิงเข้าไปอย่างหน้าด้านๆ กำแพงถูกสร้างขึ้นมาใหม่จนสูงตระหง่านและน่าเกรงขาม บนยอดกำแพงประดับด้วยธงรูปหมาป่าสีทองที่ปลิวไสวไปตามลมหนาวอย่างหยิ่งผยอง
เมื่อมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ที่โอ่อ่าราวกับวังหลวง ยามสองคนที่เฝ้าอยู่ขวางเขาไว้ พวกมันมีระดับพลังสูงกว่ายามที่ประตูเมืองเล็กน้อย สายตาของพวกมันมองมาที่เขาอย่างแปลกใจเพราะไม่คุ้นหน้า
"ข้ามาจากหน่วยลาดตระเวนป่าอสูรโหยหวน" เฟิงหลงกล่าวขึ้นก่อนที่พวกมันจะได้เอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาถูกดัดให้ฟังดูเ็าและเย่อหยิ่งตามแบบฉบับของศิษย์ตระกูลเซียวที่เขาเคยได้ยิน "มีเื่ด่วนต้องรายงานท่านผู้าุโโดยตรง หลีกทางให้ข้า"
ยามคนหนึ่งลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีที่มั่นคงและชุดที่ถูกต้องของเฟิงหลง ประกอบกับเื่ความโกลาหลที่อาจเกิดขึ้นได้ในป่า มันจึงพยักหน้ารับ "เข้าไปได้"
เฟิงหลงก้าวผ่านประตูเข้าไปได้อย่างง่ายดาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับไอสังหารที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจเมื่อได้กลิ่นอายของศัตรูคู่อาฆาต... ในที่สุด เขาก็ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็บ้านของเขาอีกครั้ง
เขาเดินไปตามทางเดินหินอ่อนอย่างไม่รีบร้อน แสร้งทำเป็มุ่งหน้าไปยังหอประชุมหลัก แต่ในความเป็จริงแล้ว เขากำลังใช้ประสาทััที่เฉียบคมจากการบ่มเพาะพลังอสูรในการดักฟังบทสนทนาและสังเกตการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว
"เ้าได้ยินเื่เมื่อคืนรึไม่? คุกอเวจีแตก! นักโทษหนีออกมาเป็ร้อย! ท่านผู้นำโกรธเป็ฟืนเป็ไฟเลยทีเดียว""ข้าได้ยินมาว่าจ้าวอเวจีและองครักษ์หน้าประตูถูกสังหารอย่างโเี้! ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร!""พูดถึงเื่นั้นแล้วก็น่าสมเพชไอ้เฒ่าเฟิงเจิ้นนัก มันคงจะดีใจเก้อที่คิดว่ามีคนมาช่วย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครสนใจมันอยู่ดี ตอนนี้มันก็ยังคงนอนรอความตายอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกอเวจีเหมือนเดิม"
คุกอเวจี!
หัวใจของเฟิงหลงกระตุกวูบ! เขาได้เบาะแสสำคัญแล้ว บิดาของเขายังมีชีวิตอยู่!
เขาแสร้งทำเป็เดินเลี้ยวผิดทาง และเข้าไปดักรออยู่ที่มุมสวนหย่อมที่ค่อนข้างลับตาคน เมื่อเห็นศิษย์ตระกูลเซียวคนหนึ่งที่ดูอ่อนแอที่สุดในกลุ่มที่พูดคุยกันเมื่อครู่เดินแยกออกมา เขาก็ใช้ "มายาอสูร" พุ่งเข้าไปประชิดตัวในชั่วพริบตา!
ฟุ่บ!
"อึ่ก!"
เฟิงหลงใช้มือข้างหนึ่งปิดปากศิษย์คนนั้นไว้และลากเข้าไปในเงามืดของพุ่มไม้หนาทึบ ก่อนจะใช้มืออีกข้างจี้ไปที่จุดชีพจรบนลำคอ ทำให้มันขยับตัวไม่ได้และส่งเสียงร้องไม่ออก ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"คุกอเวจีอยู่ที่ไหน?" เฟิงหลงกระซิบถามเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
ศิษย์คนนั้นส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาและน้ำมูกไหลออกมาด้วยความกลัว
เฟิงหลงเพิ่มแรงกดที่ปลายนิ้ว "ข้าไม่ถามซ้ำเป็ครั้งที่สอง"
ความเ็ปและไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเฟิงหลงทำให้ศิษย์คนนั้นแทบจะหมดสติ เขารีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
เฟิงหลงคลายแรงกดที่ปากเล็กน้อย "พูด"
"อยู่...อยู่ใต้...ลานประลองกลาง...ขอรับ" มันตอบเสียงสั่น "ต้อง...ต้องมีตราของผู้าุโ...จึงจะเข้าได้...เป็...เป็แผ่นป้ายหยกรูปหมาป่า...สีดำ"
เมื่อได้ข้อมูลที่้าครบถ้วนแล้ว รอยยิ้มเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฟิงหลง "ขอบใจ"
แกร๊ก!
เขาบิดคอของศิษย์คนนั้นจนหักดังกร๊อบ และใช้ "ห้วงิญญาอสูรา" ดูดกลืนพลังงานและเศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับเส้นทางไปยังลานประลองกลางและที่พักของเหล่าผู้าุโจากร่างนั้นในชั่วพริบตา ก่อนจะยัดศพเข้าไปในพุ่มไม้ที่หนาที่สุด ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ
บัดนี้ เขารู้เส้นทางและวิธีการเข้าแล้ว สิ่งที่ขาดไปก็คือ "กุญแจ"
เฟิงหลงเดินออกมาจากมุมมืด กลับไปทำตัวตามปกติ เขามุ่งหน้าไปยังเขตที่พักของเหล่าผู้าุโตามที่ได้ข้อมูลมาใหม่ ในใจคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว... ผู้าุโระดับล่างที่อ่อนแอที่สุด และมีแนวโน้มที่จะเก็บตราเข้าคุกไว้กับตัว...
ไม่นาน เขาก็พบเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบ... ผู้าุโหวัง... ผู้าุโฝ่ายพลาธิการที่ขึ้นชื่อเื่ความขี้เมาและไม่เอาไหน เขามักจะกลับมาที่เรือนพักของตนเองเพียงลำพังในตอนค่ำด้วยอาการมึนเมา
เฟิงหลงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและรอคอยอย่างอดทนราวกับนักล่าที่ใจเย็นที่สุด ในที่สุด เขาก็เห็นร่างของผู้าุโหวังที่เดินโซซัดโซเซกลับมาที่เรือนพักของตนเอง
เฟิงหลงยิ้มเย็น เขารอจนผู้าุโคนนั้นเดินเข้าไปในเรือนพัก และรออีกครู่หนึ่งจนแน่ใจว่ามันหลับแล้ว ก่อนจะลอบเข้าไปทางหน้าต่างอย่างเงียบเชียบราวกับเงาของรัตติกาล
ภายในห้อง ผู้าุโหวังนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงพร้อมกับส่งเสียงกรนดังสนั่น กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วห้อง
"ช่างไร้ค่าเสียจริง" เฟิงหลงคิดในใจ เขาก้าวเข้าไปหาอย่างแ่เบา ก่อนจะใช้สันมือสับลงไปที่ท้ายทอยของมันอย่างแรง!
ปั่ก!
ผู้าุโหวังหมดสติไปในทันทีโดยไม่ทันได้รู้สึกตัวด้วยซ้ำ
เฟิงหลงทำการค้นตัวอย่างรวดเร็ว และในที่สุดเขาก็พบมัน... แผ่นป้ายหยกรูปหมาป่าสีดำสนิทที่แกะสลักอย่างประณีต ห้อยอยู่ที่เอวของมัน!
เขากำแผ่นป้ายนั้นไว้แน่นในมือ ดวงตาของเขาทอประกายแสงสีเือันเย็นเยียบ
"ท่านพ่อ... ข้ากำลังจะไปช่วยท่านเดี๋ยวนี้"
เขาไม่ได้สังหารผู้าุโหวัง แต่เลือกที่จะทำให้สลบไปเท่านั้น เพราะการตายของผู้าุโจะทำให้เกิดความโกลาหลเร็วเกินไปและอาจทำให้แผนของเขาผิดพลาดได้
เฟิงหลงออกจากเรือนพักอย่างเงียบกริบ มุ่งหน้าตรงไปยังลานประลองกลางที่อยู่ใจกลางคฤหาสน์... ซึ่งเป็ที่ตั้งของทางเข้าสู่คุกที่ลึกที่สุดและน่าสะพรึงกลัวที่สุดของตระกูลเซียว...
คุกอเวจี