พอแน่ใจว่าพื้นที่ว่างเปล่าที่ได้มาจากการติดพิษจากพืชหลังเอาของเข้าไปวางไว้แล้วไม่มีพิษภัย
ซือหย่าเลยขนผักดองไข่ดองเข้าไปเก็บด้านใน ส่วนหมูหมัก กุนเชียง เนื้อรมควัน ต้องทำห้องแขวน
จำได้ตอนที่เฮ่อจื่อชงพาไปตลาดมืดระหว่างทาง ฝั่งตรงข้ามมีร้านของเก่าของชุมชนอยู่ เฮ่อจื่อชงยังคุยโม้ว่าราคาถูกแสนถูกเธอเห็นว่ามีทั้งเฟอร์นิเจอร์ ไม้ เครื่องใช้ มีของที่คุ้นสายตาหลายอย่างเช่นเตาถ่าน หม้อโบราณสองหู จักรเย็บผ้า
จักรเย็บผ้านี้เป็ความชอบส่วนตัวของเธอแต่ตอนนั้นจักรเย็บผ้าตราเยี่ยนราคาตั้ง 150 หยวน เธอที่เก็บเงินทั้งปียังไม่ถึง100 หยวน เลยไม่มีสิทธิ
ถ้าเวลานั้นเธอมีจักรเย็บผ้าก็คงไม่เสียเงินจ้างคนตัดเสื้อแพง ๆ ยังสามารถตัดเสื้อผ้าได้เองอีกด้วย
แต่ตอนนี้เธอมีเงินแม้ไม่รู้ราคาจักรเย็บผ้าของยุคสมัยนี้ว่าราคาเท่าไร แต่จากการซื้อขายของที่ตลาดมืดในวันนั้นคิดว่ามันต้องมากอีกเป็หลายเท่า นับเงินในกระเป๋าก็มีเหลืออยู่พอสมควร อาจจะพอสำหรับซื้อจักรเย็บผ้าได้
ตัดสินใจดังนั้น ซือหย่าเลยลากรถเข็นในบ้านออกไปอีก
ร้านขายของเก่าในชุมชนมีคนมาเยี่ยมชมไม่น้อย ซื่อหย่าตรงไปที่จักรเย็บผ้า จักรเย็บผ้านี้ใหญ่มากทั้งไม่มีคนสนใจปล่อยไว้จนฝุ่นจับ อาจเพราะเป็แบบใช้เท้าถีบมีแกนด้ายหรือเปล่า อีกทั้งมอง ๆก็เหมือนของมาจากยุคสมัยเธอ
“ท่านลุง จักรเย็บผ้านี้ขายหรือไม่”
“...” ท่านลุงหรือ ? หยวนเฟิงชายวัยกลางคนเป็เถ้าแก่ร้านขายของเก่าในชุมชนนี้พอถูกถามก็ได้แต่หันซ้ายหันขวา ไม่เห็นมีกล้อง ไม่มีการไลฟ์สด ก็กระแอมไอออกมา “จะซื้อแค่อย่างเดียว ไม่สนใจอย่างอื่นอีกหรือ ถ้าซื้อมากฉันจะให้เด็กในร้านไปส่งให้นะ”
“ฉันสนใจไม้เก่าพวกนี้และอุปกรณ์ก่อสร้างอีกนิดหน่อย” ซือหย่าชี้ไปที่กองไม้และอุปกรณ์ที่ว่า
“จะซ่อมบ้านหรือเปล่าซื้อไปทำเองลำบากแย่เลย ไปแจ้งที่นิติบุคคลเถอะ เขาจะได้หาช่างมาจัดการให้ได้”
ซือหย่าไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็พอจะฝืนเนียนไปได้ “ฉันจะเอาไปสร้างที่ปลูกผักค่ะ”
“อ้อ ๆ ถ้างั้นเลือกเอาเลย”
ซือหย่าเลือกไม้เก่าเก้าอี้ โต๊ะ กระบอกใส่น้ำแบบทหาร ตะกร้าไม้ไผ่แบกใส่หลัง เตาถ่าน หม้อสองหูที่สำคัญเลย เธอเลือกมีดออกมาหลายด้าม
ของดีทั้งนั้น
ในยุคก่อน สิ่งที่ซือหย่าขาดมากที่สุดก็คือมีดไม่เพียงมีดมีราคาแพง ยังหาซื้อยากอีกด้วย ครัวเรือนในชนบทนับได้เลยว่าบ้านไหนบ้างมีมีดพอเจอของดี เธอก็รีบคว้าไว้หลายอัน
หยวนเฟิงลอบมองอยู่ห่างๆ นี่คงไม่ได้คิดจะเอาไปฆ่าใครหรอกใช่ไหม ตอนเธอมาคิดเงิน เขาเลยลองชวนคุยดู
“แม่หนูบ้านซือใช่ไหม”
ซือหย่าไม่คิดว่าคนที่นี่จะใส่ใจกันมากขนาดนี้คนค่อนข้างรู้จักซือหย่าคนนี้มากทีเดียว
“ค่ะ ท่านลุงรู้จักฉันหรือคะ”
หยวนเฟิงโบกมือ “มีดนี่เอาไปเยอะแบบนี้ จะเปิดกิจการอะไรล่ะ”
“ไม่ได้เปิดหรอกค่ะฉันอยากมีหลายอัน”
“ไว้ป้องกันตัวเหรอะ” หยวนเฟิงคิดว่านี่คงเป็เหตุผล เพราะหญิงสาวอยู่คนเดียว “เอามีดไปก็ถือลำบาก แถมเทอะทะพกไม่สะดวก ลองเอาพวกสเปรย์สิ อย่างสเปรย์แอลกอฮอล์สเปรย์น้ำหอม สเปรย์พริกไทย พวกนี้พกง่าย อ้อ ! ถ้าอยากได้แบบเข้าเนื้อก็เอาด้ามปากกา”
หยวนเฟิงเอาของออกมาวางเรียงกันแถมแนะนำวิธีการจัดการ
“ฉันเอาทั้งหมดเลยค่ะ”
“ของพวกนี้ป้องกันตัวได้ก็จริงแต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้รีบแจ้งตำรวจ ทางที่ดีอย่าไปในพื้นที่ที่เสี่ยงจะดีกว่า” หยวนเฟิงคิดเงิน แล้วให้คนในร้านยกข้าวของขึ้นรถ “เดี๋ยวฉันให้เด็กในร้านขนของพวกนี้ไปส่งให้แล้วเห็นว่าจะปลูกผักใช่ไหม พวกต้นกล้าหน้าร้านนั่น เป็ต้นกล้าผลไม้ที่ตัดต่อสายพันธุ์แล้วพวกนี้ทางเทศบาลเขาแจกมาให้ไม่น้อย ฉันยกให้ทั้งหมด แล้วนี่เมล็ดข้าวแบบใหม่ ลองเอาไปปลูกดูเด็ก ๆ ต้นไม้นั่นก็ขนไปด้วยเลย” เถ้าแก่ร้านของเก่ายัดเยียดต้นไม้ให้โดยไม่รอคำตอบคนรับ
แต่แม่สาวคอมมูนผู้ได้รับของยัดเยียดดีใจจนตัวแทบลอย
“ราคาเท่าไหร่คะ”
“พวกต้นไม้นี่ ฉันไม่คิดราคาแล้วนี่ราคาของต่าง ๆ” หยวนเฟิงให้ดูราคาค่าของที่คิดรวมออกมาทั้งหมด
ก่อนมาซือหย่าคิดเอาไว้แล้วว่าราคาจักรเย็บผ้าในยุคสมัยนี้อาจจะแพง แต่พอคิดราคามา มันแพงกว่าในยุคของเธอก็จริงแต่ถ้าเทียบกับเนื้อหมูเมื่อวาน นับว่าจักรเย็บผ้านี้ราคาถูก คนสมัยนี้ไม่สนใจจักรเย็บผ้าแล้วหรือ
แถมไม้พวกนี้ มีดรวมกันถูกกว่าที่คาดไว้
รู้แบบนี้เธอน่าจะซื้อมาเยอะกว่านี้อีก
พอขนของขึ้นรถหมด ลูกจ้างชายหน่วยก้านดีก็ขนข้าวของไปที่บ้านให้
“ขอบคุณท่านลุงมากไว้ฉันมาอุดหนุนอีก” ซือหย่ากล่าวลาอย่างเกรงใจ
เถ้าแก่ร้านขายของเก่ากระดากอายเล็กน้อยมีคนที่พูดจาอ่อนน้อมเช่นนี้กับตนที่ไหนกัน ตอนที่ถูกเรียกว่าท่านลุง เขารู้สึกถึงกลิ่นอายเทพเซียนลอยมาในอากาศนึกว่ามีคนจากรายการทีวีมาถึงที่นี่เสียอีก
พอคนงานส่งสินค้าที่บ้านจากไปแล้วซือหย่าก็ขนของที่ซื้อมา เข้าไปในมิติว่างเปล่า
เธอจัดการขุดหลุมตั้งเสาสี่มุมจากนั้นปรับพื้นดินให้เรียบเสมอกัน แล้วเริ่มตอกฝาบ้านด้วยไม้เก่าที่ซื้อมาเข้ากับเสาทั้งสี่มุม
เสียงตอกตะปูดังเป็จังหวะต่อเนื่องอยู่ทั้งวันผนังสี่ด้านถูกปิดเรียบร้อยเปิดช่องประตูเอาไว้ ส่วน้าซือหย่าปีนขึ้น้าใช้ไม้ที่เอามาทำหลังคาปิด ขนาดห้องไม่กี่ตาราง ไม่ถือว่าลำบากอะไรสร้างขึ้นพอให้แขวนขาหมู หมูรมควัน กุนเชียง เป็ดไก่รมควัน เท่านี้ก็ได้โกดังเก็บเสบียงแล้ว
พอสร้างโกดังเสร็จ ก็หันมาทำเล้าไก่เล้าเป็ด กรงเลี้ยงนกกระทาด้วยไม้ที่ซื้อมา
หมดไปหนึ่งวันอันเหนื่อยล้าแต่ถ้าเทียบกับการลงแปลงนา แล้วกินเพียงน้ำต้มเศษผัก ก็ไม่นับว่าเหนื่อยอะไรมากแถมการทำงานนี้ เป็เธอที่ได้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ ไม่ต้องแบ่งส่วนกลางหรือว่าทำตามคำสั่งของฝ่ายผลิตเพื่อแลกแต้มคะแนนอีก ซือหย่าเลยมีกำลังใจในการลงมือทำ
พักคืนหนึ่งก็ตื่นมาเตรียมแปลงปลูกผัก
เมล็ดผัก และต้นกล้าที่เถ้าแก่ร้านขายของเก่าให้มานับว่าเป็ของดีทีเดียว มีแต่พืชผักที่เธอไม่เคยเห็นเต็มไปหมด
เธอมีสัตว์เลี้ยงแล้วเวลานี้ยังปลูกผักไว้กินอีก ถือว่าไม่เสียหลายแล้วชีวิตใหม่นี้
แต่ก่อนจะลงแปลงก็ยังต้องเซ่นสรวงตามธรรมเนียม เพื่อให้พืชพันธุ์เจริญเติบโตดี อย่างน้อยก็ต้องมีเหล้าผลไม้ และอาหาร
ซือหย่าไม่มีปฏิทินบอกวันที่แน่นอนแต่ก็ต้องตั้งโต๊ะบูชาเทพเ้าแห่งไร่นา ดีที่ว่าในบ้านพอมีผลไม้ เนื้อสัตว์ขาดก็แต่เหล้า
ในความทรงจำของซือหย่าคนนี้เห็นว่าเธอมีเหล้าแบบตะวันตกอยู่ รีบเข้าไปในห้องใต้ดิน ค้นหาเ้าขวดแบบในความทรงก่อนจะได้เหล้ามาขวดหนึ่ง เหล้าที่เธอไม่เคยกิน แถมไม่เคยเห็นมาก่อน
นี่ช่างทุนนิยมจริงๆ
พอได้ของครบ ก็ทำพิธีเซ่นสรวงบูชาเทพเ้าไร่นา
แม้ในยุคสมัยของเธอทางการห้ามกระทำงมงายเช่นนี้ แต่คนในหมู่บ้านก็แอบทำอยู่บ่อย ๆมันอยู่ในสายเืไปแล้ว ขนาดปีใหม่ก็ยังพากันไหว้เทพเ้าเตาไฟอยู่เลย
พอทำการเซ่นสรวงเสร็จก็เริ่มลงมือปลูกผัก ลงแปลงนา แล้วปลูกต้นผลไม้ พื้นที่ไม่มากแต่ใช้ทุกตารางอย่างคุ้มค่าที่สุด
ต่อจากนี้เธอจะเป็ฝ่ายผลิตเองแล้ว
การลงแปลงนาวันนี้ นับว่าฤกษ์งามยามดีซือหย่าเลยคิดว่า ควรจัดการบ้านให้เรียบร้อยไปพร้อมกันเลยเริ่มจากห้องเก็บของของที่นี่
ข้าวของพวกนี้ มีคนเอามาส่งให้ซือหย่าคนเก่าของล้วนอยู่ในกล่องกระดาษเรียงกันเป็ตั้ง ๆ
เวลานี้เธอไม่ไว้ใจห้องเก็บของที่อาจจะมีคนเข้ามาแล้วขโมยของออกไปแล้ว เลยย้ายของบางส่วนไปไว้ในพื้นที่ว่างเปล่า เก็บไว้ในเพิงเล็กๆ ที่เธอสร้างขึ้น แต่ของมีมากเกินไป เลยล้นออกมาด้านนอกแต่อย่างน้อยก็เคลียร์ห้องเก็บของใต้ดินออกไปไม่น้อย
จัดข้าวของไปหลายวันวันนี้ซือหย่าคิดว่าควรไปที่ตลาดมืด เพื่อพบแม่เฒ่าขายผักสักครั้ง เธอต้องรู้ว่าต้นไม้นั้นถูกปลูกขึ้นมาอย่างไร
คิดแล้วก็เตรียมของลากรถเข็นออกจากบ้าน ครั้งนี้ไม่ทำท่าทีตื่นเต้นจนเกินไป เข้าไปในตลาดอย่างผ่าเผยแม้ไม่ได้เอาโทรศัพท์ที่สามารถสแกนจ่ายอย่างที่ผู้เฒ่าขายไข่เคยโวยมา
แต่เธอมีเงินสดและบุหรี่ของสำคัญในยุค 70 ที่ใช้เบิกเส้นทางหลายอย่างได้ดีกว่าเงินเสียอีก
ซือหย่าตรงไปยังสถานที่ที่เคยเจอแม่เฒ่าขายผักแต่ดูเหมือนว่าวันนี้แม่เฒ่าไม่ได้มา มีพ่อค้าคนอื่นมาขายต้นไม้ ขายผลไม้แทน
“แม่เฒ่าที่ขายผักที่นี่ไม่ได้มาหรือคะ” ซือหย่าหันไปหาพ่อเฒ่าหวัง ที่เคยซื้อเป็ดซื้อไก่ด้วย
“ไม่มาสักพักแล้ว ไปที่ไหนก็อันตรายแม่หนูซือก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ”
“เห็นว่า มีคนไม่ปกติออกมากัดกินคนด้วยกันน่ะสิ”
พ่อค้าที่มายึดพื้นที่ขายของข้างพ่อเฒ่าหวังก็ร่วมสนทนาไปด้วย“มันจริงไหมล่ะลุง คนในตลาดลือกันไปทั่ว ว่ามีเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ระบาดในคนสัตว์ พืช ได้ยินว่ามีศพลุกขึ้นเดินไปเดินมาแถมฉีกกินผู้คนขายของนี่ผมก็ว่าจะรีบกลับแล้วเช่นกัน”
ซือหย่าก็ฟังผ่าน ๆแต่พอเห็นพ่อค้าคนนั้นลดราคาต้นกล้าผลไม้ ก็ไม่ลืมอุดหนุน
แม้ในพื้นที่ว่างเปล่าจะพึ่งปลูกผลไม้ไปแต่มีเพิ่มก็ไม่นับว่าผิด
ในยุค 70 เธอไม่เคยมีผลไม้แบบนี้ต้องพูดว่ามี แต่เธอไม่เคยเห็น ทั้งไม่เคยกิน ได้ยินจากหญิงสาวข้างบ้านที่แต่งงานกับฝ่ายผลิตคุยโม้ว่า สามีของเธอติดต่อกับคนที่มาจากตอนใต้สามารถนำเข้าผลไม้ลูกใหญ่ทั้งสดทั้งหวาน เวลานั้นเธอได้แต่ฟังแล้วนึกอิจฉา
แต่จากนี้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะกลายเป็เ้าของสวนผลไม้ก็ได้