ตำนานเรื่องเล่าแห่งยูยาน

    ความแข็งแกร่งที่สั่นคลอนทั่วทั้งโรฮาน





         กาเล็ทได้ใช้เวลาสิบห้าวันที่มีไปอย่างคุ้มค่า ทั้งการฝึกควบคุมระดับพลังที่เพิ่มพูนสูงขึ้น และการฝึกฝนเพื่อให้คุ้นชินกับน้ำหนักของดาบซึ่งหยิบยืมมาจากคลาร่า 
         "กาเล็ท.." นีน่าซึ่งรู้สึกไม่สบายใจก้าวเดินออกมาเพื่อเอ่ยเรียกกาเล็ท ถ้าจะให้พูดแล้ว ในตอนนี้นีน่าเหมือนกับคนที่น้ำท่วมปาก อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากจะให้กาเล็ทออกไปต่อสู้เสี่ยงอันตรายหากแต่รู้ดีว่าหากกาเล็ทไม่ยอมออกไป แชลเทียที่ตนเองก็รักเอ็นดูไม่ต่างจากลูกหลานนั้นก็ต้องประสบชะตากรรมที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าการตกนรกทั้งเป็น
         "ท่านแม่วางใจ วันนี้ท่านแม่รอข้าอยู่ที่บ้านเถอะ รับรองว่าข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน" กาเล็ทยิ้มเอ่ย
         ด้วยเพราะนีน่านั้นมีบุคลิคที่โอนอ่อนและไม่นิยมความรุนแรง กาเล็ทจึงไม่ต้องการให้นีน่าเดินทางไปเพื่อชมดูการต่อสู้ฆ่าฟันที่ป่าเถื่อน  "ท่านลุง วันนี้รบกวนท่านอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่" กาเล็ทซึ่งเตรียมตัวเสร็จแล้วหันไปเอ่ยบอกกับโจเซพ      พูดตามความจริงแล้ว โจเซพนั้นเป็นคนใกล้ชิดที่รู้ซึ้งถึงขีดความสามารถของกาเล็ทดีกว่าใคร อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โจเซพนั้นก็ได้มีโอกาสในการฝึกซ้อมมือกับกาเล็ทอยู่บ่อนครั้ง  ทำให้ในวันนี้ โจเซพนั้นปราศจากความกังขาคลางแคลงใจในขีดความสามารถของกาเล็ท "ขอรับนายน้อย ข้าจะ"
         เมื่อจัดการเรื่องทางบ้านจนเรียบร้อยแล้ว กาเล็ทก็ออกเดินทางมุ่งตรงสู่ตระกูลเรนเดล
         "กาเล็ท..ข้าคิดว่าหากเลื่อนการประลองออกไป จะ..จะส่งผลดีต่อกาเล็ทยิ่งกว่า" แชลเทียเอ่ยอย่างรู้สึกกังวลใจ
         กาเล็ทที่สัมผัสรู้ได้อย่างนั้นก็เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมาให้ได้เห็น "วันนี้ข้ามั่นใจเต็มร้อย!" กาเล็ทเอ่ยกล่าวอย่างรู้สึกมั่นใจ  ต่อให้ที่ตนขาดคือเวลาและประสบการณ์แต่จะอย่างไรกาเล็ทไม่เชื่อว่าวิชาความรู้และทักษะชั้นสูงจากมิติว่างเปล่าซึ่งตนได้เรียนรู้และฝึกฝนมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปีตั้งแต่มายังโลกแห่งนี้นั้นจะสู้วิชาต่อสู้ของคนในโลกยูยานแห่งนี้ไม่ได้
         "วันนี้ข้ามั่นใจเต็มร้อย !" กาเล็ทเอ่ยอย่างรู้สึกมั่นใจ "แชลเทีย..เจ้าคอยดูเถอะว่าในวันนี้ข้าจะจัดการกับตระกูลบลูโนที่กล้าข่มเหงรังแกเจ้าอย่างไร" กาเล็ทเอ่ยจากนั้นจึงหันมองไปยังบ้านของตระกูลเรนเดล จากนั้นจึงหันกลับมาเพื่อจูงมือแชลเทียเดินทางสู้สนามประลองที่ถูกกำหนดให้ใช้เป็นสถานที่ต่อสู้ตัดสินระหว่างตนกับรุสโซ่
         เมื่อมาถึงสนามประลองแล้ว กาเล็ทที่เห็นว่าแชลเทียยังปรากฎเค้าลางของความรู้สึกกังวลใจให้เห็นบนสีหน้าก็ก้มลงประทับจูบลงยังริมฝีปากของแชลเทียเป็นครั้งแรก "รอคอยข้า" กาเล็ทเอ่ยจากนั้นจึงก็หันหลังกลับเพื่อเดินเข้าสู่สนามประลองไปเพื่อรายงานการมาถึงของตนทันที ด้วยเพราะเกรงว่าถ้าหากอยู่กับแชลเทียนานไปกว่านี้ ตัวเองจะไม่สามารถตัดใจจากไปได้
         ------------------------------------------------------------------------------------------------
         "ข้าล่ะอยากจะหัวเราะตัวเองให้ฟันหักจริงๆ ไม่ทราบว่าตัวข้าจะเบียดเสียดแก่งแย่งเข้ามาดูการประลองที่น่าจะจบลงเพียงชั่วอึกใจด้วยเหตุใด"
         "การประลองหรือ? ข้าคิดว่ามันคือการฆ่าสังหารแต่ฝ่ายเดียวเสียมากกว่า"           "พวกเจ้าทั้งสองอย่าพึ่งนึกคิดไปไกลเลย ข้าคิดว่าเด็กน้อยนั่นคงหนีหายไม่กล้าปรากฎตัวแล้ว พวกเจ้าไม่ได้ข่าวมาหรือว่าในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้แทบที่จะไม่มีผู้ใดพบเห็นมัน"
         "ว่าแต่เจ้าลงพนันไว้หรือไม่?"
         "ผู้ใดไม่ลงก็ถือว่าเบาปัญญาแล้ว ถึงแม้ว่าอัตราส่วนจะเป็นหนึ่งต่อร้อย แต่จะอย่างไรได้ก็ดีกว่าเสีย นี่ข้าทุ่มหมดหน้าตังลงไปตั้งหนึ่งเหรียญทอง"
         "เจ้าเลือกข้างผู้ใดกัน?"
         "เจ้าปัญญาอ่อนหรือ? แน่นอนว่าข้าต้องลงข้างรุสโซ่ผู้นำแห่งตระกูลบลูนู  ผู้ใดจะกล้าเอาเงินทองที่เก็บมาทั้งชีวิตไปเสียเปล่าให้กับเด็กน้อยอุบาทนั่น"
         เสียงพูดคุยแสดงความเห็นจับกลุ่มคุยกันดังขึ้นไม่ขาดในขณะที่ผู้คนกำลังรอคอยการประลอง
         ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่ากาเล็ทต้องหลบหนีไม่กล้าปรากฎตัวขึ้น หรือกระทั่งต่อให้กล้าปรากฎตัวขึ้นก็ต้องถูกรุสโซ่สับสังหารเป็นที่แน่นอน หากแต่กลับมีคนส่วนน้อยกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดกล้าเอาชีวิตมาทิ้ง  และมาวิคซึ่งกำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมานในสนามประลองก็คือหนึ่งในนั้น ด้วยอัตราต่อรองถึงหนึ่งต่อร้อย ในมันนี้มันจึงคิดลองแสวงโชคดูสักครั้ง  ในขณะที่ผู้อื่นเลือกจะลงพนันข้างรุสโซ่ บลูโน มันกลับเลือกจะนำค่าแรงทั้งเดือนของมันมาลงพนันข้างของกาเล็ท บุสโซ่
         "เจ้าดู ไม่คิดว่าแม้แต่องค์ราชายังเสด็จมาชมการประลองนี้ด้วยตัวเอง" ผู้ชมคนหนึ่งกล่าวขึ้นขณะที่มองไปยังที่นั่งชมสำหรับแขกพิเศษ ซึ่งแชลเทียและเทลเลอก็นั่งอยู่ในที่นั่งแถบนี้ด้วย          เมื่อเวลาของการประลองใกล้มาถึง รุสโซ่ก็ปรากฎตัวขึ้นมายังกลางสนามประลองก่อนเวลา เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองไม่ได้เกรงกลัวการท้าทายจากเด็กรุ่นหลังอย่างกาเล็ทแม้แต่น้อย
         "ข้าว่ามันคงไม่กล้ามาปรากฎตัวในวันนี้จริงๆแล้วล่ะ" หนึ่งผู้กำลังรอชมการประลองเอ่ยกับคนที่ด้านข้าง
         "ก็คงไม่แปลก ผู้ใดจะกล้า ในเมื่อรู้ว่าหากมาก็คงมีแต่หนทางตายสถานเดียว"
         "ทำเช่นนี้จะได้อย่างไร? หากเด็กน้อยนั่นเกิดขลาดเขลาไม่กล้าปรากฎตัวขึ้นมาจริงๆ ข้าก็อดได้ลาภจากเงินพนันที่ลงไว้น่ะสิ"
         ขณะที่เสียงของผู้ชมเริ่มร่ำร้องวิพากษ์วิจารณ์เพราะเห็นว่ากาเล็ทยังไม่ปรากฎตัว แต่แล้วจู่ๆก็ปรากฎเงาร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในสนามประลอง
         "ดูนั่นมันมาแล้ว เด็กน้อยนั้นมาแล้ว ! ลาภก้อนโตของข้าเดินทางมาถึงแล้ว" ชาวเมืองผู้หนึ่งอุทานขึ้นอย่างรู้สึกยินดี     
         รุสโซ่ที่ยืนอยู่อีกฝากฝั่งเห็นอย่างนั้นก็จ้องมองมาที่กาเล็ทอย่างรู้สึกประหลาดใจ จะว่าไปแล้ว นี่คือการพบเจอกันครั้งแรกระหว่างมันและกาเล็ท "เจ้าคือเด็กน้อยกาเล็ทที่กล้าท้าทายข้า?" รุสโซ่เอ่ยคำทักทายแรกออกมาเมื่อเห็นว่ากาเล็ทเดินเข้ามาในระยะประจัญหน้าแล้ว
         "เป็นข้าเอง" กาเล็ทเอ่ยตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำโดยไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมาให้ได้เห็นอย่างที่รุสโซ่ต้องการ
         "เช่นนั้น ข้าคงต้องชื่นชมเจ้าสักหน่อยที่กล้าปรากฎตัวขึ้นมาในวันนี้  รู้หรือไม่ว่าการปรากฎตัวของเจ้ามันหมายถึงสิ่งใด?" รุสโซ่เอ่ยถาม
         ได้ยินอย่างนั้น กาเล็ทก็แค่นเสียงออกมาคำหนึ่ง "ไม่มีเหตุผลที่ข้าจะต้องหลบเลี่ยง"
         คราวนี้เป็นทีของรุสโซ่ที่กลายเป็นฝ่ายแค่นเสียงออกมาบ้าง "ความหยิ่ง ความทรนง ความจองหองถือดี  ไม่เคยมีผู้ใดเคยสอนเจ้าหรือว่ามันจะทำให้อัจฉริยะต้องดับแสงก่อนวัยอันควรได้" รุสโซ่เอ่ย
         "อ้อ..ข้าคิว่าท่านรุสโซ่สมควรที่จะบอกกล่าวสั่งสอนกับบุตรชายของท่านเองเสียมากกว่าจะมาบอกข้า ดีกว่าหรือไม่?" กาเล็ทเอ่ยอย่างยียวนกลับ
         "พรสวรรค์ของเจ้านับว่าเหนือล้ำกว่าที่ข้าคิดไว้มาก หากข้ามีผู้สืบทอดเช่นเจ้าสักคนก็ไม่นับว่าเกิดมาเสียทีแล้ว" เอ่ยกล่าวจบ รุสโซ่ก็ถอนหายใจออกมา "น่าเสียดาย น่าเสียดายที่เจ้ากล้าท้าทายข้า พรสวรรค์ของเจ้าช่างถือว่าเสียเปล่าอย่างน่าเสียดายจริงๆ" รุสโซ่ส่ายศีรษะเอ่ย
         "เชื่อเถอะว่าตัวข้ายังมีสิ่งที่จะทำให้ท่านรุสโซ่คิดไม่ถึงอีกมาก" กาเล็ทเอ่ย
         หลังจากที่พูดคุยกันพอเป็นพิธีแล้ว ทั้งกาเล็ทและรุสโซ่ก็หันมองไปยังราชาเบรุทซึ่งนั่งอยู่บนอัศจรรย์เพื่อรอสัญญาของการเริ่มประ  และเมื่อราชาเบรุทลุกขึ้นยืนผงกศีรษะ การประลองของกาเล็ทกับรุสโซ่ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ          แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่นั้นคิดไว้ว่า ทันทีที่การประลองเริ่มขึ้น มันจะจบลงในชั่วอึกใจเดียว  ทว่าหลังจากที่ราชาเบรุทให้สัญญาเริ่มการประลอง คนเหล่านั้นก็ตระหนักรู้ได้ในทันทีว่าตัวเองนั้นคิดผิด ผิดไปอย่างมหันต์
         เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เสียงเหล็กที่แตะกระทบกันครั้งแล้วครั้งเล่าดังเสียงแก้วหูครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ทำให้เสียงพูดคุยในสนามประลองเงียบกริบลงอย่างไม่ได้นัดหมาย
         การปะทะต่อสู้กันระหว่างรุสโซ่และกาเล็ทนั้นรวดเร็วเสียจนยากที่สายตาของมนุษย์ปกติทั่วไปจะสามารถมองแยกแยะออกว่าปะทะกันไปแล้วกี่ดาบ หรือมีการออกกระบวนท่านอย่างไร  

         หลังจากปะทะกันแล้ว รุสโซ่ก็เกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาอีกครั้งที่กาเล็ทกลับสามารถตามความเร็วดาบของตนเองได้ทัน หนำซ้ำกาเล็ทยังต้านรับการออกกระบวนท่าของตนได้อย่างไม่ติดขัดหรือลำบากอะไร
         "ข้ามองเจ้าผิดไปเด็กน้อย หากไม่สังหารเจ้าทิ้งในวันนี้ วันหน้าข้าคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว" รุสโซ่ที่ตระหนักรู้ว่าตัวเองดูแคลนอีกฝ่านเกินไปเอ่ยขึ้นขณะที่กระโดดฉากแยกออกจากกาเล็ทเพื่อพักปรับลมหายใจ
         "ท่านรุสโซ่คิดจะสังหารเด็กน้อยอย่างข้าด้วยคำพูดหรือ?" กาเล็ทเอ่ยยั่วยุ
         ได้ยินคำพูดของกาเล็ท กล้ามเนื้อบนใบหน้าของรุสโซ่ก็สั่นกระตุก "วันนี้เจ้าตายแน่เด็กน้อย" รุสโซ่เอ่ยกล่าวจบ ก็ปรากฎแสงสีแดงขึ้นมาครอบคลุมร่างและดาบในมือของรุสโซ่ไว้ ในตอนนี้ รุสโซ่นั้นรู้ดีว่าถ้าไม่จัดการกาเล็ทให้สิ้นซากในวันนี้ กาเล็ทจะต้องเป็นภัยกับตนในวันหน้าแน่ เพราะอย่างนั้นมันจึงใช้ความสามารถในการแปลงคุณสมบัติไฟซึ่งเป็นจุดเด่นของตนออกมา และนี่คือสัญญาณบ่งบอกว่ามันเริ่มที่จะเอาจริงแล้ว
         เห็นอย่างนั้นกาเล็ทกลับไม่ได้หวั่นไหวใจแม้แต่น้อย และหากสังเกตุให้ดีจะพบว่าในตอนนี้ ทั่วทั้งร่างของกาเล็ทเองก็ปรากฎรัศมีพลังสีฟ้าครอบคลุมอยู่เช่นเดียวกัน แน่นอนว่ามันคือวิชาอาภรณ์วารีที่กาเล็ทคิดค้นดัดแปลงขึ้น
        เมื่อการปะทะกันยกที่สองเริ่มขึ้น เสียงของดาบที่ปะทะกันก็แผดดังกระจายขึ้นอีกครั้ง ผั่ง ผั่ง ผั่ง ในตอนนี้แม้แต่เสียงปะทะกันของดาบเองก็เปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่เสียงที่เปลี่ยนไป การปะทะกันแต่ละครั้งยังทำให้เกิดคลื่นกระแทกเล็กน้อยสาดกระจายไปทั่วบริเวณจนผู้ชมซึ่งกำลังรับชมการต่อสู้อยู่นับหมื่นคนถึงกับเกิดความรู้สึกหวั่นใจขึ้น

         "บัดซบ..มิใช่เจ้าพึ่งกล่าวว่าเด็กน้อยนั่นจะถูกสังหารในดาบเดียวหรอกหรือ?" ผู้ชมคนหนึ่งหันไปเอ่ยถามกับเพื่อนของตนที่ด้านข้าง
         "เจ้าก็มิใช่พึ่งกล่าวว่ามันจะหลบลี้หนีหน้าไม่กล้าปรากฎตัวหรอกหรือ?" มันเลือกจะตอบกลับเพื่อนของตนด้วยคำถาม เนื่องเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้คงไม่มีใครในโรฮานคาดคิดว่าจะได้เห็น
         เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ท่ามกลางความเงียบอยู่ๆก็เริ่มปรากฎเสียงโห่ร้องชื่นชมดังขึ้น แน่นอนว่าเสียงโห่ร้องแสดงอารมณ์เหล่านี้ย่อมมาจากผู้ที่ลงพนันข้างกาเล็ทไว้  และถึงแม้ว่าคนที่เลือกจะเสี่ยงโชคข้างกาเล็ทนั้นจำนวนอยู่เพียงน้อยนิด หากแต่เมื่อทุกคนเริ่มโห่ร้องจนสุดเสียง มันก็เริ่มดังขึ้น ดังขึ้น อย่างไม่อาจควบคุมได้
         ทางด้านรุสโซ่ที่เริ่มรู้สึกถึงการถูกคุกคามปรากฎเหงื่อเม็ดใหญ่ขึ้นมาบนใบหน้า พร้อมกับคำถามมากมายที่ปรากฎขึ้นภายในห้วงความคิด "เหตุใดมันจึงสามารถใช้การแปลงคุณสมบัติได้คล่องแคล่วถึงเพียงนี้? นี่ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้" รุสโซ่นึกคิดปฎิเสธความจริงที่เกิดขึ้นอยู่กับตัวเอง เนื่องเพราะมันไม่อยากที่จะยอมรับว่ากาเล็ทนั้นสามารถที่จะใช้การแปลงคุณสมบัติได้ดียิ่งกว่ามัน
         แน่นอนว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ไม่ใช่ความบังเอิญหรือโชคช่วย ในขณะที่รุสโซ่ประมาทเลินเล่อคิดว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายกำชัยไว้อย่างแน่นอนทำให้ในนสองเดือนที่ผ่านมามันนั้นไม่ได้เตรียมตัวอย่างเป็นจริงจัง ผิดกับกาเล็ทที่ทุ่มเทใช้เวลาสองเดือนในการเตรียมตัวอย่างคุ้มค่า
         ตุบ รุสโซ่ที่เสียสมาธิถูกกาเล็ทหวดเตะเข้าใส่อย่างจังเท้าหนึ่งส่งให้ร่างของมันไถลไปกับพื้นจนเกิดฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว ส่งผลให้ทั่วทั้งสนามประลองเงียบกริบลงอีกครั้ง
         "กาลาน ไม่นึกว่าบุตรชายของเจ้าจะเติบโตขึ้นมาได้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้" ราชาเบรุทนึกคิดกับตัวเองขณะที่ลุกขึ้นยืนอย่างไม่รู้ตัวด้วยความรู้สึกตะลึงลานต่อความสามารถของกาเล็ท
         แชลเทียเองที่กำลังเฝ้ามองดูการประลองอย่างหวั่นเกรงก็ยกชูมือทั้งสองของตนขึ้นกอบกุมไว้ยังบริเวณหน้าอกอย่างไม่รู้ตัว ในตอนนี้หัวใจของแชลเทียนั้นเปี่ยมไปด้วยความหวัง
         แม้แต่คลาร่าเองก็มีอาการตะลึงลานไม่ต่างจากราชาเบรุท เนื่องเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ตระหนักรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของกาเล็ท  "เหตุใดท่านไม่เคยแจ้งบอกต่อข้า?" คลาร่าหันไปเอ่ยถามอย่างเอาเรื่องกับเทลเลอที่ด้านข้าง เนื่องเพราะรู้ดีว่าที่ผ่านมาตัวเองนั้นมองกาเล็ทผิดไปไม่น้อย
         "หืม มีความจำเป็นด้วยหรือที่ข้าต้องบอกกล่าวต่อท่านผู้อำนวยการ?" เทลเลอได้ทีจึงถือเอาโอกาสนี้ตอบกลับไปอย่างยียวน
         ทว่าความยินดีสำหรับผู้ที่คาดหวังให้กาเล็ทเป็นฝ่ายชนะก็คงอยู่ได้ไม่นาน เมื่ออยู่ๆร่างของรุสโซ่ก็ก่อตัวขึ้นจากอากาศอย่างน่าอัศจรรย์ที่เบื้องหลังของกาเล็ท จากนั้นจึงฟาดฟันดาบในมือออกไปเป็นแนวเฉียงเข้าใส่ศีรษะของกาเล็ทโดยหมายจะตัดศีรษะของกาเล็ทให้ขาดในดาบเดียว
         กาเล็ทที่สัมผัสได้ถึงอันตรายก่อนที่ดาบนั้นจะฟาดฟันใส่ลำคอซึ่งเป็นจุดตายของตนเองจนศีรษะหลุดกระเด็นไม่ลนลาน เมื่อรับรู้ถึงอันตรายกาเล็ทพลันรวบรวมพลังทั้งร่างไว้ยังจุดเดียวที่ปลายข้อศอกซ้าย จากนั้นจึงหมุนตัวใช้ศอกข้างนั้นเข้าต้านรับดาบนี้ของรุสโซ่ได้อย่างเฉียดฉิว
         แชลเทียที่เห็นเหตุการณ์พลิกกลับตาลปัตรหัวใจตกวูบลงทันที "กาเล็ท" แชลเทียเอ่ยเรียกชื่อกาเล็ทออกมาอย่างรู้สึกกังวล
         ผลจากการปะทะระหว่างศอกและดาบส่งผลให้เกิดแรงกระแทกที่รุนแรงกระจายไปทั่วจนทำให้ฝุ่นผงคละคลุ้งขึ้นอีกครั้ง กาเล็ทเห็นอย่างนั้นก็รีบกระโดดถอยฉากออก  หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าในตอนนี้กาเล็ทนั้นได้รับบาดเจ็บแล้ว ที่ปลายข้อศอกกลับมีเลือดไหลซึมตกลงสู่พื้นเป็นทางยาว
         "เด็กน้อย เจ้าช่างเป็นคนที่ทำให้ข้าประหลาดใจได้ครั้งแล้วครั้งเล่านัก แต่ในวันนี้ ไม่ว่าอย่างไรชีวิตของเจ้าก็ต้องจบลง" รุสโซ่เอ่ยกล่าวอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นถึงอาการบาดเจ็บของกาเล็ท แต่รอยยิ้มอย่างผู้ชนะของรุสโซ่ก็คงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อพบว่าบาดแผลของกาเล็ทนั้นค่อยๆสมานตัวเข้าหากันจนหายเป็นปกติอย่างรวดเร็ว 
         ทางด้านกาเล็ทก็รีบระงับปรับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเพื่อคิดหาหนทางที่จะรับมือกับรุสโซ่โดยไม่พูดอะไร "มาเริ่มกันต่อเถอะ" กาเล็ทเอ่ยกล่าวจบก็พุ่งเข้าหาเพื่อฟาดฟันใส่รุสโซ่ทันที
         แน่นอนว่าเมื่อยังไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจต่อวิชาที่อีกฝ่ายใช้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง สิ่งที่กาเล็ทสามารถจะฟันเข้าใส่ได้จึงมีแค่เพียงอากาศ เนื่องเพราะอยู่ๆร่างของรุสโซ่ที่อยู่ตรงหน้าก็สลายหายไปกลายเป็นละอองสี 
         พริบตาต่อมาร่างของรุสโซ่ก็ก่อตัวขึ้นที่ด้านบนร่างของกาเล็ท "เด็กน้อยดูว่าครั้งนี้เจ้าจะต้านรับได้อย่างไร" ในการโจมตีครั้งนี้ รุสโซ่นั้นคิดที่จะฟันร่างของกาเล็ทให้แยกออกเป็นสองส่วนด้วยดาบเดียว
          บึม เสียงดาบที่แฝงไปด้วยพลังระดับที่ 9 กระแทกเข้าใส่พื้นส่งผลให้เศษฝุ่นปลิวคละคลุ้งขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าเมื่อดาบของรุสโซ่กระทบถูกได้แค่พื้นดิน ย่อมหมายความว่ากาเล็ทนั้นสามารถที่จะหลบรอดจากการโจมตีครั้งนี้ไปได้
         ท่ามกลางสายตาของผู้ชมทั่วทั้งสนามประลอง ร่างของกาเล็ทผละถอยออกมาจากกลุ่มฝุ่นควันที่เกิดขึ้นจากแรงปะทะ แต่แล้วพริบตาต่อมาร่างของรุสโซ่ก็ปรากฎขึ้นมาที่ด้านหลังของกาเล็ทและเสือกแทงดาบในมือออกไปจนแทงทะลุร่างของกาเล็ทเข้าอย่างจัง

         เห็นถึงภาพที่กาเล็ทถูกแทงจากด้านหลังเข้าอย่างจัง หัวใจของแชลเทียก็เหมือนแตกสลายลงเสียตรงนั้น 
         บรรยากาศภายในลานประลองซึ่งเงียบอยู่แล้วกลับเงียบลงอีกจนได้ยินแค่เพียงเสียงหอบหายใจ ในตอนนี้หลายคนที่ลงพนันข้างรุสโซ่ไว้เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตนกำลังคาดหวังอยากจะให้ใครคือผู้ชนะในศึกนี้กันแน่ ชั่วขณะหนึ่งพวกมันถึงกลับภาวนาในใจว่าขอให้ภาพที่ตัวเองกำลังเห็นอยู่นี้เป็นแค่ความฝัน  พวกมันกลับหวังให้อัจฉริยะหนุ่มอย่างกาเล็ทเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะถึงแม้นั่นจะต้องแลกมาด้วยเงินทองของพวกมันซึ่งลงพนันไว้   เงินทองเพียงเล็กน้อยจะมาสู้ความปลอดภัยของบ้านเมืองได้หรือ?   อายุเพียง 17 ก็มีความสามารถถึงขนาดนี้  ถ้าหากให้เวลาเขาผู้นี้ได้ฝึกฝนอีกสักหลายปี นั่นไม่ใช่หมายความว่าโรฮานจากสามารถผงาดขึ้นมาท่ามกลางแว่นแคว้นโดยรอบได้อย่างแน่นอนหรอกหรือ? หากโรฮานเข้มแข็งมันคง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกมันก็ย่อมจะต้องดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดอย่างไม่ต้องสงสัย 
         "เด็กน้อยวันนี้เจ้าทำให้ข้าสนุกมากจริงๆ แตน่าเสียดายที่ตอนนี้ได้เวลาซึ่งเจ้าจะต้องลงสู่ปรภพแล้ว" รุสโซ่กล่าวอย่างผู้ชนะ แต่เพียงชั่ววูบเดียวหลังจากที่มันหลงคิดว่าตัวเองคือผู้ชนะ มันก็พบว่าร่างของมันถูกคมดาบปริศนาแทงทะลุออกมาจากทางด้านหลังอย่างไม่ต่างอะไรกับที่ตัวมันกำลังทำกับกาเล็ท
          "ได้...ได้อย่างไร?" รุสโซ่เอ่ยกล่าวออกมาอย่างอ่อนแรงด้วยความไม่เข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันแน่ แน่นอนว่ามันต้องไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เพราะถ้ามันเข้าใจ มันคงไม่ใช่ผู้แพ้อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพียงไม่นาน มันก็พบว่าร่างของกาเล็ทที่มันแทงเข้าใส่กำลังสลายหายไป
         "ท่านรุสโซ่ คิดว่ามีแต่งท่านเพียงผู้เดียวหรือที่มีวิชาลับ?"  เสียงของกาเล็ทดังแผ่วมาจากทางด้านหลังของรุสโซ่          "ผสาน คุณ สมบัติ...เจ้าทำได้อย่างไร....อัก หรือว่า.." รุสโซ่พยายามเอ่ยถึงข้อสันนิษฐานของตนเองออกมา จากนั้นจึงค่อยๆหันมองขึ้นไปยังอัศจรรย์ ที่ซึ่งเทลเลอนั่งอยู่  หากแต่ยังไม่ทันที่จะเข้าใจได้กระจ่างดี มันก็ต้องส่งเสียงร้องซึ่งเป็นเสียงสุดท้ายของชีวิตออกมา เนื่องเพราะถูกกาเล็ทที่ใช้การแปลงคุณสมบัติสร้างกระแสไฟฟ้าส่งผ่านดาบซึ่งเสียบใส่ร่างมันชอตเข้าใส่อย่างไร้ปราณี
         เมื่อกาเล็ทดึงดาบที่ปักอยู่ออกจากร่างของรุสโซ่ที่ปรากฎควันและกลิ่นไหม้ลอยคลุ้งออกมา ร่างของรุสโซ่ก็ล้มลงโดยปราศจากร่องรอยของชีวิตอีก
         ในครั้งนี้แม้แต่เทลเลอเองก็ต้องต้องลุกยืนขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตัวเอง 
         กว่าที่ทุกคนภายในสนามประลองจะทันรู้และตั้งตัวได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีกชั่วครู่ใหญ่แล้ว
         ในตอนนี้แชลเทียนั้นไม่ได้นั่งอยู่บนอัศจรรย์อีกต่อไปแล้ว หากแต่เลือกที่จะวิ่งฝ่าฝูงชนลงไปพบกับกาเล็ทที่สนามประลองด้านล่าง
         "ไม่อายแล้วหรือที่วิ่งมากอบข้าท่ามกลางสายตาของคนนับหมื่น?" กาเล็ทเอ่ยถามแชลเทียที่วิ่งลงมากอดตัวเองไว้แน่น
         แชลเทียไม่ตอบคำหากแต่ส่งเสียงร้องสะอื้นไห้ออกมาให้ได้ยินไม่ขาด
         "ข้าคงทำให้เจ้าเป็นห่วงแล้ว" กาเล็ทเอ่ยเสียงอ่อน

         รีไรท์ 2020