Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 18 เรื่องที่คิดเหมือนกัน

     ในห้องสนทนาของแอปพลิเคชั่น Limeสีเหลืองอมเขียวของหน้าจอคือสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของแอปพลิเคชั่นตัวนี้ และนี่คือโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คยอดนิยมของชาวโดมินาริกระทู้มากมายพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางเซ็คเตอร์สิบเจ็ดเมื่อหลายวันก่อนพวกคุณคิดว่าอันเดดต้องการอะไรจากการกระทำของพวกมันในครั้งนี้ผู้ใช้งานหมายเลข 77xx33 มันบ้าพวกมันแค่เรียกร้องความสนใจ แน่จริงก็ออกมาเจอกันตัว ๆ เลย โดยเฉพาะไอ้ L หัวxxxผู้ใช้งานหมายเลข 173x85ตั้งแต่เผ่าพันธุ์ของพวกมันหลุดจากตำแหน่งในสภาฯ พวกมันก็คลั่งมาตลอดเลยนะCuteGirl447พวกเราจะตามไปจัดการแกผู้ใช้งานหมายเลข 173x85 เรารู้แล้วว่าแกอยู่ที่ไหนWe are undeadเพื่อนของพี่ฉันทำงานในกระทรวงสอบสวนกลาง เล่าให้ฟังว่าอันเดดอยากให้ร่าง กม. กินเซเปียนส์ขึ้นมาอีกครั้งผู้ใช้งานหมายเลข 883xx9เฮ้ ไม่เลวนะ ฉันไม่ได้กินเลือดเซเปียนส์มาร่วมยี่สิบปีละHungry_BloodขยะแขยงMe_luv_Sapiens ฉันได้ยินว่ามีสภาฯ คนนึงหายตัวไปนะUndead_Foreverวายาปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอพร้อมความรู้สึกที่ไม่สบายใจเกี่ยวกับข่าวลือต่าง ๆ ที่ลือไปทั่วบนอินเทอร์เน็ต เธอรู้เรื่องต่าง ๆ จากไลคาออนแล้ว รวมถึงเงื่อนไขที่คาลจะต้องผ่านไปให้ได้ พอนึกถึงเธอก็รู้สึกไม่สบายใจหนักขึ้นไปอีกตอนแรกไลคาออนตัดสินใจจะกลับอลาสก้าทันทีเมื่อการประชุมสภาฯ จบสิ้น เพราะทางนั้นก็มีปัญหาต้องแก้ไขอยู่เช่นกันแต่ด้วยสาเหตุบางอย่าง เซทขอให้สมาชิกสภาฯ ทั้งสิบเอ็ดที่ยังเหลืออยู่ร่วมพูดคุยกันอยู่อีกหลายครั้ง ทำให้กำหนดการเดินทางกลับของวายาพลอยเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดตอนแรกที่วายารู้ว่ายังไม่ต้องรีบกลับก็รู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น เพราะจะได้มีโอกาสเที่ยวเล่นได้นานขึ้นอีกนิด ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกวายาไม่ได้อยากตามมาเท่าไร แต่ตอนนี้มีคาลอยู่ที่เซกเตอร์สิบเจ็ดสถานที่แห่งนี้จึงดูน่าดึงดูดสำหรับวายามากขึ้นมากแต่คาลกลับหายตัวไปจากวายาชีวิตของวายาจะครบสามวันแล้ว สามวันที่คาลไม่รับสายหรือว่าโทรกลับ วายาเริ่มรู้สึกเกิดความไม่สบายใจขึ้นมาแบบบอกไม่ถูกวายาคิดว่าควรจะแวะไปที่คฤหาสน์ของอาเบลเพื่อเจอคาลสักหน่อยดีหรือไม่ ยังมีเรื่องราวที่เธออยากเล่าให้คาลฟังอีกมากมาย และมีเรื่องราวอีกมากมายที่เธออยากได้ยินได้ฟังจากคาล เพียงแต่... “วายา...”เสียงเรียกดังมาจากหน้าประตูห้องของเธอพร้อมกับเสียงเคาะประตูเบา ๆ สองสามครั้ง“ให้พี่เข้าไปหน่อยได้มั้ย” “พี่...”วายารู้สึกแปลกใจที่ได้ยินเสียงของไลคาออนจากหน้าประตูห้องของเธอนานแล้วนะที่พี่ไม่ได้มาหาเราด้วยตัวเองวายาคิดอยู่ในใจเธอไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเองประตูบานใหญ่เปิดออก วายามองไปยังใบหน้าที่คุ้นเคยแล้วผงกหัวให้เล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพใจของวายายังตั้งการ์ดเพื่อเตรียมพร้อมปะทะวาจากับไลคาออนดั่งที่เคยเป็นมา แต่ท่าทีของไลคาออนวันนี้ดูสงบเสงี่ยมผิดปกติไลคาออนเดินเข้ามาในห้องโดยไม่ได้พูดอะไร แล้วนั่งลงที่โต๊ะที่วายานั่งอยู่เมื่อครู่นี้ไลคาออนเป็นชายที่มีร่างกายใหญ่โตด้วยส่วนสูงถึง 195 เซนติเมตร แม้จะไม่ได้เทียบเท่ากับอมาร็อคหรือวลาดิเมียร์ แต่ภายใต้เสื้อคลุมสีแดงที่เขาส่วมใส่อยู่นั้นก็บอกได้ว่าเขามีความแข็งแกร่งที่ไม่แพ้ใครซ่อนอยู่“พี่... ท่านพี่มีธุระอะไรหรือเปล่า”วายาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของไลคาออน พร้อมกับกอดอกแน่นไลคาออนนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงสูดหายใจลึก และกล่าวว่า “พี่มีเรื่องอยากขอความร่วมมือจากวายาหน่อยช่วงนี้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับอาเวน ทำให้สภาฯ และพี่มีความคิดเห็นพ้องกันว่าพวกอันเดดมันน่าจะมีแผนการณ์ร้ายอะไรบางอย่างที่เรายังไม่ได้ล่วงรู้ทั้งหมด และพวกมันกำลังตั้งเป้ามาที่ชนชั้นสูงอย่างพวกเรา เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองให้พวกมันได้สิ่งที่พวกมันเองต้องการนอกจากนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากที่เหตุการณ์เมื่อวันก่อน... วายาจะเป็นเป้าหมายของการโจมตี”วายารู้สึกหูดับไปทันทีเมื่อได้ยินคำคาดการณ์ของไลคาออน ภาพของใจกลางเซกเตอร์สิบเจ็ดที่ไม่ต่างไปจากสนามรบปรากฎขึ้นในห้วงความคิดของวายาสภาพของโดมินาริหลายคนที่ถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ตึกรามบ้านช่องที่กลายสภาพเป็นซากปรักหักพัง ใบหน้าของวายาเกิดความรู้สึกชา และดวงตาของเธอก็มีน้ำเอ่อออกมาทั้งสองข้าง เราคือเป้าหมายของการโจมตี... ประโยคนี้ดังวนไปวนมาในหัวของวายา “เป้าหมายคือวายา... พี่... เป้าหมายคือวายา”วายาพูดด้วยเสียงสั่นเครือที่ยากจะบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้ แต่ในความรู้สึกเหล่านั้นไม่มีความรู้สึกกลัวว่าตัวเองจะเกิดอันตรายปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว หากแต่น้ำตาที่ซึมออกมานั้นก็เพราะว่าวายารู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นกำปั้นทั้งสองข้างของวายากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน“พี่เลยอยากขอให้วายาอย่าพึ่งออกไปไหนเลยนะช่วงนี้ พี่ไม่อยากจะสูญเสียใครไปอีกแล้ว”คำพูดประโยคถัดมายิ่งทำให้หน้าที่ชาอยู่แล้วของวายาชาหนักขึ้นไปอีก เล็บของวายาจิกลึกลงไปในกำปั้นของเธอจนมีหยดเลือดซึมไหลออกมา...พี่ต่างหากล่ะที่ทำให้วายากลั้นใจไม่พูดประโยคนั้นออกมา เพราะไม่พร้อมที่จะมีปากเสียงกับไลคาออนในตอนนี้“พี่ขอวายาอยู่คนเดียว” “ขาดเหลืออะไรก็ให้คนมาบอกพี่ละกัน”ไม่ใช่ว่าไลคาออนไม่ชอบพูดมากความจึงรีบรัดพูดทุกอย่างแล้วเดินออกจากห้องของวายาไป แต่ไลคาออนก็พยายามประหยัดคำพูดเพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งอันจะเป็นข้ออ้างให้วายาหนีออกไปข้างนอกอีกประตูห้องของวายาปิดลง แยกให้พี่น้องทั้งสองอยู่คนละฝั่งของมัน ครานี้ทั้งสองไม่ได้จากกันด้วยการมีปากเสียงเหมือนทุกครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับคิดเห็นตรงกันเป็นครั้งแรกอย่างน่าแปลกใจทั้งสองคนหวนคิดถึงเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นการที่วายาหนีออกไปเที่ยวนั้นมีคนรู้อยู่เพียงไม่กี่คนแล้วพวกอันเดดรู้ได้อย่างไรว่าวายาจะไปปรากฏตัวอยู่กลางเซกเตอร์สิบเจ็ด!!!.............................................................ผมมองไปยังเพดานที่อยู่ไกลออกไปด้านบน ร่างกายของผมโอดครวญว่าไม่อยากจะลุกขึ้นมาอีกเลยพอมองไปยังเพดานสีเทานั้นผมพลันคิดถึงท้องฟ้าสีฟ้าที่มีเมฆลอยตามสายลมที่พัดเบา ๆขณะที่ห้วงความคิดของผมยังจมอยู่กับจินตนาการถึงโลกด้านบน เสียงของเรย์ก็ดังมาจากไม่ไกล“จะนอนไปอีกนานแค่ไหน หรือว่าอยากตายแบบสภาพศพไม่ครบ”พูดจบกรงเล็บของเรย์ก็พุ่งลงมายังหน้าของผมที่นอนอยู่บนพื้น ผมรีบกลิ้งตัวหลบออกไปด้านข้างพร้อมกับพลิกตัวลุกนั่งแต่ไม่ทันที่จะทรงตัวได้เต็มที่ ลำแข้งของวลาดก็เหวี่ยงเข้ามาที่สีข้างของผมผมยกแขนซ้ายขึ้นรับลูกเตะของวลาดไว้ได้พอดิบพอดี ผมได้ยินเสียงกระดูกแขนหักอย่างชัดเปรี๊ยะแม้จะยกมือขึ้นมารับลูกเตะนั้นทัน แต่แรงของลูกเตะนั้นก็ทำให้ผมกระเด็นกระดอนออกไปไกลร่วมสิบเมตร“นายเคลื่อนไวร่างกายดีขึ้นมากเลยนะคาล”วลาดิเมียร์พูดพลางพุ่งร่างยักษ์ของเขาเข้ามาที่ผม พอเข้ามาใกล้ผมก็เห็นกำปั้นของเขาที่เหวี่ยงเข้ามาเต็มวงผมรีบตั้งหลักแล้วกระโดดหลบหมัดของวลาดิเมียร์แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้ผมหลบไม่ทัน หมัดของวลาดิเมียร์จึงกระแทกเข้าเต็มโหนกแก้มของผม ทำเอาผมทรุดลงไปกองอยู่กับที่วลาดิเมียร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผม ก้มหน้าลงมาบอกกับผมว่า“ฉันให้นายพักรักษาตัวห้านาที” แล้วเขาก็หันไปคุยกับนอร่า“นอร่า ฉันว่าต้องเพิ่มความเข้มข้นของตัวยาหน่อยมั้ย ตอนนี้หมอนี่มันน่าจะปรับตัวกับการโดนโจมตีระดับนี้ได้แล้ว”วลาดิเมียร์ยังคงมองหน้าของนาร่าหลังจากพูดจบ จากนั้นก็มองไปที่เรย์ ทั้งสามต่างมองหน้ากันไปมา... ตอนนี้ทั้งสามมีความคิดเห็นที่ตรงกันประการหนึ่ง... คาลคือเผ่าพันธุ์อะไรกันแน่ผมทิ้งตัวลงไปนอนกองกับพื้นและหลับตาลง...สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเกือบสามวันที่ผ่านมาคือสิ่งที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ผมมีความทรงจำของการมีชีวิตอยู่เริ่มตั้งแต่การที่นอร่าให้ยาบางอย่างกับผมที่มีฤทธิ์คล้าย ๆ กับตัวยาของทรินิตี้ซึ่งมีผลในการระงับการดูดซึมและการใช้มานา เพื่อทำให้ผมไม่สามารถใช้พลังในการรักษาตัวได้อย่างเต็มที่จากนั้นผมก็กลายเป็นกระสอบทรายให้ทั้งเรย์และวลาดิเมียร์รุมอัด ตอนแรก ๆ ก็มีเพียงเรย์คนเดียวที่เข้ามาลงมือกับผม แต่พอผมค่อย ๆ ปรับตัวได้วลาดิเมียร์ก็เข้ามาร่วมวงด้วย แทรกด้วยนอร่าที่เข้ามาเพิ่มปริมาณยาให้กับผมเป็นพัก ๆกลายเป็นว่าร่างกายของผมมันมีอะไรบางอย่างที่แม้แต่ยาของนอร่าก็ไม่สามารถปิดกั้นการทำงานของดีเซลล์ของผมได้ในตอนแรก ๆ ที่ผมได้รับยานั้น ผมต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการรักษาร่องรอยบาดแผลต่าง ๆ ทั้งจากผิวหนังที่ปริแตกและกระดูกที่หักเปราะ แต่พอผ่านไป ๆ ก็เหมือนกับร่างกายของผมเริ่มปรับตัวกับทุก ๆ อย่างได้ ทั้งจากความรุนแรงของการต่อสู้กับเรย์และวลาดิเมียร์ และจากตัวยาของนอร่านอร่าจึงต้องคอยเข้ามาปรับตัวยาในร่างกายของผมให้ออกฤทธิ์รุนแรงมากขึ้น ๆแต่ถึงแม้ผมจะทนมือทนเท้าของทั้งสองคนได้มากแค่ไหน แต่ผมก็ยังไม่มีโอกาสจะสวนกลับตอบโต้เรย์ได้เลยสักครั้งเดียวและแม้ว่าผมจะมีพลังในการรักษาตัวที่รวดเร็วอย่างน่าแปลกใจ แต่ความเจ็บไม่ได้หายไปด้วยเลย ทุกหมัดที่ต่อย ทุกกรงเล็บที่ฉีกกระชาก ทุกลูกเตะที่หักกระดูกผมสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวกับผมจนแทบอยากตายเวลาช่วงเดียวที่ผมได้พักก็คือช่วงเช้าของวันที่สอง วันนั้นอาเบลเข้ามาหาพวกเราและขอตัวผมไปจากการฝึกซึ่งเรย์ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไรอาเบลพาผมไปยังห้องห้องหนึ่งที่มีกำแพงด้านหนึ่งเป็นจอคล้ายจอโทรทัศน์ทั้งบริเวณ เขาให้ผมนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ส่วนเขา วิคเตอร์และเยว่เฟิงนั่งอยู่ที่โต๊ะอีกด้านหนึ่งบนกำแพงที่คล้ายกับจอโทรทัศน์นั้นปรากฏรูปภาพมากมายหลายรูป บ้างเป็นรูปของคน บ้างเป็นรูปของสถานที่ บ้างชัด บ้างก็พร่ามัว และบริเวณด้านล่างของรูปหลาย ๆ ใบมีตัวหนังสือที่เขียนกำกับรายละเอียดของรูปเอาไว้อยู่รูปแต่ละใบถูกเชื่อมโยงด้วยเส้นสายสีแดงแสดงถึงความเกี่ยวพันระหว่างกันรูปตรงกลางที่ใหญ่ที่สุดเป็นรูปแผนที่ใบหนึ่ง ตัวอักษรใต้ภาพเขียนเอาไว้ว่า กรุงเทพฯจบตอนที่ 18